<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิวล้านดอลลาร์ที่ &#039;ฮาโกดาเตะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วิวงามจนถูกขนามนามว่าเป็น &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; จากเขาฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กว่าฝนจะหยุดตกก็ปาเข้าไปเกือบ 11 โมง ผมจึงได้ออกจากโรงแรมแคปซูล เดินราว 1 กิโลเมตรไปยังตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ตั้งอยู่ติดๆ กับสถานีรถไฟ ร้านขายอาหารสดโดยเฉพาะปูจักรพรรดิและปูขนยังคงเปิดอยู่หลายร้าน แต่ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานกำลังทยอยปิด ไม่มีเวลาให้เลือกมากจึงเสี่ยงเดินเข้าไปในร้านหนึ่ง ได้ข้าวสวยกับปลากะพงแดงย่างซอสเป็นมื้อเที่ยง แล้วเดินผ่านย่านตลาดไปบนถนนเลียบอ่าวฮาโกดาเตะ มีคนจอดจักรยานยืนตกปลาอยู่เป็นช่วงๆ เดินไม่นานนักก็ถึงเขตท่าเรือที่มีโกดังอิฐแดงนับสิบหลังตั้งสวยเด่นเรียงกันบนถนนริมฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมืองฮาโกดาเตะมีความสำคัญต่อญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต หลังจากกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกาโดย &amp;ldquo;พลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี&amp;rdquo; นำกองเรือรบมาปิดอ่าวโตเกียวในปี ค.ศ. 1853 เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นยังปิดประเทศ ข่มขู่จะทำลายบ้านเมืองให้ย่อยยับจนนำไปสู่สนธิสัญญาทางการค้า ฮาโกดาเตะก็เป็นหนึ่งในเมืองท่าแรกๆ ที่ต้องเปิดให้กับมหาอำนาจ และเมืองฮาโกดาเตะก็เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดในญี่ปุ่นตอนเหนือ อีกทั้งเคยเป็นเมืองที่ใหญ่สุด (ประชากรมากสุด) บนเกาะฮ็อกไกโด กระทั่งเกิดไฟไหม้ใหญ่ในปี ค.ศ. 1934 ปัจจุบันจึงเป็นรองเมืองซัปโปโรและอาซาฮิคาวะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โกดังหรือคลังสินค้าอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) นี้สร้างขึ้นโดย &amp;ldquo;คูมาชิโระ วาตานาเบะ&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ. 1887 หลังจากเดินทางมาจากนางาซากิ เมืองทางตอนใต้ของเกาะคิวชูเมื่อปี ค.ศ.1863 เพื่อเปิดร้านทำการค้าส่งทางเรือบริเวณอ่าวแห่งนี้ คลังสินค้าที่ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและร้านค้าทั่วไปมาจากการสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1909 นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเที่ยว ถ่ายรูป และใช้บริการร้านรวงเป็นจำนวนมาก ผมได้ยินเสียงภาษาไทยแว่วไปแว่วมาอยู่หลายรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ย่านโกดังอิฐแดง ด้านหลังคือเขาฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ไม่ห่างจากย่านโกดังอิฐแดง มีรูปปั้นชายหนุ่มยืนอยู่ในเรือพายขนาดเล็ก ป้ายเขียนไว้ว่า นี่คือหนึ่งในนักการศึกษายุคเมจิ ด้วยความมุ่งหมายที่จะได้วิชาความรู้จากต่างแดน เขาจึงฝ่าฝืนกฎข้อห้ามการเดินทางออกนอกประเทศ คืนหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1864 เขาได้พายเรือออกไปจากฝั่งฮาโกดาเตะจนไปถึงเรือสินค้าของอเมริกันที่ทอดสมออยู่นอกชายฝั่งแล้วขอขึ้นเรือนั้นไปด้วย เขาประสบความสำเร็จได้จากญี่ปุ่นสมใจ ก่อนจะเดินทางกลับประเทศในอีกหลายปีต่อมาเพื่อเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษโดชิฉะ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยโดชิฉะ) ชายผู้นี้ชื่อ &amp;ldquo;โจเซฟ ฮาร์ดี เนชิมะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถนนที่ผ่านย่านโกดังอิฐแดงไปตัดกับถนนใหญ่อีกสายซึ่งเลียบมากับโค้งอ่าวอีกด้านกลายเป็นสี่แยก เมื่อข้ามสี่แยกนี้ไปถนนก็จะพุ่งเชิดขึ้นเนินไปยังย่าน &amp;ldquo;โมโตมาชิ&amp;rdquo; (มีถนนตัดขึ้นไปยังเนินนี้อีกหลายเส้น) เป็นที่ตั้งของศาลากลางแห่งเก่า (Old Public Hall of Hakodate Ward) ในสไตล์โคโลเนียล ที่อ่านจากเอกสารแล้วรู้สึกน่าไปเยี่ยมชมอย่างยิ่งเพราะวิวที่มองลงมายังอ่าวฮาโกดาเตะ &amp;ldquo;มิชลินกรีนไกด์&amp;rdquo; มอบให้ถึง 2 ดาว (จากคะแนนเต็ม 3 ดาว)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ ย่านโมโตมาชิยังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลเก่าอังกฤษ สถานกงสุลเก่ารัสเซีย โบสถ์คริสต์ทั้งนิกายโรมันคาธอลิก, รัสเซียนออร์ธอดอกซ์ และอังกลิกันแบบอเมริกา อีกทั้งศาลเจ้าของทหารฝ่ายจักรพรรดิที่รบกับฝ่ายโชกุนโตกุกาวะก็อยู่ในย่านนี้ หากเดินไหวก็จะให้ภาพและบรรยากาศชวนมอง ไม่ว่าจะมองขึ้นไปบนเนินเขาหรือมองลงมายังบริเวณท่าเรือ นอกจากนี้ก็ยังเป็นเขตพื้นที่ต่อเนื่องขึ้นไปยังภูเขาฮาโกดาเตะ ภูเขาที่ทำให้เมืองฮาโกดาเตะดูเหมือนติ่งในแผนที่ของเกาะฮ็อกไกโด เกิดเป็นอ่าวหลบลมพายุที่วาณิชทางทะเลได้พึ่งพา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผู้ใฝ่รู้ที่ฝ่ากฎเกณฑ์จนกลายมาเป็นนักวิชาการคนสำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมยังไม่เดินขึ้นเนินโมโตมาชิไปแต่เดินไปบนถนนเส้นหลักเพื่อจะขึ้นเนินจากอีกถนน เนื่องจากเส้นทางเดินนี้ผ่านเสาไฟฟ้าคอนกรีตเสาแรกของประเทศญี่ปุ่น และเกือบจะเดินเลยไปเพราะดูธรรมดาไม่ได้มีการผูกผ้าหลากสีให้ดูโดดเด่นเป็นเครื่องหมาย อีกทั้งยังมีการใช้งานอยู่ตามปกติ ยังดีที่มีป้ายข้อมูลตั้งอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าสร้างขึ้นแทนเสาไม้ต้นเดิมเมื่อปีใด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากนั้นก็เดินขึ้นเนินโมโตมาชิ แต่ไม่ได้ไปเดินเล่นตามสถานที่สำคัญๆ ที่ได้กล่าวถึง เพราะเวลาห้าโมงเย็นนิดๆ ทว่าฟ้าในฤดูใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีทำท่าจะมืดลงแล้ว จึงเดินเลยไปจนถึงสถานีรถกระเช้าขึ้นยอดเขาฮาโกดาเตะ ระบบรถกระเช้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวถึงปีละ 1.56 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บริเวณลานจอดรถของสถานีมีรถทัวร์จอดอยู่หลายคัน คิวซื้อตั๋วขึ้นรถกระเช้าก็ยาว แต่การจัดการที่ดีทำให้รอไม่นานนักก็ได้ตั๋วในราคา 1,280 เยน (เที่ยวเดียว 780 เยน) แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวตามฝูงชนขึ้นบันไดไปทีละขั้นทีละชั้น มีภาพพาโนรามาขนาดใหญ่ 2 ภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพขาว-ดำ อีกภาพเป็นภาพสี ติดเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของวิวจากยอดเขาที่มองกลับเข้าไปยังเมืองฮาโกดาเตะระหว่าง 2 ยุค ซึ่งการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในยุคที่ยังถ่ายด้วยฟิลม์ขาว-ดำนั้นก็หนาแน่นไม่น้อย และมีเรือจอดเต็มอ่าว ผิดกับภาพสีที่มีเรืออยู่ไม่กี่ลำ แต่มีอาคารสูงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เสาไฟฟ้าคอนกรีตต้นแรกของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จอโทรทัศน์ที่ติดอยู่ขึ้นข้อความว่า &amp;ldquo;วันนี้มีหมอก อาจมองวิวไม่ชัด&amp;rdquo; แต่เมื่อรถกระเช้านำผู้โดยสารที่จุได้เต็มที่ถึง 125 คน ใช้เวลา 3 นาที ขึ้นไปยังยอดเขาความสูง 334 เมตรแล้วมองลงมาก็ถือว่าหมอกไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าใดนัก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่สถานีด้านบนที่เรียกว่าซันโจ (สถานีล่างเรียกว่าซันโรคุ) มีระเบียง 2 ชั้น อีกทั้งห้องกระจกใสสำหรับชมวิวส่วนคอดโค้งของอ่าวทั้งฝั่งทะเลเปิดด้านขวา (มหาสมุทรแปซิฟิก) และฝั่งอ่าวฮาโกดาเตะด้านซ้าย หันหลังให้กับช่องแคบสึการุที่คั่นเกาะฮ็อกไกโดกับเกาะฮอนชู แต่เชื่อมกันอยู่ใต้น้ำทะเลโดยอุโมงค์เซกัง ความยาว 54กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แสงไฟของอาคารบ้านเรือนทอดนำสายตาจากด้านล่างของเขาฮาโกดาเตะไปสู่ส่วนคอดดังกล่าว ก่อนแผ่ออกเป็นเมืองฮาโกดาเตะ คล้ายรูปนาฬิกาทราย หรือเอวองค์ของนางในวรรณคดี สมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; (Million Dollar View) เคียงไปกับวิวจากภูเขามายะในเมืองโกเบ และวิวเมืองนางาซากิจากภูเขาอินาสะ ขณะที่ &amp;ldquo;มิชลินกรีนไกด์&amp;rdquo; ยกให้ 3 ดาวเต็ม เป็นสุดยอดวิวในระดับเดียวกับที่ฮ่องกง และเมืองเนเปิลส์ ของอิตาลี  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนคอดฝั่งซ้ายคืออ่าวฮาโกดาเตะ ฝั่งขวาคือมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผู้มาเยือนขึ้น-ลง หมุนเวียนกันตั้งแต่ 10 โมง ยัน 4 ทุ่ม ช่วงเวลาที่เหมาะเหม็งควรขึ้นมามากที่สุดคงเป็นเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกและอยู่จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท เพื่อจะได้ชมและถ่ายภาพที่เห็นทั้งแสงธรรมชาติและจากแสงไฟนีออน และเนื่องจากนักท่องเที่ยวบางประเภทชอบแช่ถ่ายรูปที่มุมโปรดเป็นเวลานาน ไม่ยอมหลีกทางให้คนอื่น จึงต้องเผื่อเวลาบนนี้ไว้พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินออกนอกสถานีเห็นว่ามีรถขึ้นมาจอดและมีทางสำหรับปั่นจักรยานและเดินขึ้น-ลงได้ ก็เกือบที่จะตัดสินใจเดินลงเพราะผู้คนใช้บริการรถกระเช้าเยอะเหลือเกิน แต่เดินกลางคืนคงไม่เห็นอะไรที่น่าอภิรมย์มากนัก อีกทั้งเส้นทางเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ จึงเข้าคิวลงรถกระเช้ากลับสู่สถานีฐานแล้วเดินลงเนินบนถนนเส้นเดิม ซึ่งเป็นถนนหลักที่ตรงไปยังใจกลางเมือง และได้โอกาสแวะที่ร้านสะดวกซื้อเนื่องจากคอแห้งเต็มที หยิบน้ำดื่มออกมาให้แคชเชียร์คิดเงิน ที่เคาน์เตอร์มีจุดคืนภาษีสำหรับชาวต่างชาติที่รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว น้ำของผมราคาไม่กี่เยนจึงยินดีจ่ายภาษีด้วยความเต็มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพิ่มมุมมองให้กับอ่าวฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บนถนนเส้นนี้มี Hakodate Beer Restaurant ตั้งอยู่ ขนาดใหญ่และน่าสนใจมากแต่ผมมีธุระสำคัญรออยู่ที่สถานีรถไฟกลัวว่าจะปิดทำการเสียก่อน สอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทเจอาร์ว่าตั๋วชิงกันเซ็นสำหรับเข้าโตเกียววันมะรืนเที่ยวประมาณเที่ยงวันหรือบ่ายๆ มีว่างหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่าเต็มหมดแล้ว เหลือเฉพาะเที่ยว10.49 น. (ออกจากสถานีชิน-ฮาโกดาเตะ) ต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้า แต่ก็จำเป็นต้องจองไว้เพราะวันมะรืนเป็นวันสุดท้ายที่สามารถใช้ตั๋วเจอาร์พาสได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อได้ตั๋วแล้วก็เดินหาเอทีเอ็ม แต่ตู้ไม่รับบัตรถึง 2 แห่ง ท้องก็เริ่มร้อง ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 3 พันเยน ผมเดินเข้าร้านที่มีภาษาไทยเขียนไว้ด้วยว่า &amp;ldquo;สวัสดี&amp;rdquo; ถามพนักงานสาวว่ารับบัตรเดบิตไหม เธอตอบว่ารับเฉพาะบัตรเครดิต จึงขอร้องไปว่าถ้าผมกินถึง 3 พันเยนเมื่อไหร่รบกวนแจ้งด้วย เธอก็ยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมสั่งอาหารอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเบียร์สดนั้นสั่งมาเพียงแก้วเดียว เรียกคนเดินโต๊ะมาถามอีกครั้งว่าถึง 3 พันเยนหรือยัง เธอก็บอกยัง จึงค่อยสบายใจขึ้น จนเมื่ออิ่มดีแล้วก็ลงมาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ สนนราคาแค่ 2พันเยนกว่าๆ เท่านั้น แต่หมดโอกาสซ่าต่อในคืนนี้ เดินคอตกกลับโรงแรมแคปซูล ไม่วายลองเสี่ยงที่ตู้เอทีเอ็มของร้านสะดวกซื้อยอดนิยมสีเขียว-แดง ปรากฏว่าเงินเยนไหลออกมาทำเอาเกือบน้ำตาซึม เดินไปเลือกเบียร์ดำซัปโปโรและเบียร์ลาเกอร์กิรินอย่างละกระป๋องไปเปิดดื่มในห้องล็อบบี้ของที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นักท่องเที่ยวไม่ยอมปล่อยมุมดีๆ ไปง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พนักงานต้อนรับคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เธอมีหน้าที่รับมือแขกที่เป็นชาวต่างชาติ และรับศึกแขกเรื่องมากด้วย ผมเห็นเธอต้องนั่งอธิบายเรื่องราวต่างๆ แก่คุณป้านักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษเก่ง กว่าเบียร์ผมจะหมดทั้ง 2 กระป๋องน้องหนูก็ยังอธิบายให้คุณป้าฟังไม่เสร็จสรรพเพราะคุณป้าอยากรู้ไปเสียทุกเรื่อง คงลืมไปว่าน้องเขาไม่ได้เป็นไกด์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เช้าวันต่อมาผมเดินลงมายังบริเวณล็อบบี้ หาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวประจำวันนี้จากโทรศัพท์มือถือ และตัดสินใจว่าจะไปเที่ยว &amp;ldquo;ป้อมโกเรียวคาขุ&amp;rdquo; ป้อมปราการเมืองในยุคปลายของโชกุนตระกูลโตกุกาวะที่มีคูน้ำล้อมรอบเป็นรูปดาวห้าแฉก หากมองจากมุมสูงโดยเฉพาะจากหอคอยโกเรียวคาขุความสูง 107 เมตรที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันก็จะได้มุมมองที่ขรึมขลังอลังการมาก ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองฮาโกดาเตะ และเป็นสถานที่ปิกนิคยอดนิยมในช่วงดอกซากุระบาน ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 3 กิโลเมตร แต่เมื่อดูข้อมูลและภาพ &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติโอนุมะ&amp;rdquo; ที่ต้องนั่งรถไฟไปประมาณ 40 นาทีก็น่าสนใจไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พี่ฟันหลอคนเก่า วันนี้มาทำงานตั้งแต่เช้า เดินเข้ามาทักทาย ผมจึงถามว่าสองแห่งนี้ควรจะไปที่ไหนดี เพราะดูเวลาแล้วจะควบทั้งสองที่คงไม่ทันเนื่องจากอยู่ห่างกันมาก พี่ฟันหลอตอบอย่างมั่นใจ &amp;ldquo;โอนุมะสิ แหมถามได้&amp;rdquo; ผมจึงต้องสละป้อมปราการรูปดาวในการมาเยือนคราวนี้ และดูๆ ไปพี่ฟันหลอน่าจะเป็น &amp;ldquo;เจ๊&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บรรยากาศภายในตลาดเช้าฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คำนวณแล้ววันนี้มีเวลาที่จะไปหาอะไรกินในตลาดเช้าก่อนขึ้นรถไฟไปโอนุมะ ก็เลยเข้าไปเดินเลือกเดินชม เห็นบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณตรงกลางของตลาดจะมีบ่อให้ลูกค้าตกหมึกสดๆ ตอนที่มีคนตกหมึกได้แฟนๆ ที่มุงดูกันอยู่ก็ปรบมือส่งเสียงกรี๊ดกันเกรียวกราว แล้วพ่อครัวก็ปรุงให้รับประทานกันตรงนั้น นอกจากการตกหมึกที่นิยมแล้วก็มีหลายร้านที่ขายหอยเชลล์ตัวใหญ่ย่างสดๆ หน้าร้าน ผมสั่งมาลอง 1ตัวในราคา 700 เยน และที่มีมากไม่แพ้กันคือเมล่อนญี่ปุ่น มีทั้งขายเป็นลูกและเป็นชิ้นที่ผ่าเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองส้ม ราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปอยู่มาก ผมลองชิมเมล่อน 1 ชิ้น ราคา 300 เยน หวานหอมจนไม่อยากกินอะไรอีก แต่ต้องกินเพราะต้องไปเที่ยวต่ออีกครึ่งค่อนวัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากเดินดูตลาดอีกหลายส่วน รู้สึกเมื่อยเท้าจึงเดินเข้าไปหาที่นั่งในฟู้ดคอร์ต ทั้งที่มีร้านอยู่ด้านในและนอกตลาดอีกมากมายผมก็ดันลุกขึ้นไปสั่งอาหารจากร้านหนึ่งในฟู้ดคอร์ตแห่งนี้ ได้ข้าวหน้าเนื้อปู ผสมไข่หอยเม่น และไข่ปลาแซลม่อนมาเป็นมื้อเช้า รูปลักษณ์ดีแต่ไม่ค่อยอร่อย แถมยังราคาแพง  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมพลาดมหันต์ตั้งแต่เดินเข้าฟู้ดคอร์ตแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, ฮาโกดาเตะ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยโกฮามา – ฮาโกดาเตะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;มองย่านมินาโตะ-มิราอิ จากท่าเรือโซโนฮานะ เมืองโยโกฮามา จังหวัดคานากาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;รถไฟจากเมืองคามากุระเข้าเมืองโยโกฮามาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ผมต้องนั่งต่อจากสถานีโยโกฮามาไปอีกนิดเพื่อจะเดินไปที่พักง่ายๆ ลงที่สถานีอิชิคาวาโจแล้วเดินลอดประตูจีนที่ตั้งอยู่ตรงทางออกฝั่งทิศเหนือ บ่งบอกว่านี่คืออาณาบริเวณของย่านไชน่าทาวน์ที่เลื่องลือของโยโกฮามา และผมก็มุ่งหมายว่าจะเข้าไปหามื้อค่ำกินในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากเข้าเช็กอินที่ Yokohama Central Hostel ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสนามเบสบอลของสโมสร Yokohama DeNa BayStars ท้องร้องอย่างรุนแรงจึงแวะกินข้าวหน้าปลาย่างที่ร้าน Sukiya ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นร้านที่ใกล้ที่สุด สะดวกรวดเร็วและรสชาติก็ไม่เลวร้าย กินตอนกำลังหิวคงดีกว่ารอกินของอร่อยแต่ปล่อยให้ท้องร้อง และโรคกระเพาะเข้าคุกคามในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมดูแผนที่ที่หยิบมาจากโฮสเทล เห็นว่าท่าเรือตั้งอยู่ใกล้ๆ จึงเดินฝ่าลมออกไป ใช่แล้ว ลมทะเล!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึงท่าเรือเล็กๆ ชื่อ &amp;ldquo;โซโนฮานะ&amp;rdquo; มองออกไปทางซ้ายมือเห็นสัญลักษณ์สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่และสีสันยามค่ำคืนของย่านมินาโตะ-มิราอิ 21 หรืออาจเรียกว่า &amp;ldquo;มินาโตะ-มิราอิ&amp;rdquo; เฉยๆ เขตเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญของเมือง แต่ตัดสินใจที่จะไม่เดินไปหาเพราะลมแรงจนรู้สึกหนาว ทำได้แค่เดินตรงไป และถือว่าโชคดีและคุ้มค่าที่ได้แวะมาแม้ไม่ได้ตั้งใจ เพราะนี่คือท่าเรือ &amp;ldquo;โอซัมบาชิ&amp;rdquo; ท่าเรือนานาชาติในชื่อทางการว่า Yokohama International Passenger Terminal เป็นสถานีเรือโดยสารขนาดใหญ่ ดูทันสมัยและสวยงาม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนโดยไม่ต้องขึ้นเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ท่าเรือโอซัมบาชิดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 เป็นท่าเรือที่เก่าแก่สุดในโยโกฮามา สร้างขึ้นจากผลพวงของสนธิสัญญา 2 ฉบับในปี ค.ศ. 1859 ที่โชกุลตระกูลโตกุกาวะจำใจลงนามกับมหาอำนาจบาตรใหญ่ในขณะนั้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และรัสเซีย ส่วนท่าเรือใหม่นั้นมีการประกวดการออกแบบ ก่อสร้าง และเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 2002 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ท่าเรือโซโนฮานะ และแสงสีจากย่านมินาโตะ-มิราอิ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วันนี้ที่ท่าโอซัมบาชิมีเรือสำราญชื่อ Celebrity Millennium ขนาดความยาว 294 เมตรจอดเทียบอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมมองเข้าไปในห้องอาหารภายในตัวเรือ แขก (ลูกค้า) กำลังดินเนอร์กันอยู่ ส่วนมากเป็นวัยกลางคนถึงผู้อาวุโส ก็ให้คิดว่าเทียบท่าทั้งทียังต้องกินในเรือ แต่เท่าที่ทราบ อาหารในเรือสำราญนั้นคุณภาพไม่เป็นสองรองใคร และที่สำคัญคือคิดราคารวมไปแล้วในค่าตั๋ว ส่วนการเที่ยวบนฝั่งนั้นทางผู้ให้บริการจะปล่อยขึ้นไปในช่วงกลางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินไปบนดาดฟ้าของท่าเรือจนถึงส่วนหัวของเรือสำราญ มองกลับไปยังฝั่ง แสงสว่างทางด้านหลังเยื้องไปทางขวาของตัวเรือคือภาพของย่านมินาโตะ-มิราอิที่ให้มุมมองต่างไปจากเดิมอีกนิด มีอาคารและสิ่งก่อสร้างเรียงจากซ้ายไปขวา ได้แก่ Yokohama Landmark Tower ตึกที่เคยสูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูง 296เมตร (ปัจจุบันถูกแซงไป 4 เมตรโดยตึก Abeno Harukas ในโอซาก้า), กระเช้าลอยฟ้า Cosmo Clock 21 ความสูง 112.5 เมตร ของสวนสนุก Yokohama Cosmoworld ด้านหลังของกระเช้าลอยฟ้าคืออาคารของศูนย์การค้า Queen&amp;rsquo;s Square เรียงกัน 3 หลัง และด้านขวาสุดคือโรงแรม Yokohama Grand Intercontinental รูปทรงเว้าโค้งแปลกตา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และพอหันหลังไปมองอีกทางก็เห็นสะพาน Yokohama Bay Bridgeความยาว 860 เมตร ส่องสว่างนำทางยานยนต์ที่ข้ามอ่าวโตเกียว เชื่อมระหว่างฝั่งท่าเรือ Honmoku และเกาะเทียม Daikoku ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนสายBayshore Route ที่วิ่งผ่านโตเกียวไปยังจังหวัดชิบะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมยืนถ่ายรูปอยู่จนแบตเตอรีกล้องหมดก็ยังอ้อยอิ่งอยู่พักใหญ่จนได้ยินเสียงประกาศดังผ่านลำโพงได้ความว่าท่าเรือกำลังจะปิด จึงเดินกลับที่พัก แล้วเข้านอนเร็วกว่าปกติ ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเพราะต้องเดินทางไกลไปยังเมืองฮาโกดาเตะ บนเกาะฮ็อกไกโด โดยไม่สนอาหารเช้าที่ให้บริการฟรี นั่งรถไฟเข้าโตเกียวที่สถานีอุเอโนะ ชุมทางสำคัญที่รถไฟชิงกันเซ็นจอด แต่ปรากฏว่าชิงกันเซ็นเที่ยว 10.26 น. ไม่มีที่ว่าง เนื่องจากผมไม่ได้จองล่วงหน้า จึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขอจองเที่ยวถัดไป คือเวลา 12.26 น. แล้วออกไปกินอาหารเช้าและกาแฟที่ร้านนอกสถานี จากนั้นเข้าไปเดินเล่นสูดอากาศในสวนอุเอโนะ ก่อนกลับเข้าสถานี แวะซื้อ &amp;ldquo;เอคิเบน&amp;rdquo; หรือข้าวกล่องสถานีรถไฟเพื่อกินระหว่างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รถไฟซิงกันเซ็นจอด 4 &amp;ndash; 5 ครั้งเท่านั้น เพราะแถบนี้มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ไม่มาก เมื่อเทียบจอดที่สถานีชิน-ฮาโกดาเตะ ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายและเหนือสุดของรถไฟชิงกันเซ็นแล้ว ผมก็นั่งรถไฟธรรมดาของบริษัทเจอาร์ต่อไปยังสถานีฮาโกดาเตะ ถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ออกจากสถานีด้วยอาการงุนงงเล็กน้อยว่าจะไปทางไหนต่อ เดินตรงไปยังสี่แยกที่มีสถานีรถรางตั้งอยู่ เข้าไปถามสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งถึงกติกาการใช้รถราง เธอก็ช่วยสอนอย่างเต็มใจ แต่ผมนั่งเลยไปหนึ่งป้ายทำให้คนขับบอกว่ายังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้จ่ายกับคันที่จะขึ้นกลับไปยังป้ายที่ต้องการลง แต่ผมเห็นว่าเลยมาแค่ป้ายเดียวและฟ้าก็โพล้เพล้เต็มที จึงตัดสินใจเดิน เท่ากับว่าผมเบี้ยวค่าโดยสารเข้าให้แล้ว ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อีกมุมมองของย่านมินาโตะ-มิราอิ ยามค่ำคืน​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ประตูอัตโนมัติของ Capsule Hotel Hakodate เปิดออก มีเปียโนหลังใหญ่วางอยู่หลังทางเข้า บนเคาน์เตอร์ต้อนรับมีธงชาติประเทศต่างๆ ตั้งประดับ เขาทำการบ้านมาก่อนว่าวันนี้จะมีแขกประเทศใดเข้าพักบ้างก็นำเอาธงชาติเหล่านั้นมาปักไว้ ซึ่งวันนี้มีธงชาติไทยด้วยทำให้ไทยน้อยแดนสยามประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และพนักงานก็ใจดีอัพเกรดให้เป็นห้องแคปซูลขนาดใหญ่ เรียกว่าสุพีเรียร์แคปซูล มีพื้นที่วางกระเป๋า พร้อมโต๊ะเก้าอี้ และล็อกประตูได้ ส่วนห้องปกตินั้นจะมีแค่ห้องนอนเปล่าๆ และไม่สามารถล็อกประตูได้ ต้องเก็บของในล็อกเกอร์ ราคาต่างกันที่ประมาณ 1,500 บาท กับ 1,300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ลงมาที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเพื่อขอจองห้องพักต่อสำหรับวันพรุ่งนี้ พนักงานอายุประมาณ 40 ปี อาจจะเป็นผู้จัดการหรือหัวหน้างานประจำกะนั้น บุคลิกโดดเด่นใครเห็นก็จำได้เพราะฟันหลอ 2 ซี่ บอกว่าห้องเต็มแล้ว ผมจึงควักโทรศัพท์ออกมาขอใช้สัญญาณ Wi-fi เดินไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งในพื้นที่ส่วนกลางของห้องโถงกว้าง หาที่พักแห่งใหม่อยู่ได้สักพัก พี่ฟันหลอก็เดินเข้ามาแสดงสีหน้าเหมือนสงสาร อนุญาตให้ผมอยู่ต่อได้แต่ต้องจองโดยตรงกับโรงแรมและต้องจ่ายเงินทันที &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แสดงว่าที่ผมพูดให้ฟังก่อนหน้านี้พี่แกไม่เข้าใจ เพราะผมก็จะจองโดยตรงอยู่แล้ว โรงแรมจะได้ไม่ต้องจ่ายให้กับเว็บไซต์รับจองในเรทอย่างน้อย 15เปอร์เซ็นต์ของราคาที่พัก แต่คราวนี้ผมต้องจ่ายในราคาห้องสุพีเรียร์ตามจริง และเนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ราคาก็ขึ้นไปอีกนิดตามจริตของทุนนิยม ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดทุกที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สายฝนโปรยปรายลงมาทำให้ความคิดที่จะไปดูวิวงามยามค่ำคืนที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; (Million Dollar View) จากภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) เป็นอันต้องยกยอดไปวันพรุ่งนี้ แล้วขอให้พี่ฟันหลอแนะนำร้านอาหารใกล้ๆ แกหยิบแผนที่แจกฟรีของโรงแรมมาทำเครื่องหมายและแสดงเส้นทางเดินไปยังย่านที่เต็มไปด้วยร้านแบบอิซากายะ (Izakaya) หรือร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ ขายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีลักษณะเป็นบาร์มากกว่าร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินไปตามคำแนะนำจนถึงถนนเส้นหลักของเมืองที่เหมือนพุ่งตรงออกมาจากสถานีรถไฟฮาโกดาเตะ ยังไม่ทันถึงย่านที่อุดมไปด้วยร้านอิซากายะก็เลี้ยวเข้าร้านชื่อ Grazie Grazie ชื่ออิตาเลียนแต่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นวางอยู่ด้วย ซึ่งเป็นของอีกร้านแต่เจ้าของเดียวกัน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ปรุงเสร็จก็มีคนมาส่ง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สถานีรถไฟเจอาร์ &amp;ldquo;ฮาโกดาเตะ&amp;rdquo; เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดโอชิมะ เกาะฮ็อกไกโด​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มื้อค่ำเริ่มด้วยสลัดและเบียร์สดจากร้านนี้ ส่วนปลาย่างทั้งตัวและท้องปลาแซลม่อนมาจากอีกร้าน ผมนั่งบนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ตามแบบฉบับของคนลุยเดี่ยว บาร์เทนเดอร์อัธยาศัยดี เขาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ผมได้ยินคำว่า &amp;ldquo;ชนาธิป&amp;rdquo; ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;เจ ชนาธิป สรงกระสิทธิ์&amp;rdquo; นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่มาค้าแข้งอยู่กับสโมสร &amp;ldquo;คอนซาโดเลซัปโปโร&amp;rdquo; ที่เมืองซัปโปโร ห่างขึ้นไปทางเหนือประมาณ300 กิโลเมตร แสดงว่าเจ้าเจของเราดังไกลเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สักพักมีชายคนหนึ่ง คะเนอายุจากใบหน้าได้ประมาณ 40 กลางๆ มานั่งข้างๆ ผม แนะนำตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน หรือที่แกเรียกว่าเป็น &amp;ldquo;ท่านประธาน&amp;rdquo; แกเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง ชอบอาหารไทยและนวดไทยเป็นพิเศษ แล้วเล่าประสบการณ์ในเมืองไทยให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มฟังอย่างภาคภูมิใจ แต่ลึกๆ เหมือนต้องการแสดงให้ผมรู้ว่าแกชอบและรู้จักเมืองไทยพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ชายอีกคน คะเนจากใบหน้า อายุประมาณ 50 กว่าๆ เดินเข้ามานั่งหน้าบาร์ทางฝั่งขวาของผม เจ้าของร้านแนะนำว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของแก ทำงานในบริษัทประกันภัย ผมนึกเล่นๆ ว่าอยากดูแก่ให้ทำงานออฟฟิศ อยากดูเด็กให้เปิดร้านอาหาร ครู่ต่อมาก็มีทหารหนุ่มนอกเครื่องแบบมานั่งหน้าบาร์อีกคน และผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในร้านอีกคนก็มาร่วมสนทนาด้วย เจ้าของร้านแนะนำว่าเป็นภรรยาของแก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เบียร์สด, ไฮบอลล์ และสาเก ทำให้ผมรู้สึกกรึ่มๆ จึงเรียกเก็บเงินและขอตัวกลับเพราะได้ตั้งกติกาให้ตัวเองไว้ว่าจะไม่ดื่มจนเมามายในต่างบ้านต่างเมือง แม้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถเป็นข้อยกเว้นได้เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง แต่การรักษากติกาไว้ก็ย่อมดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ก่อนหน้าที่จะมาญี่ปุ่นคราวนี้ผมได้เที่ยวในเกาหลีมาก่อนประมาณ 10 วัน ได้ซักผ้าที่บ้านเพื่อนในกรุงโซลไปแล้วรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองปูซานที่อยู่ทางใต้ของประเทศ แล้วบินจากปูซานมายังโอซาก้าเมื่อประมาณ 1สัปดาห์ที่แล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ควรจะซักผ้าอีกรอบเพราะกระเป๋าจัดเสื้อผ้าไว้สำหรับใช้ประมาณ 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญของโรงแรมแคปซูลทำงานดีมาก ใช้เวลาไม่นานก็ปั่นจนแห้งเก็บพับวางบนโต๊ะได้ยังไม่ทันง่วงเกินไปที่จะอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำนั้นก็แยกห้องอาบน้ำ-ห้องล้างหน้าแปรงฟัน กับห้องถ่ายเบา-ถ่ายหนักออกไปคนละทิศ สะอาดและเป็นระเบียบดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตื่นเช้าอีกวันฝนก็ยังโปรยปรายเหมือนเดิม ผมหยิบบะหมี่สำเร็จรูปในราคา 100 เยน (ทุกอย่าง 100 เยน ถูกกว่าร้านสะดวกซื้อ ส่วนชาแบบต่างๆ ดื่มฟรีจากเครื่องกดอัตโนมัติ) มาจากมุมอาหารของโรงแรม กดน้ำร้อนใส่แล้วไปนั่งกินที่ริมกระจกใส มองเห็นสถานีโทรทัศน์ NHK สาขาฮาโกดาเตะตั้งอยู่อีกฝั่งถนน หมดบะหมี่ก็ไปหยิบกาแฟราคา 100 เยน มากดน้ำร้อนใส่แล้วไปนั่งจิบที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หมดกาแฟก็เดินไปขอจองและจ่ายเงินค่าที่พักล่วงหน้าสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะคาดการณ์ได้ว่าวันนี้คงเที่ยวได้ไม่กี่ที่ เช่นเดียวกับเรื่องเล่าฉบับนี้ที่ยังพาท่านผู้อ่านไปไหนไม่ได้ไกล. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, ฮาโกดาเตะ, ฮ็อกไกโด​​​​​​​, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, โอชิมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
