<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมสารคดี‘เกรตา ธุนเบิร์ก’นักเคลื่อนไหวโลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://filmfestivaltoday.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลหนังสั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน (&amp;nbsp;CCCL Film Festival&amp;nbsp;) โปรเจ็กต์งานศิลปะผ่านเลนส์ด้วยหนังสั้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อชีวิตและชุมชน เพื่อสร้างให้คนรุ่นใหม่และประชาชนตระหนักปัญหาโลกร้อนและเกิดแรงบันดาลใจร่วมแก้ไขปัญหาและรับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับแคมเปญ Can You Hear Us? ชวนชมภาพยนตร์เกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งหนังสั้นจากเทศกาล &amp;nbsp;CCCL Film Festival 2020 และหนังสารคดี I Am Greta (2020) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 19-25 สิงหาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง &amp;nbsp;I Am Greta กำกับโดย นาธาน กรอสแมน (Nathan Grossman) ผู้กำกับชาวสวีเดน ฉายเรื่องราวของ เกรตา ธุนเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวทางด้านสภาพภูมิอากาศคนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผ่านฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เปิดเรื่องด้วยเรื่องราวตั้งแต่เกรตาหยุดเรียนและออกประท้วงประเด็นการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศของรัฐบาลด้านหน้ารัฐสภาสวีเดน ผู้ชมจะได้ติดตามการเดินทางเรียกร้องต่อปัญหาโลกร้อนผ่านจอ &amp;nbsp;เรื่องราวของสาวน้อยผ่านสารคดีเรื่องนี้สะท้อนหลายแง่มุมของเกรตา นอกเหนือจากความมุ่งมั่นเพื่อเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้ดีขึ้น หนังปลุกพลังคนรุ่นใหม่ทั่วโลกลุกขึ้นมาให้ความสำคัญวิกฤตนี้ ก่อนสายเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนังสั้นจากเทศกาล CCCL Film Festival 2020 เป็นหนังสั้น 13 เรื่องที่มีประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลโลกป่วยเราต้องเปลี่ยนปี&amp;nbsp;2563ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/3Al9yeC และลงทะเบียนสำหรับชมภาพยนตร์ได้ทาง www.ccclfilmfestival.com/film-tour-2021&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังชมภาพยนตร์ ยังมีกิจกรรมออนไลน์ล้อมวงสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ แลกเปลี่ยนความรู้สึกและความคิดเห็น ตลอดจนพูดคุยประเด็นวิกฤติโลกร้อนกับ ศาสตราจารย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ,กมลนาถ องค์วรรณดี ผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution Thailand ,อวัช รัตนปิณฑะ ศิลปินนักร้องวง mints และหนึ่งในทีม SOA THAILAND กลุ่มที่จัดตั้งเพื่ออยากสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับทะเล&amp;nbsp; ดำเนินบทสนทนาโดย สิโมนา มีสายญาติ​ จากศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ThaiPBS กำหนดจัดขึ้นวันที่ 21 ส.ค.นี้ เวลา 19:00 น. ออกอากาศสดทางเพจ CCCL Film Festival&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนวันที่ 22 ส.ค.เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของ CCCL Film Tour 2021 ชวนเม้าท์มอยสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับหนัง &amp;ldquo; I Am Greta &amp;ldquo; มาเม้าท์มอยแชร์ความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความเข้าใจในประเด็นวิกฤตโลกร้อน เยาวชน และมูฟเม้นท์บน Clubhouse เวลา 20.00-22.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://filmfestivaltoday.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีนี้เทศกาลหนังสั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปส่งผลงานหนังสั้นที่มีประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;สานสันติสู่ธรรมชาติ (Making Peace with Nature)&amp;rdquo; ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้จัดแสดงในเทศกาลหนังสั้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ และได้รับพิจารณาชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 190,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เวทีการประกวดหนังสั้นแบ่งออกเป็น 2 สาขา ได้แก่ หนังสารคดี (documentary) และหนังสั้นประเภทอื่น ๆ (non-documentary) เช่น หนังฟิคชั่น หนังทดลอง เป็นต้น ผู้ที่สนใจสามารถส่งหนังสั้นความยาวไม่เกิน 15 นาที ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 กันยายน &amp;nbsp;ที่ www.filmfreeway.com/ccclfilmfestival คลิกที่นี่เพื่อศึกษาขั้นตอนการส่งหนังเข้าเทศกาลผ่าน FilmFreeway ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทางเทศกาลใช้สำหรับรับสมัครหนังสั้น  ไม่มีค่าใช้จ่ายในการส่งหนังเข้าเทศกาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานสร้างสรรค์หนังสั้นจะถูกตัดสินโดยนักวิจารณ์หนัง คนทำหนังและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบรางวัลพร้อมเกียรติบัตรให้แก่หนังสั้นที่ล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อชีวิตและชุมชน การรับมือ และนวัตกรรมใหม่ ๆสามารถปลุกกระวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113713</URL_LINK>
                <HASHTAG>CCCL Film Festival, I Am Greta, เกรตา ธุนเบิร์ก, เทศกาลหนังสั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c9656c9b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;ธนาธร&#039;โหน&#039;เกรตา ธุนเบิร์ก&#039;แซะสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64- นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; เรื่อง &amp;quot;ข้อคิดจาก Skolstrejk FOR KLIMATET ถึงสงครามของคนแต่ละรุ่น&amp;quot; ระบุว่า สุดสัปดาห์นี้ หนังสือเล่มสีเหลืองเล็กๆเล่มหนึ่ง ได้สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้ผม ในวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เด็กผู้หญิงสวีเดนคนหนึ่งซึ่งมีอายุ 15 ปีในขณะนั้น ตั้งใจไม่เข้าเรียน เช้าวันนั้นเธอตั้งใจไปประท้วง ด้วยตัวตนเดียว ที่หน้ารัฐสภา ป้ายกระดาษที่เธอถือไปมีข้อความว่า &amp;ldquo;Skolstrejk FOR KLIMATET&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;หยุดเรียนประท้วงเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เด็กนักเรียนคนนั้นชื่อ Greta Thunberg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้สามชั่วโมง หนังสือที่รวบรวมคำปราศรัยและข้อเขียนในที่ต่างๆตลอดสามปีที่ผ่านมาของ Greta Thunberg เด็กผู้หญิงชาวสวีเดนที่จุดประกายคนเป็นล้านคนให้หันมาสนใจปัญหาภาวะโลกร้อน การกระทำของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งนักเรียนและผู้ใหญ่หลายแสนคน ในหลากหลายเมืองสำคัญออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้นักการเมืองและนักธุรกิจจริงจังมากกว่านี้ในการหยุดภาวะโลกร้อน และนั่นเป็นที่มาของชื่อหนังสือ &amp;ldquo;No One is Too Small To Make A Difference&amp;rdquo; - ไม่มีใครเล็กเกินไปที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรระบุว่า หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมเข้าใจเธอ และเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการสื่อสารมากขึ้น ผมนั่งอ่านคำปราศรัยของเธอนับสิบๆ ครั้งในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัยบนเวที การแสดงออกของประชาชนบนท้องถนนในเมืองมอนทรีออล แคนาดา, ในรัฐสภาของประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา, หรือในที่ประชุมที่เต็มไปด้วยผู้นำระดับโลก เช่นที่ประชุมใหญ่ขององค์กรสหประชาชาติ เธอส่งสารที่สั้น เข้าใจง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง เพียง 3 ประเด็นซ้ำไปซ้ำมาในทุกการปราศรัยในทุกเวที คือ หลักฐานทางวิทยาศาตร์บ่งชี้ชัดว่าหากเรายังไม่ทำอะไรจริงจังกว่านี้ อีกไม่กี่ปี ภาวะโลกร้อนจะเลวร้ายถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้ จุดที่เรียกได้ว่าเป็นมหันตภัยที่จะทำลายล้างโลก การสูญพันธุ์ขนานใหญ่ครั้งที่ 6 ของสิ่งมีชีวิตในประวัติศาสตร์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้ถูกจัดการหรือให้ความสำคัญ อย่างที่มันควรจะเป็น สิ่งที่ผู้นำทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจทั่วโลกปัจจุบันทำนั้นยังไม่พอต่อการแก้ปัญหาที่เรียกได้ว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ หากผู้ใหญ่ไม่แก้ปัญหาในตอนนี้ คนที่ต้องรับผลกระทบคือคนรุ่นเธอ โลกจะพังเมื่อคนรุ่นเธอเติบโตขึ้น ครั้นจะรอให้คนรุ่นเธอ เติบโตพอที่จะกำหนดทิศทางของสังคม ก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องหยุดเรียน เพื่อส่งเสียงของอนาคต
เธอยกตัวอย่าง ง่ายๆว่า ในวิกฤตที่ใหญ่ขนาดนี้ เรากลับไม่เห็นนักการเมือง หรือนักข่าว นำเสนอถึงปัญหา สถานะและความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องประหนึ่งว่ามันเป็นวิกฤตเลย และเธอตั้งคำถามถึงสามัญสำนึกพื้นฐานของคนที่มีสถานะและอำนาจในปัจจุบันในทุกวงการว่าพวกคุณกำลังทำอะไรอยู่ คนในแต่ละรุ่นเผชิญปัญหาใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นวาระระดับโลกแตกต่างกันไป ในยุคหนึ่ง วาระระดับโลกคือการสร้างคุณค่าให้กับเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรระบุว่า ในยุคพ่อแม่ผมยังหนุ่มสาว คนรุ่นเขาเรียกร้องให้หยุดสงคราม คนเรียกร้องเสรีภาพ เขาเติบโตมากับสโลแกนเช่น Make Love, Not War หรือกับบทเพลง Imagine ของ John Lennon โจทย์ของคนรุ่นปัจจุบัน หรือ สงครามของคนรุ่นปัจจุบัน -ถ้าจะเรียกให้สมกับความสาหัสของสถานการณ์- คือเรื่องวิกฤตภาวะโลกร้อนอย่างไม่ต้องสงสัย เป้าหมายคือการลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียสจากในยุคก่อนอุตสาหกรรมให้ได้ และพยายามมุ่งสู่เป้าหมายของการจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาหากเป็นไปได้ ผมหวังและอยากเห็นประเทศไทยเอาจริงเอาจัง เป็นส่วนหนึ่งและส่วนนำในการผลักดันสังคมไร้คาร์บอนมากกว่านี้ ทั้งในระดับประเทศ ระดับอาเซียน และในระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากใช้พลัง ความเป็นผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์ของตนเองผลักดันวาระดังกล่าวมากกว่านี้ เรายังต้องประชาสัมพันธ์ให้คนจำนวนมากเข้าใจถึงความสาหัสของสถานการณ์มากกว่านี้ เรายังต้องจริงจังกับการผลักดันนโยบายที่ทะเยอทะยานพอที่จะหยุดปัญหา แต่ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความเท่าเทียมในสังคม เรายังต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่จะทดแทนเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ต้องใช้คอร์บอนในปัจจุบันอีกมากมาย เรายังต้องสร้างเครือข่าย ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดของกันและกันอีกมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรระบุตอนท้ายว่า หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมตระหนักว่าที่ผ่านมาตัวเองยังทำไม่พอในฐานะผู้มีบทบาทคนหนึ่งในสังคม และในอนาคตต้องทำมากกว่านี้ ที่สำคัญ เมื่อผมอ่านเรื่องราวของ Greta ผมก็นึกเสียดายพลังของคนรุ่นใหม่ในสังคมไทยเหลือเกิน คนหนุ่มสาวในประเทศของเราต้องใช้พลังมากมาย เอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกับกระสุนยาง แก๊สน้ำตา และเสียเวลาในเรือนจำกับคดีความที่มุ่งปิดปากพวกเขา ทั้งหมดเป็นการต่อสู้เพื่อผลักดันวาระของคนรุ่นที่แล้ว เพื่อปลดปล่อยประเทศให้ไปข้างหน้า เรากำลังปล่อยให้คนรุ่นปัจจุบันต่อสู้กับปัญหาที่ควรจะถูกแก้ไปแล้วตั้งแต่หลายสิบปีก่อน&amp;nbsp; แทนที่พวกเขาจะได้ต่อสู้ในสงครามของพวกเขา ในสงครามที่จะส่งผลกับโลกทั้งใบ และนี่คือเหตุผลที่ปัญหาการเมืองไทยต้องจบในรุ่นเราเสียที เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ใช้พลังงานไปกับการแก้ปัญหาใหม่ๆ สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105439</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, สังคมไทย, เกรตา ธุนเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc90f1ef374.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
