<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุขมนตรีเดลีจี้ประกาศเคอร์ฟิวระงับปะทะข้ามศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮินดูและมุสลิมในอินเดียปะทะนองเลือดในกรุงนิวเดลีคร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ศพ ทางการส่งตำรวจปราบจลาจลลาดตระเวนเมื่อวันพุธ มุขมนตรีนิวเดลีเรียกร้องรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากรถยนต์ที่ถูกวางเพลิงระหว่างการจลาจลในกรุงนิวเดลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะรุนแรง 2 วันติดต่อกันเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาเป็นความรุนแรงจากความขัดแย้งระหว่างศาสนาครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษของเมืองหลวงแห่งนี้ กลุ่มม็อบทั้งสองฝ่ายใช้มีดดาบและอาวุธปืนเข้าห้ำหั่นกัน โดยถึงวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์วินท์ เกจริวัล มุขมนตรีนิวเดลี กล่าวเรียกร้องเมื่อวันพุธ ให้กองทัพส่งกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ และขอให้รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวในเขตทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงที่เป็นพื้นที่ขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงแม้ตำรวจจะทุ่มเทความพยายามทั้งหมดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และให้ความเชื่อมั่นได้&amp;quot; เกจริวัลทวีตเมื่อเช้าวันพุธ &amp;quot;ควรเรียกกองทัพเข้ามาและประกาศเคอร์ฟิว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดทางศาสนาที่หนักหน่วงขึ้นและการปะทะรอบล่าสุดนี้เป็นผลพวงจากกฎหมายสัญชาติ ที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของวาระชาตินิยมฮินดูของนายกฯ นเรนทรา โมดี ที่ต้องการเปลี่ยนอินเดียให้เป็นประเทศฮินดู โดยผลักดันประชากรมุสลิมที่มีราว 200 ล้านคนให้กลายเป็นชนกลุ่มน้อย แต่โมดีปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้เร่งรัดกระบวนการมอบสัญชาติแก่ชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน 3 ชาติที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่ไม่รวมถึงชาวมุสลิมในประเทศเหล่านั้นที่ต้องการขอสัญชาติอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงในกรุงนิวเดลีเกิดในช่วงยามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ และจัดการประชุมกับโมดีที่เมืองหลวงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์รุนแรงไม่ส่งผลกระทบต่อกำหนดการของทรัมป์ซึ่งออกจากอินเดียแล้วเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ โมดี กล่าวเรียกร้องผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพุธ ขอให้ชาวเดลีกลับคืนสู่ความสงบสันติและสามัคคีปรองดองกันโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุรุนแรงเริ่มต้นเมื่อวันจันทร์ เมื่อประชาชนฝ่ายที่สนับสนุนกับฝ่ายคัดค้านกฎหมายสัญชาติปะทะกันแล้วบานปลายเป็นการต่อสู้กันด้วยอาวุธระหว่างกลุ่มม็อบ โดยเฉพาะที่เขตอโศกนาคร บ้านเรือนหลายหลังถูกทำลายและมัสยิดหลังหนึ่งถูกโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีคนบาดเจ็บเกือบ 200 คนในการปะทะ 2 วัน สุนิล กุมาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในพื้นที่บอกกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธว่า ผู้บาดเจ็บ 60 รายมีบาดแผลโดนยิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปะทะข้ามศาสนา, มุสลิม, อินเดีย, ฮินดู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e567bd679f90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้แฉ กองกำลังโรฮิงญาก็ฆ่าหมู่ชาวฮินดูที่รัฐยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลระบุผ่านรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ว่ากองกำลังติดอาวุธของโรฮิงญาก่อเหตุสังหารหมู่ชาวบ้านที่เป็นฮินดูในรัฐยะไข่ของพม่าเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงเดียวกับที่กลุ่มนี้บุกโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงพม่า ที่จุดชนวนให้กองทัพพม่าปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรงจนโดนนานาชาติประณามว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 หญิงชาวฮินดูร่ำไห้ใกล้ศพของสมาชิกในครอบครัวที่พบในหมู่บ้านเยบ่อจอ ทางเหนือของรัฐยะไข่ STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 วันเดียวกับที่กองกำลังติดอาวุธกองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) หลายร้อยคนบุกโจมตีที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนพม่าในรัฐยะไข่หลายสิบจุดพร้อมกันและสังหารตำรวจพม่ากว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างขั้นรุนแรง บีบให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 700,000 คนอพยพหนีข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติกล่าวประณามการปราบปรามของกองทัพพม่าว่าเทียบได้กับการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ชาวโรฮิงญา ทหารและม็อบชาวบ้านที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยถูกกล่าวหาว่าเข่นฆ่าพลเรือนชาวโรฮิงญาและวางเพลิงหมู่บ้านของพวกเขา แต่ข้อมูลล่าสุดจากรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลแห่งนี้ บ่งชี้ว่ากองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาก็กระทำผิดเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาฆ่าหมู่ชาวฮินดูในหมู่บ้านทางเหนือสุดของรัฐยะไข่ ซึ่งกองทัพพม่าเคยพาผู้สื่อข่าว ที่รวมถึงผู้สื่อข่าวเอเอฟพี ไปเป็นประจักษ์พยานการขุดศพเน่าเปื่อยจำนวนหลายศพขึ้นจากหลุมตื้นๆ เมื่อเดือนกันยายน ในช่วงเวลานั้น กองกำลังอาร์ซาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สังหารคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเมื่อวันพุธกล่าวว่า การสอบสวนใหม่ยืนยันว่ากองกำลังอาร์ซาฆ่าชาวฮินดู 53 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ในรูปแบบการประหารชีวิต ที่หมู่บ้านข่าหม่องแซะในเมืองหม่องดอทางเหนือของรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือวิกฤติของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า การนำตัวพวกที่กระทำการอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนมาลงโทษนั้นสำคัญมากเท่าๆ กับการดำเนินการกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติโดยกองกำลังความมั่นคงของพม่าในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของผู้รอดชีวิต 8 คนว่า ชาวบ้านที่เป็นฮินดูหลายสิบคนโดนกลุ่มชายคลุมหน้าและชาวบ้านที่เป็นโรฮิงญา ต้อนมารวมกันแล้วปิดตาพาเดินออกจากชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราช กุมารี ชาวฮินดูวัย 18 ปี เล่าให้แอมเนสตีฟังว่า คนพวกนี้มีมีด พลั่วและท่อนเหล็ก พวกเขาฆ่าพวกผู้ชาย พวกเราถูกสั่งว่าไม่ให้มอง ตัวเขาหลบซ่อนอยู่ในดงไม้ และมองดูพ่อ พี่ชายและลุงโดนฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ที่หมู่บ้านเยบ่อจอ มีผู้ชาย, ผู้หญิงและเด็กชาวฮินดู รวม 46 คน หายตัวไปในวันเดียวกันนั้น รายงานอ้างข้อมูลจากชาวบ้านฮินดูที่เชื่อว่าอาร์ซาฆ่าคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของแอมเนสตียืนยันข้อมูลของกองทัพพม่าที่อ้างว่ากองกำลังโรฮิงญาก็กระทำการโหดร้ายทารุณต่อชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในรัฐยะไข่เช่นกัน แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี มาอุล ผู้นำชุมชนชาวฮินดูกล่าวกับเอเอฟพีจากรัฐยะไข่ว่า พวกฆาตกรหนีเข้าบังกลาเทศ มีพยานหลายคนเห็นเหตุการณ์ แต่พวกเราไม่ได้รับความยุติธรรม &amp;quot;คนไม่ค่อยสนใจการเข่นฆ่าพวกนี้&amp;quot; เขากล่าว โดยเปรียบเทียบกับความโหดร้ายที่เกิดกับชาวโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นานาชาติพากันประณามพม่าว่าประหัตประหารชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นคนไร้รัฐและถูกกดขี่มายาวนาน แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธคำกล่าวหาการทารุณทำร้ายชาวโรฮิงญาอย่างกว้างขวาง และตำหนิกลุ่มสิทธิว่าอคติเข้าข้างโรฮิงญา พร้อมกับชี้ด้วยว่า มีชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่มที่ประสบภัยจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, พม่า, ยะไข่, สังหารหมู่, ฮินดู, เมียนมา, แอมเนสตี็อินเตอร์เนชั่นแนล, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b05753f9dc47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียฉายหนังอื้อฉาว &#039;ปัทมาวดี&#039; หวั่นฮินดูป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรงภาพยนตร์ทั่วอินเดียเริ่มฉายหนังบอลลีวู้ดอื้อฉาว &amp;quot;ปัทมาวดี&amp;quot; ที่เป็นเรื่องราวของราชินีชาวฮินดู กับกษัตริย์มุสลิม ในศตวรรษที่ 14 ซึ่งชาวฮินดูประท้วงต่อต้านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตำรวจหลายพันนายคุมเข้มหวั่นฮินดูหัวแข็งกร้าวก่อความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ตำรวจอินเดียเฝ้าหน้าโรงหนังที่เมืองศิมลา ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ภาพยนตร์บอลลีวู้ดเรื่องนี้เข้าฉายเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ว่าทางการอินเดียได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา โดยวางกำลังตำรวจปราบจลาจลตามโรงฉาย มีโรงหนังในหลายรัฐประกาศว่าพวกเขาจะไม่ฉายหนังเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีอีกเกือบ 5,000 โรงทั่วประเทศที่นำหนังเข้าฉาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงนิวเดลี โรงเรียนหลายแห่งปิดการเรียนการสอน ภายหลังรถบัสนักเรียนคันหนึ่งซึ่งบรรทุกนักเรียนหลายสิบคน โดนผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินใส่ และมีรถบัสอีกคนโดนจุดไฟเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงหนังหลายแห่งมีกองกำลังทหารกึ่งบ้านและตำรวจในชุดปราบจลาจลได้วางแผงกั้นโดยรอบ ไม่ว่าที่กรุงนิวเดลี, นครมุมไบ และเมืองใหญ่อีกหลายเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มฮินดูหัวรุนแรงประท้วงต่อต้านหนังเรื่องนี้โดยกล่าวหาว่าหนังให้ภาพของราชินีปัทมาวดีผิดจากความจริง ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างราชินีฮินดูองค์นี้กับกษัตริย์มุสลิม อะลาอุดดิน คิลจี แต่ผู้ผลิตหนังปฏิเสธคำกล่าวหานี้ ขณะที่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ถึงกับตั้งคำถามด้วยว่าราชินีองค์นี้มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มราชปุต ซึ่งบูชาราชินีฮินดูองค์นี้ เป็นแกนนำประท้วงหนังเรื่องนี้มานานร่วม 1 ปี พวกเขายังได้รับการสนับสนุนจากฮินดูกลุ่มอื่นที่ร่วมก่อความรุนแรงนับแต่ศาลรัฐคุชราตอนุญาตให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ประท้วงหลายร้อยคนได้ทำลายร้านค้า เผารถจักรยานยนต์หลายสิบคัน และทำให้รถยนต์เสียหายมากกว่า 150 คันทั่วเมืองอาเมดาบัด เมืองใหญ่ของรัฐนี้ มีผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโดนจับกุมเกือบ 250 คนในวันต่อมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1764</URL_LINK>
                <HASHTAG>อินเดีย, ฮินดู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69e0eca105b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
