<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง&quot;รร.มงฟอร์ตฯ&quot;จัดกิจกรรมลานเบียร์ ผิดกม.ควบคุมแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6ก.พ.62- เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และแกนนำเยาวชนกว่า 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) เป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวันชัย พูลช่วย เลขานุการเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ทางกลุ่มของตนได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อให้ ศธ.ตรวจสอบและดำเนินการกับโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย(แผนกมัธยม) ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่พบว่ามีการจัดกิจกรรมลานเบียร์ กลางสนามโรงเรียน โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่าย คลิปวีดีโอ ยื่นร้องเรียนเอาผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และขัดต่อประกาศ ศธ. เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้จัดงาน &amp;ldquo;ปิ๊ก มงฟอร์ตบ้านเฮา ครั้งที่ 28&amp;rdquo; ขึ้น ภายในงานมีกิจกรรมแสดงคอนเสิร์ต มีการจัดตั้งโต๊ะลักษณะเป็นเหมือนลานเบียร์และตั้งร้านค้าจำหน่ายอาหาร รวมทั้งจัดให้มีการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อทั่วบริเวณงาน เครือข่ายฯ จึงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบันรัฐบาลได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ในการควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา (โซนนิ่ง) มีการดำเนินงานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และลดปัญหาสังคม แต่ในทางปฏิบัติพบสถานศึกษากลับกระทำการที่เข้าข่ายความผิดตามกฏหมายเสียเอง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง และส่วนใหญ่มักจะอ้างข้อยกเว้นงานเลี้ยงตามประเพณี แต่ในข้อเท็จจริงมีเพียงงานแต่งงานและพิธีการทางการทูตเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางเครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อ ศธ. ดังนี้ 1. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของฝ่ายจัดงานและผู้บริหารสถานศึกษาที่มีการจัดงานให้มีการจำหน่ายและและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในโรงเรียนดังกล่าวว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ 2.ขอให้กระทรวงเข้มงวดกับสถานศึกษาที่อยู่ในกำกับดูแลทุกแห่งไม่ให้มีการกระทำผิด และ 3 ขอให้ทางกระทรวงเร่งประชาสัมพันธ์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาทุกฉบับ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความเข้าใจและไม่กระทำผิดลักษณะเช่นนี้อีก&amp;rdquo;เลขาฯ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชลำ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ทางศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เชียงใหม่ ได้แจ้งไปโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย(แผนกมัธยม) เพื่อให้ชี้แจงกรณีดังกล่าว และทางโรงเรียนได้รายงานว่ามีสมาคมศิษย์เก่ามาขออนุญาตใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว และทางโรงเรียนก็อนุญาตให้ใช้ทุกปีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในหนังสืออนุญาตได้มีการกำชับ ว่า ห้ามมิให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้นตนคิดว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะต้องลงไปตรวจสอบในวันที่มีกิจกรรมและเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า ทางโรงเรียนได้ดำเนินการอย่างไรบ้างในขณะนั้น และจากกรณีนี้ตนเชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างให้สังคมตระหนักว่าทุกคนเกี่ยวข้องหมด เพราะใครก็ตามที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงเรียนถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด รวมถึงจะประชาสัมพันธ์รณรงค์เรื่องนี้ในวงกว้างด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน อีกทั้งจะมีการกำชับไปยัง ศธจ.ทุกจังหวัดให้มีการดูแล และสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวด้วยว่าการจะอนุญาตให้มีการใช้สถานศึกษาจัดกิจกรรมอะไรนั้น จะต้องไม่ละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกฎหมายหลายฉบับระบุเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน เช่น ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่กำหนดไว้ว่าห้ามให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษาตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ นั้นหมายรวมถึงสถานศึกษาทุกประเภทจะต้องปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกกรณี และยังไม่สามารถจำหน่าย จ่าย แจก ได้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ หากกิจกรรมใดที่มีความไม่ชัดเจนทางโรงเรียนก็ไม่ควรที่จะอนุญาตให้ใช้สถานที่ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียน และตัวเด็กด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กช.กล่าว และว่า ทั้งนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริง ในกรณีที่การอนุญาตให้ใช้สถานที่ทางผู้บริหารโรงเรียนจะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และตามกฎหมายถือว่ามีความผิดทางอาญาด้วย ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คงต้องสอบหาข้อเท็จจริงว่าความผิดอยู่ในระดับใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28459</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายชลำ อรรถธรรม, นายวันชัย พูลช่วย เลขานุการเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา, พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, รร.จัดลานเบียร์, ะเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, โรงเรียนมงฟอร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a8538adfa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดอุบัติเหตุปีใหม่62 ตายไม่ต่างทุกปีราว400 เหตุคนไทยไม่ตระหนัก และคิดว่ามีการรักษาฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;20 ธ.ค.61- เวลา10.00น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.)และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ &amp;nbsp;ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ใน www.stopdrink.comโดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน ว่า ในปี 2561 มีทั้งหมด 872 ข่าว หรือเฉลี่ยวันละ2ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น นอกจากนี้ยังพบ ผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และหากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว หรือร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจคือจำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว ข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.16 ข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าวคิดเป็นร้อยละ16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน &amp;nbsp;และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ112 ข่าว คิดเป็นร้อยละ12.85 ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปีพ.ศ.2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 60คน คิดเป็นเกือบ1.5 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจร สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจร จะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;quot; นพ.พงศ์เทพ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.พงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า มาตรการส่วนใหญ่ที่ดำเนินการในช่วงเทศกาลมักไม่ค่อยได้ผล เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยนนิสัย และไม่กลัวกฎหมาย ยังคิดว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องปกติ ใครๆก็ทำกัน ดื่มหลายครั้งแล้วไม่เคยเกิดเหตุ ถ้าเกิดอุบัติเหตุก็รักษาฟรี ถ้าโดนจับก็แค่คุมประพฤติ ตราบใดที่การรณรงค์และการตรวจจับทำแต่เพียงช่วงเทศกาล ตราบนั้นคนไทยก็คงต้องตายและพิการกันต่อไปทุกปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24679</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาดการณ์อุบัติุเหตุปีใหม่62, นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์, สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), ะเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ., เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา, เภสัชกรสงกรานต์  ภาคโชคดี, “เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b564bc0508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
