<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบฯ ส่งสำนวนฟ้อง &#039;น้องชายพระกิตติวุฑโฒ&#039; ฮุบที่ดินสงฆ์ 4 พันไร่ ให้อัยการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง.ผบก.ป. พร้อมทีมพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 79 ปี น้องชายของพระกิตติวุฑโฒ และนายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี บุตรชายของนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดียักยอกที่ดินมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ ในความผิดฐานร่วมกันยักยอก, ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความลงในเอกสารราชการ และร่วมกันเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 177, 267, 352 ประกอบ มาตรา 83 มายื่นต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาเพื่อพิจารณาสั่งคดี&amp;nbsp;สำหรับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามนำมายื่นวันนี้ ประกอบด้วยบัญชีพยานจำนวน 122 ปาก บรรจุ 12 แฟ้ม ความหนา 5,585 แผ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า พยานหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ เนื่องจากปรากฎพยานหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าของที่ดินของใคร ประกอบกับการสอบปากคำพยานกว่า 120 ปาก ให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ความเป็นมาของที่ดินแปลงนี้ ความเป็นไปของมูลนิธิฯ และเจตจำนงในการใช้ที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ มีเหตุจากเมื่อ พ.ศ.2510 มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคล มีพระกิตติวุฑโฒเป็นกรรมการ ผู้จัดการมูลนิธิ &amp;nbsp;ต่อมา พ.ศ.2513-2515 พระกิตติวุฑโฒซื้อที่ดินที่เป็น นส.3 (หนังสือรับรองทำประโยชน์ในที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์) และที่ดินมือเปล่า รวมเนื้อที่ 4,000 ไร่ ในราคา 12 ล้านบาท จากนายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดิน โดยนำเงินที่เรี่ยไรการทำบุญมาจากพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธา ไปชำระให้นายสมพล 8 ล้านบาทแล้วนายสมพล ส่งมอบที่ดินให้ครอบครองเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ทำกิจกรรมทางศาสนา ระหว่างนั้นมีการมอบหมายผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒมาดูแล และมีผู้ต้องหาที่ 2 มาอยู่ด้วย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปติดต่อหน่วยราชการและเสียภาษีที่ดินในนามมูลนิธิฯ จนมาถึง พ.ศ.2538 นายสมพล เสียชีวิต และ พ.ศ.2548 พระกิตติวุฑโฒ มรณภาพ ก็ไม่มีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พ.ศ.2550 นายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1 มีเจตนาทุจริตที่ต้องเอาที่ดินซึ่งเป็นของมูลนิธิที่ตนครอบครองแทนอยู่ให้มาเป็นของตนเอง จึงวางแผนด้วยการทำเอกสารอันเป็นเท็จระบุว่า นายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ซื้อที่ดินทั้งหมดจากนายสมพล (ที่เสียชีวิตไปเมื่อ พ.ศ.2538) เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดจันทบุรี ต่อมามีการสมยอมกันระหว่างผู้ต้องหาที่ 1 กับนายเรวัติ โกศลานันท์ ทายาทของนายสมพล จนเป็นเหตุให้ศาลจังหวัดจันทบุรี มีคำพิพากษาตามยอม โดยผู้ต้องหาที่ 1 ใช้คำพิพากษาไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อเปลี่ยนชื่อทางทะเบียน ใน นส.3 จากนายสมพลมาเป็นชื่อของนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1 แต่เจ้าพนักงานที่ดินโต้แย้งว่านายเรวัติไม่ใช่ทายาทของนายสมพลเพียงคนเดียว จึงไม่จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ ต่อมาผู้ต้องหาที่ 1 จึงทำเอกสารเท็จขึ้นมาอีก ให้ทายาทของนายสมพลอีก 2 คนลงนามว่านายสมพลขายที่ดินให้ผู้ต้องหาที่ 1 แล้วนำไปเสนอต่อศาล แล้วต่อมาศาลจังหวัดจันทบุรีได้มีหนังสือให้เจ้าพนักงานที่ดินโอนเปลี่ยนชื่อใน นส.3 &amp;nbsp;จากชื่อนายสมพลเป็นนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ศ.2553 -2554 ผู้ต้องหาที่ 1-2 มีเจตนาแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินของมูลนิธิฯ มาเป็นของตัวเอง ด้วยการแจ้งความเท็จกับเจ้าพนักงานที่ดินว่าตนเป็นเจ้าของที่ดิน นส.3 &amp;nbsp;และที่ดินเปล่าทั้งหมด ทำให้เจ้าพนักงานที่ดิน ออกโฉนดให้ผู้ต้องหาที่ 1-2 รวม 99 ฉบับ ต่อมาทายาทนายสมพล ทราบเรื่องดังกล่าว จึงไปยื่นฟ้องศาลเพื่อทวงที่ดินคืนจากผู้ต้องหาที่ 1 และเป็นเหตุให้ฟ้องร้องต่อเนื่องกันไปมาทั้งแพ่ง-อาญาตั้งแต่ พ.ศ.2554-2562 และมีการเบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดจันทบุรี 3 คดี ผู้ต้องหาที่ 1 เบิกความเท็จรวม 8 กรรม และผู้ต้องหาที่ 2 เบิกความเท็จ 4 กรรม เป็นเหตุให้มูลนิธิฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง เสียหาย 207,178,580 บาท (ตามราคาซื้อขายในปัจจุบันราคาไร่ละ 700,000 บาท รวมราคาที่ดินประเมิน 2,450 ล้านบาท) มูลนิธิฯ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง เหตุเกิดที่ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 3 พ.ค. 2550 - 13 ก.ย. 2562 ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายบุญช่วย ฐานยักยอกที่ดิน ในพื้นที่ตำบลพลวง ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ และบางส่วนในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ของมูลนิธิฯ ไปเป็นของตนเอง โดยมีการสวมสิทธิการครอบครองและนำไปออกโฉนดโดยมิชอบ ทำให้ น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท และ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ทายาทรุ่นหลานของเจ้าของที่ดินเดิม ฟ้องร้องเป็นคดีความหลายคดี เหตุการณ์ลุกลามบานปลายจนเป็นมูลเหตุทำให้ พล.ต.ต.ธารินทร์ ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงทนายความเสียชีวิตภายในศาลจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69676</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, น้องชายพระกิตติวุฑโฒ, ฮุบที่ธรณีสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1ee702b756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบฯฝากขัง &#039;2 พ่อลูก&#039; ฮุบที่ธรณีสงฆ์ 3.8 พันไร่ ค้านประกันตัว ชี้เหิมเกริมปั้นหลักฐานเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;มิ.ย.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.วิทวัส สายอ๋อง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 79 ปี ภูมิลำเนา จ.สงขลา และนายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี ภูมิลำเนา จ.จันทบุรี บุตรชายของนายบุญช่วย&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดียักยอกที่ดินมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 22 มิ.ย.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.&amp;nbsp;2563 พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า ร่วมกันยักยอก,&amp;nbsp;ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความลงในเอกสารราชการ,&amp;nbsp;ร่วมกันเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,&amp;nbsp;177,&amp;nbsp;267,&amp;nbsp;352 ประกอบ&amp;nbsp;83 โดยเหตุจากเมื่อปี พ.ศ.2510 มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลมีพระกิตติวุฑโฒ&amp;nbsp;เป็นกรรมการผู้จัดการมูลนิธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาปี พ.ศ.2513-2515 พระกิตติวุฑโฒซื้อที่ดินที่เป็น นส.3 (หนังสือรับรองทำประโยชน์ในที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์) และที่ดินมือเปล่า รวมเนื้อที่ 4,000 ไร่ ในราคา 12 ล้านบาท จากนายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดิน โดยนำเงินที่เรี่ยไรการทำบุญมาจากพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธา ไปชำระให้นายสมพล 8 ล้านบาท แล้วนายสมพลส่งมอบที่ดินให้ครอบครองเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ทำกิจกรรมทางศาสนา ระหว่างนั้นมีการมอบหมายผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒ มาดูแล และมีผู้ต้องหาที่ 2 มาอยู่ด้วย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปติดต่อหน่วยราชการและเสียภาษีที่ดินในนามมูลนิธิฯ จนมาถึงปี พ.ศ.2538 นายสมพล เสียชีวิต และปี พ.ศ.2548 พระกิตติวุฑโฒ มรณภาพ ก็ไม่มีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2550 นายบุญช่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 1 มีเจตนาทุจริตต้องการเอาที่ดินซึ่งเป็นของมูลนิธิที่ตนครอบครองแทนอยู่ให้มาเป็นของตนเอง จึงวางแผนด้วยการทำเอกสารอันเป็นเท็จระบุว่า นายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ซื้อที่ดินทั้งหมดจากนายสมพล (ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี พ.ศ.2538) เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดจันทบุรี ต่อมามีการสมยอมกันระหว่างผู้ต้องหาที่ 1 กับนายเรวัติ โกศลานันท์ ทายาทของนายสมพล จนเป็นเหตุให้ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำพิพากษาตามยอม โดยผู้ต้องหาที่ 1 ใช้คำพิพากษาไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อเปลี่ยนชื่อทางทะเบียน ใน นส.3 จากนายสมพลมาเป็นชื่อของนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1 แต่เจ้าพนักงานที่ดินโต้แย้งว่านายเรวัติไม่ใช่ทายาทของนายสมพลเพียงคนเดียว จึงไม่จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ ต่อมาผู้ต้องหาที่ 1 จึงทำเอกสารเท็จขึ้นมาอีก ให้ทายาทของนายสมพลอีก 2 คนลงนามว่านายสมพลขายที่ดินให้ผู้ต้องหาที่ 1 แล้วนำไปเสนอต่อศาล แล้วต่อมาศาลจังหวัดจันทบุรี ได้มีหนังสือให้เจ้าพนักงานที่ดิน โอนเปลี่ยนชื่อ ใน นส.3&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากชื่อนายสมพลเป็นนายบุญช่วย ผู้ต้องหาที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2553-2554 ผู้ต้องหาที่ 1-2 มีเจตนาแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินของมูลนิธิฯ มาเป็นของตัวเอง ด้วยการแจ้งความเท็จกับเจ้าพนักงานที่ดินว่าตนเป็นเจ้าของที่ดิน นส.3 และที่ดินเปล่าทั้งหมด ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดให้ผู้ต้องหาที่ 1-2 รวม 99 ฉบับ ต่อมาทายาทนายสมพลทราบเรื่องดังกล่าว จึงไปยื่นฟ้องศาลเพื่อทวงที่ดินคืนจากผู้ต้องหาที่ 1 และเป็นเหตุให้ฟ้องร้องต่อเนื่องกันไปมาทั้งแพ่ง-อาญา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2562 และมีการเบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดจันทบุรี 3 คดี ผู้ต้องหาที่ 1 เบิกความเท็จรวม 8 กรรม และผู้ต้องหาที่ 2 เบิกความเท็จ 4 กรรม เป็นเหตุให้มูลนิธิฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง เสียหาย 207,178,580 บาท (ตามราคาซื้อขายในปัจจุบันราคาไร่ละ 700,000 บาท รวมราคาที่ดินประเมิน 2,450 ล้านบาท) มูลนิธิฯ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง เหตุเกิดที่ จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 3 พ.ค.&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13 ก.ย.&amp;nbsp;2562 ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวด้วย ระบุเหตุผลว่า เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์เหิมเกริม สร้างพยานหลักฐานเท็จเอาไปฟ้องศาล และให้การเท็จต่อศาลหลายครั้ง โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีหน้าที่ดูแลที่ดินแทนมูลนิธิฯ ซึ่งซื้อมาด้วยเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา กอบโกยผลประโยชน์ไปเป็นของตนเองจำนวนมาก แล้วยังยักยอกเอาทรัพย์ของมูลนิธิฯ ไปทั้งหมดโดยไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม มีพฤติกรรมยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน และอาจก่อเหตุอันตรายประการอื่น ทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายมีมูลค่าสูง ประกอบกับการกระทำผิดบางกรรมใกล้หมดอายุความ หากผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการปล่อยชั่วคราวและหลบหนี ไม่สามารถนำตัวมาฟ้องได้ภายในอายุความจะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี จนไม่อาจเยียวยาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองยื่นหลักทรัพย์เงินสดคนละ 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว อยู่ระหว่างศาลพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68414</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, บุญช่วย เจริญสถาพร, พระกิตติวุฑโฒภิกขุ, ฮุบที่ดิน, ฮุบที่ธรณีสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1ee702b756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
