<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด ก.ค.ศ. ไฟเขียว ปรับปรุง หลักเกณฑ์ฯ ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29เม.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. (ว 6/2563) ต่อมาส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ได้นำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ไปปฏิบัติแล้ว พบว่าเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ดังนี้
ให้การพิจารณาย้ายให้พิจารณาย้ายในสถานศึกษาประเภทเดียวกัน ที่มีสถานศึกษาขนาดเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัดพร้อมกันก่อน เมื่อพิจารณาย้ายขนาดเดียวกันและใกล้เคียงกันแล้วเสร็จ หากยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้พิจารณาย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาได้ สำหรับการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ให้ ผอ.สพท. ทุกเขตในจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ตรวจสอบข้อมูล ประเมินศักยภาพ &amp;nbsp;แล้วเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาย้ายต่อไป&amp;nbsp;
ส่วนเรื่องการกำหนดการพิจารณาย้ายครั้งแรก เดิมกำหนดให้พิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 25 ตุลาคม แก้ไขเป็น ให้ กศจ. พิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน และให้มีผลไม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคมของปีเดียวกัน ทั้งนี้ ได้ปรับระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้ายเป็นวันที่ 1 - 15 กรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ และการนับคุณสมบัติของผู้ประสงค์ขอย้าย ให้นับถึง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 30 กันยายน ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะฯ ใหม่ (PA) ซึ่งจากนี้ ทาง ก.ค.ศ.จะแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. ที่ปรับปรุงเรียบร้อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติต่อไป
&amp;nbsp;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ และเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ เนื่องจากมีการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใหม่ จำนวน 62 เขต ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการขอกำหนดกรอบอัตรากำลังฯ (ชั่วคราว) ซึ่งอัตรากำลังในแต่ละตำแหน่งเป็นการปรับอัตรากำลังมาจากกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนดไว้เดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 42 เขต ไม่ได้เป็นการเพิ่มอัตรากำลังและไม่เพิ่มงบประมาณ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทางราชการจึงพิจารณาอนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชั่วคราว) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ จำนวน 62 เขต รวม 1,081 อัตราประกอบด้วย ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 62 อัตรา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 148 อัตราตำแหน่งศึกษานิเทศก์จำนวน 871 อัตรา ทั้งนี้ ให้ใช้กรอบอัตรากำลังนี้ เป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่สำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งมติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101179</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ก.ค.ศ., เกณฑ์ย้ายผู้บริหารรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78517d760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดเกณฑ์ใหม่ โยกย้ายผู้บริหารรร. ลั่นช่วยกระจายคนมีความสามารถ ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 ก.พ.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สรุปได้ 3 กรณี ดังนี้ คือ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ &amp;nbsp;และการย้ายกรณีพิเศษ และได้เห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. ทุกส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับย้ายประจำปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เพื่อให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. เกิดความสอดคล้อง เหมาะสมกับในแต่ละบริบท เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ราชการ และเป็นไปตามนโยบายของ ศธ. ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เนื่องจากมีการกระจายคนที่มีความสามารถออกไปยังพื้นที่มีคนกังวลว่าไม่ค่อยมีผู้บริหารเลือกเข้าไปทำงาน แต่รวมถึงให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกขนาดมีโอกาสในการเติบโตเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีมติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้ได้รับคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวม จำนวน 293 ราย แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 241 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 52 ราย และได้อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) &amp;nbsp;จำนวน 11 ราย โดยแบ่งเป็น สพป. จำนวน 6 ราย และ สพม.จำนวน 5 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ประชุมยังได้เน้นย้ำเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งของรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (รองผอ.สพท.) ที่จะมีการสอบคัดเลือกเร็วๆ นี้ ว่าจะต้องมีมาตรฐานในเรื่องใดบ้าง และการสอบในเรื่องต่างๆ ตนต้องการให้มีระยะเวลาระหว่างการประกาศผลสอบและการบรรจุแต่งตั้ง เพื่อที่จะได้มีเวลาในการวางแผนพิจารณาความเหมาะสมในการกระจายบุคลากร ซึ่งตนยังคงเน้นในเรื่องทักษาะภาษาอังกฤษและทักษะด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการทำงานของ ศธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บอร์ด ก.ค.ศ., เกณฑ์ย้ายผู้บริหารรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e91b8cc834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ึตาด เม.ย.คลอดเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาคลี่คลายกรณีว 24/2560</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30มี.ค.61-ก.ค.ศ.เร่งกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 &amp;quot;ธีระเกียรติ&amp;quot; เชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เม.ย.นี้ รู้เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายหลังศาลปกครองอุบลราชธานีมีคาสั่งทุเลาการบังคับ ตามข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ว 24/2560 ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ขออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด แต่เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงเห็นว่าเพื่อให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ชะลอไว้สามารถดำเนินการต่อไปได้ จำเป็นต้องใช้วิธีการทางการบริหาร โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และ 11 ของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 ซึ่งได้มีการหารือกับทีมกฎหมายแล้วเห็นว่าสามารถทำได้ ดังนั้นปัญหานี้น่าจะได้รับการแก้ไขไม่เกินเดือนหน้า โดยให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปร่างเกณฑ์และจัดทำรายละเอียดเสนอมา ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายปัญหาเพราะคนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองก็มีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าวว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เป็นการเฉพาะที่จะย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในครั้งนี้ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครอง ทั้งนี้เพื่อให้มีการพิจารณาย้ายก่อนที่จะมีการเปิดสอบต่อไป ที่ประชุมยังเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี 2561 โดยใช้หลักการเดิมคือสอบทั้ง ภาค ก ภาค ข และภาค ค แต่ปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ให้นำมาตรา 47 มาใช้ และให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 2 ปี โดยมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปประชุมผู้เกี่ยวข้องและยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบแนวคิดในการกำหนดระเบียบ ก.ค.ศ.ตามมาตร 52 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ที่เปิดให้ ก.ค.ศ.กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูฯบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้าง เพื่อรองรับโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ อาทิ โรงเรียนพับบลิค สคูล โดยกรอบที่ขอคือจะจ้างผู้อำนวยการและข้าราชการครู โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งกระทรวงการคลังมาหารือ เนื่องจากระเบียบที่ ก.ค.ศ.กำหนดต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้ง 3 เรื่องจเร่งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอต่อประชุม ก.ค.ศ.ครั้งหน้าในเดือน เม.ย.นี้&amp;quot;เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, ว 24/2560, เกณฑ์ย้ายผู้บริหารรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f30ae135ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
