<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากแม่น้ำหอมสู่แม่น้ำทูโบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ยามเย็นริมแม่น้ำทูโบน เมืองฮอยอัน จังหวัดกว๋างนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยามเย็นบนเส้นทางเลียบแม่น้ำหอมอากาศอุ่นกำลังดี ทำให้การปั่นจักรยานออกจากวัดเจดีย์เทียนมู่ที่จุดสุดเขตของเมืองเว้เพื่อกลับเข้าสู่ตัวเมืองให้ความรู้สึกน่าอภิรมย์กว่าขามาที่แดดบ่ายแผดเผาจนแขนเป็นสีคล้ำขึ้นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวจีนนั่งมาในซิโคล (Cyclo) หรือสามล้อปั่นขบวนยาวเกือบร้อยเมตร พวกเขามีสัญลักษณ์ที่เหมือนกันคือทุกคนสวมหน้ากากอนามัยแม้ว่าเมืองเว้แทบจะไม่มีฝุ่น (เอ๊ะ..หรือพวกเขามาจากฮ่องกง!) ส่วนสารถีชาวเวียดนามก็มีสัญลักษณ์ที่เหมือนกันคือเสื้อกั๊กสีม่วง คาดว่ารับงานมาจากบริษัททัวร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ยามเย็นวันก่อนหน้านั้นที่ริมแม่น้ำหอม เมืองเว้ จังหวัดเถื่อเทียน-เว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่น้ำหอมอยู่ทางด้านขวา ห่างออกไปจากถนนราวๆ 50 เมตร ช่วงหนึ่งของเส้นทางผมเห็นกลุ่มคนเล่นน้ำกันอยู่หลายสิบคนจึงลองปั่นเข้าไปดูริมตลิ่ง พบว่าเป็นคนท้องถิ่นทั้งหมดและส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา หากไม่สวมชุดชูชีพก็อยู่ในห่วงยาง บริเวณนี้ไม่มีร้านค้า ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ มีเพียงลานหญ้ากว้างและจักรยานยนต์ของคนที่มาเล่นน้ำจอดอยู่ ใครที่เล่นเสร็จแล้วก็ขึ้นจากน้ำมาล้างตัวด้วยน้ำสะอาดที่เตรียมใส่ถังแกลลอนและขวดพลาสติกใบใหญ่มาจากบ้าน เป็นภาพที่น่าดูไปอีกแบบ แต่จะยืนดูนานๆ ก็น่าเกลียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะถึงเขตกำแพงพระราชวังเมืองเว้มีรางรถไฟตัดขวางถนน ผมปั่นเลี้ยวขวาขึ้นสะพาน Da Vien ข้ามแม่น้ำหอม ส่วนรางรถไฟนั้นอยู่บนสะพานเหล็กที่ขนานคู่กันไปชื่อสะพาน Bach Ho เมื่อถึงอีกฝั่งก็เห็นสถานีรถไฟเว้ (Ga Hue) อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถนน Le Loi ที่ตั้งตามชื่อจักรพรรดิเลเหล่ยผู้ยิ่งใหญ่ของเวียดนามเริ่มจากตรงนี้แล้วพุ่งตรงยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ขนานไปกับแม่น้ำหอมสู่ใจกลางย่านนักท่องเที่ยว ผมอยู่เว้ได้สองสามวันแล้วจึงรู้เส้นทางซอกแซก ลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ ถึงโรงแรมที่พักตอนพลบค่ำพอดี คืนจักรยานแล้วอาบน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ขบวนซิโคลชมวิวที่เมืองเว้ คงกำลังมุ่งหน้าไปวัดเจดีย์เทียนมู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มื้อเย็นนี้กะจะเดินไปอุดหนุนร้าน Rose 2 เหมือนเคย แต่พอเปิดดูเมนูของร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่ติดกับโรงแรมก็รู้สึกอยากลอง มีโต๊ะ-เก้าอี้หวายเล็กๆ อยู่ 4 ชุด ผมสั่งอาหาร Family Set ไปกับวัยรุ่นชายที่ผละจากธุระที่โต๊ะเอเยนต์ทัวร์ติดๆ กันมารับออเดอร์ เขาแจ้งแม่ครัวแล้วกลับมาบอกผมว่า Family Set หรือชุดครอบครัวหมดแล้ว ผมจึงสั่งผัดผักใส่กุ้งมากินกับข้าวสวย ผ่านไปสักพักแม่ครัวเดินมาคุยเองว่ากุ้งเหลือน้อย ผสมปลาหมึกลงไปด้วยจะได้ไหม ผมไม่ขัดข้อง และเมื่อได้ลิ้มรสก็ถือว่าคิดถูกแล้วที่งดกินที่ร้าน Rose 2 สักมื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
นั่งซิโคลเพลินใจที่เมืองเก่าฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครัวพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เพราะที่แท้เธอคือเจ้าของเอเยนต์ทัวร์และโฮสเทล FA Backpackers ที่อยู่ด้านบนของตึก ส่วนวัยรุ่นชายคนที่รับออร์เดอร์ก็พูดอังกฤษได้เก่งเหลือเชื่อ ไม่รู้ไปเรียนมาจากไหน คะเนอายุแล้วไม่น่าจะเกิน 18 ปีด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับโรงแรม รีเซฟชั่นถามว่าจะไปเมืองไหนต่อหลังจากเว้ พอผมตอบฮอยอัน เธอก็ถามต่อว่ามีตั๋วหรือยัง ผมตอบว่ายังไม่ได้ซื้อ แต่เล็งไว้แล้ว เธอถามอีกว่าที่เล็งไว้น่ะราคาเท่าไหร่ ผมตอบ 90,000 ดอง เธอหายไปแล้วกลับมาพร้อมแม่ครัวคนเมื่อสักครู่ แม่ครัวพูดขึ้นว่าเธอก็ขายตั๋วไปฮอยอันนะ ราคา 80,000 ดองเท่านั้น (ประมาณ 110 บาท) ดูเหมือนจงใจตัดราคาคู่แข่ง บอกเธอไปว่าหากตัดสินใจว่าจะเดินทางเมื่อไหร่แล้วผมจะรีบแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนนี้ผมไม่กล้าออกไปดื่ม เพราะอาการน้ำมูกไหลยังไม่หาย ต้องตอบข้อความของหนุ่มเมืองเว้ที่หน้าตาคล้ายลุงโฮจิมินห์ไปว่าขอลุ้นไปเจอกันคืนพรุ่งนี้แทน แต่หลังมื้อเช้าวันต่อมาผมก็ตัดสินใจซื้อตั๋วกับเจ๊แม่ครัวเพื่อเดินทางไปฮอยอันในตอนบ่ายทันที จากนั้นยืมจักรยานจากโรงแรมปั่นไปกินกาแฟที่ร้าน Chu Caf&amp;eacute; บนถนน Le Loi แล้วปั่นต่อไปยัง Bo&amp;rsquo;s Tailor ในซอย Vo Thi Sau โบอยู่ในร้านพอดี ผมบอกว่าจะมาลา เธอนำน้ำชามาให้ดื่มแล้วขอถ่ายรูปเซลฟี่เพื่อส่งไปให้ไมเคิล-เพื่อนชาวเยอรมันของเราทั้งคู่ และเลลา-แฟนสาวชาวจอร์เจียนของไมเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสงสัยเรื่องค่าโดยสารรถบัสจากเว้ไปฮอยอันที่ถูกกว่าตอนที่ผมนั่งจากดานังมาเว้ ซึ่งผมจ่ายไป 160,000 ดอง ทั้งที่ดานังเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างเว้และฮอยอัน หากคิดตามหลักคณิตศาสตร์แล้วค่าตั๋วจากเว้ไปฮอยอันควรจะแพงกว่า 160,000 ดอง แต่นี่ถูกลงไปตั้งครึ่ง โบให้คำตอบว่าเพราะมีนักท่องเที่ยวเดินทางจากเว้ตรงไปฮอยอันมากกว่าแวะดานัง ทัวร์แต่ละแห่งต้องการจะให้รถเต็มก็เลยแข่งกันขายราคาถูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
เรือล่องแม่น้ำทูโบนยามค่ำคืนพร้อมให้บริการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้ 11 โมงผมกลับโรงแรมไปเก็บกระเป๋าแล้วหมายจะกินมื้อเที่ยงที่ร้านของ FA Backpackers แต่วัยรุ่นชายบอกว่าไม่มีคนทำกับข้าวจึงต้องเดินไปอีกหน่อยมีร้านอยู่หัวถนนชื่อ Ruby &amp;amp; Bistro ซึ่งมีห้องพักอยู่ด้านบนเหมือนกัน จะว่าไปเป็นร้านอาหารของที่พักมากกว่า เช่นเดียวกับ Rose Homestay ที่มีร้าน Rose 2 อยู่ชั้นล่าง ผมสั่งมะเขือยาวผัดราดข้าว แต่รอนานมาก เนื่องจากมีคนสั่งอาหารใส่กล่องไว้หลายชุด ต้องเดินกลับไปบอกวัยรุ่นชายว่าถ้ามีรถมารับก็ขอให้ไปตามที่ร้าน Ruby &amp;amp; Bistro เมื่ออาหารมาเสิร์ฟก็กินอย่างรวดเร็ว แล้วกลับไปรับกระเป๋าตอนบ่ายโมงตรง เป็นจังหวะเดียวกับที่มีมอเตอร์ไซค์มารับไปส่งที่เอเยนต์ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่มอเตอร์ไซค์ขับไปในซอย Chu Van An ผมหวั่นว่าจะเป็นเอเยนต์ที่ผมถามราคาวันก่อน ซึ่งเสนอค่าโดยสาร 90,000 ดอง ปรากฏว่าเป็นเอเยนต์ที่อยู่ติดกัน และไม่ทันจะได้นั่งก็มีแท็กซี่มารับผมและผู้โดยสารอีก 3 คนไปส่งที่ร้านกาแฟชื่อ Moi ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร จึงสงสัยว่าเงิน 80,000 ดองจากค่าโดยสารจะเหลือถึงเอเยนต์สักกี่มากน้อย ระหว่างรอรถบัสมารับมีเจ้าหน้าที่สาวนำกระดาษแบบฟอร์มมาให้กรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปพร้อมขอดูตั๋ว ผมก็ตกใจ เพิ่งนึกออกว่าคนขายไม่ได้ให้ตั๋ว บอกไปว่าซื้อจาก FA Backpackers เธอก็ร้องอ๋อ คงรู้แล้วว่าผมนี่เองผู้ซื้อของถูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอไม่นานนักรถบัสก็มาจอดหน้าร้านกาแฟ เป็นรถนอน เตียง 2 ชั้น 3 แถวเหมือนขามาจากดานัง ตอนจะวางกระเป๋าในที่เก็บด้านล่างรถ โชเฟอร์ระบุให้คนที่จะลงดานังวางฝั่งซ้าย ไปฮอยอันวางฝั่งขวา ลุงที่นั่งมาในแท็กซี่คันเดียวกันให้ผมอยู่คิวหน้าแกก่อนขึ้นรถ แกยอมอยู่เป็นคนสุดท้าย ก่อนนี้แกก็ช่วยเอากระเป๋าผมเก็บในกระโปรงหลังรถแท็กซี่ ตอนโชเฟอร์ยื่นถุงพลาสติกเพื่อใส่รองเท้าวางในซอกหน้าที่นั่ง (นอน) ผมรับมาแล้วยื่นให้ลุง ก่อนจะรับของตัวเอง ลุงพยักหน้าแล้วยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานญี่ปุ่นอายุมากกว่า 400 ปี สัญลักษณ์สำคัญเมืองฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร รถบัสใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงเมืองดานัง แวะจอดที่เอเยนต์ทัวร์ที่ผมขึ้นรถตอนเดินทางไปเว้ มีคนลงไม่กี่คน และขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง ฝรั่งสาวขานหมายเลข A6 ของเธอที่มีฝรั่งสาวอีกคนนอนอยู่ก่อนแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ลง ผู้ขึ้นมาใหม่จึงถามว่า &amp;ldquo;คุณก็ได้หมายเลข A6 หรือ?&amp;rdquo; อีกฝ่ายตอบว่า &amp;ldquo;ไม่มีใครได้หมายเลขอะไรหรอก&amp;rdquo; ผู้ขึ้นมาใหม่ก็ยอมขึ้นไปนอนบนที่นอนที่ว่างอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางราว 30 กิโลเมตร รถใช้เวลาวิ่งเกือบ 1 ชั่วโมง รถบัสมาถึงเมืองฮอยอัน จังหวัดกว๋างนาม เวลา 5 โมงเย็น จอดข้างๆ สนามกีฬาแห่งหนึ่ง มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือที่เรียก &amp;ldquo;เซโอม&amp;rdquo; เข้ามาทาบทาม ผมบอกชื่อ Flower Garden Homestay ที่ได้จองไว้ทางอินเทอร์เน็ต พี่เซโอมเสนอราคา 70,000 ดอง หรือเกือบเท่ากับที่ผมจ่ายในการเดินทาง 120 กิโลเมตรจากเว้มาฮอยอัน แต่นี่ระยะทางแค่ 1.5 กิโลเมตร ผมต่อเหลือ 20,000 ดอง พี่เซโอมขอประนีประนอมที่ 40,000 ผมบอกว่าใกล้ๆ ขอเดินดีกว่า เขาลดเหลือ 30,000 ผมก็ออกเดิน ซึ่งตั้งใจจะเดินจริงๆ พี่เซโอมก็ขี่มาเทียบข้างๆ แล้วกล่าว &amp;ldquo;โอเค 2 หมื่น&amp;rdquo; ผมขึ้นไปนั่งแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราใจร้ายเกินไปมั้ย แม้ว่าจะได้ทำการบ้านเรื่องค่ารถมาก่อนแล้ว ชาวเน็ตบอกว่าไม่ควรจ่ายมากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงที่พักผู้จัดการสาวโผล่ออกมาจากห้องของเธอ แนะนำตัวว่าชื่อ &amp;ldquo;อันห์&amp;rdquo; รู้ว่าผมเป็นคนไทยก็นำโทรศัพท์มือถือออกมาอวดว่ากำลังดูซีรีส์ละครไทยเรื่องดัง ขึ้นซับไตเติลเป็นภาษาเวียดนามเรียบร้อย ผมบอกเธอว่ารู้จัก แต่ไม่เคยดู เหมือนเธอจะผิดหวังนิดหน่อยแล้วก็ยื่นกุญแจให้พร้อมบอกตำแหน่งของห้องพัก แล้วหายกลับเข้าไปในห้องเดิม คงจะดูละครไทยของเธอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเก็บของแล้วออกเดินไปทางทิศใต้มุ่งสู่แม่น้ำทูโบน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตร แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมืองฮอยอันส่วนที่เป็นเมืองเก่าหรือเมืองท่าอันรุ่งเรืองในอดีต ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 แล้วไหลต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรออกสู่อ่าวคัวได๋ ทะเลตะวันออกของเวียดนาม ถือว่าเป็นแม่น้ำที่มีส่วนสำคัญในการสร้างชีวิตและสีสันให้กับฮอยอัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
โรตีไทยดังไกลถึงฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสะพานชื่อ &amp;ldquo;ฮวงเซียว&amp;rdquo; สำหรับข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำที่มีบรรดาที่พักและร้านอาหาร แต่น้อยกว่าฝั่งเมืองเก่านี้อยู่มาก ผมเลี้ยวขวาเดินเลียบแม่น้ำไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เห็นตลาดในร่มสำหรับขายอาหารที่เคยมานั่งกินเมื่อ 6 ปีก่อน พอเดินเข้าไปก็จำไม่ได้ว่าเคยกินร้านไหน เพราะหน้าตาคล้ายๆ กันไปหมด ลักษณะเหมือนข้าวราดแกง อาหารอยู่ในจานชามใบใหญ่ๆ โต๊ะเก้าอี้เป็นแบบเคาน์เตอร์บาร์หันหน้าเข้าหาแม่ค้าพ่อค้าที่อยู่ด้านใน มีนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่ง เอเชีย และชาวเวียดนามเองนั่งกันอยู่เยอะทีเดียว คงเพราะราคาไม่แพงและสั่งแล้วได้กินทันที เหมาะกับคนที่กำลังหิวได้ที่ สุดท้ายผมเลือกร้านที่มีเมนูข้าวกับไก่เพราะคิดจะลองอยู่นานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมนูนี้พบเห็นได้ทั่วไปในเวียดนาม เรียกว่า &amp;ldquo;เคิมกา&amp;rdquo; แปลว่าข้าวกับไก่ บางที่ใช้ข้าวที่หุงพิเศษทำให้ข้าวมีสีตามวัตถุดิบที่ใส่ ส่วนไก่เคยเห็นทั้งแบบทอด ต้ม และนึ่ง ร้านที่ผมเลือกใช้ข้าวสวยธรรมดา แม่ค้าตักไก่สีเหลืองคล้ายๆ ไก่ที่ใช้กับข้าวหมกบ้านเราแต่นิ่มกว่า ใส่ลงไป 2 ชิ้นใหญ่ๆ แล้วราดด้วยน้ำซอส ซึ่งน้ำซอสนี้รสชาติกลมกล่อมดีมาก ว่ากันว่าหากเป็นเคิมกาฮอยอันขนานแท้ต้องใช้ไก่บ้านหรือไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติเท่านั้น เรียกว่า &amp;ldquo;กาตา&amp;rdquo; ราคาของข้าวจานนี้อยู่ที่ 40,000 ดอง หรือราวๆ 60 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตเมืองเก่าฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั่วทั้งพื้นที่ด้วยความงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะจากการผสมผสานระหว่างท้องถิ่นและต่างชาติ วันที่ผมไปเยือนเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้นมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ในบางซอยจักรยานไม่สามารถปั่นได้สะดวก นอกจากนักท่องเที่ยวเกาหลีที่นิยมมาเที่ยวเวียดนามกันมากเป็นพิเศษในช่วงหลัง ยังมีจีนที่ไม่น้อยหน้า ฝรั่งมังค่าก็เดินกันทั่ว ชาวเวียดนามเองก็อยู่ในช่วงมหกรรมท่องเที่ยวกลางปี จึงทำให้ฮอยอันเวลานี้คนแน่นอย่างกับงานวัดใหญ่ๆ ในอดีตของบ้านเรา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
นักท่องเที่ยวกระจุกกันมากเป็นพิเศษในซอยที่จะตรงไปยังสะพาน Bridge of Lights&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแม่น้ำทูโบน กิจการล่องเรือชมวิวทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในเรือตกแต่งด้วยโคมไฟให้สีสันสว่างไสว ริมแม่น้ำมีทางเดินปูพื้นเป็นระเบียบและสะอาด ถัดไปเป็นถนนเลียบแม่น้ำและแถวของอาคารเก่าที่แปลงกายเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก ถัดขึ้นไปก็เป็นถนนและแถวของอาคารอีกชุดและอีกชุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณสะพานอันฮอย (Cau An Hoi) เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Bridge of Lights สำหรับข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำอีกเกาะหนึ่ง เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับผู้มาเยือนฮอยอันก็ว่าได้ แต่สะพานสำคัญทางประวัติศาสตร์จนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของฮอยอันที่แท้จริงอยู่เลยสะพานอันฮอยไปแค่นิดเดียว นั่นคือ &amp;ldquo;สะพานญี่ปุ่น&amp;rdquo; เรียกในภาษาอังกฤษว่า Japanese Covered Bridge มีอายุมากกว่า 400 ปี สร้างคร่อมลำรางที่แยกไปจากแม่น้ำทูโบน (ซึ่งผมขออนุญาตยกยอดเรื่องประวัติศาสตร์ฮอยอันไปว่ากันในสัปดาห์หน้า)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่สะพานอันฮอยไล่ตามแม่น้ำขึ้นไปราว 200 เมตร เป็นแถวของร้านอาหารหลายสิบร้าน แต่ล้วนขายสิ่งเดียวกัน นั่นคือ Cau Lau ออกเสียงคล้ายๆ เกาเหลา แต่เป็นอาหารที่มีเส้น คือก๋วยเตี๋ยวแห้งอันโด่งดังประจำถิ่นฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างทางเดินกลับที่พัก ผมเห็นร้านน้ำส้มคั้นสด ใช้ส้มใบใหญ่สีเขียว ป้าเจ้าของร้านนวดซึ่งคงเป็นเพื่อนกับป้าร้านน้ำส้มพอพูดภาษาอังกฤษได้ แกเชียร์แล้วเชียร์อีก ผมก็ซื้อมาดื่ม ปรากฏว่าพอกลับถึงที่พักอาการน้ำมูกไหลหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ จึงให้รางวัลตัวเองด้วยเบียร์ Larue จากมินิบาร์ในห้องพัก 1 กระป๋อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตื่นเช้าวันต่อมา รู้สึกสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่เหยียบเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47395</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bridge of Lights, จากแม่น้ำหอมสู่แม่น้ำทูโบน, ททท, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, ฮอยอัน, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
