<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บุญรักษ์&quot;เผยเกณฑ์ใหม่ รับนร.เค้นจากความเห็นโรงเรียนดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.พ.62-&amp;quot;บุญรักษ์&amp;rdquo; เตรียม ลงนาม ประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2562 เผยแนวคิดกลั่นมาจากการหารือโรงเรียนดัง เชื่อ ประเด็นรับ ม.3 -ขึ้นม.4 ทั้งหมด ไม่ขัดการส่งเสริมให้เด็กเรียนสายอาชีพ &amp;nbsp;เผยสพฐ. ทำกิจกรรมสนับสนุนให้เด็กเรียนสายอาชีพอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนอยู่ระหว่างการเตรียมที่จะลงนามในประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2562 ตามที่ประชุม กพฐ. ได้มีมติแก้ไขประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 ซึ่งปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษลดเหลือ 4 ข้อ จากเดิม 7 ข้อ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ.ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ โดยการปรับแก้หลักเกณฑ์การรับนักเรียนใหม่นั้น กพฐ.ได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนดังที่มีอัตราการแข่งขันสูงอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันตัดสินว่าเกณฑ์รับนักเรียนข้อไหนที่ยังเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียน หรือ แป๊ะเจี๊ยะ ดังนั้นจึงถือว่าเกณฑ์รับนักเรียนได้ปรับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าเกณฑ์รับนักเรียนเกณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะการให้นักเรียนม.3 ขึ้น ม.4 โรงเรียนเดิมต้องรับทั้งหมด อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมให้เด็กเรียนสายอาชีพตามนโยบายรัฐบาลนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล สพฐ.ไม่ได้ปิดกั้นการเรียนสายอาชีพ และที่ผ่านมาได้มีการแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพมาตลอด พร้อมกับเปิดให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาได้เข้ามาทำกิจกรรม Open House ในโรงเรียนได้ อีกทั้ง สพฐ.ยังได้จัดการเรียนการสอนในวิชาเสริม ที่เน้นสายอาชีพต่างๆ อยู่แล้ว นอกจากนี้การรับนักเรียน ม.3 ทั้งหมด สพฐ.ไม่อยากตัดสิทธิเด็กที่เรียนไม่เก่งแล้วต้องออกไปเรียนโรงเรียนไกลๆ ขณะเดียวกันอยากให้ครู ผู้ปกครอง และเด็กเป็นผู้ตัดสินร่วมกันว่าอยากจะไปเรียนที่ไหนและเรียนอะไรมากกว่า และส่วนหนึ่งเด็กที่จบม.3 ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้เรียนต่อม.4โรงเรียนเดิมแต่ไปสมัครสอบที่โรงเรียนอื่นก็มี&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, รร.ดัง, เกณฑ์รับนักเรียนปี62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c629b9d0c677.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เกณฑ์รับนร.พื้นที่60%นอกเขตบริการ 40%ยกเลิกเด็กฝาก-ผู้มีอุปการะคุณ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
8ก.พ.62-บอร์ด กพฐ. ลงมติปรับแก้หลักเกณฑ์การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ เหลือ 4 ข้อ ตัดกรณีนักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้ทำคุณประโยชน์-โควตาตามข้อตกลง-นักเรียนที่ได้คะแนนสอบเท่ากัน พร้อมแบ่งรับ นักเรียนในเขตพื้นที่บริการ 60% &amp;nbsp;นอกเขตบริการ 40% ตรวจเข้มเด็กใช้สิทธิ์เขตพื้นที่ ต้องอยู่อาศัยจริงไม่ต่ำกว่า 2ปี &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ฝากผู้ปกครองมีการเรียกเงินแป๊ะเจี๊ยะ อ้างว่ารู้จักกับเลขาฯ กพฐ. รัฐมนตรี ไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า ตนได้มอบนโยบายให้แก่ นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ในฐานะประธาน กพฐ.คนใหม่ &amp;nbsp;เพื่อให้การทำงานระหว่าง กพฐ.และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีจุดมุ่งหมายและทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้เรื่องใหญ่ที่ยังจะต้องดำเนินการต่อมีอะไรบ้าง เช่น การยกระดับมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานภาษาอังกฤษ เป็นต้น ส่วนมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอนั้น มาตรการนี้เป็นเรื่องดี แต่ในบางประเด็นที่ ป.ป.ช.เสนอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อนั้น ตนได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้วว่า หลักเกณฑ์การรับนักเรียนบางข้อทำได้และบางข้อไม่สามารถทำได้ เพราะเกณฑ์รับนักเรียนบางเรื่องเป็นประวัติศาสตร์มีนานานก่อนที่พวกเราจะเกิดอีก แต่ทั้งหมดไม่ว่าหลักเกณฑ์การรับนักเรียนจะออกมาในรูปแบบไหนตนคิดว่าจะต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอฝากถึงผู้ปกครองหากมีโรงเรียนไหนมาเรียกเงินแป๊ะเจี๊ยะ เพื่อแลกที่นั่งเรียนเป็นการส่วนตัว หรืออ้างว่ารู้จักกับเลขาฯ กพฐ. รู้จักรัฐมนตรี ผมแจ้งไว้ตรงนี้เลยว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีเด็กฝากทั้งสิ้น ขอให้แจ้งข้อมูลมาได้เราจะตรวจสอบทันที แต่หากโรงเรียนมีเกณฑ์รับนักเรียนด้วยเงื่อนไขพิเศษ โรงเรียนก็ต้องไปปฎิบัติตามเกณฑ์ของสพฐ.ประกาศรายชื่อและหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนอย่างถูกต้อง&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอกชัย กี่สุขพันธ์ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ที่ประชุม กพฐ.ได้มีการพิจารณาตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อ เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตและให้กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนการรับนักเรียน โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการให้เด็กได้ศึกษาต่อยังสถานศึกษาใกล้บ้านนั้น ซึ่งที่ประชุมได้มีมติปรับปรุงแก้ไขประกาศ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 &amp;nbsp;ในการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษจากเดิม 7 ข้อ เหลือ 4 ข้อที่มีความจำเป็นต้องคงไว้ เพื่อประโยชน์ของการศึกษาและผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ คือ 1.นักเรียนที่อยู่ในความอนุเคราะห์ของผู้บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งโรงเรียน 2.นักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส 3.นักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติหรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ และ 4.นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียน&amp;nbsp;
สำหรับข้อที่ยกเลิกไป 3 ข้อ คือ 1. นักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 2.นักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจหรือโรงเรียนคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย และ3.นักเรียนที่ได้คะแนนสอบเท่ากันในลำดับสุดท้าย &amp;nbsp;โดยกรณีนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเท่านั้นในลำดับสุดท้ายนั้น แต่ละโรงเรียนต้องไปกำหนดเกณฑ์และประกาศให้ผู้ปกครองรับทราบล่วงหน้า &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางสพฐ.จะเร่งดำเนินการแก้ไขประกาศดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ภายในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปประกาศแจ้งแก่ผู้ปกครองรับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในส่วนการประกาศรายชื่อผลสอบนักเรียนของโรงเรียน จะต้องเป็นการประกาศรายชื่อนักเรียนตามลำดับคะแนนแต่จะไม่มีการประกาศคะแนน และต้องประกาศรายชื่อนักเรียนทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะนักเรียนที่จะรับ &amp;nbsp;ส่วนการกำหนดคุณสมบัตินักเรียนทั้งในส่วนของในเขตพื้นที่บริการ และนอกเขตพื้นที่บริการนั้น &amp;nbsp;ทาง กพฐ.ได้พิจารณากำหนดให้รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการร้อยละ 60 &amp;nbsp;ซึ่งถ้ามีนักเรียนมาสมัครครบต้องรับทั้งหมด แต่ถ้าไม่เต็มตามจำนวนทางโรงเรียนต้องมีเกณฑ์ในการรับนักเรียนเพิ่ม ส่วนร้อยละ 40 รับนักเรียนนอกเขตพื้นที่สถานศึกษา ที่ประชุมได้มีมติให้รับนักเรียนที่จบม.3 เพื่อเข้าเรียนต่อม.4 ในโรงเรียนทุกคน &amp;nbsp;ยกเว้นนักเรียนที่ไม่ประสงค์เรียนต่อ กรณีที่รับนักเรียนได้ไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนดไว้ สามารถให้สอบรับสมัครเพิ่มเติมได้ มติให้ สพฐ.เลื่อนรับสมัครนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1และม. 4 มาเป็นวันที่ 22-27 มีนาคม 2562 จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 23-27 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;โดยจะงดรับนักเรียนในวันที่ 24 มีนาคม เนื่องจากตรงกับวันเลือกตั้ง และจะทำการประกาศไปยังโรงเรียนต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo;ประธาน กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนิท แย้มเกสร รองเลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการปรับแก้คุณสมบัติการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ โดยต้องเป็นนักเรียนที่อยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่บริการ อย่างน้อย 2 ปี นับไปถึงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ซึ่งนักเรียนต้องอยู่กับบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และต้องอาศัยอยู่ในบ้านนั้นจริงๆ ไม่ได้เอาชื่อมาอยู่ในทะเบียนบ้านอย่างที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยครั้งนี้จะมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ใน 2 ขั้นตอน คือ การรับรองตัวเอง โดยในใบสมัครของผู้ปกครอง ของเด็ก ให้มีประโยคที่เขียนว่าขอรับรองว่าเขาได้อยู่อาศัยจริงตามที่ระบุ และหากมีการตรวจสอบว่าไม่ได้อาศัยอยู่จริง ยินดีที่จะรับโทษหรือออกจากสถานศึกษาแห่งนั้นทันทีที่ตรวจสอบพบ ดังนั้น ต่อให้นักเรียนได้เข้าเรียนแล้วมาตรวจสอบพบภายหลัง ก็จะมีการพิจารณาลงโทษ โดยอาจจะให้ออกจากสถานศึกษา เพื่อไม่ให้นักเรียนผู้ปกครอง ไม่กล้าที่โกหก ไม่กล้าที่จะปลอมแปลงเอกสาร หรือให้ข้อมูลเท็จ ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายนั้น &amp;nbsp;โรงเรียนจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ &amp;nbsp;ซึ่งโรงเรียนจะสุ่มไปตรวจสอบได้ และหากมีการทำเอกสารปลอมเพื่อมาสมัคร ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร มีความผิดทางกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28632</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, บอร์ดกพฐ., เกณฑ์รับนักเรียนปี62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebfd430f508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
