<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านเลือก ปธน.คนใหม่ ประธานศาลหัวอนุรักษนิยมสุดขั้วจ่อชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิหร่านเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อวันศุกร์ &amp;quot;อิบราฮิม ไรซี&amp;quot; ประธานศาลสูงสุดและนักการศาสนาหัวอนุรักษนิยมสุดขั้วที่โดนสหรัฐคว่ำบาตรจากการปราบปรามฝ่ายค้าน มีแนวโน้มสูงจะชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี หลังจากคู่แข่งสำคัญโดนตัดสิทธิ์ระนาวเหลือผู้สมัครแค่ 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิบราฮิม ไรซี ตัวเก็งที่จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่าน หย่อนบัตรเลือกตั้งที่มัสยิดแห่งหนึ่งทางใต้ของกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 (Photo by Meghdad Madadi ATPImages/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีคนใหม่ซึ่งจะเป็นคนที่ 8 ของอิหร่าน จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่อจากประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ผู้นำสายกลางซึ่งดำรงตำแหน่งครบ 2 เทอม โรฮานีนำอิหร่านทำความตกลงนิวเคลียร์กับ 6 ชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2558 ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำสหรัฐถอนตัวแล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อปี 2561 นักวิเคราะห์หลายคนมองการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นประชามติต่อการรับมือวิกฤติต่างๆ ของพวกผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน กล่าวว่า ท่ามกลางการคาดเดาว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิครั้งนี้จะต่ำเป็นประวัติการณ์ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดวัย 81 ปีที่มาลงคะแนนเป็นคนแรก กล่าวปลุกเร้าให้ชาวอิหร่านออกมาใช้สิทธิให้มาก &amp;quot;ทุกคะแนนสำคัญ มาลงคะแนนและเลือกประธานาธิบดีของพวกคุณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเริ่มเวลา 07.00 น. และปิดหีบเวลาเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 60 ล้านคนจากประชากรมากกว่า 80 ล้านคน แต่ช่วงครึ่งวันแรก จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิบางตา และมีสัญญาณว่าอาจมีคนใช้สิทธิน้อยกว่าการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในปีที่แล้ว ซึ่งมีเพียง 43% และจะเป็นสถิติต่ำที่สุดนับแต่ปฏิวัติอิสลามปี 2521&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอิหร่านขาดความกระตือรือร้นกับการเลือกประธานาธิบดีครั้งนี้หลังจากการผู้สมัครที่พอมีภาษีดีหลายคนโดนตัดสิทธิ์เพื่อเอื้อต่อฝ่ายอนุรักษนิยมสุดขั้ว ผู้สมัครเกือบ 600 คนต้องผ่านการอนุมัติจากสภาผู้พิทักษ์ที่ประกอบด้วยนักการศาสนาและตุลาการรวม 12 คน แต่ผู้สมัครคนสำคัญหลายคนโดนตัดสิทธิ์ รวมถึงอดีตประธานสภาล่าง อาลี ลาริจานี และอดีตประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มาดีเนญาด สุดท้ายเหลือผู้สมัครมีสิทธิเพียง 7 คน แต่เพียง 2 วันก่อนวันเลือกตั้ง ผู้สมัครถูกตัดออกอีก 3 คน จึงเหลือเพียง 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มฝ่ายค้านและฝ่ายต่อต้านรัฐบางคนในต่างแดนเรียกร้องชาวอิหร่านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ที่พวกเขาระบุว่า ปูทางไว้สำหรับชัยชนะของไรซี ประธานศาลสูงสุดวัย 60 ปี เพื่อให้อิหร่านอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายอนุรักษนิยมสุดขั้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าผลคะแนนจะประกาศได้ช่วงเที่ยงวันเสาร์ของอิหร่าน หากไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด จะต้องมีการเลือกตั้งชี้ขาดใน 1 สัปดาห์ต่อมา แต่หากไรซีชนะอย่างที่คาดการณ์กัน เขาจะเป็นประธานาธิบดีอิหร่านคนแรกในยุคสมัยใหม่ที่โดนคว่ำบาตรตั้งแต่ยังไม่รับตำแหน่ง และคาดว่าจะยังเป็นเช่นนั้นต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการศาสนาชีอะห์หัวเคร่งรายนี้ได้รับการแต่งตั้งจากคาเมนีให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลยุติธรรมของอิหร่านเมื่อปี 2562 ไม่กี่เดือนหลังรับตำแหน่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเขาด้วยข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการประหารนักโทษการเมืองฝ่ายซ้ายจำนวนมากเมื่อปี 2531 เมื่อครั้งยังเป็นรองอัยการสูงสุดแห่งศาลปฏิวัติในกรุงเตหะราน และมีส่วนร่วมกับปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบเมื่อปี 2552 ไรซีปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านกล่าวกันว่า หากไรซีชนะ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อความพยายามรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์และการผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันและการเงินของอิหร่าน เนื่องจากบรรดานักการศาสนาในคณะปกครองของอิหร่านนั้นตระหนักดีว่าอนาคตทางการเมืองของพวกเขาขึ้นอยู่กับการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลสูงสุดของอิหร่าน, ประธานาธิบดีอิหร่าน, หัวอนุรักษนิยมสุดขั้ว, อิบราฮิม ไรซี, อิหร่านเลือกตั้งประธานาธิบดี, ฮัสซัน โรฮานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc912415e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 23:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 23:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านประกาศ&#039;ชัยชนะ&#039;เหนือสหรัฐ หลังคณะมนตรีฯไม่บ้าจี้ฟื้นคว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายหลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลทรัมป์เพื่อให้กลับไปคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งกรณีโครงการนิวเคลียร์ที่สหรัฐถอนตัวจากความตกลงนี้ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธที่ 24 กันยายนว่า ประเทศอิหร่านบรรลุความสำเร็จทางการทูต, ทางกฎหมาย และทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สหประชาชาติ &amp;quot;เหตุผลสำหรับชัยชนะครั้งนี้เกิดได้จากความสนับสนุนและการต้านทานของประชาชนเท่านั้น ความยิ่งใหญ่ของอเมริกาพังทลายลง (แบบเดียวกับ) ความเป็นจ้าวโลกที่พวกเขาคิดว่าตนเองมี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ที่ผ่อนคลายการคว่ำบาตรของอิหร่าน แลกเปลี่ยนกับการรับประกันภายใต้การตรวจพิสูจน์ของยูเอ็นว่าอิหร่านไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากถอนตัวจากความตกลงซึ่งมหาอำนาจ 6 ชาติลงนามไว้กับอิหร่าน สหรัฐก็รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้สหรัฐ นับแต่เดือนพฤษภาคม 2562 อิหร่านก็ค่อยๆ ลดการปฏิบัติตามพันธสัญญานิวเคลียร์ปี 2558 ฉบับนี้ แต่ยังอ้างว่าการดำเนินการของพวกเขาเป็นไปตามความตกลงดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าแผนปฏิบัติการครอบคลุมร่วม (JCPOA) ขณะที่สหรัฐมองว่าเป็นการละเมิดความตกลงฉบับนี้ และพยายามกดดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐยืนกรานว่าสหรัฐยังคงมีส่วนร่วมใน JCPOA แม้จะถอนตัวออกมาแล้ว แต่เหตุผลนี้โดนสมาชิกทุกประเทศในคณะมนตรีฯ ปัดตกไปเมื่อว้นอังคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78431</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, คว่ำบาตรอิหร่าน, อิหร่านประกาศชัยชนะ, ฮัสซัน โรฮานี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f144ecb8aa59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านพบบ่อน้ำมันแห่งใหม่ คาดปริมาณ 53,000 ล้านบาร์เรล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านประกาศข่าวการค้นพบบ่อน้ำมันแห่งใหม่ของประเทศ คาดมีน้ำมันดิบ 5.3 หมื่นล้านบาร์เรล เพิ่มปริมาณน้ำมับดิบสำรองมากกว่า 1 ใน 3 จากที่มีอยู่ราว 1.57 แสนล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี กล่าวปราศรัยต่อฝูงชนในเมืองยาซิดเมื่อวันอาทิตย์ / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ประกาศข่าวนี้ระหว่างกล่าวปราศรัยที่เมืองยาซิดวันเดียวกันนี้ ว่าบ่อน้ำมันแห่งใหม่ที่เพิ่งค้นพบนี้มีขนาดกว้างใหญ่ราว 2,400 ตารางกิโลเมตร มีความลึก 80 เมตร กินพื้นที่เกือบ 200 กิโลเมตรจากชายแดนอิรักในจังหวัดคูเซสถานทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจนถึงเมืองโอมิดิเยห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณน้ำมันดิบที่พบใหม่นี้คาดว่ามี 53,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบสำรองของอิหร่านราว 34% จากที่ประเมินว่ามีประมาณ 155,600 ล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือของขวัญชิ้นเล็กๆ จากรัฐบาลที่มอบให้แก่ประชาชนอิหร่าน&amp;quot; โรฮานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) โดยมีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีปริมาณก๊าซสำรองมากเป็นอันดับ 2 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2558 รัฐบาลสหรัฐก็รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านโดยฝ่ายเดียวและจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวว่า รายได้จากการขายน้ำมันของอิหร่านจะเพิ่มขึ้น 32,000 ล้านดอลลาร์ หากอัตราการสูบน้ำมันจากแหล่งนี้เพิ่มขึ้นแค่ 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกำลังบอกต่อทำเนียบขาวว่า ในช่วงยามที่คุณคว่ำบาตรการขายน้ำมันอิหร่าน คนงานและวิศวกรของประเทศนี้สามารถค้นพบน้ำมัน 53,000 ล้านบาร์เรล&amp;quot; สำนักข่าวฟาร์ส กึ่งทางการอิหร่าน อ้างคำกล่าวของโรฮานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอพีกล่าวว่า บ่อน้ำมันแห่งใหม่นี้จะเป็นบ่อน้ำมันขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอิหร่าน รองจากบ่อน้ำมันที่อาห์วาซ ซึ่งมีน้ำมันดิบ 65,000 ล้านบาร์เรล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49973</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันดิบ, พบบ่อน้ำมัน, อิหร่าน, ฮัสซัน โรฮานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc81688874e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำอิหร่านประณามต่างชาติเพิ่มกำลังพลในภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านประณามการวางกำลังทหารของต่างชาติในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียว่าเป็นตัวสร้างปัญหาและทำให้ภูมิภาคนี้ไม่ปลอดภัย เตรียมเสนอแผนสันติภาพต่อยูเอ็น ขณะนายทหารโวอิหร่านจะตามไล่ล่าผู้รุกรานหากกล้าโจมตี หลังจากสหรัฐประกาศส่งทหารมาประจำการที่ซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (กลาง) กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามเนื่องในสัปดาห์แห่งวันครบรอบการเปิดสงครามอิรัก-อิหร่าน ปี 2523-2531 ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562 / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ของอิหร่านจากพิธีสวนสนามประจำปีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 ว่ากองกำลังต่างชาติสามารถสร้างปัญหาและทำให้ประชาชนชาวอิหร่านและภูมิภาคนี้ไม่ปลอดภัย ในอดีตที่ผ่านมาการวางกำลังทหารของต่างชาติในภูมิภาคอ่าวคือหายนะ ชาติมหาอำนาจอื่นจึงไม่ควรเข้ามาในภูมิภาคนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพวกเขาจริงใจ พวกเขาก็ไม่ควรทำให้ภูมิภาคของเราเป็นแหล่งแข่งขันอาวุธ&amp;quot; โรฮานีกล่าว และว่า การคงอยู่ของทหารต่างชาติมักสร้างความเจ็บปวดและความทุกข์แก่ภูมิภาคนี้ ยิ่งต่างชาติอยู่ไกลจากภูมิภาคนี้และประเทศในภูมิภาคนี้มากเท่าใด ความปลอดภัยของภูมิภาคเราก็จะมากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลอิหร่านจะนำเสนอแผนสันติภาพต่อสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติภายในไม่กี่วันข้างหน้า แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด เพียงบอกว่าสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือกันของหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าผู้นำอิหร่านจะเดินทางไปนิวยอร์กวันจันทร์นี้ ล่วงหน้าการเปิดประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นในวันอังคาร โดยโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตร เดินทางไปถึงนิวยอร์กก่อนแล้วเมื่อสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและชาติพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคนี้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นภายหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและบ่อน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 14 กันยายน สหรัฐและซาอุดีอาระเบียไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของกบฏฮูตีในเยเมนที่อิหร่านหนุนหลัง ว่าพวกเขาใช้โดรนหลายลำในการโจมตี โดยสหรัฐอ้างหลักฐานยืนยันว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ส่วนซาอุดีอาระเบียกำลังรอผลการสอบสวนแม้จะกล่าวเป็นนัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีที่ก่อให้เกิดระเบิดหลายระลอกและไฟไหม้ กระทบต่อกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งทะยาน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปรยถึงการใช้กำลังทางทหารตอบโต้ โดยทวีตว่าสหรัฐได้ &amp;quot;บรรจุกระสุนและล็อกเป้าแล้ว&amp;quot; แต่ต่อมาทรัมป์ผ่อนคลายท่าทีและส่งสัญญาณว่าเขาไม่มีแผนจะตอบโต้ทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ประกาศเพิ่มการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม โดยพุ่งเป้าที่ธนาคารกลางของอิหร่าน ซึ่งเดิมถูกคว่ำบาตรอยู่แล้ว, กองทุนพัฒนาแห่งชาติอิหร่าน ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และบริษัท 1 แห่งที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ใช้ปกปิดการทำธุรกรรมสำหรับการจัดซื้อของกองทัพอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยังได้ประกาศว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติแผนส่งทหารอเมริกันไปเสริมกำลังในซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม ตามคำร้องขอของซาอุดีอาระเบีย แต่เขาย้ำว่า กำลังพลอเมริกันจะปฏิบัติหน้าที่ในเชิงป้องกัน และเน้นด้านการป้องกันภัยทางอากาศและมิสไซล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ พลตรีฮุสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน กล่าวผ่านโทรทัศน์อิหร่าน เตือนผู้รุกรานให้ระวังว่า อิหร่านจะตามไล่ล่าและทำลายล้างผู้รุกราน หากคิดโจมตีอิหร่าน ถึงแม้จะเป็นการโจมตีอย่างจำกัดก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, ทหารต่างชาติ, สหรัฐเพิ่มกำลังพล, อิหร่าน, ฮัสซัน โรฮานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d8781e122de7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำอิหร่านยันไม่คิดทำสงคราม &#039;ทรัมป์&#039; โวรบจริงไม่ยืดเยื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ยืนยันว่าประเทศของเขาไม่ต้องการทำสงครามกับสหรัฐ ภายหลังรัฐบาลสหรัฐประกาศแซงก์ชัน &amp;quot;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี&amp;quot; ผู้นำสูงสุดของเตหะราน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โวสงครามกับอิหร่านจะไม่ยืดเยื้อและไม่ต้องส่งทหารบุกภาคพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (ขวา) และรองประธานาธิบดีคนที่หนึ่ง เอชัค จาฮันกิรี ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 / AFP / Iranian Presidency&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านรายงานอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี&amp;nbsp; เมื่อวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 ว่าอิหร่านไม่มีความสนใจจะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ และไม่เคยต้องการทำสงครามกับประเทศไหนรวมถึงสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวคำพูดเหล่านี้ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง&amp;nbsp; ของฝรั่งเศส โดยผู้นำอิหร่านยืนยันว่า อิหร่านยึดมั่นกับสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วอิหร่านยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐตกในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์&amp;nbsp; ทรัมป์ สั่งการให้กองทัพโจมตีทางทหารตอบโต้อิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่ทรัมป์เปลี่ยนใจก่อนเริ่มปฏิบัติการเพียงไม่กี่นาที อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทรัมป์ประกาศคว่ำบาตรอยาตุลเลาะห์ อาลี&amp;nbsp; คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ประกาศต่อหน้าฝูงชนในกรุงเตหะรานเมื่อวันพุธว่า อิหร่านไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของสหรัฐและการดูถูกสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโรฮานีกล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ และว่าหากสหรัฐคงความตกลงนิวเคลียร์ไว้ &amp;quot;เราก็จะได้เห็นพัฒนาการเชิงบวกในภูมิภาคนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านประกาศจะระงับการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา 2 ข้อที่ให้ไว้ในความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว อิหร่านกำหนดกรอบเวลา 2&amp;nbsp; เดือนให้มหาอำนาจอีก 5 ชาติที่เหลือในข้อตกลงนี้หามาตรการช่วยให้อิหร่านรอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร อาลี ชัมคานี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านโดนบีบให้ต้องลดทอนคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในความตกลงฉบับนี้เพิ่มเติมอีก เริ่มแต่วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp; หลังจากก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศจะยุติการจำกัดสต็อกของยูเรเนียมเสริมคุณภาพและน้ำมวลหนักที่กำหนดไว้ในความตกลงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐว่ากำลังทำสงครามทางเศรษฐกิจผ่านการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งก้าวถึงขีดสุดเมื่อเดือนที่แล้วเมื่อสหรัฐห้ามทุกประเทศซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ก่อนที่จะลามถึงการคว่ำบาตรคาเมนีในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์บิสิเนสเน็ตเวิร์กเมื่อวันพุธว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะจบลงอย่างรวดเร็ว และสหรัฐไม่ต้องส่งกำลังทหารบุกทางภาคพื้นดินด้วย ถึงแม้ทรัมป์จะย้ำว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมหวังว่าเราจะไม่ต้องทำ (สงคราม) แต่เราอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งมากหากมีบางอย่างเกิดขึ้น&amp;quot; ทรัมป์คุย &amp;quot;ผมไม่ได้พูดถึงทหารภาคพื้นดิน ผมแค่บอกว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะไม่ยืดเยื้อ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39561</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงคราม, สหรัฐ, อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี, อิหร่าน, ฮัสซัน โรฮานี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d13889cef790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินโซ อาเบะ&#039; เยือนเตหะราน หวังลดตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นเดินทางถึงกรุงเตหะรานแล้วเมื่อวันพุธ เพื่อปฏิบัติภารกิจใหญ่ทางการทูต หวังลดความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นยืนกรานอาเบะไม่ได้มีหน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือส่งสารจากวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (ซ้าย) และนายกฯ ชินโซ อาเบะ เดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ที่พระราชวังซาดาบัด ในกรุงเตหะราน วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า อาเบะเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 41 ปีที่เดินทางเยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ ภาพข่าวโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่ภาพที่เขาเดินทางมาถึงสนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะรานเมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศ โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ ของอิหร่านให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นซาริฟได้ปิดห้องประชุมเจรจากับทาโร โคโน รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นที่เดินทางมาเตหะรานล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่านายกฯ อาเบะน่าจะเดินทางไปพบเจรจากับประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ทันทีในวันเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าพบอยาตุลเลาะห์ อาบี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านช่วงเช้าวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนหน้าการมาเยือนของอาเบะว่า ทั้งพวกผู้นำและประชาชนอิหร่านต่างเห็นตรงกันว่า &amp;quot;ผู้ร้ายตัวหลักคืออเมริกา ไม่มีใครสงสัยเรื่องนี้สักคน&amp;quot; การกดดันของสหรัฐมาถึงขีดสุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่อิหร่านลงนามไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจ หลังจากนั้นทรัมป์ได้รื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านโดยลำพังชาติเดียว และบีบให้ญี่ปุ่นหยุดซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ทรัมป์ยังเสริมสร้างกำลังทางทหารในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนออกเดินทางอาเบะกล่าวว่า ท่ามกลางความกังวลต่อความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นในตะวันออกกลางและความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศต่อประเด็นนี้ ญี่ปุ่นปรารถนาจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ด้วยเหตุที่ญี่ปุ่นและอิหร่านมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรต่อกันมายาวนาน เขาอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมากับประธานาธิบดีโรฮานี และคาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นหลายคนกล่าวว่า อาเบะจะไม่นำเสนอรายการความต้องการหรือส่งข้อความจากสหรัฐต่ออิหร่าน แต่เขาต้องการแสดงบทบาทในฐานะสื่อกลางที่เป็นกลางและหวังจะลดอุณหภูมิที่ร้อนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า เมื่อวันอังคารอาเบะได้หารือผ่านทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับ &amp;quot;สถานการณ์ในอิหร่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐเพิ่งเดินทางเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว และแสดงความเห็นด้วยที่อาเบะจะเดินทางเยือนอิหร่านเพื่อทำหน้าที่สื่อกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อีกคนกล่าวว่า อาเบะไม่ได้ไปเตหะรานเพื่อทำหน้าที่เจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ แต่วัตถุประสงค์สำคัญอันดับแรกของเขาคือ &amp;quot;ผ่อนคลายความตึงเครียด&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, สหรัฐ, ฮัสซัน โรฮานี, เยือนอิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d01112a7d000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านตอกสหรัฐ &#039;ผู้นำก่อการร้ายโลก&#039; ตอบโต้ขึ้นบัญชีดำกองทัพปฏิวัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านแถลงเมื่อวันอังคาร ตอบโต้ที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำกองทัพอิหร่านเป็น &amp;quot;องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ&amp;quot; ระบุสหรัฐนั่นแหละคือ &amp;quot;ผู้นำลัทธิก่อการร้ายโลก&amp;quot; ตัวจริง และยังให้ที่หลบซ่อนแก่หัวหน้ากลุ่มไอเอสเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี กล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562&amp;nbsp; / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สหรัฐบรรจุชื่อหน่วยงานของรัฐบาลต่างชาติไว้ในรายชื่อองค์กรก่อการร้าย จากเดิมที่เป็นการขึ้นบัญชีกลุ่มนักรบและองค์กรที่ไม่เป็นทางการ การขึ้นบัญชีก่อการร้ายนี้ หมายความว่าผู้ที่ทำธุรกิจกับไออาร์จีซีอาจถูกจำคุกหรือลงโทษตามกฎหมายสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ว่า การดำเนินการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของสหรัฐครั้งนี้เป็นการตระหนักความจริงที่ว่า อิหร่านมิเพียงเป็นรัฐที่สนับสนุนลัทธิก่อการร้ายเท่านั้น แต่ไออาร์จีซียังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในด้านการให้เงินสนับสนุนและส่งเสริมลัทธิก่อการร้าย ในฐานะเครื่องมือของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการของสหรัฐครั้งนี้เป็นความพยายามล่าสุดในการบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลอิหร่าน เพิ่มเติมจากการตัดสินใจถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ เพื่อยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแลกกับที่อิหร่านยอมจำกัดเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของตนและยอมให้ภายนอกกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด รัฐบาลทรัมป์อ้างเหตุผลโต้แย้งว่า รัฐบาลอิหร่านไม่น่าไว้วางใจ และควรต้องถูก &amp;quot;กดดันให้มากที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังคำประกาศเมื่อวันจันทร์ เตือนธนาคารและธุรกิจทั่วโลก ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา หากดำเนินธุรกิจกับกองทัพอิหร่านนับแต่นี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐสภาอิหร่านเอาคืนสหรัฐทันควันในวันเดียวกัน โดยผ่านกฎหมายด่วนขึ้นบัญชีดำทหารอเมริกันเป็นผู้ก่อการร้าย .oแบบเดียวกับที่อิหร่านขึ้นบัญชีดำกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส/ไอซิส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอังคาร ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวในพิธีฉลองวันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน ปกป้องกองทัพอิหร่านว่าคือกองกำลังที่ต่อสู้กับลัทธิก่อการร้ายมาตั้งแต่เริ่มสถาปนากองทัพเมื่อปี 2522 เขายังกล่าวหากองทัพสหรัฐกลับด้วยว่า มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายหรือพฤติการณ์ก่อการร้ายไม่โดยตรงก็โดยอ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณต้องการใช้กลุ่มก่อการร้ายเป็นเครื่องมือต่อต้านประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ พวกคุณนั่นแหละคือผู้นำลัทธิก่อการร้ายโลก&amp;quot; โรฮานีกล่าว และตั้งคำถามต่อว่า ชาติใดกันที่เผยแพร่และกระตุ้นลัทธิก่อการร้ายในโลกทุกวันนี้ ใครที่ต้องการใช้พวกไอซิสเป็นเครื่องมือ &amp;quot;แม้กระทั่งตอนนี้ อเมริกาก็กำลังให้ที่ซ่อนแก่พวกผู้นำไอซิส แม้แต่ตอนนี้พวกเขาไม่พร้อมที่จะบอกรัฐบาลในภูมิภาคนี้ว่าพวกหัวหน้าไอซิสหลบซ่อนอยู่ที่ใด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม, บัญชีดำก่อการร้าย, สหรัฐ, อิหร่าน, ฮัสซัน โรฮานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cacae2685a0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
