<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่า วางแผนดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยนาวีของอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลการพัฒนาพาณิชยนาวีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 มีนโยบายที่จะปรับปรุงแนวทางมาตรการในการพัฒนาพาณิชยนาวีให้สอดรับกับบริบทในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการด้านพาณิชยนาวีที่จะช่วยสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้ดำเนินการผลักดันมาตรการและแนวทางการพัฒนากิจการพาณิชยนาวีไทยอื่น ๆ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยได้จัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการยกระดับศักยภาพกองเรือพาณิชย์ไทยเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยนาวีของอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อการเพิ่มอัตราการเติบโตของระวางบรรทุกของกองเรือพาณิชย์ไทย เพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าของประเทศไทยโดยเรือไทย ซึ่งจะช่วยส่งผลให้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของเรือไทยในระดับโลกเพิ่มขึ้น รวมไปถึง การจ้างแรงงานบุคลากรด้านพาณิชยนาวีเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ได้ประสานกับผู้ประกอบการพาณิชยนาวี ซึ่งประกอบด้วย กิจการขนส่งทางทะเล กิจการท่าเรือ กิจการอู่เรือ กิจการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชยนาวี และกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบรวมไปถึงกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ เพื่อติดตามข้อมูล ข้อเท็จจริง ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ สำหรับประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการพัฒนาส่งเสริมพาณิชยนาวีและกิจการเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ โดยประเด็นปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าได้มอบให้หน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขให้มีผลในทางปฏิบัติแล้ว ซึ่งมีการติดตามรายงานผลการดำเนินการเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวต่อว่าได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการเข้าร่วม การประชุมในเวทีต่าง ๆ เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนาพาณิชยนาวีและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา การแก้ไขปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ปัญหาค่าระวางสูง ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม การอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายลำของอาเซียนของคณะอนุกรรมการ การขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพาณิชยนาวี มีลักษณะเป็นระบบประกอบด้วยกิจการที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันจำนวนมาก การที่จะทำให้กิจการต่าง ๆ เหล่านั้น มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การส่งเสริมพัฒนากิจการพาณิชยนาวีต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในการส่งเสริมพาณิชยนาวีและส่งเสริมให้มีการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางน้ำเพื่อลดต้นทุนการขนส่งโลจิสติกส์สนับสนุนการส่งออกและนำเข้า ซึ่งสอดรับกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ไทยมีกองเรือพาณิชย์นาวีที่สามารถขนส่งผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยออกไปสู่ตลาดโลก จะช่วยลดต้นทุนของสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115001</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, พาณิชยนาวี, ฮับอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61190cb4bede9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.โชว์ผลงานขับเคลื่อนกลุ่มเอส-เคิร์ฟคืบลุยสร้างไทยเป็นฮับระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 สศอ. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญตามกรอบนโยบายในแต่ละด้านทั้งในระดับมหภาคและรายสาขา โดยด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ (เอส-เคิร์ฟ)&amp;nbsp;ยานยนต์สมัยใหม่&amp;nbsp;สศอ.&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของของในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบเสรี ฉบับที่ 2 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เกิดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหรือขายในประเทศ และฉบับที่ 4 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สำหรับอุตสาหกรรมอนาคต (นิว เอส-เคิร์ฟ)&amp;nbsp;สศอ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ&amp;nbsp;คืบหน้าตามลำดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการต่าง ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามโรดแมปที่จะให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภูมิภาคอาเซียนในส่วนของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะได้จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2570) เพื่อสร้างและพัฒนาอีโค ซิสเต็มให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในอาเซียน&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในปี 64 และสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;สศอ. อยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565 - 2570) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการผลิตที่สูงขึ้น เพิ่มความสะดวกให้แก่เกษตรกรผู้ใช้งาน รวมถึงลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทั้ง 2 แผนปฏิบัติการอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม. ภายในปีนี้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดการเชื่อมโยงขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ สศอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพจัดทำแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.8%&amp;nbsp;และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มขึ้น 1.0%&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณ 2565 ได้จัดส่งคำของบประมาณให้สำนักงบประมาณพิจารณาในกรอบวงเงิน 873.0646&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พรบ. ในปลายเดือนพ.ค. 64 นี้&amp;rdquo;นายทองชัย&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104253</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.), อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ฮับอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae06358969b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
