<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊ก3นิ้วเบิกเนตร ‘ประยุทธ์’อยู่ยาว ลอกฮ่องกงเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอละพ่อ! ปล่อยข่าวการ์ด 3 นิ้วถูกทำร้ายถึงโคม่า&amp;nbsp; สุดท้าย ตร.งัดหลักฐาน ขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม ไม่มีคู่กรณี &amp;quot;อดีตหัวหน้าการ์ด 3 นิ้ว&amp;quot; ตาสว่าง ฮ่องกงโมเดลไม่เวิร์กกับเมืองไทย ยิ่งแกงกันเองยิ่งพัง เพราะม็อบจากต่างจังหวัดรับไม่ได้ แถมคนกรุงอาจจะถอย ชักจะเชื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยู่ครบเทอม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน (@plamindyindy)&amp;quot; ทวีตข้อความระบุว่า &amp;quot;วันนี้เกิดเหตุการณ์น้องอาชีวะในภาคีมาช่วยงานเป็นการ์ดในม็อบ น้องขอตัวไปรับแฟน แต่น้องกลับโดนรุมทำร้ายฟันเข้าไปที่ศีรษะ เพราะน้องห้อยป้ายการ์ดภาคีไปด้วย น้องโดนทำร้ายที่รามคำแหง ตอนนี้รักษาตัวที่ รพ. อาการโคม่า ทำไมเหตุผลอะไรถึงไปทำเขา เลวจริงๆ #ม็อบ2ธันวา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย ทวีตข้อความ ผ่านบัญชี &amp;quot;Tosaporn Sererak/นพ.ทศพร เสรีรักษ์ @TSererak&amp;quot; ระบุว่า กะโหลกศีรษะยุบ เลือดออกในสมอง ต้องผ่าตัด พร้อมวอนผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่&amp;nbsp; 5 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp; (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. ได้นำหลักฐานคำให้การของพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่รับแจ้งเข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดมาชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยยืนยันว่าผู้เสียหายเป็นนักเรียนอาชีวะขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ล้มได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีคู่กรณี ย่านมีนบุรี ในเวลาประมาณ 22.00 น. และยังพบว่าหลังเกิดเหตุมีกลุ่มบุคคลแชร์ข้อมูลและภาพ พร้อมข้อความที่มีลักษณะทำให้เข้าใจผิดว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง จึงเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ ที่อ้างว่าการ์ดอาชีวะถูกทำร้ายร่างกายหลังจากกลับจากชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว นอกจากนี้ยังสืบสวนหาข่าวและจัดเตรียมแผนรองรับ กรณีในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ อาจมีการนัดชุมนุมทางการเมืองเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุด บัญชีทวิตเตอร์การ์ดภาคีเพื่อประชาชน (@plamindyindy) นั้นถูกปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ อดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่มราษฎร 63 We Volunteer หรือ WeVo ที่ปัจจุบันได้ประกาศแยกตัวออกมาจากการ์ดม็อบสามนิ้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีคลิปภาพและข่าวออกมาต่อเนื่องถึงการมีปัญหากันเองในกลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมจนมีการทำร้ายร่างกายกันเอง เพื่อจะมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองในนามของกลุ่มวีโว่ ประเมินสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมของม็อบต่อจากนี้ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯ ต่อไป การเมืองไทย จากนี้คงไม่ไปถึงจุดพีกหรือจุดต่ำกว่านี้ไปอีกแล้ว มันรักษาระดับแบบนี้ต่อไป ก็จะยื้อแบบนี้ไปจนกว่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นที่มันมีผลต่อสถานการณ์มากกว่านี้ โดยสถานการณ์ของม็อบพูดไปถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก มากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่นๆ คิดว่าปัจจัยที่จะทำให้สถานการณ์พีกขึ้นหรือต่ำลงอยู่ที่ประเด็นของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;อาจอยู่ครบ 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มวีโว่ ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ทำกิจกรรมต่อต้าน คสช.มาตั้งแต่ปี 2557 กล่าวอีกว่า ตราบใดที่หากยังไม่มีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างรุนแรง และยังไม่มีการยกเลิกมาตรา 112 สถานการณ์ม็อบก็จะไม่ลงและจะไม่ขึ้น เว้นแต่จะมีการบังคับใช้มาตรา 112 อย่างรุุนแรง ก็จะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ยกระดับ นำไปสู่การตื่นตัวอีกครั้งหนึ่งของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า เป็นไปได้ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจจะอยู่ครบ 4 ปี แต่เป็นการอยู่ครบด้วยความทุลักทุเลและหายนะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ โดยตลอดช่วงอายุของรัฐบาล ก็จะมีการประท้วงจะเกิดขึ้นเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ หรืออาจขยับเป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปในเชิงปริมาณ จะไม่ลดน้อยถอยลงในเชิงขบวนการ แต่จะแตกหน่อออกไปเป็นกลุ่มต่างๆ และที่สำคัญจะมีแนวทางที่หลากหลายมากขึ้น เพราะหลายคนอาจคิดว่าแนวทางที่คณะราษฎร 63 ต่อสู้อยู่ ณ ตอนนี้ไม่เวิร์กก็ได้ อาจจะมีคนตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นมาเพื่อต่อสู้ในแนวทางที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางไปสู่หนทางแห่งชัยชนะก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตหัวหน้ากลุ่มการ์ดม็อบคณะราษฎรกล่าวถึงฉากจบของสถานการณ์และการชุมนุมว่า ต้องอิงเวลาด้วย แต่หากในช่วง 1-2 ปีนี้ ก็คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็คงเป็นนายกฯ ต่อ ส่วนการต่อสู้ทางการเมืองก็คงมีการจับกุมคุมขังแกนนำหลังจากนี้เมื่อสถานการณ์อ่อนล้า ถอยแรง หรือสะดุดขาตัวเองล้ม ก็เป็นไปได้ ถ้าเมื่อไหร่ม็อบแผ่ว ทำผิดพลาดบ่อยๆ ประชาชนไม่ซื้อแล้ว แนวทางไม่โอเค คนไม่เอากับม็อบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจถือโอกาสนั้นเคลียร์คดีและจัดการกับแกนนำ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ต่อได้ จนถึงวินาทีสุดท้าย หรืออาจจะไปอีกทางหนึ่ง แต่ให้น้ำหนักน้อยกว่าข้อแรก คือการชุมนุมจากนี้ จากที่ชุมนุมกันทุกวัน ก็จะเปลี่ยนเป็นการชุมนุมทุกสัปดาห์ แล้วก็คงขยับเป็นเดือนละครั้ง แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ขึ้น ประเด็นต้องแหลมคมขึ้นก็เป็นไปได้ จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ลาออก หรือไม่ก็อยู่ครบเทอม ก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ให้น้ำหนักข้อแรกก่อน คือนายกฯ จะเอากฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด แล้วก็มีการจับกุมคุมขังแกนนำอย่างแน่นอน&amp;quot;
ม็อบ ตจว.ไม่เอาแกงกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หมายถึงแกนนำและผู้ชุมนุมก็ต้องทบทวนการเคลื่อนไหว มองจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเพื่อไม่ให้สะดุดล้ม นายปิยรัฐตอบว่า ใช่ มันก็ต้องแบบนั้น เหมือนกับที่ตนทำอยู่ตอนนี้ พอเราทบทวนแล้วว่ารูปแบบนี้มันไม่ใช่ หรือยังมีปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ลดปัญหา ลดการกระทบกระทั่ง มีคนคอยสำรองทางให้เดิน ตนจะถากทางไว้รอ อันนี้ก็คือการปรับปรุงทบทวนรูปแบบการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าสุดท้ายแล้วการชุมนุมจะเหมือนกับฮ่องกงหรือไม่ ที่สุดท้ายที่ฮ่องกงการชุมนุมก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ อดีตหัวหน้าการ์ดม็อบสามนิ้วตอบว่า ฮ่องกงเขาเหมือนกับต่อสู้ way เดียวเลย ชุมนุม-จบ ชุมนุมยืดเยื้อ-จบ อย่างนี้หลายรอบตั้งแต่ปี 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เคยเดินทางไปฮ่องกงเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งมันไม่เวิร์กกับเมืองไทย ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งของไทยเองและของเขา มันไม่เวิร์ก มิหนำซ้ำมวลชนจะล้าและเสียแนวร่วมไปเรื่อยๆ เพราะอย่าลืมว่าการชุมนุมแบบวันต่อวันที่ทำอยู่ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากคนกรุงเทพฯ ไม่สามารถอาศัยคนต่างจังหวัดได้ เพราะการนัดชุมนุมแบบวันเว้นวัน แล้วยิ่งมีการแกงกันอีกด้วย คนต่างจังหวัดไม่สามารถรับกับการแกงได้ เพราะเขาต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร เตรียมค่าน้ำมัน เตรียมลางาน ก่อนจะเดินทางได้แต่ละครั้ง จึงต้องอาศัยคนกรุงเทพฯ เป็นกำลังหลักในการเคลื่อนย้ายคน แต่เมื่อไหร่ที่สร้างปัญหา สร้างให้คนกรุงเทพฯ ไม่ซื้อกับวิธีการของคุณแล้วเป็นปัญหาเสียเอง เขาถอยขึ้นมาจะทำยังไง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นปัญหาแบบไหน นายปิยรัฐบอกว่า ปัญหาหลายเรื่องก็เช่น การจราจร การกระทบกระทั่งของคนในพื้นที่ การนำเสนอเนื้อหาที่ซ้ำๆ ซากๆ ไม่นำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง มองว่าเป็นการยื้อเวลา การถ่วงรั้ง คือคนกรุงเทพฯ ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง เมื่อฟีเวอร์เขาก็ฟีเวอร์ แต่เมื่อไม่เอาก็คือไม่เอา ไม่อินก็คือไม่อิน ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดการสวิงโหวตของการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เดี๋ยวก็พรรคเพื่อไทย เดี๋ยวก็ประชาธิปัตย์ มันสวิง เพราะคนเขามีความคิดบางอย่างที่ไม่ได้ยึดติดกับอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าตอนนี้มันก็กำลังเป็นอย่างนั้นแล้ว เขาบอกว่า ค่อนข้างมั่นใจว่ามันมีโอกาส เพราะเสียงสะท้อนกลับมาที่ตน มันไปในทิศทางเดียวกัน เขาก็เตือนมา เช่น ปิดถนนกันทุกวัน ประชาชนอาจไม่พอใจได้ หรือระวัง คุณทะเลาะกันทุกวัน ประชาชนอาจเอือมระอาก็ได้ หรือระวัง แนวทางคุณไม่ชัด เดี๋ยวคนโน้นลด คนนี้เพิ่ม ประชาชนอาจถือว่าคุณไม่มีหลักการ ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน มันก็เป็นไปได้ทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86069</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกทำร้ายถึงโคม่า, ปล่อยข่าว, มอเตอร์ไซค์ล้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ่องกงโมเดล, ไม่มีคู่กรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0b968612ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองผอ.ข่าวกรอง&#039;แฉเบื้องลึกความวุ่นวายการเมืองในไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;New World Order&amp;nbsp; (1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเหตุการณ์​เครื่องบินก่อการร้ายชนตึกเวิลด์​เทรดเซนเตอร์​ ในนครนิวยอร์คเมื่อ​ 11​ เดือนกันยายน​ 2001 อภิมหาอำนาจได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ใหญ่​ คือ​ การจัดระเบียบโลกใหม่​&amp;nbsp; New​ World Order&amp;nbsp; ใครไม่ใช่พวกถือว่าเป็นศัตรู​ และมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลกมีได้ประเทศเดียว​ และใช้ยุทธวิธีทางทหารโจมตีก่อนถามทีหลัง​ preemptive strike&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำประเทศใดที่ขัดขวางยุทธศาสตร์การครองโลกหรือผลประโยชน์ของนักเลงโตต้องถูกกำจัด​ และใน​ 10&amp;nbsp; กว่าปีที่ผ่านมา​ สหรัฐได้กำจัดผู้นำที่เข้มแข็งในหลายประเทศ​ เริ่มตั้งแต่อิรัก​ ลิเบีย​ อียิปต์และซีเรีย​&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัดดัม​ กัดดาฟี&amp;nbsp; มูบารัก​ จึงต้องถูกกำจัดด้วยเหตุจลาจลในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในเอเชีย​ จีนถือเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่ต้องโค่นล้ม​ให้ได้​&amp;nbsp; ฮ่องกงโมเดลจึงเกิดขึ้น​ หากฮ่องกงโมเดลสำเร็จ​ จะมีฐานทัพใหญ่จ่อคอหอยจีน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งเป็นคำถามหรือข้อสงสัยโตๆ นะ​ มีใครที่พลาดหวังจากฮ่องกง​ เลยหันมาเมืองไทย​ เหลือแต่ไทย​เพียงแห่งเดียวที่อาจจะสนองยุทธศาสตร์ของลัทธิครองความเป็นเจ้าในการปิดล้อมจีน​&amp;nbsp; ปิดทางออกลงใต้ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความวุ่นวายทางการเมืองจึงเกิดขึ้นในไทย​ มีการประสานงานให้คนสองฝ่ายรู้จักกัน​ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในการชุมนุมประท้วง​ ปฏิบัติการทวงคืนประชาธิปไตยจึงต้องเกิดขึ้น​ในไทย เลียนแบบแฟลซม็อบของฮ่องกง​ นี่มันเกมที่ถูกปั่นให้เกิด​ เกมที่บีบบังคับไทยให้ยอมตามความต้องการของลัทธิครองความเปนเจ้า​ โดยอาศัยตัณหาของนักการเมืองเป็นตัวเดิน​ ด้วยสารพัดข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อสนองผลประโยชน์ของต่างชาติ​ สถาบันอันเป็นเสาหลักถูกกล่าวหา​ ต้องล้มล้าง​ เพื่อเปิดทางให้คนอื่นเข้ามากอบโกย​ เหมือนเช่นผู้นำลิเบีย​ อิรัก​ อียิปต์ที่ถูกโค่นล้มเช่นนั้นหรือ​ คิดผิดคิดใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันมีบางประเทศที่ดำเนินนโยบายการเมืองระหว่างประเทศผิดพลาด เพื่อนหายหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;


	อัดขี้แพ้ชวนตี! &amp;#39;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;#39; เหลือเวลาน้อยเต็มที
	&amp;nbsp;แนะม็อบยึดหลักเหตุผลเหนืออารมณ์ หลังเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ที่แยกบางนา(คลิป)
	ฝ่ายประชาธิปไตยซัดกันนัว!&amp;#39;ปวิน&amp;#39;บูลลี่&amp;#39;โบว์&amp;#39;ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆเจอสวนขยะจริงๆ
	&amp;#39;อดีตรองผอ.ข่าวกรอง&amp;#39;แฉเบื้องลึกความวุ่นวายการเมืองในไทย!
	กอร.ฉ.สั่งตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศ 4 สื่อ 1 เพจม็อบ อ้างกระทบความมั่นคง!
	พุทธะอิสระ : เมื่องานเลี้ยงของม็อบเลิก เจ้าหน้าที่ค่อยยื่นบิลเก็บค่าเสียหายทีหลัง
	เหลืออด! &amp;#39;โบว์&amp;#39; เขียนถึงบุคคลชื่อ &amp;#39;ปวิน&amp;#39; อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81071</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ม็อบ, อดีตรองผอ.ข่าวกรอง, ฮ่องกงโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e211cdf308ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไมค์’โดนรวบ/ม็อบ2ทุ่มลามทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮ่องกงโมเดลเต็มรูปแบบ ม็อบสวมชุดดำถือร่ม ดาวกระจายทั่วกรุง ปิดแยกลาดพร้าว บางนา วงเวียนใหญ่ โกลาหลรถไฟฟ้าปิดเดินรถทั้งระบบ &amp;quot;ไมค์&amp;quot; โผล่ในรามฯ พามวลชนเดินบนถนนจะไปลาดพร้าว สุดท้ายถึงคลองตันต้องเลิกชุมนุม เพราะจุดอื่นสลายตัวก่อน 2 ทุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม หลังการสลายการชุมนุมเมื่อคืนวันศุกร์&amp;nbsp; เป็นที่จับจ้องว่ากลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์จะนัดชุมนุมกันในพื้นที่ไหน กระทั่งในช่วงบ่าย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงแถลงการณ์จาก (คณะ) ราษฎร ว่า จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อตอนค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เรารับรู้ได้ว่ารัฐบาลและกองทัพตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชนอย่างสมบูรณ์ เราขอประณามทุกการกระทำที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน และขอประณามทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราขอประกาศว่า เรายังยืนยันที่จะจัดการชุมนุมต่อไปในวันที่ 17 ตุลาคม ต่อให้รัฐบาลจะทำการจับกุมแกนนำของเราไปจนหมด แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงสองวันนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแกนนำที่แท้จริงนั้นคือ &amp;quot;ประชาชนทุกคน&amp;quot; มิใช่เพียงคนใดคนหนึ่ง ประชาชนไม่อาจทนต่อการกดขี่ได้ฉันใด ชนชั้นนำก็ไม่อาจฝืนสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ฉันนั้น หากรัฐยังคงเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของเรา ก็พึงรู้ไว้เถิดว่าเราเองก็ไม่สามารถละทิ้งอุดมการณ์ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้จะไม่มีคณะราษฎร จะมีเพียงแต่ &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; เท่านั้น ขอย้ำในจุดยืนว่าทุกคนคือแกนนำ และขอเชิญชวนให้ทุกท่านที่พร้อม ออกมารวมตัวกันอีกครั้งในเวลา 16.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ทุกท่านติดตามรายละเอียดของสถานที่อย่างใกล้ชิด เตรียมกายและใจให้พร้อมกับการชุมนุม และรับมือกับการสลายการชุมนุมที่อาจเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีกระแสข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะนัดชุมนุมที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี ทำให้มีข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ได้ประกาศว่า จะมีการปิดสถานีรถไฟฟ้า BTS จำนวนทั้งสิ้น 14 สถานี ได้แก่ อารีย์ สนามเป้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พญาไท ราชเทวี สยาม ชิดลม เพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ สนามกีฬาแห่งชาติ ราชดำริ และศาลาแดง ตั้งแต่ 14.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร คำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรื่อง ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม อาคาร หรือสถานที่ และคำสั่งของกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทจึงขอปิดให้บริการชั่วคราวทุกสถานี ทั้งในสายสุขุมวิท และสายสีลม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ บริษัทต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน
รถไฟฟ้าปิดหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รฟม.) ที่ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) แจ้งว่า เวลา 15.30 น. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการทุกสถานีชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยโดยรวมของผู้โดยสาร และจะรีบเปิดให้บริการทันทีเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ขออภัยในความไม่สะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ แจ้งปิดให้บริการทุกสถานี โดยจะมีขบวนรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายจะให้บริการดังนี้ จากสถานีสุวรรณภูมิถึงสถานีราชปรารภ ออกจากสถานีสุวรรณภูมิเวลา 16.00 น. และจากสถานีราชปรารภ ถึงสถานีสุวรรณภูมิ ออกจากสถานีราชปรารภ เวลา 16.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน พากันสวมเสื้อสีดำเดินทางไปยังจุดต่างๆ อาทิ แยกบางนา สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ แยกลาดพร้าว มหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งต่างจังหวัด อาทิ จ.อุบลราชธานี บริเวณศาลหลักเมือง, จ.หนองคาย ศาลากลางหลังเดิม, จ.ร้อยเอ็ด หน้าศาลากลาง, เมืองพัทยา แหลมบาลีฮาย, จ.นครปฐม วัดพระงาม, ม.พะเยา ลานสมเด็จ, จ.เชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ลานดาว, จ. นครสวรรค์ บ่อบำบัดน้ำเสีย, จ.กาฬสินธุ์ หน้าศาลากลางหลังเก่า, จ.อุตรดิตถ์ ริมน้ำน่าน, จ.ตรัง วงเวียนพะยูน, จ.อุดรธานี ทุ่งศรีเมือง, หน้าคณะนิติศาสตร์ ม.อ.หาดใหญ่, จ.นครราชสีมา ลานหมอลำ มทส., จ.สุรินทร์ สวนใหม่จังหวัดสุรินทร์, จ.สกลนคร บขส.ใหม่สกล, จ.ขอนแก่น หน้าคอมเพล็กซ์ ม.ขอนแก่น เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรั?ลลาดพร้าว ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปถนนใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ปิดการจราจรบริเวณถนนพหลโยธินฝั่งออกขาออกมุ่งหน้าไปบางเขนเพื่อเป็นพื้นที่ในสำหรับใช้ปราศรัย โดยเปิดเพียงช่องทางเดียวคือฝั่งมุ่งหน้าไปวิภาวดีขาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปราศรัยในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการแสดงความรู้สึกของประชาชนทั่วไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการ?สลายการชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร?เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังไม่พบว่ามีแกนนำหลักๆ ขึ้นมาปราศรัยแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทยอยเดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยรวมตัวอยู่บนถนนกรุงธนบุรี บริเวณสี่แยกตากสิน จนเต็มช่องจราจรขาเข้ามุ่งหน้าไปทางวงเวียนใหญ่ ต่างเดินเท้ามาจากที่ต่างๆ และเข้าไปยังเกาะกลางสี่แยกตากสิน วงเวียนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข มีประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นเดินทางเข้าพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณแยกอุดมสุข การ์ดได้นำแผงเหล็กมากั้นเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ผ่านไปมา เพื่อใช้เป็นแนวรับแรกป้องกันเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม
2 ทุ่มเลิกนัดชุมนุมใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การ์ดของกลุ่มชุมนุมได้ให้มวลชนเดินมุ่งหน้าไปที่แยกบางนา โดยระหว่างทางห่างจากแยกอุดมสุขประมาณ 300 เมตร บริเวณหน้าซอย 103/1 มีการ์ดตั้งแถวเป็นแนวรับอีกชั้น โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.15 น. มีมวลชนเข้ามาหลังแนวรับที่สอง ทุกคนได้นั่งบนพื้นซีเมนต์ตะโกน ไอ้เหี้-ตู่ เป็นระยะ ทั้งนี้ ไม่พบแกนนำในการชุมนุมบริเวณนี้แต่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดออกไปที่แยกบางนา พบมวลชนนั่งเต็มพื้นที่บนถนนเต็มสี่แยก ล้นไปทางสถานีแบริ่ง คาดว่าจำนวนประมาณ 8,000-10,000&amp;nbsp; คน โดยระหว่างนั้นมีแกนนำขึ้นรถกระจายเสียงบอกให้สลายตัวในเวลา 18.25 น. มวลชนแยกย้ายออกทางแบริ่งและอุดมสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลาประมาณ 16.30 น. ภายหลังนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ประกาศนัดรวมพลที่ลานพ่อขุนรามคำแหง ม.รามคำแหง ทาง พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งได้มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนหนึ่งใส่เสื้อสีดำทยอยเดินทางเข้ามายังลานพ่อขุน แต่ยังไม่พบตัวไมค์ ระยอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้โพสต์ให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมแยกย้ายกันในเวลา 20.00 น. ก่อนมาร่วมกันใหม่ในวันถัดๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงค่ำ มีความสับสนวุ่นวายที่ห้าแยกลาดพร้าว บางส่วนแตกฮือเนื่องจากมีการปล่อยข่าวว่ารถฉีดน้ำของตำรวจกำลังจะมา&amp;nbsp; มีการเตรียมรับมือด้วยการแจกจ่ายอุปกรณ์ เช่น หมวกกันน็อก แว่นตา ร่ม แต่ไม่ปรากฏว่ามีรถฉีดน้ำเข้าไปแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ห้าแยกลาดพร้าวซึ่งเป็นจุดชุมนุมใหญ่สุด แกนนำประกาศยุติการชุมนุมช่วงก่อน 2 ทุ่ม และนัดกันใหม่ในวันอาทิตย์ ทำให้ผู้ร่วมชุมนุมเริ่มทยอยกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เวลา 18. 40 น. นายไมค์นำมวลชนออกจากรามคำแหง เดินเท้าไปแยกคลองตัน โดยแจ้งว่าหากรวบรวมคนได้มากพอ จะไปรวมตัวกันที่แยกลาดพร้าว เพราะที่นั่นไร้แกนนำ ทั้งนี้ นายไมค์ต้องรวบรวมคนก่อนเคลื่อนม็อบก็เนื่องจากเกรงเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างทางหากมีคนน้อย แต่สุดท้ายต้องเลิกชุมนุมกลางทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่แยกบางนา กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยกลับช่วงเวลา 19.00 น. เช่นเดียวกับที่สี่แยกตากสินสลายตัว และทยอยเดินทางกลับ ซึ่งถือว่าเลิกชุมนุมก่อนกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแยกแครายซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ถือเป็นนอกพื้นที่เขตประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผู้มาชุมนุมหลายร้อยคน โดยจุดนี้ประกาศจะยุติการชุมนุมในเวลา 22.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทุกกลุ่มเหมือนกัน คือให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออก และให้ปล่อยตัวแกนนำ ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แทบไม่มีการพูดถึงเลย และทุกจุดไม่มีเจ้าหน้าที่ชุดปราบจลาจลแต่อย่างใด มีเพียงตำรวจจราจรที่มาคอยอำนวยความสะดวกในการจราจรเท่านั้น และเป็นที่น่าสังเกตว่าการชุมนุมทุกจุดไม่มีแกนนำ ยกเว้นที่รามคำแหง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวกระจายทั่วกรุง, ม็อบสวมชุดดำ, รถไฟฟ้าปิดเดินรถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ่องกงโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8ac92e7dc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงโมเดล!&#039;ดร.สุวินัย&#039;ฟันธงจุดจบม็อบคณะราษฏร63คงไม่ต่างจากม็อบฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
แฟลชม็อบ : ขั้นตอนล่าสุดของม็อบคณะราษฏร 63
สรุปว่าเป็นแฟลชม็อบ ที่คืนนี้แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมตอนสี่ทุ่ม
ปรากฏการณ์วันนี้ เรียกได้ว่าเกิด Mass Action สมบูรณ์แบบแล้ว ในความหมายที่ว่า แกนนำสามารถนัดระดมมวลชนให้มาร่วมแฟลชม็อบต่อจากนี้ได้ทุกเมื่อ (เหมือนกับม็อบฮ่องกง)
#หลังจากนี้แฟลชม็อบคงเกิดถี่ๆเป็นระยะๆอย่างแน่นอน&amp;nbsp; ... ในอีกด้านหนึ่งคือการจุดติดแฟลชม็อบซ้ำอีกครั้งต่อจากเดือนมีนาคม หลังจากที่ซาไปในช่วงโควิดระบาด ... แต่ที่ต่างมากๆคือแฟลชม็อบครั้งนี้ได้ผนวกและชูข้อเรียกร้อง &amp;quot;ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;quot;เป็นข้อเรียกร้องของม็อบด้วย
#แฟลชม็อบคงเลือกราชประสงค์เป็นชัยภูมิของพวกตน แทนถนนราชดำเนินหรือสนามหลวงหลังจากนี้อย่างแน่นอน&amp;nbsp; เพราะสะดวกในหลายๆด้าน
ปัญหาก็คือ แฟลชม็อบระดับเรือนหมื่นแบบนี้จะนัดชุมนุมที่ราชประสงค์ทุกวันหรือทุกอาทิตย์ได้นานแค่ไหน ... ต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทางล้มรัฐบาลพลเอกประยุทธ์และบีบให้สถาบันกษัตริย์ &amp;quot;ปฏิรูปตนเอง&amp;quot; ได้หรอก
จุดจบของม็อบคณะราษฏร 63 หลังจากนี้คงไม่น่าต่างจากม็อบฮ่องกงเท่าไรนัก #แต่คงยืดเยื้อไปอีกพักใหญ่อย่างแน่นอน
พลังของคนรุ่นใหม่ที่สนใจปัญหาปัญหาบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ดีนะ&amp;nbsp; #นี่คือสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกดีกับพวกเขา &amp;nbsp;
... แต่วิชั่นที่พวกเขามองปัญหาความเป็นจริงปัจจุบันและการมองอนาคตนั้น&amp;nbsp; #มันบกพร่องแบบกลัดกระดุมผิดเม็ดตั้งแต่เม็ดแรก ผิดพลาดที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล&amp;nbsp; มัวเมากับการเสพข้อมูลที่บิดเบือนอย่างเหลือเชื่อ จนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้&amp;nbsp; .... ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง
&amp;quot;ศัตรู&amp;quot;ที่แท้จริงของคนรุ่นใหม่คือความคิดและวิธีคิดที่ยังบกพร่องของพวกเขาเองต่างหาก ... หาใช่สถาบันกษัตริย์แต่อย่างใดไม่
ประเทศไทยหลังจากนี้คงยากที่จะกลับไปเหมือนเดิมแล้ว
ก่อนหน้านั้นดร.สุวินัย โพสต์ว่า ปรากฏการณ์ของม็อบที่ราชประสงค์ในค่ำวันนี้ เป็นฮ่องกงโมเดลเต็มรูปแบบแล้วนะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80691</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร 2563, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์, ฮ่องกงโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f88e39cea494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;เตือน!&#039;โจชัว&#039;โผล่&#039;ทอน&#039;ขยับ&#039;ฮ่องกงโมเดล&#039;มา ความรุนแรงเกิด หวังเรียกแขกต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.63- &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า เมื่อโจชัว หว่องและธนาธรขยับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรออกมาพูดว่า ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ซึ่งไม่ต่างจากคำพูด 3,000 บาทถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน ใครอยากจะเชื่อก็ได้ ไม่มีใครว่า เพราะแค่เห็นหน้าคนขึ้นเวทีก็อ่านเกมส์ออกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายโจชัว หว่อง แกนนำม็อบฮ่องกง ออกมาสนับสนุนม็อบไทย ยิ่งเห็นจิ๊กซอว์ ที่มีการวิเคราะห์กัน โดยเฉพาะเรื่องต่างชาติหนุนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงแต่หนุนม็อบฮ่องกง อ้างเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ต้องการแยกประเทศ ส่วนม็อบไทย อ้างประชาธิปไตย แต่ต้องการล้มล้างสถาบัน เพื่อง่ายต่อการครอบงำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องระวัง หลังจากนายโจชัวหว่องออกมาคือ &amp;quot;ฮ่องกงโมเดล&amp;quot; นั่นคือยั่วยุให้เกิดความสูญเสียชีวิตของลูกหลาน หรืออาจเกิดชายชุดดำขึ้นมา เพื่อนำไปสู่ความรุนแรง และเรียกร้องต่างชาติเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคล่าอาณานิคม ประเทศไทยเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ เราจึงไม่มีรากเหง้า วัฒนธรรมฝรั่งผสม เราจึงมีแต่รากเหง้า และวิถีไทยเต็มร้อย ดังนั้นประชาธิปไตยของเราจึงต้องสอดคล้องกับวิถีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาประเทศวันนี้ เกิดจากนักการเมืองคิดชั่ว ร่วมกับคนไทยสมคบต่างชาติ ไม่ใช่เกิดจากสถาบันหลัก พวกเราจึงต้องใช้สติ ใช้สมองให้มาก อดทน แก้ปัญหาให้ถูกทาง ให้เขาเปิดไพ่ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีที่สุดตอนนี้ คือช่วยกันแสดงความเห็นคัดค้าน ช่วยกันตีแผ่ความจริง ส่งเสริมนักการเมืองใหม่ๆที่คิดดี สุดท้ายฝ่ายไทยต้องชนะฝ่ายต่างชาติที่ต้องการแทรกแซงแน่นอน
#ปกป้องรากเหง้าและวิถีไทย
#ต่อต้านการแทรกแซงของต่างชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ม็อบมุ้งมิ้ง, ล้มเจ้า, ฮ่องกงโมเดล, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1646af69bb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนหมิ่นสถาบัน นศ.รามฯขู่ลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันไม่ได้โกรธเด็กๆ หลานๆ ลูกๆ แฟลชม็อบ แต่ให้ระมัดระวัง เพราะอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจถูกชักชวน ถูกปลุกมาโดยฟังความข้างเดียว เตือนระวังเรื่องหมิ่นสถาบันฯ ชี้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าวันนี้วันหน้า โดนคดีให้ดูม็อบในอดีตเป็นตัวอย่าง &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; แฉแหลกฮ่องกงโมเดล มักจะจบลงด้วยความรุนแรง บนเลือดเนื้อที่บริสุทธิ์ของเยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนิสิตนักศึกษาและนักเรียนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย หรือแฟลชม็อบ ว่าเป็นห่วงทุกคนทุกที่ การชุมนุมอะไรต่างๆ ก็เป็นห่วง เข้าใจถึงความต้องการของเขาและเด็กๆ แต่ก็ขอให้ระมัดระวังก็แล้วกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ คงไปโกรธเกลียดใครอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เห็นใจแต่ก็ต้องรับฟังช่องทางหลายๆ ช่องทางดูบ้าง จะได้รู้ว่าประเทศชาติควรจะเดินต่อไปอย่างไร ก็ขอให้กำลังใจ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ เราไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ก็ต้องรับฟังอะไรบางอย่างด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องกฎหมาย มันจะอันตรายในวันข้างหน้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า อะไรหลายๆ อย่างมันมีปัญหามาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคดีเสื้อสีอะไรก็ตาม เห็นหรือเปล่าว่ากลายมาเป็นคดีต้องขึ้นศาลกันระนาวอยู่ตอนนี้ แล้ววันหน้าจะทำอย่างไร เด็กเหล่านี้คืออนาคตของประเทศ จะผิดจะถูกอย่างไรก็ตาม ก็ต้องติดตามรับฟังความคิดเห็นอื่นๆ ด้วย ฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข้างเดียวมันจะเป็นอยู่อย่างนี้ประเทศไทย ก็ไปไม่ได้ เห็นใจเขา สงสารเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงในประเด็นเดียวกันนี้ ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนหนึ่งว่า เป็นกังวลกับเด็กเหล่านี้ อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจถูกชักชวน อาจถูกปลุกมาโดยฟังความข้างเดียว จึงขอให้นักศึกษาทุกคนที่ชุมนุมเวลานี้ช่วยฟังข้อมูลของรัฐบาลที่ได้แถลงออกไป และเลือกฟังดูว่าจะเชื่อทางไหนอย่างไร ตนไม่ต้องการให้ไปทางใดทางหนึ่งทั้งสิ้นเว้นเสียแต่ว่ามีบางฝ่ายต้องการให้ไปทางใดทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เป็นกังวลคือกฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าวันนี้วันหน้า ผมไม่ได้ขู่ หลายๆ อย่างถูกดำเนินการเป็นคดีความทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อปี 2553, 2557 ยังเป็นคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะสีไหนก็ตาม ที่ผ่านมาปี 14 ปี 16 มันก็อีกกรณีหนึ่ง ซึ่งวันนี้เราไม่ได้ทำแบบนั้นที่จะทำให้เกิดเงื่อนไข&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้มีเรื่องเดียวที่เกิดเหตุการณ์ในปี 2557 ก่อนหน้านั้นพวกท่านก็ทราบดีว่าปี 2553 ก็รู้อยู่ว่าคนที่ออกมาจำนวนมาก คือ ใคร ทำเพื่ออะไร ปลุกระดมกันอย่างไร สิ่งที่ผมห่วงคือ ห่วงอนาคตของคนเหล่านี้มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้โกรธเด็กๆ หลานๆ ลูกๆ เลย เพราะเขาเป็นผู้ที่มีแรงกระตุ้นพอสมควร เด็กรุ่นใหม่เราต้องทำให้เขาเกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่ได้เคยสั่งการว่าจะต้องไปปะทะ ไม่เคยสั่งการอย่างนั้นเลย เว้นแต่เป็นการป้องกันตัวเอง โดยจะต้องใช้มาตรการที่เบาที่สุด ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ถ้าเขาไม่ทำเขาก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องช่วยกันคิดทั้งสองทาง ผมไม่โทษนักศึกษา แต่ผมอาจจะต้องกล่าวถึงคนที่ไปนำสิ่งเหล่านี้ออกมา ผมคิดว่าอันตรายที่สุดเลยนะ แล้วอนาคตเขาจะหมดไปในวันหน้าด้วยคดีอาญา ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกจริงๆ ปี 14 ปี 16 ก็เป็นตัวอย่างแล้วมา 2553 ก็เป็นตัวอย่างใหญ่โต หลายคนก็เข้าไปเกี่ยวข้องอีก ปี 2557 เช่นกัน&amp;quot;
เตือนเรื่องหมิ่นสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เตือนว่า ขณะนี้ได้มีการนำเรื่องหมิ่นสถาบันฯ เข้ามาไปขับเคลื่อนด้วย ยอมหรือไม่ ถ้าท่านยอมตนก็โอเค ถ้าท่านเห็นว่าถูกต้องตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จำเป็นต้องว่าไปตามกฎหมาย อย่าไปทำอย่างนั้น ตนขอโดยเด็ดขาด คิดว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่เคารพสถาบันฯ ตนเชื่อมั่นอย่างนั้น อย่าทำโดยเด็ดขาด ถ้าไปสู่ตรงนั้นจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างที่ท่านว่าเมื่อสักครู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่าแผนของฮ่องกงโมเดล มักจะจบลงด้วยความรุนแรง เลือดเนื้อที่บริสุทธิ์ของเยาวชน โดยมีทีมบริหารแผน และถ้ามีความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะใช้สื่อกระพือว่าเป็นความรุนแรงจากทางรัฐบาล พอสรุปแผนการได้ 5 ขั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปลุกระดมเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา ทั้งจริงเท็จปะปนกันไป ที่เห็นชัดๆ ตอนนี้คือสร้างข้อมูลเท็จเผยแพร่ว่าตนเองคือนักประชาธิปไตย ต่อต้านกองทัพ ทั้งๆ ที่ทหารในพรรคตนเองก็มีปัญหา ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร ทำลายความเชื่อถือของศาล กล่าวหาการปฏิวัติเพราะทหาร โดยไม่สนใจรากเหง้าปัญหาจากนักการเมือง เยาวชนรู้ไม่เท่าทันก็หลงเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คดียุบพรรคจึงเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ เพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล และสร้างข้อมูลเท็จว่าถูกกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะข้อความผู้มีอำนาจชี้นำ รวมทั้งผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ผิดไม่ยอมรับผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เรียกร้องพลังบริสุทธิ์ของเยาวชน ให้มาช่วยปกป้องความผิดตนเอง ในระยะแรกเริ่มใช้การแสดงออกในรูปแฟลชม็อบ จนกระทั่งกระแสติดจึงประกาศการลงถนนอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ยั่วยุให้มีการปราบปรามจากฝั่งรัฐบาล เพื่อประจานความรุนแรงต่อนานาชาติ ซึ่งรัฐบาลน่าจะรู้ทัน สิ่งที่น่ากังวลคือการกระทำแบบชายชุดดำ ที่ทำให้เสียชีวิต เลือดเนื้อของลูกหลาน และโยนเรื่องว่ารัฐบาลทำ นำไปสู่ความรุนแรงจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.เมื่อเกิดความรุนแรงจริงๆ จะเรียกร้องต่างชาติให้เข้ามาแทรกแซง ซึ่งต่างชาติก็พร้อมที่จะร่วมมือ เพราะแผนปฏิบัติการที่เกิดขึ้น ได้เห็นการแทรกแซงทั้งบนดินในนามสถานทูตและใต้ดินผ่านองค์กรต่างชาติในรูปของประชาธิปไตย แผนฮ่องกงโมเดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นที่ 3 อยู่ที่พลังรักชาติไทยทุกคนต้องช่วยกันให้ความรู้ลูกหลาน อย่าให้คนพวกนี้ร่วมมือกับต่างชาติ เอาเลือดเนื้อและชีวิตของเยาวชนเราไปเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจ ที่เลวร้ายที่สุด ช่วงนี้เราได้เห็นการขยับจากคนแดนไกล ผู้อยู่เบื้องหลังการเผาบ้านเผาเมืองมาแล้ว การทำลายบ้านเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจของคนโกงแล้วหนี บ้านเมืองก็แย่แล้ว มาเจอพวกโกงร่วมมือกับฮ่องเต้โกหกและต่างชาติที่บังหน้าด้วยประชาธิปไตย ไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
ยั่วยุให้มีการใช้กำลังปราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข้อมูลลับจากกูรูข่าวกรองคงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ธ ป และ ช จึงกล้าเปิดหน้าท้าทายปลุกกระแสนิสิตนักศึกษา หรือการเปิดอภิปรายนอกสภาแบบไม่สนคดี ทั้งๆ ที่ไม่มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองแล้ว จุดมุ่งหมายของพวกเขามีอะไรซ่อนอยู่ถึง 3 เด้ง คือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ต้องการให้มีการฟ้องและจับกุมดำเนินคดี เพื่อป่าวประกาศให้สาวกและกลุ่มนิสิตนักศึกษาออกมาชุมนุมเรียกร้องลงสู่ถนน &amp;nbsp; สร้างความวุ่นวายกลายเป็น &amp;ldquo;ฮ่องกงโมเดล&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ยั่วยุให้มีการใช้กำลังปราบ จนกลายเป็นเป้าให้ต่างชาติถล่มโจมตี จนอาจทำให้รัฐบาลต้องลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.หากการเดินเกมตาม 1 และ 2 ไม่ประสบความสำเร็จ แกนนำเหล่านั้นจะได้ขอลี้ภัยไปยังประเทศที่เสี้ยมอยู่เบื้องหลัง ที่ได้ตกปากรับคำกันไว้ก่อนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หนุ่มน้อยผมยาวที่ มศว เมื่อวาน เขาพูดหมิ่นเหม่ ม.112 มาก ที่สำคัญนักศึกษาหลายร้อยคนที่ร่วมชุมนุมปรบมือเห็นด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจาก สศจ. ที่ลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส (เจ้าตัวสารภาพเองผ่านไมค์) และคิดแบบเดียวกับสิ่งที่ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ คิดในใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่หนุ่มน้อยผมยาวคนนี้พูด แทบไม่ต่างจากธนาธรในหนังสือ &amp;quot;Portrait ธนาธร&amp;quot; ที่รวมบทสัมภาษณ์ธนาธร ปี 2561 เลย ตรงนี้แหละที่ทำให้การเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาลของคนรุ่นใหม่หลังจากนี้ มีส่วนผสมของ 14 ตุลาโมเดล, 6 ตุลาโมเดล และฮ่องกงโมเดล ผสมผสานกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ตามมหา&amp;#39;ลัยต่างๆ ผมมองว่าจุดติดแล้วแบบไฟลามทุ่ง ซึ่งคล้ายไฟไหม้กองฟาง แต่น่าห่วงที่มันจุดติดตอนที่ภัยจากไวรัสโควิด-19 มาที่ประเทศไทยพอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า การเมืองคือการเมือง เราเห็นต่างได้ รัฐบาล คือรัฐบาล เราไม่พอใจได้ เราวิจารณ์ได้ แต่สถาบันพระมหากษัตริย์คือเสาหลักที่ยึดโยงจิตใจคนไทยมานานแสนนาน...อย่าฟังแต่การปลุกระดม อย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพียงเพื่อจะสร้างความแตกแยก จนดึงฟ้าต่ำเช่นนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกันนี้ บริเวณประตูทางเข้า รร.เตรียมอุดมศึกษา กลุ่มนักเรียน รร.เตรียมอุดมศึกษา ประมาณ 150 คน ที่สวมใส่หน้ากากอนามัย ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมต่อต้านเผด็จการ โดยมีการประกาศแถลงการณ์, ทำบูมเดโมเครซี, ร้องเพลงประจำโรงเรียน, ร้องเพลง &amp;ldquo;ดูยูเฮียร์เดอะพีเพิลซิง&amp;rdquo; จากละครเพลง &amp;ldquo;เลส์ มิเซราบส์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเพลงปลุกใจ ที่นิยมนำมาร้องกันในการชุมนุมต่างๆ ทั่วโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ร่วมกันชูสามนิ้วพร้อมทั้งตะโกน &amp;quot;เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ&amp;rdquo; ก่อนที่จะให้นักเรียนที่เข้าร่วมชุมนุมเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมืองลงบนกระดาษและผ้าสีขาวขนาดใหญ่ โดยมี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยมาให้กำลังใจนักเรียน รร.เตรียมอุดมศึกษาด้วย ทั้งนี้ กลุ่มนักเรียนได้ใช้เวลาชุมนุมประมาณ 30 นาที และหลังการชุมนุมแกนนำนักเรียนปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ให้ติดตามแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า ทางโรงเรียนทราบว่าจะมีนักเรียนมาชุมนุมแสดงความคิดเห็นที่บริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งพวกเขาเลือกสถานที่กันเอง เด็กเขาโตแล้ว มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทางโรงเรียนจึงจัดครูเวรและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลอย่าให้มีมือที่สาม อย่าใช้คำหยาบคายกระทบใคร การแสดงออกก็ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่าใช้ถ้อยคำหมิ่นเหม่ และไม่ให้เอาคนนอกเข้ามาร่วม ถ้าเฉพาะนักเรียนของเราทางโรงเรียนก็พร้อมรับฟัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุคนี้อย่าไปปิดกั้น ผมก็อยากฟังว่าเด็กๆ เขาคิดอย่างไร ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งเลวร้าย ที่เด็กเขาคิดเราอาจจะคาดไม่ถึง แต่เตือนว่าการที่เขาคิดอย่างนี้ ถ้ามีคนคิดต่างก็ให้รับฟัง ไม่ใช่ไปด่าคนที่คิดต่าง แต่ให้นำความคิดต่างนั้นมาวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล&amp;rdquo; ผอ.รร.เตรียมอุดมฯ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58383</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์, ดูม็อบในอดีตเป็นตัวอย่าง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟังความข้างเดียว, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ่องกงโมเดล, เตือนระวังเรื่องหมิ่นสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57d5b2b5ada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายมั่นคงอย่าประมาท! ปล่อยม็อบจำแลงแบ่งขั้วซ้ำฮ่องกงโมเดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค. 63 &amp;ndash; นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;#การชุมนุมทางการเมืองบนถนนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ฝ่ายความมั่นคงต้องไม่ประมาท&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;แม้จำนวนของผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายไล่ลุงและฝ่ายเชียร์ลุงจะสูสีกัน ในหลักหมื่นต้นๆทั่วประเทศ พอกันทั้งคู่ สิ่งที่เห็นชัดเจนจากปรากฏการณ์เริ่มต้นของ2ม็อบการเมืองจำแลง ถึงโอกาสต่อๆ ไปของที่จะเกิดความแตกแยกในสังคมไทย ผ่านการสร้างความชังกันผ่านสื่อโซเชียลที่ทำให้เกิดการแบ่งขั้วของคนต่างวัยแบบเดียวกับฮ่องกงโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายวิ่งแม้จะมีเบื้องหลังเป็นคนแก่ แต่เบื้องหน้าผู้ชุมนุมเป็นเด็กgen y ที่มีสีสรรแบบยุคใหม่มีการสร้างอีเว้นท์แบบสะใจเด็กgen y มากกว่า ฝ่ายเดินเป็นคนสูงวัยส่วนใหญ่อายุใกล้เฉลี่ย 60 หรือมากกว่า ผ่านประสพการณ์การชุมนุมและวิกฤติการเมืองและการชุมนุมแบบปักหลักพักค้างมายาวนาน มีสีสันแบบคลาสสิก จากการไปสังเกตการณ์ด้วยตนเองในบางแห่ง แม้เห็นว่าการชุมนุมทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทางสันติสงบ และโอกาสจะสร้างความรุนแรงแบบเผาบ้านเผาเมือง หรือฆ่ากันด้วยอาวุธสงครามเอ็ม16 อาร์ก้าเอ็ม79 ยากที่จะเกิดขึ้น เว้นแต่จะปล่อยให้ลากกันไปสร้างความเกลียดชังกันไปจนสถานการณ์สุกงอม และกองกำลังชายชุดดำที่ถูกสั่งจากมือที่สามที่มองไม่เห็น จะรับคำสั่งให้ออกอาวุธสังหารประชาชนทุกฝ่ายเหมือนเหตุการณ์ เมษา2553อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ครับ นับแต่นี้ความเคลื่อนไหวของกิจกรรม ทุกความเคลื่อนไหวของคีย์แมนเป็นเรื่องที่หน่วยงานข่าวกรองหน่วยงานความมั่นคงของรัฐต้องติดตามทุกฝีก้าวครับ #กันไว้ดีกว่าแก้..ถ้าจะมีไฟต้องตัดแต่ต้นลม
#คนไทยทั้งประเทศไม่ยากถอยกลับย้ำซ้ำวงจรอุบาทว์อีก&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายมั่นคง, ม็อบจำแลง, วิ่งไล่ลุง, ส.ว., สมชาย แสวงการ, ฮ่องกงโมเดล, เดินเชียร์ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
