<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 00:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อิกัวอิน-อาซาร์&quot;จัดคนละ2เม็ดสิงห์คืนฟอร์มรัว3แต้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;สิงห์น้ำเงินคราม&amp;quot;เชลซี คืนฟอร์มเปิดบ้านไล่ถล่ม ฮัดเดอร์ฟิลด์ 5-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ กอนซาโล อิกัวอิน มีสกอร์แรกกับทีมใหม่ ก่อนซัดไป 2 ประตู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ระยะหลังฟอร์มหาย จนหลุดจากท็อปโฟร์ไปเมื่อกลางสัปดาห์ เปิดบ้านไล่ถล่ม ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทีมบ๊วยของตาราง ขาดลอยถึง 5-0&amp;nbsp; โดย กอนซาโล อิกัวอิน กองหน้ารุ่นเก๋าที่ยืมตัวมาจาก ยูเวนตุส กดสกอร์แรกให้ทีมได้แล้ว โดยเปิดสกอร์แรกของเกมในนาทีที่ 16 และซัดลูกที่สองของตัวเองในเกมนี้ นาทีที่ 69 หลังจาก เอแด็ง อาซาร์ จัดไป 2 ประตูก่อนหน้านั้น นาทีที่ 45 และ 66 ดาวิด ลุยซ์ มาทำประตูปิดท้ายก่อนหมดเวลา 4 นาที พา เชลซี คว้าชัยไปท่วมท้น 5-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลคู่อื่นๆ เมื่อคืนวันเสาร์ (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) ท็อตแน่ม ชนะ นิวคาสเซิล 1-0, เอฟเวอร์ตัน แพ้ วูล์ฟส 1-3, คริสตัล พาเลซ ชนะ ฟูแล่ม 2-0, เบิร์นลี่ย์ พบ เซาแธมป์ตัน 1-1, ไบรท์ตัน เสมอ วัตฟอร์ด 0-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอนซาโล อิกัวอิน, กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c55ce890a013.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 01:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 01:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หงส์ไม่พลาดชนะตามซิตี้รั้งจ่าฝูงร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พังประตูโทนของเกม ช่วย ลิเวอร์พูล บุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็ม คว้าชัย 1-0 ที่บ้านของ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ในเกมคู่ดึกเมื่อคืนวันเสาร์ ตามขึ้นไปมีคะแนนเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าชัยไปในเกมคู่ก่อนหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มได้อีก 3 คะแนน ในสัปดาห์นี้ หลังบุกไปชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 1-0 ประตูโทนของเกมมาจากจังหวะที่ เซอร์ดาน ชากีรี เป็นคนผ่านบอลถึง ซาลาห์ ก่อนที่ กองหน้าทีมชาติอียิปต์ จะซัดเรียดส่งบอลไปเสียบโคนเสาไกล ในนาทีที่ 23 และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ก่อน ลิเวอร์พูล ชนะไปหวุดหวิด 1-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์บนตารางอันดับ หลังเกมเมื่อคืนวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังนำเป็นจ่าฝูง มี 23 คะแนนจาก 9 นัด ลิเวอร์พูล มี 23 คะแนนเท่ากัน แต่รั้งอันดับ 2 เพราะประตูได้เสียเป็นรอง ขณะที่ เชลซี มี 21 คะแนน เท่ากับ ท็อตแน่ม ที่รั้งอันดับ 4 เพราะผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20359</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcb77da44524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปเช็ตติโน่โวพร้อมชนบาร์ซ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ หลังจากบุกไปชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ได้ 2-0 เมื่อคืนวันเสาร์ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ประกาศพร้อมชนกับ บาร์เซโลน่า ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท็อตแน่ม แม้จะครองบอลได้น้อยกว่าทีมของ เดวิด วักเนอร์ แต่ก็ยังสามารถเจาะตาข่ายทีมเจ้าบ้านได้ และ โปเช็ตติโน่ ค่นอข้างมั่นใจว่าแพทเทิร์นนี้น่าจะถูกใช้ซ้ำอีกหนในเกมที่ เวมบลี่ย์ คืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังคาดเดาไม่ได้&amp;quot; กุนซือชาวอาร์เจนติเนี่ยน กล่าว &amp;quot;เราเป็นทีมที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองหรือสามในพรีเมียร์ลีกในเรืองของการครองบอล แต่เกมวันนี้ไม่เหมือนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นเกมที่บอลอยู่กลางอากาศมากกว่าบนหญ้า ผมคิดว่าถ้าคุณชมเกมนี้อยู่ คุณจะเข้าใจ มันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างสองทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพุธนี้ ผมแน่ใจว่ามันจะเป็นอีกเกมที่แตกต่างจากวันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮอฟเฟนไฮม์ เป็นอีกหนึ่งทีมที่ยังไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ หลังเตะมา 7 นัด แต่ โจนาส ลอสเซิล ผู้รักษาประตู เชื่อว่า ทีมของตน แมทช์นี้ โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดตั้งแต่เปิดซีซั่นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันยากที่จะมายืนให้สัมภาษณ์แล้วพูดแบบเดิมในทุกสัปดาห์ เพราะท้ายสุดเราต้องการคะแนน แต่นี่เป็นเกมกับ ท็อตแน่ม และเราแสดงให้เห็นว่าเราเริ่มมาถูกทางแล้ว ดังนั้นเราจะพยายามต่อยอดจากตรงนี้ให้ได้ แต่เราก็ต้องการโชคด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เรายังขาดอยู่ แต่เราจะพยายามแล้วโชคก็จะต้องมาแน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, บาร์เซโลน่า, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb0f1dfed464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 00:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 00:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พังเพราะหลังเละผีบุกแพ้ไบรท์ตัน/ซิตี้กระหน่ำ6ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสียฟอร์มแพ้แล้วในเกมนัดที่สองของฤดูกาล จากความผิดพลาดในแนวรับหลายครั้ง ทำให้บุกไปโดน ไบรท์ตัน เฉือนเอาชนะได้ 3-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังฟอร์มดุแม้จะขาด เควิน เดอ บรูย์น ที่เจ็บยาว ถล่ม ฮัดเดอร์ฟิลด์ ยับ 6-1 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรท์ตัน ออกนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งแต่ นาทีที่ 25 จาก ซอลลี่ มาร์ช และหนีห่างเป็น 2 ลูก ในอีก 2 นาทีถัดมา จาก เชน ดัฟฟี่ หลังแนวรับปีศาจแดงยังเสียสมาธิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมเยือน ตีไข่แตก จาก โรเมลู ลูกากู โขกจากระยะเผาขน แต่ ไบรท์ตัน ก็สามารถหนีห่างเป็น 2 ลูกได้อีก เมื่อ เอริค บายยี่ ที่มีส่วนต่อการเสียประตูที่สอง ชนกับ ปาสกาล กรอสส์ ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ ชี้ให้เป็นจุดโทษ และกรอสสท์ ทำหน้าที่สังหารเองแฉลบตัว ดาวิด เด เคอา แต่ก็ยังแรงที่จะเข้าไปตุงตาข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนพักครึ่ง โชเซ มูรินโญ่ จัดการเปลี่ยนผู้เล่น 2 คน ถอด ฆวน มาตา กับ อันเดรียส เปเรย์ร่า ออกแล้ว ส่ง เจสซี่ ลิงการ์ด กับ มารคัส แรชฟอร์ด ลงไปแทน หวังเปิดเกมรุกมากขึ้น และมาได้ประตูตีตื้นขึ้นมาอีกลูกจากจุดโทษ ของ พอล ป็อกบา แต่เวลาก็เข้าสู่ช่วงทดเจ็บไปแล้ว จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ไป 2-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกมคู่ก่อนหน้า แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่ม ฮัดเดอร์ฟิลด์ 6-1 แม้จะไม่มี เควิน เดอ บรูย์น เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญที่บาดเจ็บ นัดนี้ แซร์โจ้ อเกวโร่ ทำแฮทริกได้ ส่วนอีก 3 ประตูมาจาก กาเบรียล เฮซุส, ดาวิด ซิลบา และ ลีรอย ซาเน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลอีกคู่ เบิร์นลี่ย์ แพ้ วัตฟอร์ด 1-3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไบรท์ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b79a82ebffc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 01:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 23:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์บลูส์เปิดหรูขย่มฮัดเดอร์ฟิลด์3ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เชลซี ออกสตาร์ทยุคใหม่ภายใต้กุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้อย่างสวยหรู บุกไปขย่ม ฮัดเดอร์ฟิลด์ 3-0 ผงาดนำจ่าฝูงหลังแมทช์เปิดสนามเมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีม&amp;quot;สิงห์บลูส์&amp;quot; ให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงเล่นเป็นตัวจริงในแดนกลาง แล้วเก็บ เอแด็ง อาซาร์ ไว้ที่ม้านั่งสำรอง ใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดที่ จอห์น สมิธ สเตเดี้ยม โดยได้ประตูขึ้นนำจาก เอ็นโกโล ก็องเต้ นาทีที่ 34
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าบ้านมีโอกาสตีเสมอได้ทันควัน จาก สตีฟ มูนี่์ย์ แต่โหม่งชนเสาในออกมา ก่อนที่ เชลซี จะหนีออกไปเป็น 2-0 จากจุดโทษของนักเตะใหม่ จอร์จินโญ่ ก่อนพักครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย อาซาร์ ถูกส่งลงสนาม และเป็นคนกระชากไปเปิดบอลให้ เปโดร ปิดสกอร์สุดท้าย นาทีที่ 80 ช่วยให้ เชลซี ชนะไป 3-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 12 ส.ค.61 (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) นิวคาสเซิล แพ้ ท็อตแน่ม 1-2, บอร์นมัธ ชนะ คาร์ดิฟฟ์ 2-0, ฟูแล่ม แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2, ฮัดเดอร์ฟิลด์ แพ้ เชลซี 0-3, วัตฟอร์ด ชนะ ไบรท์ตัน 2-0, และ วูล์ฟส เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6f1320add40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮัดเดอร์ฟิลด์เฮรอดตกชั้น!เจ๊าสิงห์ท็อปโฟร์วูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
รอดตายไปอีกหนึ่งทีม ฮัดเดอร์ฟิลด์ ที่กำลังฟอร์มดีในช่วงโค้งสุดท้าย ได้หนึ่งแต้มสำคัญสำหรับการหนีตาย บุกเสมอ แชมป์เก่า เชลซี 1-1 ได้อยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อแน่นอนแล้ว ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ทำท่าจะพาทีมกลับมาติดท็อปโฟร์ได้อย่างเหลือเชื่อ ปรากฎว่าเสมอนัดนี้ ยากแล้วต้องแช่ง ลิเวอร์พูล แพ้ และทีมตัวเองต้องชนะเท่านั้นในเกมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวังที่จะทำเซอร์ไพรส์พรวดขึ้นมาติดท็อปโฟร์ของ เชลซี มีหวังลุ้นยากแล้วตอนนี้ หลังสะดุดขาตัวเอง เล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะทีมที่กำลังหนีตกชั้นไม่ได้ เสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 1-1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทีมของ เดวิด วักเนอร์ ต้องการเพียงแต้มเดียวเพื่อการอยู่รอดในลีกท็อปไฟลท์ หลังเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ฤดูกาลมาในนัดก่อน เกมนี้ ทีมจากกลุ่มท้ายตารางสามารถทำผลงานได้เกินคาดอีกครั้ง ด้วยการทำลายความหวังของเชลซี ที่กำลังพยายามลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงโค้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนี้ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ยังเป็นฝ่ายบุกไปช็อคทีมเจ้าบ้านได้ก่อน ด้วยประตูของ โลร็องต์ ลาปัวเตร ในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนที่ เชลซี จะมาได้ประตูตีเสมอจาก มาร์กอส อลองโซ่ แบ่งกันไปทีมละแต้ม แบบที่ทีมสิงห์บลูส์แทบไม่เหลือลุ้นท็อปโฟร์อีกแล้ว เพราะแมทช์สุดท้ายนอกจากทีมนตัวเองต้องชนะแล้วยังต้องแช่งให้ ลิเวอร์พูล แพ้ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 นั้น เวลานี้ เป็น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ชนะ นิวคาสเซิล 1-0 เมื่อคืนวันพุธ มี 74 คะแนนจาก 37 นัด ตามด้วย ลิเวอร์พูล 72 และ เชลซี 70 แต่ ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ได้เปรียบกว่า เชลซี ตรงที่ประตูได้เสีย บวกเยอะกว่ามาก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล แค่เสมอ ก็ท็อปโฟรแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, สแตมฟอร์ด บริดจ์, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3ea0967f0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 23:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิตี้ฉลองแชมป์หลังเปิดบ้านเสมอฮัดเดอร์ฟิลด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในที่สุดก็ได้ฉลองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ &amp;nbsp;เรียบร้อย หลังเปิดบ้านเสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์&amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อันที่จริงได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แน่นอนแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 เมษายน วันที่ทีมคู่แข่งร่วมเมือง คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ต่อ เวสต์บรอม ไปแบบล็อคถล่มพลิกความคาดหมาย แต่ ทาง ซิตี้ ต้องรอเกมในบ้านเพื่อการฉลองแชมป์กับแฟนบอลของตัวเองอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เกมกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ เมื่อคนวันอาทิตย์ ซิตี้ &amp;nbsp;ทำได้เพียงแค่เสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-0 แต่ไม่ได้ถึงกับทำให้งานกร่อยแต่อย่างใด แมทช์นี้ ถือว่าเป็นวันฉลองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งก็เป็นเป้าหมายหลักที่ทางซิตี้ได้กำหนดไว้เมื่อต้นซีซั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาแฟนบอลกรูลงสู่สนามทันทีหลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมการแข่งขัน แต่ก่อนหน้านั้น มีแฟนบอลคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในสนามระหว่างที่ยังไม่จบเกม ซึ่งเขาก็โดนเอาตัวออกไปโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ด้วยความช่วยเหลือของ ผู้รักษาประตู เอเดอร์สัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ เอเดอร์สัน อีกครั้งที่เขาต้องมาช่วยเคลียร์พื้นที่ในสนามหลังจบเกม โดยชี้มือชี้ไม้ให้แฟนกลับไปที่สแตนด์ เพื่อให้เริ่มต้นพิธีมอบถ้วยรางวัลได้ ซึ่งผู้เล่นของซิตี้กับสตาฟ กลับออกจากห้องแต่งตัว ลงสนามโดยสวมเสื้อที่มีตัวอักษร Champions 18 พิมพ์อยู่ด้านหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นคนแรกที่ขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ โดยคนสุดท้ายคือกัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็องปานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แชมป์พรีเมียร์ลีก, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef2e08b1873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
