<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 4 ธ.ค.นี้นั่งบีทีเอสเพิ่ม 4 สถานียาวถึงม.เกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62-นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 นี้ บริษัทฯ จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เพิ่มอีก 4 สถานี (จากเดิมที่ให้บริการอยู่แล้ว 44 สถานี) ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้จะเป็นการให้บริการโดยยกเว้นค่าโดยสารจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2563 จากปัจจุบันที่สายสีเขียวเหนือได้ยกเว้นค่าโดยสารอยู่แล้ว 1 สถานี คือจากสถานีหมอชิตไปสถานีห้าแยกลาดพร้าว &amp;nbsp;รวมถึงยกเว้นค่าโดยสารในสายสีเขียวใต้ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ อีกจำนวน 9 สถานี รวมให้บริการโดยยกเว้นค่าโดยสาร 14 สถานี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การขยายเส้นทางให้บริการที่ครอบคลุมยาวขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นในครั้งนี้ &amp;nbsp; บริษัทฯได้มีการจัดรูปแบบการเดินรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการ ควบคู่กับการเพิ่มขบวนรถใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง มีการสั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 46 ขบวน ปัจจุบันมีการทยอยส่งมอบมาแล้วทั้งสิ้น 33 ขบวน โดยจำนวนที่เหลือคาดว่าจะส่งมอบได้ภายในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งทำให้บริษัทฯ จะมีขบวนรถไฟฟ้าขนาด 4 ตู้ ให้บริการผู้โดยสารมากถึง 98 ขบวน หรือรวม 392 ตู้&amp;quot;นายสุรพงษ์ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า เพื่อรองรับการขยายเส้นทางให้บริการในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีการเพิ่มจำนวนขบวนรถให้บริการมากขึ้นในเส้นทางสายสุขุมวิท โดยจะมีรูปแบบและแบ่งระยะเวลาการให้บริการเป็น
&amp;nbsp;2 ช่วงหลักดังนี้ 1. ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ตั้งแต่เวลา 07.00 &amp;ndash; 09.00 น. และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ตั้งแต่เวลา 16.30 &amp;ndash; 20.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ การให้บริการระหว่างสถานีหมอชิต (N8) ถึงสถานีสำโรง (E15) จะมีความถี่ระหว่างขบวน 2 นาที 40 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความถี่การให้บริการระหว่างสถานีหมอชิต (N8) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) รวมถึงความถี่การให้บริการระหว่างสถานีสำโรง (E15) และสถานีเคหะฯ (E23) จะมีระยะห่างระหว่างขบวน 5 นาที 20 วินาที โดยจะมีขบวนรถวิ่งสลับกันให้บริการ ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสังเกตจากป้ายด้านหน้า และด้านข้างขบวนรถ เสียงประกาศบนชั้นชานชาลา ในขบวนรถ และจอประกาศบนสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ช่วงนอกเวลาเร่งด่วนในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 16.30 น. และเวลา 20.00 &amp;ndash; 24.00 น.วันเสาร์และวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ รถทุกขบวนจะวิ่งตั้งแต่สถานีเคหะฯ ถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;โดยจะมีความถี่ระหว่าง 6 นาที ถึง 6 นาที 30 วินาที &amp;nbsp;และ 8 นาที หลังเวลา 22.00 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีลมนั้น รูปแบบและความถี่ในการเดินรถยังคงเหมือนเดิม โดยช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น จะมีความถี่ของการเดินรถ 3 นาที 45 วินาที ส่วนนอกช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ความถี่การเดินรถจะอยู่ระหว่าง 6 ถึง 8 นาที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51671</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, ม.เกษตรศาสตร์, ฺบีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5f1ecda590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสทดสอบเดินรถไฟฟ้า  4  สถานีใหม่ฉลุยเตรียมบุคลากรพร้อมเปิดถึงคูคตปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2562 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2562 &amp;nbsp;บริษัทฯได้นำขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส เข้าดำเนินการทดสอบเดินรถ ใน 4 สถานีใหม่ ได้แก่ สถานีพหลโยธิน24 (N10) สถานีรัชโยธิน (N11) สถานีเสนานิคม (N12) และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N13) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในการทดสอบการเดินรถนั้น บริษัทฯได้นำรถไฟฟ้าวิ่งทดสอบในราง (Test Track) &amp;nbsp;พร้อมทดสอบระบบรวม (System Integration Test) เช่น ระบบอาณัติสัญญาณ &amp;nbsp;ระบบการสื่อสาร เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานทุกระบบสอดคล้องกัน มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย โดยภาพรวมการทดสอบเดินรถไป-กลับระหว่าง 4 สถานี ผลเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีข้อบกพร่อง ทั้งนี้การทดสอบดังกล่าวทางบริษัทฯจะดำเนินการทดสอบทุกวันนอกช่วงเวลาเร่งด่วนจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และหลังจากนั้นบริษัทฯ จะเปลี่ยนรูปแบบการทดลองเป็นการเดินรถเสมือนจริง (Trial Running) เพื่อทดสอบภาพรวมของการให้บริการอีกครั้ง ก่อนจะเปิดให้บริการประชาชนภายในเดือนธันวาคม 2562 ตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการจะช่วยแบ่งเบาปัญหาจราจรบนถนนพหลโยธินให้ลดน้อยลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทฯยังเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่สถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวม 100 กว่าอัตรา ในการให้บริการผู้โดยสาร พร้อมจัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้น ทั้งด้านการให้บริการ &amp;nbsp;ด้านความปลอดภัย รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดให้บริการไปถึงสถานีคูคต ในปี 2563 นี้ &amp;nbsp;สำหรับจำนวนขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทฯให้บริการในระบบปัจจุบันมีทั้งสิ้น 84 ขบวน ส่วนขบวนใหม่ที่ได้ทำสัญญาจัดซื้อ จำนวน 46 ขบวน จาก บริษัทซีเมนส์ จำกัด จำนวน 22 ขบวน ได้รับมอบครบทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp;และจากบริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำนวน 24 ขบวน &amp;nbsp;ขณะนี้รับมอบแล้วจำนวน 10 ขบวน เหลืออีก 14 ขบวน จะส่งมอบแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2563 &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯมีขบวนรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับการให้บริการ รวมทั้งหมด 98 ขบวน ซึ่งจะช่วยให้การเดินรถทุกเส้นทางมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบเดินรถ, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด  (มหาชน), สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, ฺบีทีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7bd58661a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
