<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม เดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ดันไทยฮับขนส่งอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยในงาน Next Transport Next Thailand คมนาคมแห่งอนาคต จุดเปลี่ยนประเทศไทย ว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นสิ่งที่จะขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของอาเซียน (ASEAN transportation hub) เป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานออกไปทั้ง 4 ภาคเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนว่าจะไม่มีการยกเลิกแผนลงทุนขนาดใหญ่แน่นอนทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลใช้เครื่องมือแบบร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน (PPP) เป็นข้อผูกมัดเสถียรภาพการพัฒนาทุกโครงการให้ก่อสร้างตามกำหนดการ ยืนยันว่าวันนี้ไทยยังมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี ดังนั้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติได้มากขึ้นแบบระยะยาว 30-50 ปี แต่ถ้าหากในวันนี้ประเทศไทยยังไม่เริ่มพัฒนาอาจเสียศักยภาพศูนย์กลางอาเซียนให้กับประเทศเวียดนาม ซึ่งถือว่ามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็วมาก โดยจะเน้นเพิ่มสัดส่วนขนส่งสินค้าทางรางให้เป็น 30% ของทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกโครงการเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง ไม่มีปล่อยทิ้งให้เป็นอนุเสาวรีย์ปล่อยทิ้งร้างแบบที่ผ่านมาแน่นอน โครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวการันตีความเชื่อมั่นนักลงทุน&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนลงทุนในขณะนี้นั้นอยู่ระหว่างพัฒนานั้น เริ่มจากเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน (Belt and Road Initiative) ได้เริ่มก่อสร้ลงโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมา-หนองคาย ลงทุนเฟส 1 และ 2 ไม่ต่ำกว่า 3.75 แสนล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการขนส่ง ไทย-สปป.ลาว-จีน โดยรัฐบาลจะผลักดันการทำวีซ่าอิเล็คทรอนิกส์ (E-Visa) เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาได้ง่ายขึ้น ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมรอประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (Joint Committee หรือ JC) ครั้งที่ 28 เพื่อกำหนดสกุลเงินในการชำระเงินกู้ของโครงการรถไฟไทย-จีน โดยเบี้องต้นทางจีนต้องการให้ชำระเงินคืนเป็นสกุลดอลล่าร์ เนื่องจากเงินบาทมีค่าเงินที่แกว่งตัวและขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่ด้านตะวันออกในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) นั้นมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมากซึ่งจะไม่มีการยกเลิกแน่นอน เริ่มตั้งแต่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท ขณะนี้เริ่มวางแผนก่อสร้างแล้วใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี โครงการที่อยู่ระหว่างรอลงนามสัญญา มีทั้ง เมืองการบินอู่ตะเภาและท่าเรืออู่ตะเภา 2 แสนล้านบาท โครงการท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 8.4 หมื่นล้านบาท และโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า ขณะที่ฝั่งเขตเศรษฐกิจภาคตะวันตก(WEC) ขณะนี้กระทรวงเร่งผลักดันแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท เป็นเส้นทางเชื่อมเศรษฐกิจไทย-เมียนมา ระหว่างชายแดนไทยและเขตเศรษฐกิจทวาย ซึ่งมีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่สามารถเชื่อมการขนส่งสินค้ากับมหาสมุทรอินเดียและกลุ่มประเทศ BIMSTEC ส่วนด้านการเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกและตะวันตกของภูมิภาค หรือ East &amp;ndash; West Economic Corridor (EWEC) สามารถเชื่อมต่อไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน ตอนใต้จึง ขณะนี้ประเทศไทยได้พัฒนาถนน 4 ช่องจราจรเพื่อสนับสนุนการขนส่งเส้นทางดังกล่าวผ่านประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนารถไฟทางคู่ EWEC ระหว่างอ.แม่สอด จ.ตากไปจนถึงชายแดน จ.มุกดาหารเพื่อเชื่อมต่อการค้ากับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง(GMS)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, ฮับขนส่งอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
