<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจงยิบประเด็นฮั้วประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ชี้แจงตามที่มีประเด็นการกล่าวอ้างของนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน โดยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Mana Nimitmongkol หัวข้อ เรื่อง &amp;ldquo;ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ ชั่วร้ายยิ่งกว่าโกงซึ่งๆ หน้า&amp;rdquo; โดยตั้งข้อสังเกตว่าการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสานมูลค่า 1.28 แสนล้านบาท มีความไม่โปร่งใส อาจมีการล็อคสเปค ฮั้วประมูลอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การเปิดประมูล e-bidding บังหน้า ขณะที่กลไกตรวจสอบปกติในการป้องกันคอร์รัปชันอย่าง ป.ป.ช.และศาลกลับทำอะไรไม่ได้ พร้อมเรียกร้องประชาชนให้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงตามประเด็นข้อกล่าวหา ดังนี้1. กติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวหาว่ากติกาถูกเปลี่ยนก่อนการประมูล การรถไฟฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งสัญญา 6+1 ของซูปเปอร์บอร์ด เป็น 3 สัญญารวมการติดตั้งอาณัติสัญญาณ เหมือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรอบแรก เพราะมีประสบการณ์เปรียบเทียบสัญญาใหญ่รวม SNL ในทางคู่เส้นทางสายชุมทางจิระ กับชุมทางแก่งคอย เป็นโครงการที่มีความสำเร็จเสร็จใกล้เคียงเป้าหมายล่าช้าเพียง 6 เดือน จากปัจจัยภายนอก เช่น การเวนคืน และการปรับแบบสถานีบ้านไผ่ที่มีชาวบ้านเรียกร้องมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางคู่เฟส 1 ทั้ง 3 สายทาง แบ่งแยก SNL &amp;nbsp;ปัจจุบันพบว่า กำหนดแล้วเสร็จของโครงการจะล่าช้าออกไปมากกว่า 2 ปี เพราะมีความล่าช้าตั้งแต่การประกวดราคา inter bid ของงานระบบอาณัติสัญญาณ และการประสานการทำงาน การส่งต่อข้อมูล การมอบพื้นที่ ระหว่างงานโยธากับ SNL จึงเป็นประสบการณ์ว่าการแบ่งสัญญาใหญ่รวม SNL มีผลกับความสำเร็จในการดำเนินงานมากกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะเกิดการแข่งขันราคาได้อย่างสมบูรณ์ ยิ่งด้วยสถานการณ์ที่ค่าวัสดุเหล็กปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในการประกวดราคาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แบ่งเค้ก &amp;ndash; ฮั้วราคา หรือไม่? การกล่าวหาว่ามีการแบ่งเค้ก และฮั้วราคา เป็นเรื่องของการคาดเดาและเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผู้กล่าวหา ในส่วนของการรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบขอบเขตของการรถไฟฯ เรามีการตรวจสอบการมีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ยื่นข้อเสนออย่างครบถ้วน ในส่วนของการยื่น ไม่ยื่น หรือยื่นอย่างไรของผู้ประกอบการเราไม่รู้ได้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนของการประกวดราคา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัดแล้ว ซึ่งระบบการประกวดราคาแบบ e-Bidding เป็นระบบที่ได้พัฒนารูปแบบจากการประกวดราคาด้วยวิธีการยื่นซอง เป็นการประกวดราคาแบบ e-Auction จนกระทั่งเป็นการประกวดราคาแบบ e-Bidding &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในปัจจุบันของทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กลุ่มผูกขาด ไม่เชิญต่างชาติเข้าแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟฯ ดำเนินการตามนโยบาย Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน เป็นการสนับสนุนการจ้างงานในประเทศไทย จึงกำหนดให้ถ้ามีบริษัทที่ยื่นประมูลเป็นคนไทยสามารถยื่นประมูลได้ แต่หากยื่นเป็นกลุ่มผู้นำกลุ่มต้องเป็นคนไทย อย่างไรก็ตามงานก่อสร้างอุโมงค์ต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เพิ่มการแข่งขันของงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ซึ่งกำหนดให้งานอุโมงค์ผู้ที่จะยื่นประมูลสามารถนำผลงานในไทยหรือใช้ผลงานจากต่างประเทศได้ และหากผู้ร่วมประมูลเป็นต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมกับบริษัทของไทยที่มีผลงานทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว 2 โครงการนี้ การรถไฟฯ ใช้เงินกู้ภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ยังซบเซาคงต้องส่งเสริมและกระตุ้นธุรกิจภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ถูกกฎหมายแต่ขัดใจประชาชน การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด ในช่วงเผยแพร่เอกสารประกวดราคา แบบ ราคากลาง และเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด ได้มีการนำลงในเวบไซต์กรมบัญชีกลาง และการรถไฟฯ ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 พร้อมกับมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ สามารถเข้าดูและโหลดเอกสารได้ อีกทั้ง สามารถให้ความเห็นผ่านช่องทางที่กำหนด จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่วิจารณ์ในตอนนี้ก็สามารถเข้าดู และแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่ช่วงดังกล่าว แล้วผู้กล่าวอ้าง มั่นใจอย่างไร ว่าขัดใจประชาชนไปทั้งหมด ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างรอคอย เฝ้ารอโครงการอย่างจดจ่อ โดยเฉพาะสายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย - เชียงของ ประชาชนรอคอยกันมาหลายสิบปี นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการ &amp;nbsp;ในสายบ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม ก็เช่นเดียวกัน ประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการเกิดขึ้นของโครงการทางรถไฟในเส้นทางสายนี้ที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. อย่าปล่อยตามยถากรรม &amp;nbsp;การรถไฟฯ รับหน้าที่จากรัฐบาลให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทางนี้ ให้ลุล่วงตามเป้าหมายและแผนงานที่วางไว้ หากจะมองแต่เรื่องการประมูลงานอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองความสำเร็จภาพรวมของงานที่ได้รับมอบหมาย และเป็นไปตามเวลาที่วางไว้เป็นสำคัญอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหา :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นการกล่าวหาดังกล่าว การรถไฟฯ ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการมอบหมายให้ที่ปรึกษาการประกวดราคาตรวจสอบยืนยัน ความเหมาะสมของเงื่อนไข และราคากลางของงาน พบว่า ราคากลาง ราคาค่าก่อสร้างทั้ง งานโยธา/งานทางรถไฟ และอาณัติสัญญาณฯ เฉลี่ย ต่อ กม. ของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาต่อ กม. ต่ำกว่าโครงการทางคู่ที่ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้ทุกสาย และยังพบว่า ราคาค่าก่อสร้างอุโมงค์ ต่อ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ ต่ำกว่างานก่อสร้างอุโมงค์ ช่วงมาบกะเบาในทางคู่ ระยะที่ 1 ของสายตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งๆ ที่สภาพพื้นดินสายเด่นชัยฯ เป็นชั้นหินผุ ซึ่งทำงานยากกว่า จึงพิสูจน์ได้ว่าราคากลางของโครงการทางคู่สายเด่นชัย &amp;ndash; เชียงราย &amp;ndash; เชียงของ และทางคู่สาย บ้านไผ่ - มุกดาหาร &amp;ndash; นครพนม มีราคาที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับทางราชการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106313</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ชี้แจง, รถไฟทางคู่, สายเหนือ-อีสาน, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbc77972aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039;เปิดหลักฐานใหม่สู้คดีปปช. แฉฮั้วประมูลชัด-บ.คู่แข่งเอเยนต์เก๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงมหาดไทย แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดสมัยที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ฐานละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณ ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน วงเงิน 50,850,000 บาท ที่ทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2556&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายนิพนธ์ย้ำว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการฮั้วประมูล มีผลเป็นโมฆะ และยืนยันว่าตนเองกระทำโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ ไม่ได้มีเจตนาละเว้น หรือกลั่นแกล้งเรียกผลประโยชน์กับบุคคลใด ทั้งนี้ เงินจัดซื้อรถซ่อมบำรุงอเนกประสงค์จำนวนดังกล่าวยังเก็บรักษาอยู่ที่คลังของอบจ.สงขลา ไม่ได้มีเงินแม้แต่บาทเดียว ที่ทำไปเพราะต้องการรักษาประโยชน์ของแผ่นดินโดยแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทำหนังสือไปยังป.ป.ช. เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 63 เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วยวาจา แต่เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 63 ทาง ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือลงนามโดยนายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค9 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ตอบกลับมายังตน โดยระบุว่า ได้ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ ครบถ้วนชัดเจน เพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงด้วยวาจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบของคณะกรรมการ พบว่าการจัดซื้อครั้งนี้มีการสมยอม เนื่องจากมีการขยายเวลาซื้อแบบการประกวดราคาจากวันที่ 20-24 เม.ย. 56 ต่อมา 25 เม.ย.56 กลับประกาศขยายเวลาถึงวันที่ 3 พ.ค. 56 ตรงนี้ ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุว่าทำไม่ได้ เพราะถ้าจะขยายเวลาจริงๆ ต้องขยายก่อนวันที่ 24 เม.ย. หากขยายหลังวันที่ 24 เม.ย. ถือเป็นการไม่ชอบและต้องประกาศยกเลิก อีกทั้งต้องประกาศให้มีการประกวดราคาใหม่ แต่พบว่าในระยะเวลาที่ขยายดังกล่าวในวันที่ 3 พ.ค. มีบริษัทเข้ามาซื้อแบบ คือ บริษัท เอส พี เค ออโต้เทค จำกัด ซึ่งพบว่าจดทะเบียนก่อนหน้านั้นเพียง 2 วัน ทำให้เห็นได้ว่าการขยายเวลาซื้อแบบมีเพียงบริษัท เอส พี เค ที่ได้รับประโยชน์เพียงบริษัทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังพบว่า บริษัท เอส พี เค ได้อ้างเป็นตัวแทนบริษัทต่างประเทศทั้งที่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย และประเทศสหรัฐอเมริกา จนทำให้เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเข้าร่วมประมูลเป็นคู่แข่งขันหรือคู่เทียบ แต่ความจริงจากการตรวจสอบได้รับเอกสารยืนยันจากหน่วยงานทางการของทั้งสองประเทศยืนยันว่าบริษัทเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง และบริษัท เอส พี เค ไม่ได้เป็นตัวแทนตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการยังตรวจสอบได้รับเอกสารจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ยืนยันว่าบริษัทพลวิศว์ฯ ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทดังกล่าว ดังนั้น จากหลักฐานทั้งหมด บริษัททั้งสองแห่งนี้น่าเชื่อว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและการสมยอมกันในการสู้ราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตรวจพบความเชื่องโยงของกลุ่มบริษัทที่มาร่วมยื่นประมูล เป็นการฮั้วประมูล มีการซื้อตั๋วแลกเงินให้กับบริษัทที่แข่งขันกับตัวเอง ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความผิดปกติแน่นอน และพบด้วยว่ามีเอกสารปลอมอื่นๆ อีก เช่น การปลอมลายเซ็นต์บุคคลที่อ้างเป็นกรรมการบริษัท เอส พี เค&amp;nbsp; ซึ่งประเด็นนี้ทางอบจ. ได้ดำเนินคดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พยานหลักฐานที่ได้มา เป็นหลักฐานใหม่ที่สามารถแสดงให้เห็นว่าการจัดซื้อเมื่อปี 56 เป็นการจัดซื้อที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลา ส่อให้เห็นถึงการสมยอม หนังสือยืนยันจากประเทศออสเตรเลีย กงสุลไทยในออสเตรเลียยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง เมื่อไม่มีคู่เทียบ มีเพียงบริษัทเดียว ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย การจัดซื้อดังกล่าวต้องยกเลิก เพราะถือว่าผิดประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ และขัดต่อพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 ที่สำคัญ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.52 มีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ส่งถึง อบจ.สงขลา โดยมีสาระสำคัญให้ชำระเงินต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ดังนั้น ช่วงบ่ายวันนี้ผมให้ตัวแทนนำเอกสารที่ได้มาใหม่ไปยื่นต่อป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป&amp;rdquo; นายนิพนธ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79528</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, ป.ป.ช., หลักฐานใหม่, อบจ.สงขลา, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7aab1427e0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กติ๊ก&#039;ปัดนายกฯสั่งฮั้วงานสวทช.124ล้าน ยันลูกชายไม่เกี่ยว ขายนมอยู่พิษณุโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 63 - พลเอกปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายปฏิพัทธิ์ จันทร์โอชา บุตรชายคนเล็ก เข้าประมูลงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) งบประมาณ 124 ล้านบาท ว่า บุตรชายตนเองไม่ได้เข้าไปประมูลงานดังกล่าว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้เขาทำธุรกิจแฟรนไชส์ ขายนมสด นมผง ที่จังหวัดพิษณุโลก และจะมีโครงการปลูกผักทำการเกษตร ซึ่งตนจะลงไปกำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการประมูลนี้ ยืนยันว่า ใครจะมาสั่งการไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจระบบ ก็ไม่สามารถเข้าไปประมูล เพราะหน่วยงานเขามีแผนงานและโครงการ จะต้องวิ่งไปซื้อแบบ และต้องมาทำ TOR จากนั้น 4-5 วันจึงจะทำการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใครให้ราคาที่ต่ำกว่าก็จะได้งานไป จากนั้นก็ต้องวางเงิน 5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อประกันโครงการ ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี ไม่สามารถสั่งการอะไรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อเช้าผมได้โทรศัพท์ ไปเรียนให้นายกรัฐมนตรี รับทราบเรียบร้อยแล้ว ว่าลูกชายผมไม่ได้เข้าประมูลโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งนายกฯก็เข้าใจดี&amp;rdquo; พลเอกปรีชา ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77354</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กติ๊ก, บิ๊กตู่, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, สวทช., ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc2555671c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ชี้มูล &#039;อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี&#039; ฮั้วประมูล 15 โครงการ พร้อมฟันวิศวกรโยธา ปมสะพานถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหานางบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด​(อบจ.) ปราจีนบุรี กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างของ อบจ.ปราจีนบุรี จำนวน 15 โครงการ เมื่อปี พ.ศ.2555 วงเงิน 52,522,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่ามีการฮั้วประมูล เรียกรับเงิน 8-9% ของโครงการ และมีการกีดกันขัดขวางบริษัทอื่นที่ไม่ได้ตกลงจะฮั้วประมูล ไม่ให้เข้าซื้อเอกสารประกวดราคา โดย ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของนางบังอร วิลาวัลย์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลความผิดฐานปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 79&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ตกลงร่วมกันในการเสนอราคา จำนวนรวม 19 ราย มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ส่วนการกระทำของนายศิริศักดิ์ พลากุลมณฑล รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี และนายสถิตย์ เนมียะ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีมูลความผิดทางอาญา และการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดและหุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ตกลงร่วมกันในการเสนอราคา จำนวนรวม 19 รายมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังได้พิจารณาเรื่องกล่าวหา นายเชษฐา ปทุมรังสี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่เป็นไปตามแบบ เป็นเหตุให้สะพานพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการดำเนินการก่อสร้างสะพานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมือปี 2553 โดยนายวรพจน์ นุชิต วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบรับรองแบบแปลน แต่พบว่าในการก่อสร้างมีการใช้เชือกลวดเหล็กกล้าแทนลวดเหล็กตีเกลียว ตามรายการที่กำหนดแนบท้ายในสัญญา และมีการปลอมผลทดสอบแรงดึงชิ้นส่วนเหล็กของ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาใช้รับรองวัสดุก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จผ่านไป 5 เดือน สะพานดังกล่าวได้พังถล่มลงมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ นายวรพจน์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 มาตรา 157 และฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานซึ่งเป็น ผู้ควบคุมงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายอนุวัติ วิชัยโย และนายสันติธรรม สีนวนสกุลณี ในฐานะผู้ควบคุมงาน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 162 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา123/1 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ขณะที่คณะกรรมการดำเนินการประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) และคณะกรรมการตรวจการจ้าง มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วน นายเชษฐา ปทุมรังสี มีมูลความผิดเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชนละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ มีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาลหรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 73&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว นายอนุนาท เสือสมิง &amp;nbsp;บิดาของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สะพานถล่ม &amp;nbsp;ได้เข้ามาทวงถามต่อ ป.ป.ช. ในเรื่องการเอาผิดนายกเทศมนตรีตำบลท่าหลวง ที่ไม่ประกาสปิดสะพานหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่าสะพานเอียง จนเมื่อสะพานถล่มทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเห็นว่าควรผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย รวมทั้งได้ถามถึงความคืบหน้าในการเอาผิดกับเจ้าพนักงาน ที่เป็นข้าราชการในฐานะกรรมการตรวจรับงาน &amp;nbsp;ตามมาตรา 157 เพราะจะต้องเป็นคนรับผิดชอบในการไม่ตรวจรับงานให้เป็นไปตามแบบในสัญญาจ้าง จนทำให้สะพานถล่ม ซึ่งกังวลว่าคดีดังกล่าวจะหมดอายุความก่อนที่จะเอาผิดได้ รวมถึงการติดตาม นายวรพจน์ ผู้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวที่หลบหนี และยังติดตามตัวไม่ได้ก่อน โดย ป.ป.ช.ยืนยัน เร่งดำเนินตามกระบวนการของกฎหมาย &amp;nbsp;และต้องมีการสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตต่อหน้าที่, นิวัติไชย เกษมมงคล, รองเลขาธิการ ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), อบจ.ปราจีนบุรี, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec61ff9d7321.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สาวบุก&#039;ปปช.&#039;สอบฮั้วประมูลถนนยางพารา  แฉคนมีสีบุกคุกคามถึงบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ และ น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมี นายธนิต สุวรรณากาศ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีการฮั้วประมูล ล็อกสเปกน้ำยางพารา และโครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ทั่วประเทศ หลังก่อนหน้านี้ได้ไปร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ช่อฉัตร กล่าวว่าการเดินทางมายื่นหนังสือที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ในวันนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าองค์กรแห่งนี้เป็นหน่วยงานที่ปราบปรามการทุจริตโดยตรง โดยทางกลุ่มผู้ประกอบการยางพารา รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างผู้รับเหมาและชาวบ้านเกษตรกร ต้องการนำเรื่องนี้ให้ทาง ป.ป.ช. รับเรื่องราวมาตรวจสอบเพื่อตีแผ่ความเป็นจริงให้กับสังคมรับทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้มีการทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งมีข้าราชการกังฉินบางคนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อพิรุธในการได้มาซึ่งบริษัทผู้จำหน่ายน้ำยางพารา 3 บริษัท เพื่อทำถนนในโครงการถนนยางพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ทั่วประเทศ วงเงินงบประมาณหลายพันล้านบาท ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดใน TOR (Term of Reference &amp;ndash; ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง ประกอบด้วยขอบเขตและรายละเอียดของงาน) แต่กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำการทุจริตก็ไม่มีท่าทีที่จะหยุด และยังเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอ กล่าวว่าโดยเฉพาะคำพูดของหนึ่งในข้าราชการที่ร่วมอยู่ในขบวนการทุจริต ได้มีการพูดเชิงข่มขู่ทำนองว่า ไม่มีใครที่สามารถทำอะไรเขาได้ ซึ่งหากใครคิดที่จะทำอะไรเพื่อล้มเลิกโครงการนี้ ก็ขอให้ดูนามสกุลของเขาด้วยว่า เป็นคนมีบารมีและใหญ่โตในแวดวงการยางพาราขนาดไหน ​ที่ผ่านมามีการบังคับให้ซื้อน้ำยางพาราจากเพียงแค่ 3 บริษัท และหากใครที่ไม่ยอมซื้อน้ำยางจาก 3 บริษัทนี้ ก็จะถูกข่มขู่ว่าจะเอาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าไปตรวจสอบ โดยเวลานี้ทั้งผู้รับเหมา และเกษตรกรชาวสวนยาง ต่างรู้สึกหวาดกลัวและอึดอัดใจมาก เพราะเหมือนชีวิตกำลังถูกบังคับและคุกคามจากกลุ่มคนที่ต้องการเพียงแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้แต่ น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ ก็ยังถูกชายลึกลับ &amp;nbsp;2 คน บุกไปยังบ้านเพื่อข่มขู่ และจะตามหาตัวของ น.ส.สุพัตรา ซึ่งขณะนั้นไม่ได้อยู่บ้าน แต่กล้องวงจรปิด 2 ตัวสามารถจับใบหน้าได้อย่างชัดเจน จนล่าสุดได้มีพลเมืองดีส่งข้อมูล ชื่อ และรูปภาพของผู้ต้องส่งสัยมาให้ผ่าน ตู้ ปณ.57 เมืองฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;ทางผู้เสียหายได้เข้าไปหาข้อมูลจนทำให้ทราบว่า 1 ในบุคคลต้องสงสัยในคลิปคือ ข้าราชการมีสี ระดับยศ. ร้อยตำรวจเอก ทำให้เกิดความหวาดกลัวในความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว จึงเข้าร้องต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เพื่อให้ช่วยดูแลคดี แต่วันนี้เราสองคนตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่แล้วว่า จะเดินหน้าต่อไปเพื่อสู้กับ &amp;ldquo;อำนาจมืด&amp;rdquo; ในแวดวงราชการ และเปิดโปงการทุจริตที่เกิดขึ้นเพื่อให้สังคมได้รับทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธนิต สุวรรณากาศ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. ได้กล่าวว่า &amp;ldquo;สำนักงาน ป.ป.ช. ยินดีรับเรื่องราวดังกล่าว และพร้อมที่จะดำเนินการเร่งตรวจสอบเพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำถนนยางพารา, ปปช., ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d281add8beaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง&#039;ปปช.&#039;ฟันกราวรูด&#039;จนท.รัฐ-เอกชน&#039;47รายเอี่ยวอั้วประมูลรถดูดโคลน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 61 -&amp;nbsp; เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) นำสำนวนคดีฮั้วประมูลการจัดซื้อรถดูดสิ่งปฏิกูลและฉีดล้างท่อระบายน้ำ (รถดูดโคลน) ขององค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ล็อตที่ 2 เพิ่มเติมอีก 8 สำนวน มีข้อมูล 31 แฟ้ม ประมาณ 6 หมื่นแผ่น ส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. ผ่านนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อให้ ป.ป.ช.ทำการไต่สวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวว่า สำหรับ 8 สำนวนที่นำไปส่งมอบในวันนี้เป็นของจังหวัดนนทบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ชลบุรี และระยอง รวม 8 จังหวัด รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 65 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา 40 คน มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด 7 บริษัท ประธานกรรมการบริษัท 7 คน และกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้อง 8 คน โดยสำนวนคดีนี้มีจำนวนมาก และเป็นหลักฐานที่ได้จากการตรวจยึดจากบ้านของผู้ถูกกล่าวหา ส่วนที่เหลืออีก 3 สำนวน เป็นกรณีที่เกิดขึ้นใน 2 จังหวัด ทราบว่าจังหวัดเชียงใหม่จะส่งผู้แทนเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ปปป.ได้ภายในต้นเดือนหน้า ส่วนจังหวัดศรีสะะเกษยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อมอบหมายตัวแทนเข้าร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำนวนที่ส่งมาหลักฐานเป็นไปตามที่สืบสวนสอบสวน ดำเนินการมาอย่างดีที่สุดตามกรอบเวลา 30 วันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาระบุในสำนวนแล้ว แต่การกล่าวหาใครต้องเป็นไปตามกฎหมายอาญา ซึ่งต้องเป็นการไต่สวนตามข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. เชื่อว่าทาง ป.ป.ช.จะเร่งรัดในการตรวจสอบสำนวนทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ เพราะเป็นวาระแห่งชาติ จึงเชื่อว่า ป.ป.ช.จะใช้เวลาไม่นาน&amp;quot;พ.ต.อ.จักร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7991</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อรถดูดโคลน, ปปช., ปปป., พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, รถดูดโคลน, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae2bb4070844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปปป.บุกค้นบ้าน&#039;อดีตนายกเล็ก&#039;สมุทรปราการเอี่ยวฮั้วประมูลจัดซื้อรถดูดโคลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย. 61- &amp;nbsp;พ.ต.อ.ประพันธ์ &amp;nbsp;อยู่เจริญดี &amp;nbsp;ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปช. และ ปปง. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 61/62 หมู่ 3 ซอยอุดมเดช &amp;nbsp;7 ขวา ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ้านของนายประทีป ยั่งยืน อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางเมือง &amp;nbsp;ที่ทางคณะเครือข่ายองค์กรต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐดำเนินการตรวจสอบการฮั้วประมูลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าตรวจสอบล็อต 2 &amp;nbsp;เรื่องขายรถดูดโคลนให้รัฐ เป็นลักษณะบริษัทไม่ผ่านคุณสมบัติตามที่กำหนด และรถไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งในล็อตนี้ มี อปท. ที่ถูกตรวจสอบรวม 10 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรสาคร พิษณุโลก ระยอง ศรีสะเกษ เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี นนทบุรีและสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีรั้วรอบขอบชิด ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในบันทึกภาพระหว่างตรวจสอบเอกสารและรับฟังการสอบสวนแต่อย่างใน ภายในบ้านได้พบนายประทีป ยั่งยืน อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางเมือง นั่งอยู่ด้านในห้องกระจกมีสีหน้าเรียบเฉย โดยมีเพียงตัวแทน ออกมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น &amp;nbsp;ใช้เวลาในการตรวจสอบและบันทึกการสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง กำลังทั้งหมดจึงได้รวบรวมเอกสารและออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ประพันธ์ อยู่เจริญดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในฐานะหัวหน้าชุด กล่าวว่า วันนี้เดินทางเข้าตรวจสอบตามคำสั่งการณ์ของ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.บก.ปปป. ที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบการฮั้วประมูลใน อปท. เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างรถดูดโคลนและรถขนขยะ ซึ่งในส่วนของนายประทีป ยั่งยืน นั้นสมัยดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางเมือง ได้มีโครงการก่อสร้างถนนใหม่และมีการจัดซื้อรถดูดโคลน ซึ่งจากข้อมูลที่ตำรวจมีนั้นพบว่าอาจมีการฮั้วประมูลในการจัดซื้อประมาณ 18 &amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เป็นการเข้าตรวจสอบหาหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อนำไปประกอบสำนวน แต่จากการตรวจสอบเอกสารภายในบ้าน ยังไม่พบว่ามีการทุจริต แต่อย่างไรก็ตามทาง บก.ปปป. มั่นใจในหลักฐานที่มี หลังจากนี้จะดำเนินการสรุปสำนวนก่อนส่งดำเนินคดีตามขั้นตอน เนื่องจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้มอบหมายให้ ท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวแทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษที่ บก.ปปป.ในฐานะผู้เสียหาย ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว&amp;quot;พ.ต.อ.ประพันธ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
พ.ต.อ.ประพันธ์ อยู่เจริญดี &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6924</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อรถดูดโคลน, นายกเทศมนตรีเทศบาล, ประทีป ยั่งยืน, พ.ต.อ.ประพันธ์  อยู่เจริญดี, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb1a814b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
