<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อำลาฮานอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลุงโฮยังอยู่กับชาวเวียดนาม ข้อความใต้ภาพแปลความหมายได้ว่า &amp;ldquo;สร้างชาติกันใหม่ให้ดีและงดงามกว่าเดิม&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มินิบัสกลับออกจากหมู่บ้านตามก๊ก ในเขตจังหวัดนิญบิ่ญ เวลาประมาณ 5 โมงเย็น เวลานี้สามารถมองพระอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า เห็นดวงสีชมพูแกมส้มลอยอยู่เหนือแนวภูเขาหินปูนขอบหยักขึ้นลง สูงๆ ต่ำๆ ตัดกับท้องฟ้าสีออกเทาๆ รถออกมาไกลหลายกิโลกว่าภาพของทิวเขาจะหายไปจากทัศนวิสัย รถของเรามุ่งหน้ากรุงฮานอยที่อยู่ห่างไปราว 100 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงชาวอินเดียผู้มีความมัธยัสถ์เป็นเลิศซึ่งได้นั่งกินข้าวเที่ยงตรงข้ามกับผม อีกทั้งลงเรือแจวลอดถ้ำลำเดียวกัน ตอนนั่งรถกลับฮานอยแกก็ขอให้ผมนั่งติดกับแก คงเป็นความผูกพันพิเศษทางวิถีชีวิตวัฒนธรรมระหว่างไทยกับอินเดีย และอาจเป็นเพราะผมคุ้นกับคนอินเดียอยู่บ้าง พอรู้แนวทางการพูดคุยซึ่งก็คล้ายๆ กับคนไทย คือ ค่อนข้างเปิดเผยและมองคนอายุน้อยกว่าเสมือนว่าเป็นลูกเป็นหลาน โดยเฉพาะเมื่ออยากจะไหว้วานอะไรบางอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกขอให้ผมแชร์สัญญาณมือถือที่เรียกว่าฮอตสปอตเพื่อแกจะได้ใช้แอปโทรไปหาลูกชายที่กรุงนิวเดลี แต่เครื่องของแกไม่สามารถรับสัญญาณจากเครื่องของผมได้แม้พยายามอยู่หลายครั้ง ลุงอินเดียเป็นอดีตข้าราชการ แกและภรรยาวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันหลังจากเกษียณ แกเกษียณอายุเมื่อปีที่แล้วแต่ฝ่ายภรรยาไม่รอท่า เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งก่อนหน้านั้น 1 ปี บัดนี้จึงต้องเที่ยวคนเดียว ลูกชายคอยทำหน้าที่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การพบปะของนักขับรุ่นเยาว์ในบ่ายวันอาทิตย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงอินเดียจะเดินทางต่อไปนครโฮจิมินห์ในวันรุ่งขึ้นแต่ยังไม่มีตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้ทราบราคาจากลูกชายเรียบร้อยแล้ว หากออกคำสั่งไปลูกชายก็จะซื้อให้แล้วส่งตั๋วมาทางอีเมลทันที แกขอให้ผมตรวจสอบราคากรณีเดินไปซื้อจากสำนักงานขายตั๋วของสายการบินหรือเอเยนต์ในกรุงฮานอย ผมทำได้เพียงตรวจสอบราคาออนไลน์ แกบอกว่าถูกกว่าของลูกชาย ผมบอกตำแหน่งของสำนักงานขายตั๋วสองสามแห่งให้เลือก ที่ใกล้กับที่พักของแกมากที่สุดประมาณ 1 กิโลเมตร ผมอธิบายให้แกเข้าใจว่าหากเดินไปซื้อที่สำนักงานมักจะได้ราคาแพงกว่าซื้อออนไลน์ แกว่าไม่ลองก็ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มินิบัสแวะจุดจอดร้านขายของที่ระลึกริมทางราวครึ่งชั่วโมงตามสูตร พวกเรามาถึงกรุงฮานอยราว 1 ทุ่ม รถจอดให้ลงตามจุดต่างๆ ที่ใกล้ที่พักของลูกทัวร์แต่ละคน ผมกล่าวลาลุงอินเดียอย่างรีบๆ ลงจากรถพร้อมกับฝรั่งหนุ่มสาวอเมริกัน 2 คู่ เพราะหันไปเห็นร้านไวน์ที่หมายตาไว้พอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน The Liquor Store &amp;ndash; At the Best Prices บนถนน Hang Ga บริเวณหัวมุมที่ตัดกับถนน Hang Vai ในเขตเมืองเก่า ขายวิสกี้และไวน์ราคาถูกกว่าร้านดิวตี้ฟรีในสนามบิน ค่ำวานนี้ได้ซื้อไวน์ชื่อ Vang Dalat จาก Ladora Winery ไป 1 ขวด คำว่า &amp;ldquo;แวง&amp;rdquo; เป็นคำอ่านออกเสียงของ Vin ในภาษาฝรั่งเศส แปลว่าไวน์ แต่พอเขียนเป็นภาษาเวียดนามก็กลายเป็น Vang ไปเสีย ไวน์ที่ขึ้นชื่อของเวียดนามต้องยกให้ไวน์ที่มาจากพื้นที่สูงตอนกลางของประเทศ โดยเฉพาะจากดาลัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผมซื้อไวน์จากดาลัตอีกขวด คุณภาพดีขึ้นมาหน่อยชื่อว่า Chateau Dalat ปี 2015 องุ่นพันธุ์กาแบร์เนต์โซวินญอง จาก Ladora Winery เช่นเดียวกัน ราคาแค่ 300 บาทเท่านั้น ตอนกลับไปดื่มที่เมืองไทยรู้สึกว่ารสชาติสามารถสู้ไวน์นอกราคาไม่เกินขวดละ 1 พันบาทในตลาดบ้านเราได้สบายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ไวน์สมใจก็เดินกลับที่พัก Mylan Guesthouse อาบน้ำอาบท่าแล้วออกไปเดินเล่นย่านถนนคนเดินสุดสัปดาห์ทางฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบหว่านเกี๋ยม คืนนี้เป็นคืนวันเสาร์ บรรยากาศคึกคักกว่าคืนวานเสียอีก บนเวทีมีการแสดงทางวัฒนธรรมและการบรรเลงดนตรีชุดใหญ่ คนดูวีไอพีในอาภรณ์หรูหรานั่งชมอยู่แถวหน้า ไม่ห่างออกไปในวงลีลาศมีนักเต้นเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานหลายสิบคู่ นอกจากนักเต้นวัยกลางคนแล้วก็ยังเห็นรุ่นหนุ่มสาวร่วมวงอยู่ด้วย คาดว่าเข้าคอร์สเรียนมาอย่างดี คนดูมุงกันเป็นวงกลมใหญ่ ผมเองก็ยืนดูอยู่ด้วยความเพลิดเพลินหลายนาทีจนท้องไส้ฟ้องว่าควรกินมื้อค่ำได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนถนน Gia Ngu ซึ่งเป็นถนนในแนวตะวันออก-ตะวันตกเส้นที่ 3 นับขึ้นไปจากทางทิศเหนือของทะเลสาบหว่านเกี๋ยมมีร้านอาหารชื่อ Vi Saigon เป็นร้านอาหารทะเล เน้นหอยหลากหลายชนิด แต่ผมเข้าไปสั่งกั้งผัดวุ้นเส้นและผัดผักบุ้งกินกับเบียร์ Saigon แบบ Spring Barley เข้ากันดีมาก อาหารอร่อยดีและราคาไม่แพง แต่ผัดผักบุ้งได้กลายเป็นภาระในตอนท้ายๆ เพราะปริมาณมากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้ๆ กันบนถนน Hang Bac ทางทิศเหนือ หลายปีก่อนผมเคยมานั่งดื่มเบียร์เฮย (Bia Hoi) ซึ่งเป็นเบียร์สดแบบฉบับเวียดนามแก้วละประมาณ 10-15 บาทเท่านั้น รสชาติและดีกรีก็ฟ้องอยู่ในราคา ที่ชอบคือบรรยากาศและความเป็นกันเองของหนุ่มสาวชาวเวียดนาม แต่รอบนี้ผมไม่เห็นแถวของร้านเบียเฮย เดินเลยไปย่านถนน Ta Hien พบว่าได้พัฒนาเป็นโซนนิ่งบาร์ทั้งถนน จัดโต๊ะเก้าอี้พลาสติกเตี้ยๆ เต็มหน้าร้านทั้ง 2 ฝั่ง ห้ามรถผ่านเพราะแค่คนเดินก็ยังลำบาก มีกิจการรับฝากมอเตอร์ไซค์ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันอยู่ด้านนอกโซนนิ่ง ผมลองเดินเข้าไปได้ไม่กี่สิบเมตรก็ถอยกลับออกมา คนแน่นเกินไปและวันนี้สิ้นไร้กำลังจะสู้รบตบมือกับความหนุ่มสาวของชาวฮานอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงที่พัก หยิบไวน์ Vang Dalat ขวดขนาด 375 มิลลิลิตรที่ดื่มค้างไว้จากเมื่อคืนออกมาจากตู้เย็นรินใส่แก้วน้ำธรรมดา รสชาติดีขึ้นกว่าเดิมหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง ดื่มไปเก็บกระเป๋าไป พรุ่งนี้ต้องเช็กเอาต์และออกจากกรุงฮานอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเรื่องที่ต้องสารภาพกับท่านผู้อ่าน ตามที่ได้โม้ไว้ว่าการทัวร์ประเทศคอมมิวนิสต์อันประกอบไปด้วยลาว จีน และเวียดนามเที่ยวนี้ผมจะไม่นั่งเครื่องบินเลยตั้งแต่ออกจากเมืองไทยจนกระทั่งกลับ แผนการก่อนนี้วางไว้ว่าจะนั่งรถไฟจากฮานอยลงไปเมืองชายทะเลชื่อ &amp;ldquo;วิญ&amp;rdquo; (Vinh) แล้วล่องใต้ต่อไปเมืองดองฮา (Dong Ha) เพื่อสำรวจจุดปลอดทหาร (DMZ) ในสงครามอินโดจีนระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ จากนั้นนั่งรถบัสเข้า สปป.ลาว พักที่สะหวันนะเขต ลงไปลาวใต้ที่ปากเซ แล้วค่อยข้ามน้ำโขงมาจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อกลับกรุงเทพฯ จากที่นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางก่อนหน้านี้ได้ใช้เวลานานกว่าที่กำหนดไว้ และมีภารกิจที่เมืองไทยแทรกเข้ามาพอดี คำนวณเวลาแล้วกว่าจะถึงกรุงเทพฯ โดยทางบกผมน่าจะใช้เวลาอีกราวๆ 1 สัปดาห์ แต่ภารกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี้จะมีขึ้นในอีก 3 วัน เมื่อคืนวานขณะจิบ &amp;ldquo;แวงดาลัต&amp;rdquo; ก็ได้ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ แผนการพังทลายและหน้าแตกอย่างจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมาผมเช็กเอาต์ตั้งแต่เวลาสายๆ แต่ยังฝากกระเป๋าเอาไว้ ออกไปกินเฝอที่ร้านใกล้ๆ โดยต้องนั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิงชาวเวียดนามคนหนึ่ง มีจานใส่ปาท่องโก๋อยู่ตรงกลางผมก็หยิบมากิน 1 ชิ้น กินเสร็จแล้วเดินไปให้แม่ค้าคิดเงิน ชี้ไปที่จานปาท่องโก๋แล้วบอกว่า &amp;ldquo;1 ชิ้น&amp;rdquo; แม่ค้าคิด 15,000 ดอง ส่วนเฝอไก่ 20,000 ดอง ผู้หญิงที่ร่วมโต๊ะกับผมแสดงอาการขอบอกขอบใจที่ผมเลี้ยงปาท่องโก๋เธอ ความจริงแล้วเธอเป็นคนสั่งปาท่องโก๋มาและกฎกติกาการกินคือจานใครจานมัน ไม่ใช่กินแล้วไปบอกแม่ค้าว่ากินกี่ชิ้นแบบที่เมืองไทย ผมถึงสงสัยว่าตอนที่หยิบมากินทำไมเธอมองแปลกๆ แม้มาเที่ยวเวียดนามหลายครั้งแล้วแต่ผมก็ยังห่างไกลจากความเข้าใจในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอาหารการกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เวทีกลางจัตุรัส Dong Kinh Nghia Thuc ยังว่างในเวลากลางวัน เป็นโอกาสให้สาวๆ ประชันความงามในชุดอ๋าวหย่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และหนึ่งในหลายอย่างของเวียดนามที่ยังไม่เคยลองก็คือกาแฟไข่ดิบ ผมเดินไปยังร้านกาแฟชื่อ Note Coffee อยู่ใกล้ๆ วงเวียนน้ำพุตรงจัตุรัส Dong Kinh Nghia Thuc จุดนี้เป็นจุดที่ถนน Le Thai To (ชื่อของจักรพรรดิผู้ย้ายเมืองหลวงจากฮัวลือมายังทังลองหรือฮานอยในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นถนนริมทะเลสาบหว่านเกี๋ยมทางทิศตะวันตกมาบรรจบกับถนนชื่อ Dinh Tien Hoang (ชื่อของจักรพรรดิองค์แรกของเวียดนาม) ที่ล้อมทะเลสาบในทางฝั่งตะวันออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานในร้านกาแฟล้วนเป็นวัยรุ่นและพูดภาษาอังกฤษได้ดี ผมสั่งกาแฟไข่ดิบแบบใส่เอสเปรซโซ่ 2 ช็อตเพราะหวังจะให้กาแฟดับคาวไข่แดง จ่ายเงิน 55,000 ดอง หรือประมาณ 75 บาท แล้วขึ้นไปเลือกที่นั่งชั้นบน ถ้าจำไม่ผิดมี 4 ชั้น ผมเลือกได้ที่โต๊ะริมหน้าต่างชั้น 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนผนังทุกด้าน โต๊ะทุกตัว แม้แต่ขั้นบันไดและราวบันไดเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เท่าฝ่ามือเขียนข้อความแปะไว้ กระดาษเก่าใหม่ทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น เป็นข้อความที่ใครจะฝากถึงใครก็ได้ ในกล่องบนโต๊ะมีกระดาษเปล่าและปากกาวางไว้พร้อม ตอนกาแฟมาเสิร์ฟก็มีโน้ตข้อความจากทางร้านเหน็บติดมาด้วย เป็นข้อความอวยพรขอให้มีวันที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเคยผ่านการกินไข่ดิบในญี่ปุ่นมาแล้วจึงไม่หวาดหวั่นเมื่อต้องกินกับกาแฟร้อน และปรากฏว่ากาแฟไข่ของเวียดนามรสชาติไม่ได้คาวอย่างที่คิด เขาใช้ไข่แดงสดตีจนละเอียด (น่าจะใช้เครื่องปั่น) เทลงไปในกาแฟร้อน สรุปว่าไข่ดิบกินกับกาแฟได้ไม่มีปัญหา อีกทั้งการผสานระหว่างไข่กับกาแฟยิ่งทำให้ร่างกายสดชื่นและให้พลังงานกว่าดื่มกาแฟอย่างเดียว คงให้ความรู้สึกคล้ายๆ คนไทยกินกาแฟกับไข่ลวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ร้าน Note Coffee เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตเขียนข้อความ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกค้าของร้าน Note Coffee มีเข้ามาไม่ขาดสาย ผมจะนั่งหวงโต๊ะทำเลดีไว้นานๆ ก็เกรงใจ เขียนข้อความลงในกระดาษโน้ตถึงเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วคนหนึ่งว่า &amp;ldquo;หวังว่าข้างบนนั้นคงมีกาแฟดีๆ ให้ดื่มมากมาย&amp;rdquo; แปะไว้ที่ขอบหน้าต่าง แล้วลงบันไดออกจากร้าน ไม่ขอข้ามสะพานไปยังวัดหง็อกเซินกลางทะเลสาบเพราะเคยเข้าไปแล้ว 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทะเลสาบหว่านเกี๋ยมยามค่ำคืน สะพานเทฮุกสีแดงทอดข้ามไปยังวัดหง็อกเซิน มีหอคอยเต่าอยู่ห่างไปทางด้านขวาของภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับจากริมทะเลสาบหว่านเกี๋ยมทางด้านทิศเหนือขึ้นไปกินพื้นที่ 6 ร้อยกว่าไร่ รวมถึงพระราชวังทังลองในอดีต รวมเรียกว่า &amp;ldquo;เขตเมืองเก่า&amp;rdquo; (Old Quarter) สมัยก่อนถนนแต่ละสายจะผลิตและขายสินค้าที่เป็นประเภทเดียวกัน ชื่อถนนมักขึ้นต้นด้วยคำว่า &amp;ldquo;Hang&amp;rdquo; แปลเป็นภาษาไทยคงประมาณ &amp;ldquo;เครื่อง&amp;rdquo; เช่น ถนนเครื่องจักสาน ถนนเครื่องทองแดง เป็นต้น ปัจจุบันก็ยังคงมีบางถนนรักษาเอกลักษณ์ความดั้งเดิมนี้ไว้ได้ ส่วนพื้นที่ด้านล่างของเขตเมืองเก่าเรียกว่า &amp;ldquo;ย่านฝรั่งเศส&amp;rdquo; (French Quarter) อยู่ในเขตหว่านเกี๋ยมเช่นเดียวกัน แต่กินพื้นที่กว้างขวางกว่ามาก โดดเด่นด้วยอาคารหลังใหญ่สไตล์ฝรั่งเศสและถนนกว้างที่เรียกว่า &amp;ldquo;อเวนิว&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีย่านฝรั่งเศสอีกแห่ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่า แต่อยู่คนละเขตกัน ชื่อเขต &amp;ldquo;บาดิง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินไปบนถนน Le Thai To ในวันหยุดสุดสัปดาห์รถราไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งผ่านทั้ง 4 ด้านของถนนเลียบทะเลสาบ เดินลงไปทางทิศใต้จนสุดถนน เลี้ยวไปสำรวจจุดจอดรถ Airport Minibus บริเวณหัวถนน Quang Trung ที่อยู่ไม่ห่างออกไปเพื่อความแน่ใจ เพราะตอนเย็นต้องใช้บริการเดินทางไปสนามบินนานาชาติโหน่ยบาย (Noi Bai) ขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พักผ่อนยามบ่ายที่ริมทะเลสาบหว่านเกี๋ยม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ธุรกิจห้างร้านในย่านฝรั่งเศสทางทิศใต้ของทะเลสาบหว่านเกี๋ยมนี้ดูดีเป็นระเบียบและออกไปทางหรูหรากว่าฝั่งเขตเมืองเก่า บริเวณถนนที่โอบฝั่งใต้ของทะเลสาบกลายเป็นลานจอดรถจิ๋ว เป็นรถที่ขับได้หลากหลายแบบและมีจำนวนเกินร้อยคัน เข้าใจว่าเป็นบริการให้เช่า เด็กๆ ขึ้นไปขับขี่กันอย่างสนุกสนาน คงเป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับเมืองใหญ่อื่นๆ ที่สามารถมีลานกิจกรรมแบบนี้ไว้ในใจกลางเมืองที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้และสบายตาไปกับวิวทะเลสาบ ใกล้ๆ กันมีห้างสรรพสินค้าชื่อ Trang Tien Plaza เลือกจำหน่ายเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมระดับท็อป ผมจะลองเดินเข้าไปชมบรรยากาศการเดินห้างของไฮโซเวียดนามแต่แค่เห็นคนเฝ้าประตูใส่สูทสวมถุงมือก็ต้องถอยออกมา เพราะหันมามองตัวเองสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบโทรมๆ เลอะๆ เพราะใส่ทุกวันและไม่ได้ซักมา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วัฒนธรรมอาหารเกาหลีใต้รุกเวียดนามอย่างหนักต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ &amp;ldquo;ลี ไท โต&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลองสำรวจสถานที่น่าสนใจในแผนที่กูเกิลจากมือถือ ขึ้นสัญลักษณ์ M ซึ่งหมายถึงพิพิธภัณฑ์ ระบุชื่อ Ceramic Road ระหว่างทางเดินไปนั้นเจอเข้ากับเทศกาลอาหารเกาหลีใต้ที่จัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้พอดี มีซุ้มอาหารเกาหลีนับไม่ถ้วน การสาธิตและแข่งขันการทำอาหารเกาหลีออกโทรทัศน์ เวทีกลางจัดไว้ใหญ่โตหน้าอนุสาวรีย์จักรพรรดิลี ไท โต ผมเดินเข้าไปในซุ้ม &amp;ldquo;มักก็อลลี&amp;rdquo; ซึ่งก็คือสาโทแบบฉบับเกาหลี รับมาชิม 1 จอกแล้วติดใจ จะซื้อเป็นขวดราคาขวดละ 100,000 ดองแต่มีเงินสดเหลืออยู่เพียง 97,000 ดอง และไม่สามารถใช้บัตรเดบิตได้เพราะทางร้านไม่ได้เตรียมเครื่องรูดมา จึงเดินต่อไปยัง Ceramic Road สุดท้ายพบว่าเป็นเพียงศิลปะกระเบื้องเคลือบบนกำแพงอยู่อีกฝั่งถนน หาสะพานลอยข้ามไปไม่ได้ก็เดินกลับไปรับกระเป๋าที่เกสต์เฮาส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างทางชมนกชมไม้เพลินไปหน่อย รวมถึงได้แวะร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศดีริมถนนร้านหนึ่ง สั่ง Banh Mi ขนมปังบาแกตยัดไส้เนื้อสัตว์และผักต่างๆ ลักษณะลูกผสมระหว่างแซนด์วิชและแฮมเบอร์เกอร์ กินกับเบียร์ Hanoi เหลือเงินเกิน 40,000 ดองสำหรับค่ารถบัสไปสนามบินไม่กี่ดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งก่อนจะถึงเกสต์เฮาส์ได้แวะร้านขายเมล็ดกาแฟชื้อ Vie Coffee บนถนน Hang Thiec ถามหญิงสาวในร้านว่าใช้บัตรเดบิตได้หรือไม่ เธอตอบว่าได้ ผมจึงชี้เลือกเมล็ดกาแฟแบบต่างๆ ให้เธอบดบรรจุลงถุงจำนวนหลายถุง แต่พอจะรูดบัตรเธอต้องโทรศัพท์ให้พี่สาวขับมอเตอร์ไซค์มาจากอีกสาขาหนึ่งเพื่อนำเครื่องรูดมาที่สาขานี้ ผมรอด้วยความกระวนกระวายใจเพราะเวลาขึ้นรถของผมคือ 18.00 น. บัดนี้เหลืออีกประมาณ 30 นาทีเท่านั้น จุดขึ้นรถอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ขณะรอพี่สาวของสาวน้อยผมก็ขอวิ่งไปรับกระเป๋าจากเกสต์เฮาส์ก่อน กลับมาที่ร้านรอพี่สาวอีกสักพักกว่าเธอจะมาถึง รูดบัตรแล้วก็บ๊ายบายสองศรีพี่น้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้ 17.43 น. แผนที่กูเกิลคำนวณระยะทาง 1 กิโลเมตร จะเดินถึงในอีก 15 นาที แต่ผมแบกน้ำหนักกระเป๋าประมาณ 20 กิโลกรัมไปด้วย อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น เสี่ยงมากที่จะตกรถเที่ยวนี้แล้วต้องรอเที่ยวถัดไปอีกครึ่งชั่วโมงซึ่งรถจะเริ่มติดหนักจนทำให้ตกเครื่องบิน หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องหาตู้เอทีเอ็มกดเงินเพื่อเรียกแท็กซี่ และลุ้นกันอีกยกว่าจะทันหรือไม่ ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปบนบาทวิถี บางช่วงก็ลงไปบนถนน โชคดีที่แต่ละ 4 แยกสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนข้ามถนนผุดขึ้นพอดีทุกครั้งไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้จุดจอดแอร์พอร์ตมินิบัส มีคนโผเข้ามาหาบอกว่าเป็นแอร์พอร์ตบัส ผมรู้ว่าเล่ห์ญวนแน่นอน หมอนี่เป็นคนขับแท็กซี่ เขายังตามตื๊อ พูดว่า &amp;ldquo;ขึ้นได้เหมือนกัน&amp;rdquo; สุดท้ายผมก็เดินไปถึงมินิบัส ซื้อตั๋วที่โต๊ะด้านหลังรถแล้วขึ้นไปนั่งเหงื่อชุ่มโชกทั้งตัว นาฬิการะบุเวลา 17.53 น. เท่ากับว่าผมเดินเร็วกว่ากูเกิลคำนวณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราว 1 ชั่วโมงครึ่งมินิบัสเดินทางถึงสนามบินโหน่ยบาย ผมก็ต้องกู๊ดบายฮานอยและจบทัวร์ประเทศคอมมิวนิสต์ลงด้วยประการฉะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67388</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลสาบหว่านเกี๋ยม, ลี ไท โต, วัดหง็อกเซิน, ฮานอย, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความล้มเหลวที่ฮานอย ท่ามกลางรอยยิ้มและคำหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่มครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดรอบ 2 ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จองอึน ที่ฮานอยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่อง &amp;ldquo;โอละพ่อ&amp;rdquo; อย่างเกรียวกราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรัมป์ปูทางมาตลอดว่าทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย กระทั่งกำหนดการของการประชุมยังระบุเวลาบ่าย 2 โมง สำหรับ &amp;ldquo;การลงนามในข้อตกลงร่วม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนเที่ยงๆ ของวันนั้น ที่โรงแรม Metropole เริ่มมีสัญญาณแปลกๆ เพราะทั้งทรัมป์และคิมไม่ปรากฏตัวตามเวลาที่กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพนักข่าวเริ่มจะกระสับกระส่ายเพราะเริ่มจะสังเกตเห็นอะไรที่แปลกๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเลยเที่ยงไปเล็กน้อย ทรัมป์ก็โผล่ออกมาแถลงข่าว เมื่อไม่เห็นคิมเดินเคียงคู่มาด้วย ความสงสัยก็กลายเป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเจรจาไม่อาจจะบรรลุข้อตกลงได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่าเพราะคิมยืนยันว่าเงื่อนไขสำคัญที่สุดคือสหรัฐจะต้องยกเลิกแซงก์ชัน หรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ &amp;ldquo;ทั้งหมด&amp;rdquo; ขณะที่เกาหลีเหนือพร้อมจะรื้อสถานีทดลองนิวเคลียร์ที่ยองเปียน (Yongbyon) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตนิวเคลียร์ของโสมแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกว่าไม่อาจจะรับเงื่อนไขของคิมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่คิมเสนอจะทำลายอุปกรณ์นิวเคลียร์ที่ยองเปียนแห่งเดียวนั้น &amp;ldquo;ไม่พอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกว่า คณะเจรจาของอเมริกาแสดงหลักฐานให้คิมและคณะเห็นว่าฝั่งสหรัฐมีข้อมูลว่าเกาหลีเหนือยังซ่อนแหล่งผลิตนิวเคลียร์อยู่ที่ไหนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐไมค์ ปอมปิโอ บอกว่า แม้จะรื้อฐานนิวเคลียร์ที่ยองเปียน เกาหลีเหนือก็ยังมีที่ผลิตขีปนาวุธและนิวเคลียร์อีกมากมายหลายแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ก็จึงตัดสินใจขอเลิกประชุมกับคิม โดยตกลงกันว่า เมื่อหาข้อยุติไม่ได้ก็เจรจากันต่อไปก็แล้วกัน ต่างคนต่างกลับบ้านมือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมีการนัดหมายจะเจอกันรอบที่ 3 ระหว่างทรัมป์กับคิมหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกว่า ไม่ได้มีการตกลงกันในประเด็นนี้ อาจจะเจอกันเร็วๆ นี้ หรืออาจจะต้องรอไปอีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ข่าวนี้หลุดออกมาจากฮานอย ตลาดหุ้นทั่วโลก็ร่วงกันระนาว เพราะผิดจากความคาดหมายเดิมเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แปลกมากก็คือว่า ทำไมทรัมป์กับคิมนัดเจอกันที่ฮานอย โดยที่ระดับรัฐมนตรีและฝ่ายปฏิบัติการยังไม่สามารถตกลงกันรายละเอียดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ให้ผู้นำมาเจอกันอีกครั้งโดยยังไม่บรรลุข้อตกลงอย่างนี้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง และผิดกับหลักของการทูตระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะปกติแล้ว การประชุมสุดยอดของผู้นำจะต้องเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อจะมาลงนามและประกาศความสำเร็จของทั้งสองฝ่ายให้ชาวโลกได้ตื่นเต้นยินดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์กับคิมเล่นเกมการพนัน &amp;ldquo;ตายเอาดาบหน้า&amp;rdquo; อย่างนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างประหลาดไม่น้อย ทำให้การประชุมสุดยอดรอบที่ 2 กลายเป็นเความล้มเหลวที่สร้างความเสียหายให้กับทั้งสองฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจะทำให้บั่นทอนความน่าเชื่อถือของผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือลงไปอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังทำให้ผลการประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นหมดความศักดิ์สิทธิ์ ไร้ความหมายทางประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลิกพูดเรื่องรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพสำหรับทรัมป์และคิมไปอีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังจะทำให้โลกกลับไปสู่ความตึงเครียดอีกรอบ เพราะไม่รู้ว่าที่ทรัมป์อ้างว่าคิมรับปากจะไม่กลับไปทดลองขีปนาวุธอีกนั้น จะเชื่อได้มากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทรัมป์เองจะเล่มเกมอะไรจากนี้ในเรื่องคิมก็จะทำให้คนเชื่อถือน้อยลงไป เพราะแกชื่นชมคิมมาตลอดก่อนการประชุมหลายเดือน (ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยด่าสาดเสียเทเสีย) และคุยว่าการประชุมที่ฮานอยจะมีการประกาศข้อตกลงที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับกลายเป็นว่า ทรัมป์ต้องบอกว่า &amp;ldquo;Sometimes you have to walk&amp;hellip;I could have signed an agreement today and then you people would have said, &amp;lsquo;oh, what a terrible deal.&amp;rsquo;&amp;rdquo; หรือแปลว่า &amp;ldquo;บางครั้งคุณก็ต้องเดินหนีออกมาเหมือนกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกบอกว่า ความจริงถ้าจะลงนามในเอกสารข้อตกลงที่คุยกันก็ได้ แต่หากทำอย่างนั้น &amp;ldquo;พวกคุณก็จะบอกว่ามันช่างเป็นข้อตกลงที่ห่วยอะไรอย่างนั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า งานนี้ทรัมป์เสียคนและเสียฟอร์มพอสมควร คิมอาจได้มากกว่าเสีย เพราะได้แสดงว่าแกเป็นนักต่อรองระดับโลกที่ทำเอานักต่อรองชั้นเซียนอย่างทรัมป์ต้อง &amp;ldquo;เงิบ&amp;rdquo; ไปทีเดียว!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30276</URL_LINK>
                <HASHTAG>2ผู้นำโลก, คิม จองอึน, ทรัมป์, ประชุมสหรัฐเวียดนาม, สหรัฐ, ฮานอย, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันจาก &#039;ฮานอย&#039; เมื่อ ทรัมป์กับคิมนัดเจอรอบสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไปฮานอยวันสองวันนี้อย่าได้ตกใจที่เห็นภาพของหน่วยรักษาความปลอดภัยอันเข้มแข็งของคิม จองอึน (หนุ่มฉกรรจ์ในชุดดำ 12 คนที่คอยวิ่งตามรถของท่านผู้นำ) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษอาวุธครบมือสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้คงจะได้เห็นภาพชัดเจนว่าการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับท่านผู้นำคิม จองอึนแห่งเกาหลีเหนือ จะมีแถลงการณ์ลงรายละเอียดของการ &amp;quot;สร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี&amp;quot; อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานเย็นที่ฮานอยเป็นการปูทาง &amp;quot;ซัมมิต&amp;quot; ด้วยการพบปะกินเลี้ยง ขณะที่คนระดับรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังเจรจาถ้อยแถลง ที่จะทำให้เห็นว่าการพบกันของสองผู้นำครั้งที่สองจะต้องมีเนื้อหาสาระมากกว่าการเจอกันครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะครั้งนั้นเป็นเพียงการ &amp;quot;โอ้โลมปฏิโลม&amp;quot; กันเท่านั้น ครั้งนี้คือการ &amp;quot;ออกเดต&amp;quot; อย่างเป็นทางการ กันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเอาภาพคิม จองอึน &amp;quot;อัดบุหรี่&amp;quot; ระหว่างที่รถไฟจอดก่อนเข้าเขตเวียดนามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา &amp;nbsp;ให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของผู้นำเกาหลีเหนือที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นในที่สาธารณะนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวเกือบ 30,000 ชีวิตจากทั่วโลกที่ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่เวียดนามต้องเกาะติดทุกย่างก้าวของทั้งทรัมป์และคิมอย่างไม่ลดละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม จองอึนถึงฮานอยบ่ายวันอังคาร...หลังจากนั่งรถไฟขบวนพิเศษยาว 21 โบกี วิ่งมาราธอน 65 &amp;nbsp;ชั่วโมงจากเปียงยางผ่านเมืองจีน ถึงเมืองโดงดังที่ชายแดนเวียดนามและขึ้นรถยนต์มาทางถนนอีกประมาณ 5 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ร่อนลงฮานอยด้วย Air Force One จากวอชิงตัน หลังจากแวะเติมน้ำมันที่การ์ตาในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอคิมไปถึงเมืองหลวงเวียดนาม ขบวนรถยาวเหยียดก็มุ่งสู่โรงแรม Melia Hanoi ขณะที่ทรัมป์พักที่ JW Marriott
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่คิมเช็กอินเข้าโรงแรม Melia Hanoi เท่านั้น ผึ้งนักข่าวมะกันก็แตกรัง เพราะทำเนียบขาวได้เช่าชั้น 7 เปลี่ยนเป็น &amp;quot;ศูนย์ส่งข่าว&amp;quot; ให้คณะนักข่าวจากสหรัฐฯ แต่เพราะความบกพร่องในการประสานงาน ทำให้เกิดการจ๊ะเอ๋ระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับคณะนักข่าวอเมริกันที่โรงแรมแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเวียดนามในฐานะเจ้าภาพขอให้นักข่าวมะกันถอนตัวออกจากโรงแรมแห่งนี้ด้วยเหตุผลการรักษาความปลอดภัย โดยให้ย้ายศูนย์ข่าวไปอีกจุดหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติทรัมป์ไปต่างประเทศจะพานักข่าวร่วมคณะไปประมาณ 13 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่คนละโรงแรมกับที่พักของประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความโกลาหลที่โรงแรม Melia Hanoi สร้างความวุ่นวายให้นักข่าวและทีมรักษาความปลอดภัยของคิมไม่น้อย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกสายตาจ้องมาที่ฮานอยเพราะผลการประชุมสุดยอดครั้งนี้มีผลทาง &amp;quot;สมการการเมืองระหว่างประเทศ&amp;quot; ของโลกโดยเฉพาะต่อเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากคิมยอมลดการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ทรัมป์จะลดราวาศอกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเปียงยางแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีการประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ จะมีการขับเคลื่อนให้สหรัฐฯ ต้องลดกำลังทหารอเมริกันในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย และเกาหลีใต้ย่อมมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับไทยและอาเซียน ข้อตกลงใดๆ ระหว่างทรัมป์กับคิมจะทำให้ต้องมีการปรับตัวด้านความสัมพันธ์กับมหาอำนาจและคาบสมุทรเกาหลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการประชุมกับทรัมป์แล้ว พรุ่งนี้คิมจะอยู่เวียดนามต่อเพื่อเยือนประเทศนั้นอย่างเป็นทางการสองวัน...และมีแผนจะไปเยือน Halong Bay อันโด่งดังของเวียดนามอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะความผันแปรที่ยังไม่มีใครพยากรณ์ได้ถูกว่าจะหันเหไปทิศทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จงคุ้นชินกับความไม่แน่นอนต่อไป!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30116</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, คิม จองอึน, ฮานอย, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งผลซัมมิตฮานอย ประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คาดขบวนรถไฟของคิม จองอึน จะเดินทางถึงเวียดนามเช้ามืดวันอังคาร เพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยวันพุธและพฤหัสบดี เกาหลีใต้มองมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำทั้งสองจะบรรลุความตกลงประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายขนาดใหญ่ในกรุงฮานอย ประดับธงชาติเกาหลีเหนือและสหรัฐ ต้อนรับการประชุมสุดยอดสัปดาห์นี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเกาหลีเหนือออกเดินทางด้วยขบวนรถไฟหุ้มเกราะจากกรุงเปียงยางตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยเป็นการเดินทางผ่านจีนแผ่นดินใหญ่มาเมืองชายแดนของเวียดนาม ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์เป็นพาหนะลงใต้สู่กรุงฮานอย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ทางการเวียดนามได้ปิดสถานีรถไฟเมืองด่งดังไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าและวางกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวในเวียดนามเปิดเผยว่า หลังจากเดินทางเป็นระยะทาง 4,000 กิโลเมตร นาน 2 วันครึ่ง ขบวนรถไฟสีเขียวของคิมน่าจะเดินทางมาถึงสถานีด่งดังช่วงเช้ามืดวันอังคาร แล้วจากนั้นคิมน่าจะโดยสารรถยนต์เป็นระยะทางอีก 170 กิโลเมตรมายังกรุงฮานอย โดยทางการเวียดนามได้ปิดถนนตลอดทั้งเส้นตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น.ของวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเวียดนามรักษาการณ์ใกล้ทางเข้าสถานีรถไฟดั่งดง จังหวัดหลั่งเซิน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ของทั้งคู่ในชั่วเวลา 8 เดือน หลังจากซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ครั้งนั้นพวกเขาให้คำมั่นว่าจะพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างสิ้นเชิง ข้อตกลงคลุมเครือฉบับนั้นยังไม่ปรากฏผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอัน และซัมมิตครั้งนี้ ส.ว.เดโมแครตและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพากันเตือนทรัมป์ว่า อย่าได้รีบร้อนทำข้อตกลงฉบับใหม่ที่ไม่สามารถบีบให้เกาหลีเหนือล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ พยายามลดทอนความคาดหวังว่าซัมมิตที่ฮานอยจะบรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยออกตัวว่า เขาไม่ได้เร่งรีบ และยังคงพอใจตราบใดที่เกาหลีเหนือไม่ทดสอบอาวุธครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นลูกที่ 6 เกิดเมื่อเดือนกันยายน 2560 และทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปครั้งล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของคิม อึยคยอม โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ซัมมิตฮานอยครั้งนี้ สหรัฐและเกาหลีเหนือจะบรรลุความตกลงเพื่อประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 จบลงด้วยการลงนามสัญญาสงบศึก แทนที่จะเป็นการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ ฉะนั้นในทางเทคนิคเกาหลีเหนือและสหรัฐซึ่งหนุนหลังเกาหลีใต้ จึงยังมีสถานะเป็นศัตรูสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่า การประกาศยุติสงครามอย่างเป็นทางการนั้นเป็นเรื่องของเงื่อนเวลาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ ก็เคยบอกทำนองคล้ายกันนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;quot;พร้อมจะยุติสงครามนี้&amp;quot; กระพือการคาดเดาว่าการประกาศยุติสงครามน่าจะเกิดในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้รายเดิมกล่าวว่า ต่อให้ผู้นำทั้งสองประกาศยุติสงครามเกาหลี แต่การลงนามสนธิสัญญาสันติภาพน่าจะต้องรอลงนามกันเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอาจต้องกินเวลาอันยาวนานจึงจะเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนธิสัญญาสันติภาพกับคำประกาศยุติสงครามนั้นแตกต่างกัน&amp;quot; โฆษกคิมกล่าว และว่าสนธิสัญญาสันติภาพนั้นเป็นเรื่องพหุภาคีที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้และจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงสงบศึกนั้นลงนามโดยเกาหลีเหนือ, กองบัญชาการองค์การสหประชาชาติภายใต้การนำของสหรัฐ และจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29935</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ซัมมิต, สงครามเกาหลี, ฮานอย, เวียดนาม, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73f6656fb62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลือ &#039;คิม จองอึน&#039; อาจนั่งรถไฟมาซัมมิตที่เวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดกระแสคาดเดาของสื่อว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อาจเลือกใช้การเดินทางทางบกจากเกาหลีเหนือผ่านจีนมายังเวียดนาม เพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สัปดาห์หน้า หลังมีรายงานพบเห็นทีมเตรียมการล่วงหน้าของเกาหลีเหนือที่สถานีรถไฟและบนเส้นทางสู่กรุงฮานอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุรุษที่เชื่อกันว่าคือคิม ฮยก ชอล (กลาง) ผู้แทนเจรจาของเกาหลีเหนือ เดินอยู่ภายในสนามบินปักกิ่งเมื่อวันอังคารภายหลังลงจากเครื่องบินของสายการบินแอร์โครยอของเกาหลีเหนือที่บินมาจากกรุงเปียงยาง โดยคาดว่าเขาจะเดินทางต่อไปยังกรุงฮานอย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นที่กรุงฮานอยระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้ รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า รัฐบาลทั้งสองได้ส่งคณะทำงานหลายชุดมาเตรียมการที่เวียดนามแล้ว แต่พวกเจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวชาวเวียดนามรายหนึ่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการซัมมิตครั้งนี้เผยกับเอเอฟพีว่า เมื่อวันจันทร์เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือหลายคนเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงฮานอย ไปยังจังหวัดหลั่งเซินซึ่งเป็นเมืองติดชายแดนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาฮีทีวีของญี่ปุ่นก็รายงานเช่นกันว่า ทีมเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือชุดหนึ่งเดินทางไปยังสถานีรถไฟในเมืองเมืองหนึ่งที่อยู่ใกล้ชายแดนจีน และยังได้สำรวจสภาพของถนนในพื้นที่นั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองหลั่งเซินของเวียดนามไม่มีสนามบิน จึงทำให้มีกระแสคาดเดาว่าคิมอาจเลือกใช้การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์จากกรุงเปียงยาง ผ่านจีนเข้ามายังเวียดนาม เส้นทางทางบกจากเปียงยางถึงฮานอย ผ่านกรุงปักกิ่งและเมืองหลั่งเซินนั้นคิดเป็นระยะทางเกือบ 4,000 กิโลเมตร ซึ่งหากเดินทางด้วยรถไฟโดยสารจะใช้เวลากว่า 60 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์เอ็นเคนิวส์จากกรุงโซลของเกาหลีใต้รายงานอ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า การเดินทางด้วยรถไฟอาจก่อเกิดปัญหาระหว่างทางมากมาย เพราะขบวนรถไฟกันกระสุนของคิมที่วิ่งได้ช้าอาจจะกระทบต่อเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางด้วยรถไฟมายังกรุงปักกิ่ง เหมือนเช่นที่เคยทำมาแล้วหลายครั้ง แล้วจากนั้นก็บินตรงมายังกรุงฮานอย การซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว คิมเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าของจีนจากกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือยังไม่เคยยืนยันกำหนดการซัมมิตที่เวียดนามอย่างเปิดเผย ซึ่งจะเป็นการมาเยือนเวียดนามครั้งแรกของคิม บรรยากาศในกรุงฮานอยเริ่มมีการเตรียมการอย่างคึกคักและพบเห็นขบวนรถที่มีรถตำรวจอารักขาวิ่งไปบนบริเวณที่ปกติคลาคล่ำด้วยรถจักรยานยนต์ ที่เรือนพักรับรองของรัฐบาลและโรงแรมเมโทรโพลเห็นคนงานนำธงชาติเกาหลีเหนือและสหรัฐมาประดับประดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีคำประกาศว่าจะใช้สถานที่ใดจัดการประชุม แต่ยอนฮับรายงานเมื่อวันอังคารว่า เกาหลีเหนือไม่ต้องการให้จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่โตเนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊วยเตี๋ยวเวียดนาม, คิม จองอึน, ซัมมิต, รถไฟกันกระสุน, ฮานอย, เกาหลีเหนือ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c07603493e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
