<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แยกกันด้วยความรัก! &#039;วัฒนา&#039;เชียร์&#039;จาตุรนต์&#039;ตั้งพรรคใหม่ อยู่พท.ก็สอบตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดไม่ให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง เพราะหากได้ ส.ส. เขตก็จะไม่ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้การเลือกตั้งล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้ ส.ส. เขต 136 คน แต่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อสอบตกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่มีข่าวนักการเมืองที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยจะรวมกลุ่มกันเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่เกินความคาดหมาย เพราะหากยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทยก็จะพากันสอบตกหมดเหมือนคุณหญิงสุดารัตน์ที่เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 แต่สอบตก การแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่จึงไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกันเหมือนที่สื่อบางฉบับพยายามจะเสี้ยมพวกเราให้ทะเลาะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกยินดีเมื่อได้อ่านโพสต์ของพี่อ๋อย (คุณจาตุรนต์ ฉายแสง) ที่ยอมรับว่าจะมีการรวมกลุ่มการเมืองที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยตั้งพรรคการเมืองเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เพราะจะเป็นประโยชน์ทำให้บุคลากรที่มีแนวทางประชาธิปไตยได้มีโอกาสเข้าไปในสภาเพื่อทำงานให้กับประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมขอแสดงความชัดเจนว่าจะไม่ไปไหน ถึงแม้การอยู่พรรคเพื่อไทยจะต้องสอบตกก็พร้อมเพราะผูกพันกับที่นี่และต่อสู้ในนามของพรรคนี้มาจนติดปาก ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยากจะเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อผมเชียร์ให้รีบไปเพราะอยู่ที่เพื่อไทยไม่มีทางได้เป็นผู้แทน รีบไปช่วยกันตอกเสาเข็มสร้างบ้านใหม่จะดีกว่าไปตอนที่เพื่อนสร้างบ้านเสร็จ ไปได้โดยไม่ต้องเขินเพราะเราแยกกันด้วยความรัก โชคดีครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66838</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, ตั้งพรรคใหม่, พท., พิชัย, วัฒนา เมืองสุข, อ๋อย, เสี่ยไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb0ea68d435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;แจงตั้งพรรคใหม่ไม่ใช่&#039;ทษช.2&#039; อิสระจากเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 63 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคใหม่ว่า ขอชี้แจงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ในนามส่วนตัว ดังนี้ ตนได้ออกจากพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ปี 2562 ในช่วงปลายปี 2561 เพื่อมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ต่อมาพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ตนไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค จึงยังทำงานการเมืองต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการเลือกตั้ง ตนไม่ได้กลับไปพรรคเพื่อไทย และได้ใช้เวลาทั้งหมด ในฐานะนักการเมืองที่ไม่มีสังกัดพรรค ในการพูดคุยกับนักการเมือง นักธุรกิจ อดีตข้าราชการ รวมถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาบ้านเมือง ปรับความคิด ซึ่งบางทีก็ใช้ความรู้เหล่านี้ ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเรื่อยมา จนกระทั่ง มีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาอีก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวถึงแนวทางหลักๆของพรรคที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตว่า ก็ยังคงอยู่บนแนวทางหลัก คือแนวทางประชาธิปไตย พัฒนาบ้านเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจด้านต่างๆ อาศัยบุคคลและประสบการณ์ต่างๆ จากในอดีต ประสานกับคนรุ่นใหม่เพื่อนำมาต่อยอดเป็นนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคการเมืองดังกล่าว ที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต ไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย และเป็นอิสระจากพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่ใช่พรรคไทยรักษาชาติ 2 ไม่ใช่พรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้เพื่อไทย อันเนื่องด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ใช่การรวมกันของกลุ่มคนเดือนตุลา ไม่ใช่การรียูเนียน แต่จะเป็นรวมคนที่หลากหลาย ที่จะร่วมกันสร้างพรรคการเมืองเพื่อประชาชน&amp;quot; นายจาตุรนต์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวการทำงานร่วมงาน หรือการตั้งพรรคร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงค์ลี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุรเดช นายภูมิธรรม เวชชยชัยนั้น ตนกับทั้ง 3 เป็นเพื่อนกันมานาน เคยร่วมงานการเมืองด้วยกันมาหลายสิบปี แต่ไม่ได้มีการพูดคุยเพื่อจะตั้งพรรคการเมืองร่วมกัน เราเป็นอิสระต่อกัน แต่ยังเดินบนวิถีทางประชาธิปไตยร่วมกัน ซึ่งถ้าหากในอนาคต หากจะมีโอกาสร่วมงานทางการเมืองกัน ก็มีความเป็นไปได้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับการร่วมงานกับทุกพรรค และทุกกลุ่มการเมือง ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีก่อนหน้านี้ ที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ที่ออกมายอมรับในกรณีการพูดคุยเพื่อตั้งพรรคการเมืองนั้น ก็มีการพูดคุย พบปะกันเป็นประจำปกติ ในเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่ไม่ได้คุยถึงเรื่องแผนการทำพรรคการเมืองที่ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66795</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์  ฉายแสง, ตั้งพรรคใหม่, ทษช., พท., อ๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be16c6e4234b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039; วอนอย่าผลักชาวโซเชียลมีเดียไปเป็นศัตรู เพราะชาวโซเชียลฯช่วยให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนได้อย่างมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง &amp;nbsp;อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรรักษาชาติ(ทษช.) โสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าผลักชาวโซเชียลมีเดียไปเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตคือกำลังสำคัญของสังคมในการสู้กับวิกฤตโควิด รัฐบาลต้องไม่ผลักให้เขาเป็นศัตรู เลิกคิดแต่จะจับผิด ขู่จะใช้พรก.เล่นงานทุกครั้งที่แถลงข่าวแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการรับมือกับโควิด โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตมีศักยภาพช่วยในการแก้ปัญหาได้มากในหลายด้าน ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีบางประเทศเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเราเช่นเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยงานในหลายมิติเช่นการติดตามความเคลื่อนไหวและดูแลผู้ที่อยูระหว่างการกักตัว รวบรวมข้อมูลผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ แสดงข้อมูลอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นเช่นหน้ากากฯลฯ รวมทั้งการทำกิจกรรมต่างๆอีกสารพัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยยังใช้เทคโนโลยีเหล่านี้น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะคิดเรื่องพวกนี้ เช่นจะคิดทำแอ็พหรือแพล็ตฟอร์มหรือวางระบบหรือใช้อาสาสมัครสำหรับเรื่องแบบนี้ ก็ชาวโซเชียลมีเดียนี่แหละที่เก่งเรื่องแบบนี้อยู่เยอะแยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวโซเชี่ยลมีเดียยังช่วยให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนได้อย่างมาก ที่ผ่านมาก็สามารถหาความรู้จากผู้เชี่ยวชารระดับโลกหรือประสบการณ์จากประเทศต่างๆมาเผยแพร่อยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องเฟคนิวส์ รัฐบาลไม่น่ากังวลเกินเหตุ สังคมโซเชี่ยลมีเดียมีระบบวิธีจัดการกับเฟคนิวส์อย่างได้ผลอยู่เหมือนกัน ใครเสนอข้อมูลผิดๆ ก็จะมีคนเสนอความจริงมาแก้ ที่ผ่านมายังไม่เห็นมีเฟคนิวส์ในโซเชี่ยลมีเดยที่ทำให้เสียหายมากๆสักเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่าไปรัฐบาลต่างหากให้ข้อมูลน้อยและเสนอเฟคนิวส์อยู่บ่อยๆ รัฐมนตรีสาธารณสุขบอกว่าโควิดก็แค่หวัดธรรมดา หน้ากากมีพอ รัฐมนตรีพาณิชย์บอกว่าจะผลิตเท่านั้นเท่านี้ มีสต๊อคเป็นร้อยๆล้านชิ้นและห้ามส่งออก นายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้งว่าโรงพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์มีเพียงพอ ล้วนเป็นเฟคนิวส์ที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจผิด ประมาทและไม่หาทางแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องความเห็นต่างนี่อย่าคิดเหมือนเรื่องการเมืองตอนที่มีศอฉ. จะทำให้คนมีความเห็นดีๆไม่กล้าเสนอความเห็นหรือสะท้อนปัญหา เรื่องโควิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเห็นต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องเลิกมองผู้เห็นต่างเรื่องการแก้ปัญหาโควิดเป็นฝ่ายตรงข้าม เอาโซเชียลมีเดียเป็นพวก ส่งเสริมให้ผู้คนได้สะท้อนปัญหาเสนอความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระทรวงดิจิทัล ต้องเลิกทำตัวเป็นเกสตาโป มีงานที่ท่านต้องทำอีกมาก เราอาจจะต้องอยู่กับปัญหาโควิดอีกเป็นปี จะใช้ Internet of Things ให้เป็นประโยชน์อย่างไรต่อการแก้ปัญหาโควิดอย่างไร ดิจิทัลอีคอนอมี จะเป็นเรืองสำคัญ กระทรวงท่านจะทำยังไง ถ้าโรงเรียนเปิดไม่ได้ ท่านจะวางแผนการเรียนการสออนออนไลนตั้งแต่ตอนนี้ยังไง เป็นหน้าที่ของท่านและรัฐบาลนี้ทั้งนั้น อย่ามัวเอาเวลาไปหาตำรวจมาเพิ่มไล่จับชาวโซเชี่ยลมีเดียอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯแถลงข่าวดูดีขึ้น แต่เรื่องขู่โซเชียลมีเดียนี่ควรเปลี่ยนความคิดได้แล้วครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60920</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, อ๋อย, โควิด-19, โซเชียลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70260b1b7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ค้านตั้งกระทรวงท้องถิ่น เพิ่มนายใหม่สวนทางกระจายอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;4 ก.ย. 62 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งกระทรวงปกครองท้องถิ่นว่า &amp;ldquo;ล่าสุดมีสส.บางพรรคกำลังจะเสนอให้มีกระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้น เรื่องการกระจายอำนาจเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นของประเทศไทยมานานแล้วและยิ่งสังคมพัฒนาไปมากเข้า โลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รัฐบาลควรเอาเวลาไปแก้ปัญหาระดับชาติและระหว่างประเทศให้มากขึ้น เรื่องในท้องถิ่นต้องพยายามกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นตัดสินใจกันเองและจัดการกันเองให้มากที่สุด&lt;/p&gt;


น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ ไม่เพียงแต่การกระจายอำนาจไม่ไปถึงไหนหากยังถอยหลังเข้าคลองมาไกล มีการพูดถึงการกระจายอำนาจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ ในทางความเป็นจริงรัฐบาล คสช. ได้รวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากขึ้น ลดทอนอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลงไปทั้งอำนาจในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจว่าจะทำอะไรก่อนหลัง การใช้จ่ายเงินงบประมาณทั้งที่เป็นเงินอุดหนุนและงบที่เกิดจากรายได้ของท้องถิ่นเอง ถูกกำกับสั่งการโดยรัฐบาลจนแทบไม่เหลืองบประมาณส่วนไหนให้ท้องถิ่นได้ตัดสินใจอะไรกันเลย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งต่างๆอีกมากที่ อปท. จะทำอะไรก็ต้องขออนุมัติอนุญาตจากผู้ว่าฯ นายอำเภอ

&amp;nbsp;

ไม่ปรากฏว่ามีการประชุมคณะกรรมการกระจายอำนาจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาหลายปีแล้ว ไม่มีวงประชุมหารือเกี่ยวกับการกระจายอำนาจที่ให้ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญและโดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติอยู่เองคือผู้บริหาร อปท. ทั้งหลายได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างจริงจัง การคิดตัดสินใจในเรื่องนี้จึงอยู่ในแวดวงจำกัดของผู้มีอำนาจที่ทำอะไรกันได้ตามอำเภอใจ โดยเฉพาะเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการต่ออายุมาหลายปีแบบมีเงื่อนไขคือหากใครไม่เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจก็อาจถูกมาตรา 44 เล่นงานเอาก็ได้ จึงไม่ค่อยมีใครเสนอความเห็นที่แตกต่าง

&amp;nbsp;

เรื่องการกระจายอำนาจ มีประเด็นที่จะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้อีกมาก แต่เฉพาะหน้านี้อยากจะแสดงความเห็นสั้นๆเกี่ยวกับเรื่องความคิดที่จะตั้งกระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่นว่าแนวความคิดนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจ ยิ่งมีกระทรวงท้องถิ่น ก็จะยิ่งทำให้เกิดนายใหม่ที่คอยกำกับบังคับบัญชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น การมีกระทรวงหมายความให้ความสำคัญก็จริง แต่จะกลายเป็นให้ความสำคัญกับส่วนกลางในการไปกำกับท้องถิ่นเสียมากกว่า

&amp;nbsp;

ลองนึกดูว่ากระทรวงนี้จะมีกรมอะไรบ้างและกรมเหล่านี้จะมีหน้าที่อะไร จริงๆแล้วการส่งเสริมการกระจายอำนาจคือต้องพยายามลดอำนาจหน้าที่ของส่วนกลางและส่วนภูมิภาคลงและยกไปให้ท้องถิ่นตัดสินใจและบริหารจัดการภายใต้การตรวจสอบควบคุมของประชาชนในท้องถิ่นนั้นเอง จริงๆ แล้วกระทรวง ทบวงกรมไม่ควรไปคอยตรวจสอบสั่งการท้องถิ่นให้ทำโน่นทำนี่อย่างที่เป็นอยู่&amp;rdquo;.


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., กระทรวงปกครองท้องถิ่น, จาตุรนต์, สภาฯ, อ๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f2512109b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;เชื่อไม่ลง!ป้อมยืมนาฬิกาเพื่อน ขย่มปปช.ใต้ท็อปบูตคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;28 ธ.ค. 61 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่มีมูลความผิดชัดเจน จากการปกปิดบัญชีทรัพย์สินในกรณีนาฬิกาที่อ้างว่ายืมจากเพื่อนสนิท ว่า เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก แต่ไม่ผิดคาด ซึ่งเรื่องนี้สังคมไม่ได้เชื่อตามเสียงของ ป.ป.ช. และไม่ได้ทำให้หายเคลือบแคลงสงสัยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะระบบการตรวจสอบของประเทศมีปัญหาอย่างร้ายแรง เป็นระบบที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะที่มาของคณะกรรมการชุดนี้ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตั้งแต่ต้น แต่ก็ยังเป็นมาได้เพราะอาศัยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;ที่ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำให้ระบบการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นของประเทศมีปัญหา เพราะ ป.ป.ช. ไม่มีความเป็นอิสระ และถูกแทรกแซงได้ ทั้งนี้ยังขาดการตรวจสอบจากสื่อมวลชนและประชาชน เนื่องจากมีการจำกัดเสรีภาพสื่อและเสรีภาพของประชาชน ตราบใดที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีอำนาจอยู่ เราจะไม่มีองค์กรอิสระที่น่าเชื่อถือไปอีกนาน ระบบการตรวจสอบของประเทศนี้จะเป็นอย่างนี้อยู่หลายปี และผลประโยชน์ของประชาชนจะไม่ถูกปกป้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25310</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., จาตุรนต์, นาฬิกาหรู, ป.ป.ช., ป้อม, อ๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cb90829b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยอ๋อย&#039;พร้อมต้อนรับ&#039;น้องโบว์&#039;นำก๊วนอยากเลือกตั้งให้กำลังใจ&#039;ทษช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค. 61 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่ม &amp;nbsp;จะเดินทางไปให้กำลังใจพรรคการเมืองที่แสดงจุดยืนชัดเจนไม่สนับสนุน การสืบทอดอำนาจของคสช. ว่า &amp;quot;ได้มีการประสานมาแล้ว ทางพรรคทษช.ก็จะให้การต้อนรับ ตอนนี้ยังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรกัน และไม่ได้มีการคุยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ที่จะคุยกันคงเป็นเรื่องความร่วมมือ เพื่อให้การเลืกตั้งเสรีและเป็นธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23655</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, อ๋อย, โบว์ ณัฏฐา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00dc7289b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อ๋อย&#039;อำลาเพื่อไทย ปัดขัดแย้งยันจำเป็นเข้าคอก&#039;ทษช.&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย. 61 - ที่พรรคเพื่อไทย เวลา 10.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาลา พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย หลังตัดสินใจไปร่วมงานพรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายจาตุรนต์กล่าวว่า มาอำลาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เพราะเคยร่วมงานกันมานาน การลาออกจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีเรื่องขัดแย้ง หรืออึดอัดไม่สบายใจอะไร ที่ผ่านมาร่วมกันด้วยดีมาตลอด วันนี้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีความจำเป็น และจะเป็นประโยชน์หากตนเองไปทำงานที่พรรคไทยรักษาชาติ ส่วนเหตุผลที่เลือกไปไทยรักษาชาตินั้น ขอไปชี้แจงที่พรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า สาเหตุที่มีสมาชิกพรรคลาออกไปนั้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา เป็นธรรมดาที่สมาชิกจะต้องหาเส้นทางเพื่อมาทำงานทางการเมืองตามระบบรัฐสภา และแก้ปัญหาให้ประชาชน เข้าใจสมาชิกพรรคทุกคนที่ลาออกไป การลาออกครั้งนี้ก็ถือเป็นการจากกันได้ด้วยดี และเชื่อว่าปัญหาในรัฐธรรมนูญยังกระทบไปยังพรรคขนาดใหญ่และพรรคขนาดกลางอื่นๆ ด้วย และสมาชิกที่ยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยจะย้ายไปพักที่ยึดมั่นประชาธิปไตย หรือถ้ามีแนวคิดเป็นอย่างอื่นจะย้ายไปตามพรรคที่อิงอุดมการณ์นั้นๆ หรือเป็นพรรคของผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยอมรับว่ารู้สึกใจหายที่มีสมาชิกลาออกไปจำนวนมาก แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่มีบุคลากรที่พร้อมทำหน้าที่ถ้าได้อธิบายประชาชนเชื่อว่าเขาจะเข้าใจ จึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย จะยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนได้คะแนนเสียงสูงสุดเป็นอันดับ 1 จึงไม่มีความกังวลใดๆ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินและยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนอย่างฝากความหวังไว้ที่นโยบายของพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล&amp;quot; นายภูมิธรรม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากนายจาตุรนต์ แล้วยังมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกหายคนที่ลาออก อาทิ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคามพรรคเพื่อไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, ทษช., ภูมิธรรม, อ๋อย, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2432eabafa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
