<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 00:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรท วอลล์ มอเตอร์ หนุน S-Curve อุตสาหกรรมดาวเด่นสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกระดับเศรษฐกิจของชาติโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;rdquo; หรือ EEC นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยเมกะโปรเจค และการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ถือเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจเนื้อหอมที่ได้รับความสนใจจากนานาประเทศที่จะเข้ามาลงทุนเป็นอย่างมาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ &amp;ldquo;บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย และมีความพร้อมที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมไปถึงความรู้ขั้นสูงเพื่อมาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม S-Curve ไทย ทั้งด้านยานยนต์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึงการใช้หุ่นยนต์ในระบบอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น พื้นที่ภาคตะวันออกของไทย นับเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานมากมาย เมื่อโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC) จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อยอดโครงการ Eastern Seaboard ให้ตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย ดึงดูดนักลงทุนเพื่อเข้ามาลงทุน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มเม็ดเงินของเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ยังรวมไปถึงการช่วยพัฒนาองค์ความรู้ทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้แก่คนไทยและภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาของศูนย์วิจัยตลาดเติบโตสูงของ PwC แสดงให้เห็นว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การรวมตัวกันของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในอนาคตจึงได้รับความนิยมมากขึ้น การพัฒนาพื้นที่ EEC จึงเน้นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5G โครงสร้างด้านสมาร์ทโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ให้มีต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และสนับสนุนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสำคัญตามยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และกลุ่มประเทศอาเซียน มี GDP รวมกันคิดเป็น 3.6% ของ ของ GDP โลก โดย EEC ของประเทศไทยเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเชิงงบประมาณ และขนาดพื้นที่กว่า 13,266 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีประชากรรวมกันกว่า 3 ล้านคน รวมมูลค่า GDP ของทั้ง 3 จังหวัดเท่ากับ 2,464,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของมูลค่า GDP ประเทศEEC จึงเป็นพื้นที่ศักยภาพที่ดึงดูดการลงทุนระดับเมกะโปรเจคจากนานาประเทศ ซึ่งข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า สัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลที่จัดตั้งในไทย มีการลงทุนในจังหวัดระยองสูงสุด 399,389.60 ล้านบาท ชลบุรี 266,457.87 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 71,164.51 ล้านบาท โดย ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ คือ สามอันดับแรกของประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2563 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 277 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุนรวม 106,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51% ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ อุตสาหกรรมยานยนต์ นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม S Curve ดาวเด่น ที่น่าจับตามอง ซึ่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ โดยเป็นผู้ผลิตยานยนต์อันดับที่ 11 ของโลก อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของอาเซียน มีมูลค่าการลงทุนกว่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 10% ของ GDP ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
เกรท วอลล์ มอเตอร์ บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มั่นใจในศักยภาพประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์พวงมาลัยขวาในไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มเข้ามาดำเนินการที่โรงงานในจังหวัดระยองอย่างเป็นทางการ ปักหมุดสร้าง &amp;ldquo;โรงงานอัจฉริยะ&amp;rdquo; เพื่อพัฒนาและยกระดับระบบการผลิตยานยนต์ ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี องค์ความรู้ และระบบการทำงานต่างๆ รวมไปถึงการวางแผนที่จะนำหุ่นยนต์ และการเชื่อมโยงระบบข้อมูลอัจฉริยะที่รวมการวิจัย การผลิต การจัดหา และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดการใช้แรงงานในส่วนงานที่อันตรายและต้องการความแม่นยำสูงที่สามารถใช้หุ่นยนต์ทดแทนได้ เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานไปทำในส่วนสำคัญอื่นๆ มากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นวิสัยทัศน์ในการนำอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ก้าวไปสู่โลกอนาคตอย่างแท้จริง ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีศักยภาพเพื่อนำมาส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่&amp;nbsp; การเข้ามาลงทุนของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นอกจากมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการจ้างงาน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรไทย ทั้งทักษะสมัยใหม่ องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะเติบโต และสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับการพัฒนาเศรษกิจของประเทศ โดยบริษัทจะยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจเพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับประเทศไทย ในการนำวิสัยทัศน์ ผลิตภัณฑ์ การบริการอันยอดเยี่ยม รวมถึงเทคโนโลยีการขับขี่รถยนต์ที่ล้ำสมัย มานำเสนอให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัส พร้อมสื่อสาร ข้อมูลความรู้ และนวัตกรรม เพื่อให้คนไทยเข้าสู่ยุคของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งโลกอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, เกรท วอลล์ มอร์เตอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5fafa7b1ec227.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกรทวอลล์&#039;โชว์แผนลงทุนตั้งเป้าผลิตรถ8หมื่นคันต่อปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังให้ นายจาง เจียหมิง ประธานกลุ่มบริษัท เกรท วอลล์ มอร์เตอร์ส ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เข้าพบเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 ที่ผ่านมา ว่าได้มีการหารือ ถึงนโยบายส่งเสริมการผลิตและสิทธิประโยชน์ของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน การเตรียม ความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการบริหารจัดการซากรถและแบตเตอรี่ใช้แล้ว โดยที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการส่งเสริมลงทุนเพิ่มเติมสำหรับกิจการผลิตรถอีวี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการลงทุนของเกรท วอลล์ฯ ในประเทศไทยนั้น คาดว่าจะเริ่มปรับปรุงสายการผลิตเดิมในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยมีการนำระบบสมองกลเข้ามาใช้ภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง HEV PHEV และ BEV โดยมีกำลังการผลิตรวม 80,000 คันต่อปี การลงทุนติดตั้งเครื่องจักรและปรับสายการผลิตคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนคือภายในสิ้นปี 2563 นี้ และจะเริ่มทำการผลิตรถยนต์รุ่นแรก SUV และรถกระบะออกวางจำหน่าย ในต้นปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะเกิดการลงทุนกว่า 22,600 ล้านบาท และเกิดการจ้างงาน 3,435 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ เช่น แผนการผลิตแบตเตอรี่ โดยมีการผลิตโมดูล การแพ็คแบตเตอรี่ การตรวจสอบคุณภาพ และมีแผนการผลิตชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อรองรับสมรรถนะการใช้พลังงานและประหยัดของรถ HEV และ PHEV สำหรับแผนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศปี 2564 คาดว่าจะมีการใช้ชิ้นส่วน &amp;nbsp;ในประเทศ 45% สำหรับรถยนต์รุ่นแรก ซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนหลากหลายประเภท และมีแผนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็น 90% ภายในปี 2568 และยังมีแผนการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนา ศูนย์ตรวจสอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และศูนย์ฝึกอบรม โดยเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่รองรับการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันไทยมีศักยภาพในการผลิตรถยนต์ 2 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านคัน และผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน และเมื่อเกรท วอลล์ฯ แสดงเจตนารมณ์จะเข้ามาลงทุนที่ไทยและมีแผนที่ชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ดีต่อตลาดมาก เพราะผู้บริโภคในประเทศจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และประเทศไทยมีศักยภาพ ในการผลิตชิ้นส่วนรองรับอย่างเพียงพอโดยมีมูลค่าการส่งออกสูงเทียบเท่ามูลค่าการส่งออกรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ในปัจจุบันก็มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 80 - &amp;nbsp;90%&amp;rdquo; นายสุริยะ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาง เจียหมิง, ลงทุนผลิตรถ, เกรท วอลล์ มอร์เตอร์ส, เปิดตลาดในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b0777a8686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
