<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์ใหม่ประเมินตำแหน่งวิทยฐานะฯผู้บริหารสถานศึกษา บังคับใช้ 1 ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ก.พ.64-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยกำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกคนต้องทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาชั้นต้นเป็นประจำทุกปี คือ ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ และข้อตกลงการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ซึ่งจะมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 สามารถนำมาใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมิน เพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งวิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน ส่วนการประเมินกำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน ได้แก่ ทักษะการวางแผนกลยุทธ์ หรือนวัตกรรมการบริหาร และ 2.ผลลัพธ์การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษจะมีการประเมินด้านผลงานทางวิชาการด้วย ซึ่งจะมีเกณฑ์ตัดสินในแต่ละด้านต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับการขอมีวิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับการขอเลื่อนเป็น วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเห็นชอบร่างเกณฑ์นี้เป็นการทำงานต่อเนื่องจากหลักเกณฑ์วิทยฐานะของข้าราชการครู จากนั้น ก็จะมีเกณฑ์วิทยฐานะของศึกษานิเทศก์และผู้บริหารเขตพื้นที่ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นแนวทางการพัฒนาเส้นทางการเจริญเติบโตในสายงานการศึกษา และเราได้สร้างขวัญกำลังใจในการทำงานให้แก่ข้าราชการครูอย่างชัดเจน แม้หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่อาจไม่เหมือนเดิมมีความยากในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะมากขึ้น แต่ทั้งหมดที่ทำเพราะต้องการให้ครูและผู้บริหารได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่าในการพัฒนา เนื่องจากการศึกษาเป็นวิชาชีพหนึ่งทีต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ส่วนประเด็นที่ครูหรือผู้บริหารเข้าใจว่าผลคะแนนทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตจะมาประกอบเป็นผลงานวิชาการของตัวเองเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะนั้น ผมได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมแล้วว่าผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนจะเป็นองค์ประกอบเดียวในการพิจารณาความสามารถของครูหรือผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94116</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034b766e23c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก.ค.ศ. ยกเครื่อง กระบวนการขอและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ต.ค.63- นายประวิตร เอราวรรณ รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (รักษาราชการเลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเรื่องการปรับปรุงกระบวนการการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ทั้งระบบนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมคณะทำงานปรับปรุงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ใน 4 สายงาน ได้แก่ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา &amp;nbsp;โดยการปรับปรุงครั้งนี้จะทำเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยการประเมินวิทยฐานะรูปแบบนี้ จะไม่เหมือนการประเมินแบบเดิมอีกต่อไป เพราะเราจะลดความยุ่งยากของการประเมินและการประเมินด้วยเอกสารทั้งหมด ซึ่งได้วางกรอบแนวทางประเมินวิทยฐานะใหม่ไว้ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน เช่น การประเมินวิทยฐานะของครูจะทำไปพร้อมกับเงินเดือน ซึ่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement) หรือ PA 2.การประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะจะถูกประเมินผ่านรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่มีการยื่นเอกสารการประเมินอีกต่อไป โดยขั้นตอนการยื่นประเมินผ่านออนไลน์นั้นสถานศึกษาจะทำหน้าที่เป็นหน่วยวิเคราะห์โดยผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะมีวงรอบการประเมินตามการปรับวงรอบเงินเดือนระหว่างเมษายนและตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวิตร กล่าวต่อว่า 3.การประเมินจะต้องเห็นผลการปฏิบัติงานของครูในห้องเรียน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของเด็ก และ 4.การประเมินจะเชื่อมโยงไปที่ตัวผู้เรียนว่าครูสามารถยกระดับทักษะเด็กได้ตรงตามการเรียนรู้ในโลกศตวรรษที่ 21 หรือไม่ สำหรับการคงประเมินวิทยฐานะของครูจะคงไว้ที่ 5 ปี และหากครูต้องการทำผลงานเพื่อขยับเลื่อนวิทยฐานะจากชำนาญการเป็นชำนาญการพิเศษนั้นจะมีการพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ คลิปการสอนของครูในห้องเรียน แผนประกอบการเรียนการสอน และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ดังนั้นการประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่จะเน้นการประเมินความก้าวหน้าจากการสอนของครูและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน โดยจะยกเลิกการนำผลงานต่างๆ ของครูแล้วมาสะสมเย็บเล่มเป็นรายงานส่งเพื่อประเมิน &amp;nbsp;ทั้งนี้การประเมินวิทยฐานะรูปแบบใหม่เมื่อยื่นผ่านระบบออนไลน์แล้วภายใน 2-3 เดือนก็จะทราบผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านการประเมิน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกรอบแนวคิดการประเมินวิทยฐานะรูปแบบจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จากนั้นนำมาสรุปประมวลผล ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้การประเมินวิทยฐานะใหม่อย่างเป็นทางการได้ในปีการศึกษา 2564 อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับวิทยฐานะใหม่เรามีทีมวิจัยจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีการอิงผลการประเมินและพัฒนาครูจากต่างประเทศ เพราะระบบวิทยฐานะครูที่ควรจะเป็นคือต้องประเมินตามสภาพความเป็นจริงที่สะท้อนพัฒนาการผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียน&amp;rdquo;รักษาราชการเลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81956</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ประวิตร เอราวรรณ, เกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97f1ac0a820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กลุ่มผอ.รร.ร้องเกณฑ์ว.13เลื่อนวิทยฐานะสุดหินครูขอ5พันรายผ่านนิดเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20มิ.ย.61-กลุ่มผอ.รร. ร้อง ก.ค.ศ. ได้รับผลกระทบจากการประเมินวิทยฐานะ ว13 &amp;nbsp;ยื่นขอไปกว่า 5,000 แต่ผ่านน้อยมาก &amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; ยัน ไม่ทบทวนเกณฑ์ &amp;nbsp;หากได้รับผลกระทบจริงร้องขอความเป็นธรรมได้ จะพิจารณาเป็นรายกรณี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) -มีกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการยื่นคำขอรับการประเมินเพื่อขอวิทยฐานะและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประจำปี 2559 ประมาณ 10 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือ เรื่องร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ที่มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและชำนาญการเชี่ยวชาญในทุกตำแหน่ง โดยมีพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) เป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสาวจินตนา ศรีสารคาม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ออกหนังสือ ที่ ศธ. 0206.3/ว13 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2556 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประสพผลสำเร็จ เป็นที่ประจักษ์ที่มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญทุกตำแหน่ง และต่อมาตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ. 0206.3/ว1 &amp;nbsp;ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ได้รับรองรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปจำนวน 203 รางวัลและกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีรางวัลและผลงานเทียบเคียง &amp;nbsp;สามารถยื่นคำขอรับการประเมิน เพื่อขอมีวิทยฐานะและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ การประจำปี 2559 ในระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2559 นั้น ขณะนี้เป็นระยะเวลา 2 ปีกว่าแล้ว ทาง ก.ค.ศ.เพิ่งตอบให้ผู้ยื่นขอรับการประเมินได้ทราบ ซึ่งผู้ขอส่วนใหญ่ได้รับแจ้งแต่เพียงว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ โดยไม่ได้แจ้งเหตุใดๆ ให้ทราบ ดังนั้นตนและผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติจึงได้จัดกิจกรรมประชุมสัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเลื่อนวิทยฐานะในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา และที่ประชุมได้มีมติว่าจะร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจินตนา กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่กลุ่มของตนต้องการร้องขอความเป็นธรรมมีทั้งหมด 3 ประเด็น ได้แก่ 1.เรื่องผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ของผู้ขอรับการประเมิน เช่น กรณีที่คณะกรรมการ ก.ค.ศ. มีมติให้ผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับประเทศถูกต้องครบถ้วนตามที่ก.ค.ศ. เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน และกรณีที่ผู้ขอรับการประเมินเคยผ่านการรับรองรางวัลจาก ก.ค.ศ.เมื่อปี 2556 แต่กลับไม่ผ่านการรับรองในปี 2559 ทั้งที่ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน เป็นต้น 2.ผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน และ 3.ระยะเวลาในการดำเนินการ ที่ล่าช้าเป็นเวลาถึง 2 ปี ดังนั้นตนและกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบฯ จึงได้เดินทางมาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมในกรณีนี้ ซึ่งหากยื่นเรื่องแล้วยังไม่มีความคืบหน้าก็จะมีการรวมผู้ที่ได้รับผลกระทบมาติดตามเรื่องที่ ศธ.อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนกว่า 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้พิจารณาเรื่องวิทยฐานะตามที่มีผู้ได้รับผลกระทบร้องเรียน ซึ่ง ก.ค.ศ.ยืนยันที่จะไม่ทบทวนเกณฑ์ แต่เห็นว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าวมีสิทธิที่จะขอความเป็นธรรม โดยมีทางออกคือจะรับทบทวนเป็นรายกรณี โดยให้ผู้ไม่ผ่านการพิจารณามีหนังสือขอทบทวนพร้อมเหตุผลผ่านต้นสังกัด และหากขอทบทวนแล้วผลไม่เป็นที่พอใจก็สามารถที่จะฟ้องศาลปกครองได้ตามสิทธิ แต่การจะให้ทบทวนยกล็อตโดยกฏหมายแล้วทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสนอขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตาม ว.13 จำนวน 5,337 ผ่านการพิจารณา 364 ราย ไม่ผ่านการพิจารณา 1,524 ราย ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งว่าไม่ผ่านการพิจารณาแต่ไม่ได้แจ้งเหตุผล ดังนั้นสำนักงาน ก.ค.ศ.จะแจ้งเหตุผลที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ทราบ จากนั้นให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถเสนอขอให้ทบทวนผลการพิจารณาเป็นรายบุคคล ยืนยันว่า ก.ค.ศ.จะไม่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ระหว่างทาง แต่หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วจะเปิดโอกาสให้เสนอทบทวนหลักเกณฑ์ได้ ส่วนที่เกรงว่าขั้นตอนดังกล่าวจะล่าช้าส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเกษียณอายุราชการนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการให้ทัน เพื่อไม่ให้คนที่จะเกษียณฯเสียโอกาส.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11772</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผอ.รร., ร้องเกณฑ์ว.13 มีปัญหา, ว.13, เกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะ, เลื่อนวิทยฐานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a47c1c89a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
