<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรต์วอตช์ออกรายงานโจมตีเขื่อนกัมพูชาทุนจีนสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ระบุเมื่อวันอังคารว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ของกัมพูชาที่ได้ทุนสนับสนุนก้อนโตจากรัฐบาลจีน ได้ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลายหมื่นคน และยังผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามเป้าหมายที่เคยคุยไว้ ด้านโฆษกรัฐบาลกัมพูชาโต้กล่าวหาไม่มีเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ขณะอยู่ระหว่างก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 (Photo by Sion Ang/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ในจังหวัดสตึงแตรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำกำลังผลิต 400 เมกะวัตต์ ก่อกระแสต่อต้านมายาวนานก่อนที่เขื่อนนี้จะเริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนธันวาคม 2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญการประมงเคยเตือนว่า เขื่อนนี้กั้นขวางการบรรจบกันของแม่น้ำเซซานและแม่น้ำซเรย์ปก ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง จะทำให้พันธุ์ปลาต่างๆ จำนวนมากสูญหายไปจากแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของฮิวแมนไรท์วอตช์ ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคม ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านราว 60 คนในชุมชนต่างๆ นานกว่า 2 ปี ชี้ว่า เขื่อนนี้ทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ต้นน้ำและตลอดเส้นทางของแม่น้ำ สูญเสียรายได้ไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายเรียกร้องสิทธิ์ภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรต์วอตช์และเป็นผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาวพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนส่วนน้อยในกัมพูชา ซึ่งเคยอาศัยกันเป็นชุมชนและส่วนใหญ่ใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการหาปลา, เก็บของป่าและทำเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางการกัมพูชาจำเป็นต้องทบทวนอย่างเร่งด่วนเรื่องการจ่ายเงินชดเชย, การตั้งรกรากใหม่ และวิธีการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากโครงการนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรอัน เอย์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและน้ำในแม่น้ำโขง กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยว่าเขื่อนนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อปัญหาใหญ่ๆ ที่แม่น้ำโขงกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และจำเป็นต้องวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสูญเสียที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้าสร้างเขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ซึ่งทำให้ต้องอพยพชาวบ้านราว 5,000 คน โดยหวังว่า เขื่อนนี้จะผลิตไฟฟ้าราว 1 ใน 6 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละปี ตามคำสัญญาของบริษัท ไชน่าหัวเหนิง กรุ๊ป ผู้ก่อสร้างเขื่อน แต่รายงานฮิวแมนไรต์วอตช์ชี้ว่า เขื่อนนี้ผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่านั้นมาก โดยผลิตได้เพียง 1 ใน 3 จากระดับการผลิตที่เคยระบุไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวปกป้องโครงการนี้ว่า เขื่อนนี้ให้ผลด้านบวกเป็นส่วนใหญ่ และชาวบ้านที่ถูกย้ายถิ่นฐานนั้น พวกเขาได้บ้านใหม่, มีที่ดินทำกิน และมีไฟฟ้าใช้ &amp;quot;คำกล่าวหาพวกนี้ไม่มีเหตุมีผล พวกเขาไม่ได้ดูประสบการณ์ของกัมพูชา และสถานที่ตั้งแห่งใหม่นั้นก็มีทำเลที่ดีกว่าของเก่า&amp;quot; เขาโจมตีรายงานกลุ่มสิทธิจากนิวยอร์กกลุ่มนี้ และว่า รัฐบาลกัมพูชายังคงเฝ้าสังเกตผลกระทบต่อหมู่บ้านโดยรอบอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ซึ่งมีรายงานระบุว่าจีนใช้ทุนก่อสร้าง 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,100 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มแถบและเส้นทางของจีน ที่เป็นโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งทางทะเล, รถไฟ และถนน ทั่วเอเชีย, แอฟริกา และยุโรป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เขื่อนทุนจีนสร้าง, เขื่อนเซซานตอนล้าง2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112926ad4bb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>HRWชี้อิสราเอลก่ออาชญากรรม&#039;แบ่งแยกสีผิว&#039;ต่อปาเลสไตน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าวหาอิสราเอลว่าดำเนินนโยบายแบ่งแยกสีผิวและกดขี่ข่มเหงชาวปาเลสไตน์ และชนกลุ่มน้อยเชื้อสายอาหรับในอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวมาเลอาดูมิน ในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ชานกรุงเยรูซาเลม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 (Photo by AHMAD GHARABLI / AFP) (Photo by AHMAD GHARABLI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนจากนิวยอร์กชี้แจงว่า รายงานความยาว 213 หน้าที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน ไม่ได้มีเป้าหมายเปรียบเทียบอิสราเอลกับยุคสมัยของการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ แต่เป็นการประเมินว่า &amp;quot;มีการกระทำและนโยบายจำเพาะใดหรือไม่&amp;quot; ที่เป็นการแบ่งแยกสีผิวตามนิยามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลปฏิเสธคำกล่าวหานี้ทันทีว่า ทั้งผิดประหลาดและเป็นเท็จ พร้อมกับกล่าวหาฮิวแมนไรต์วอตช์ (HRW) ว่าส่งเสริมการบอยคอตอิสราเอลมานานหลายปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ตอบรับรายงานฉบับนี้ด้วยความยินดี พร้อมกับเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงอย่างเร่งด่วน รวมถึงเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐ, องค์กร และบริษัทต่างๆ ของพวกเขา ไม่ได้มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ประกาศว่าจะสอบสวนอาชญากรรมสงครามในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง และในฉนวนกาซา ซึ่งกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์เช่นฮามาส อาจเป็นผู้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายงานฉบับนี้ HRW ชี้ให้เห็นถึงข้อกำหนดของอิสราเอลที่จำกัดการเคลื่อนไหวของชาวปาเลสไตน์และยึดที่ดินของชาวปาเลสไตน์มาใช้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนยึดครองช่วงสงครามตะวันออกกลางปี 2510 ว่าเป็นตัวอย่างของนโยบายที่ถือเป็นอาชญากรรมแบ่งแยกสีผิวและการกดขี่ข่มเหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั่วอิสราเอลและ (ดินแดนปาเลสไตน์) ทางการอิสราเอลได้ดำเนินการด้วยเจตนาที่จะรักษาความมีอำนาจเหนือชาวปาเลสไตน์ ด้วยการควบคุมเหนือดินแดนและประชากรเพื่อผลประโยชน์ของชาวยิวอิสราเอล&amp;quot; รายงานกล่าว &amp;quot;บนพื้นฐานนี้ รายงานสรุปว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วยการแบ่งแยกสีผิวและการกดขี่ข่มเหง&amp;quot; ตามนิยามภายใต้อนุสัญญาการแบ่งแยกสีผิวปี 2516 และธรรมนูญกรุงโรมปี 2541.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100953</URL_LINK>
                <HASHTAG>HRW, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ก่ออาชญากรรมแบ่งแยกสีผิว, ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิว, ปาเลสไตน์, อิสราเอล, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เขตยึดครองเวสต์แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60880aab5c36e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาตัดสินประหาร19ผู้ประท้วง ฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อเมียนมารายงานว่า ศาลทหารเมียนมาตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานฆ่าผู้ร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่งที่กรุงย่างกุ้งซึ่งอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม ชี้เป็นกลยุทธ์ปรามไม่ให้คนออกมาลงถนนและทำลายอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารเมียนมาลาดตระเวนบนถนนในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน อ้างรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์เมียวดีของทางการเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ศาลทหารเมียนมามีคำพิพากษาประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานปล้นและฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง ที่เขตออกกะลาปาเหนือของนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการตัดสินประหารชีวิตครั้งแรกนับแต่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตออกกะลาปาเหนือเป็น 1 ใน 6 เขตของย่างกุ้งที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หมายความว่าผู้ที่ถูกจับกุมต้องโดนดำเนินคดีในศาลทหาร ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา ในจำนวนผู้ที่ถูกตัดสิน 19 คนนั้น 17 คนเป็นการพิพากษาลับหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำเอเชีย กล่าวว่า แม้เมียนมาจะมีโทษประหารชีวิตบัญญัติไว้ในกฎหมายอาญา แต่เมียนมาไม่ได้ประหารชีวิตนักโทษมานานกว่า 30 ปีแล้ว คดีนี้บ่งชี้ว่ากองทัพเตรียมจะกลับสู่ยุคที่เมียนมาประหารชีวิตคนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ด้วยว่า การพิจารณาคดีในศาลทหารหมายความว่าไม่สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้ และไม่มีการรับประกันว่าจะมีการพิจารณาคดีที่เสรีและยุติธรรม คำพิพากษาดังกล่าวอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อบังคับให้ผู้ประท้วงออกจากถนนแล้วกลับไปทำงาน เพราะการหยุดงานทั่วประเทศทำให้เศรษฐกิจของเมียนมาหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภารกิจหลักของพวกเขาคือการใช้กำลังและความรุนแรง เพื่อให้ทุกคนออกจากถนนและเพื่อสลาย (ขบวนการอารยะขัดขืน)&amp;quot; โรเบิร์ตสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีเน อีริกเซน เซอไรดา ของนอร์เวย์ ทวีตเมื่อวันเสาร์ประณามโทษประหารชีวิตนี้ว่า ยอมรับไม่ได้และเป็นพัฒนาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง &amp;quot;นอร์เวย์เรียกร้องอย่างหนักแน่นต่อเมียนมาอย่าได้ประหารชีวิต, ยุติความรุนแรง และอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเยือน&amp;quot; รัฐมนตรีหญิงนอร์เวย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ กำลังอยู่ในประเทศไทยระหว่างรอเข้าเมียนมาเพื่อพบกับพวกผู้นำทหารด้วยตนเอง แต่ถึงขณะนี้รัฐบาลเมียนมายังไม่อนุญาตให้เธอเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, ศาลทหารเมียนมา, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071aad0bd950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรท์วอทช์โดดงับข่าวปลอมจมเขี้ยวทหาร-ตร.สนธิกำลังกับบุกเข้าจู่โจมโรงเรียน สั่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;เลิกคุกคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.62-ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ &amp;quot;Thailand : Authorities Punish Mockery of Junta&amp;quot; ตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไทย กรณีข่มขู่คุกคามผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำรัฐประหารและปกครองแบบเผด็จการทหารมาตั้งแต่ปี 2557 และได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย หลังการเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่าเมื่อ 13 มิ.ย.62 ทหารและตำรวจสนธิกำลังกับบุกเข้าจู่โจมโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย บังคับให้นักเรียนลบภาพเกี่ยวกับกิจกรรมวันไหว้ครูที่แสดงออกเชิงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร และความพยายามสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จากบัญชีสื่อออนไลน์ของพวกเขาทั้งหมด ทั้งที่ประเทศไทยให้การรับรองกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ซึ่งสาระสำคัญคือรัฐบาลต้องรับรองสิทธิในการแสดงออกของพลเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ควรสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดยุติการข่มขู่คุกคามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์โดยสงบ และมิตรประเทศของไทยก็ไม่ควรปล่อยให้การเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้มาเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย&amp;quot; ผอ.ภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38572</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคาม, ทหาร-ตำรวจ, ฮิวแมนไรต์วอตช์, แบรด อดัมส์, โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย, ไหว้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d0381a886901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮิวแมนไรต์วอตช์แฉ ผู้หญิงเกาหลีเหนือโดนข่มขืนดาษดื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์อ้างคำบอกเล่าของชาวเกาหลีเหนือหลบหนีออกนอกประเทศมากกว่า 50 ราย เปิดโปงว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองของเกาหลีเหนือข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงเป็นกิจวัตร อีกด้านประธานาธิบดีมุน แจอิน เผย &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ใกล้เยือนเกาหลีใต้เร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคนเนธ รอธ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ ถือสำเนารายงานการล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงในเกาหลีเหนือ ระหว่างแถลงข่าวที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ขององค์กรสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐแห่งนี้ เปิดเผยสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศในประเทศคอมมิวนิสต์โดดเดี่ยวแห่งนี้แบบที่แทบไม่เคยเผยแพร่มาก่อน คำสัมภาษณ์ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์มากกว่า 50 ราย บอกเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่น่าขยะแขยงเหล่านี้ ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เช่น ตำรวจรักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้กระทำผิดนั้นยังรวมถึงพวกผู้จัดการของรัฐวิสาหกิจ, ยามเฝ้าตลาด, เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาการณ์ตามท้องถนนและจุดตรวจ เช่น ตำรวจ, อัยการ, ทหาร และนายตรวจรถไฟ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ด้วยสภาพสังคมเกาหลีเหนือที่ยึดธรรมเนียมการแบ่งชนชั้นและเชื่อฟังผู้อาวุโส ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงไม่ต้องการมีปัญหากับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่แปรพักตร์และคนค้าขายในเกาหลีเหนือนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งเคลื่อนไหวได้อิสระกว่าผู้ชายที่ต้องทำงานให้รัฐและถูกจับตาอยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงเกาหลีเหนือที่ถูกจับได้ว่าหนีไปจีนหรือถูกส่งตัวกลับจะโดนลงโทษสถานหนัก ซึ่งรวมถึงการทารุณทรมาน, กักขัง และล่วงละเมิดทางเพศ รายงานอ้างคำกล่าวของเหยื่อรายหนึ่งวัย 30 ปีเศษ ที่เคยโดนขังที่ศูนย์กักกันที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ว่าทุกคืนจะมีผู้หญิงบางคนถูกยามบังคับให้ออกไปแล้วโดนข่มขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ค้าที่ลอบนำสินค้าข้ามชายแดนจากจีนมาขายในตลาดเอกชนที่ของรัฐ ก็ถูกบังคับให้ &amp;quot;จ่ายสินบน&amp;quot; ด้วยการปรนเปรอกาม กระนั้น รายงานยอมรับว่า ความคิดหรือนิยามของการข่มขืนในเกาหลีเหนือนั้นแตกต่างจากที่อื่น โดยจะหมายถึงการใช้กำลังขืนใจเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตแม่ค้าขายเสื้อผ้าวัย 40 ปีเศษรายหนึ่ง เล่าถึงเรื่องในอดีตที่เธอเคยได้รับ &amp;quot;ความปรานีจากพวกผู้ชาย&amp;quot; ให้เป็น &amp;quot;ของเล่นบำเรอกาม&amp;quot; เมื่อใดที่พวกผู้ชายต้องการ ไม่ว่ายามของตลาดหรือตำรวจ พวกเขาจะมาขอให้เธอติดตามไปที่ห้องว่างนอกตลาดหรือที่อื่นๆ แล้วแต่จะเลือก แล้วบังคับให้ร่วมเพศ เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยมากจนไม่มีใครมองเป็นเรื่องใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บอกเล่าบางคนเผยด้วยว่า เหยื่อข่มขืนบางรายโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย หรือโดนสามีทุบตีแล้วทิ้ง เพราะพวกเธอสร้างความเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคนเนธ รอธ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ กล่าวว่า ความรุนแรงทางเพศในเกาหลีเหนือนั้นเป็นความลับที่เปิดเผย ไม่ถูกจัดการ และยอมกันอย่างกว้างขวาง เสียงเรียกร้องของผู้หญิงเกาหลีเหนือนั้นไม่ถูกรับฟังในระบอบเผด็จการของคิม จองอึน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเป็นประมุขของเกาหลีเหนือรุ่นที่ 3 ต่อจากปู่และพ่อของเขา เกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของตระกูลคิมมีการสอดแนมประชาชนอย่างแพร่หลายและไม่อนุญาตให้มีการต่อต้านขัดขืน แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือยืนกรานว่าพวกเขาปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง และว่าโลกตะวันตกไม่ควรใช้มาตรฐานสิทธิมนุษยชนของตะวันตกมาใช้กับส่วนอื่นของโลก และตอบโต้เสียงวิจารณ์จากภายนอกว่าเป็นการรณรงค์ป้ายสีเพื่อบั่นทอนระบบสังคมนิยมอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ผู้หญิงเกาหลีเหนือ, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb089571635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 21:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.ไทยจับ &#039;สม สเรย&#039; หัวหน้ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตม.ไทยจับกุม &amp;quot;สม สเรย&amp;quot; ผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาที่มีฐานอยู่ในเดนมาร์ก ขณะพยายามขอต่อวีซ่า ฮิวแมนไรต์วอตช์ทักท้วงรัฐบาลไทยควรคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศหากคิดส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เผยกัมพูชาเคยระแวงแผนวางระเบิดในกรุงพนมเปญจนเป็นเหตุให้สถานทูตสหรัฐเตือนภัยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายของสม สเรย ในชุดเครื่องแบบทหาร ที่ประกอบเอกสารของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ที่กล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายวางแผนระเบิดในกรุงพนมเปญและเสียมเรียบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในเว็บไซต์ของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 อ้างข้อมูลจากองค์กรจับตาสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ ที่มีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก ว่า สม สเรย หัวหน้ากลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติเขมร (เคเอ็นแอลเอฟ) ถูกจับกุมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางเหนือของเมืองหลวง ระหว่างที่เขาพยายามมาขอต่อวีซ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนัย ผาสุก นักวิจัยอาวุโสของฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรมีความห่วงกังวลความปลอดภัยของเขา หากเขาถูกเนรเทศไปกัมพูชา เนื่องจากก่อนหน้านี้ สมาชิกเคเอ็นแอลเอฟหลายคนโดนเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชาทารุณระหว่างโดนควบคุมตัว รัฐบาลไทยต้องคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศด้วยหากจะส่งตัวเขากลับกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 ศาลกัมพูชาเคยมีคำตัดสินลับหลังจำเลยว่า สม สเรย มีความผิดฐานวางแผนก่อเหตุโจมตี และตัดสินจำคุกเขา 9 ปี และเมื่อต้นเดือนนี้ นายกฯ ฮุน เซน เคยกล่าวหาเขาและกลุ่มของเขาอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ ว่าคนเหล่านี้กำลังวางแผนโจมตีกัมพูชา พร้อมกับเรียกพวกเขาว่าคนขายชาติ ผู้นำกัมพูชารายนี้ยังประกาศด้วยว่ารัฐบาลเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคง เพื่อรับประกันความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกัมพูชาเคยออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัย สืบเนื่องจากมีรายงานข่าวและคำเตือนของเจ้าหน้าที่กัมพูชาว่าอาจมีแผนวางระเบิดในกรุงพนมเปญ คำเตือนแนะนำบุคลากรของรัฐบาลสหรัฐให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปแถววัดพนม ในกรุงพนมเปญ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเป้าหมายของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แนวร่วมปลอดภัยแห่งชาติเขมร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสุนัยกล่าวว่า สม สเรยถูกตำรวจไทยจับกุมเนื่องจากเขามีชื่ออยู่ใน &amp;quot;บัญชีดำ&amp;quot; ของกัมพูชาสืบเนื่องจากแผนวางระเบิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รอยเตอร์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยไม่ตอบคำร้องขอความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเขียว โสเพียก โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ติดต่อกับไทยแล้วเพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งตัวสม สเรย เป็นผู้ร้ายข้ามแดน &amp;quot;เราร้องให้เนรเทศเขามากัมพูชา&amp;quot; โฆษกผู้นี้กล่าวกับรอยเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ไทยปฏิบัติตามคำขอของกัมพูชาบ่อยครั้งเพื่อให้ส่งตัวพลเมืองกัมพูชาที่มีความผิดคดีอาญา หรือพวกที่กัมพูชาเห็นว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ไทยได้ส่งตัวหญิงคนหนึ่งที่ปากรองเท้าใส่ป้ายขนาดใหญ่ที่เป็นรูปของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน จากไทยกลับกัมพูชา เพื่อรับโทษจำคุก 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมตัวผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในเดนมาร์กรายนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลของนายกฯ ฮุน เซน เดินหน้าปราบปรามพรรคฝ่ายค้าน, ฝ่ายต่อต้านรัฐ, ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน อย่างหนักหน่วง ก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งเชื่อแน่ว่าพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของฮุน เซน จะชนะการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลัก คือพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ถูกศาลสูงสุดตัดสินยุบพรรคเมื่อปีที่แล้ว ฐานวางแผนโค่นล้มรัฐบาลโดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐ ทั้งสหรัฐและซีเอ็นอาร์พีปฏิเสธคำกล่าวหานี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7958</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุม, ตม.ไทย, ฝ่ายค้านกัมพูชา, สม สเรย, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เขมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1e6c1124fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
