<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 22:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกรละ&#039; โวย รัฐบาลอินเดียเมินเงินยูเออี 100 ล้านดอลลาร์ ช่วยอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลท้องถิ่นรัฐเกรละของอินเดียที่ประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โจมตีรัฐบาลฮินดูชาตินิยมในกรุงนิวเดลีเป็นหมาหวงก้าง ที่ปฏิเสธรับความช่วยเหลือมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์จากยูเออี ขณะผู้ประสบภัยกว่าล้านคนยังต้องอาศัยตามศูนย์พักพิงแม้น้ำจะลดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาอินเดียถือป้ายเรียกร้องขอรับบริจาค เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่รัฐเกรละ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เสนอให้ความช่วยเหลือแก่รัฐทางใต้ของอินเดียแห่งนี้ 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนรัฐบาลกาตาร์เสนอเงินช่วยเหลือ 5 ล้านดอลลาร์ ประเทศมุสลิมทั้ง 2 ประเทศจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียมีแรงงานอินเดียทำงานอยู่จำนวนมาก รัฐเกรละที่ประสบภัยก็มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่รัฐบาลของนายกฯ นเรนทรา โมดี ซึ่งเป็นฮินดูชาตินิยม มีนโยบายปฏิเสธรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพุธ กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียประกาศว่า อินเดียจะยังคงยึดมั่นกับนโยบายช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูด้วยกำลังจากภายในประเทศ และไม่รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างชาติ ส่วนเงินที่ต่างชาติจะมอบให้นั้นสามารถทำได้ด้วยการบริจาคผ่านชาวอินเดียหรือมูลนิธิของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โธมัส ไอแซค รัฐมนตรีคลังรัฐเกรละที่เป็นสังคมนิยม กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2561 โจมตีรัฐบาลกลางที่ปฏิเสธรับเงินจากรัฐบาลต่างชาติ ว่าใช้นโยบายหมาหวงก้าง และหากรัฐบาลอนุรักษนิยมของโมดีไม่ยอมรับข้อเสนอของยูเออี พวกเขาก็ควรชดเชยให้รัฐเกรละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พีนารายี วิชายัน มุขมนตรีรัฐเกรละ เรียกร้องให้มีการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างรัฐบาลเกรละกับรัฐบาลกลางเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายชาวอินเดียขนน้ำดื่มและอาหารที่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในเมืองปันดานาด เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษของเกรละตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทำให้มีคนเสียชีวิตและสูญหายรวมอย่างน้อย 420 คน และมากกว่า 1.3 ล้านคน ต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราว ถึงแม้ว่าระดับน้ำจะลดลงมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตอินเดียเคยปฏิเสธรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ภายหลังเหตุการณ์สึนามิถล่มมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 ซึ่งคร่าชีวิตคนในอินเดียหลายพันคน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า รัฐบาลอินเดียต้องการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐเกรละประเมินว่า อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ น้ำท่วมสร้างความเสียหายหรือทำลายถนนเป็นระยะทางถึง 10,000 กิโลเมตร และประเมินว่ามีบ้านเรือนเสียหายต้องสร้างใหม่ 20,000-50,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของมุขมนตรีรัฐเกรละนั้น ขณะนี้มีชาวบ้านอยู่ในศูนย์บรรเทาทุกข์ 3,300 แห่ง รวมกว่า 1.34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 300,000 คน ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนมากกลับมายังศูนย์พักพิงภายหลังกลับไปบ้านแล้วพบว่าบ้านของพวกเขาไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า เมื่อวันพุธมีรายงานว่า ชายวัย 68 ปี ฆ่าตัวตายภายหลังเห็นสภาพบ้านของเขาในเมืองโคธาด เขตเออร์นากุลัม และเมื่อต้นสัปดาห์ มีหนุ่มวัย 19 ปี ฆ่าตัวตายเพราะวุฒิบัตรการศึกษาสูญหายไปกับน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัดเงินช่วยเหลือ, ยูเออี, รัฐบาลอินเดีย, อินเดีย, อุทกภัย, เกรละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7ed3465ac51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยน้ำท่วมรัฐเกรละเพิ่มเป็น 370 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์น้ำท่วมรัฐเกรละภาคใต้ของอินเดียยังวิกฤติ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 370 แล้วนับถึงวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเรืออินเดียอพยพผู้ประสบภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์ ที่เมืองพาราวูร์ เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุภาษ ที. วี. โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นรัฐเกรละ เผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ถึงยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมนับแต่เริ่มฤดูมรสุมตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมจนถึงวันอาทิตย์ ว่าเพิ่มเป็นอย่างน้อย 370 รายแล้ว โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตว 46 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปีรัฐนี้ยังทำให้ถนนและสะพาน 134 แห่งได้รับความเสียหาย หลายพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และชาวบ้านหลายแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำสะอาดเริ่มมีมากขึ้นในหลายพื้นที่ ซ้ำร้ายเกิดดินถล่มหลายแห่งสร้างความเสียหายทั้งหมู่บ้าน ประชาชนเกือบ 725,000 คนไร้ที่อยู่ต้องอาศัยตามศูนย์พักพิงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยช่วยกันอุ้มคนชราและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่น้ำท่วม ที่หมู่บ้านมาลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัฐเกรละประเมินว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายแล้วอย่างน้อย 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านมุขมนตรีรัฐเกรละเสนอขอเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลกลาง และขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์อีก 20 ลำและเรือยนต์ 600 ลำ เพื่อมาช่วยชาวบ้านที่ยังติดค้างในบ้านที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในรัฐเกรละทางอากาศ และประกาศอนุมัติเงินช่วยเหลือทันที 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15724</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายเพิ่ม, น้ำท่วม, ยอดสังเวย, อินเดีย, เกรละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b7980b68eb12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 22:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียระดมทหารช่วยกู้ภัยน้ำท่วมรัฐเกรละ หวั่นสังเวยเกินร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียระดมกำลังทหารหลายร้อยนายร่วมปฏิบัติการกู้ภัยในรัฐเกรละทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งกำลังประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มีผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 70 คน แต่ยังสูญหายอีกกว่า 30 คน จากเหตุดินถล่มเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยช่วยอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่น้ำท่วมในเขตเออร์นากุลัม รัฐเกรละ เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561 กล่าวว่า อุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษในภูมิภาคนี้ ทำให้รัฐบาลอินเดียประกาศยกระดับการเตือนภัยเป็นสีแดง และได้สั่งการให้กองทัพบก, กองทัพเรือ และกองทัพอากาศส่งทหาร 540 นาย มาช่วยเหลือปฏิบัติการกู้ภัยในรัฐทางใต้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอินเดียแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐเกรละยืนยันว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 72 คนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่และสื่อของอินเดียระบุว่า ยังมีคนประชาชนอีก 30 คน ที่สูญหาย และหวั่นเกรงว่าจะเสียชีวิตแล้วในเหตุการณ์ดินถล่มเมื่อวันพฤหัสบดี และเหตุน้ำจากแม่น้ำล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ฮินดูรายงานว่า มีชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และอีก 15 คน ซึ่งรวมถึงทารกวัย 3 เดือน ติดอยู่ภายในบ้าน 3 หลัง ที่โดนดินถล่มใกล้กับเขื่อนชลประทานในเขตมาลัปปุรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จัดการหายนภัยของรัฐเกรละรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า มีชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 6,500 คน ติดค้างอยู่กลางน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของรัฐนี้ และมี 3 เขตที่เผชิญน้ำท่วมรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐท่องเที่ยวชายหาดและแหล่งปลูกชาทางใต้ของอินเดียแห่งนี้ต้องเผชิญกับฝนฤดูมรสุมทุกปี แต่ปีนี้ฝนสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าปกติ นอกจากเกรละ ยังมีอีกหลายรัฐที่ประสบอุทกภัยเช่นกัน เช่น รัฐกรณาฏกะและมัธยประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเรือและเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เรือช่วยอพยพชาวบ้านในพื้นที่อะลูวา รัฐเกรละ เมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพส่งเฮลิคอปเตอร์หลายลำเสริมปฏิบัติการกู้ภัยในภูมิภาคนั้น และสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านได้จำนวนหนึ่ง รวมถึงขนส่งอาหารและน้ำไปยังพื้นที่ที่น้ำท่วมหนักด้วย นอกจากนี้ กองทัพและรัฐบาลได้ส่งเรือช่วยอพยพชาวบ้านที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนมากขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องขอร้องชาวบ้านให้รอคอยอยู่ในที่โล่งหรือบนหลังคา โดยให้อยู่ห่างจากต้นไม้ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดกับเฮลิคอปเตอร์ ในบางพื้นที่นอกจากเรือของทางการแล้ว ชาวบ้านต้องระดมเรือไม้ในท้องถิ่นเพื่อพากันหนีไปยังที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า ถนนเป็นระยะทาง 10,000 กิโลเมตร ในรัฐนี้ชำรุดเสียหายหรือถูกน้ำท่วมตัดขาด และมีบ้านเรือนสูญไปกับน้ำท่วมหลายร้อยหลัง ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งการให้เปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 34 แห่ง ที่ระดับน้ำสูงถึงระดับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองโคจิ เมืองหลักของรัฐเกรละ สนามบินระหว่างประเทศต้องปิดให้บริการถึงวันเสาร์ เนื่องจากน้ำท่วม โดยเที่ยวบินขาออกถูกยกเลิกทั้งหมด ส่วนขาเข้าถูกเปลี่ยนไปลงสนามบินแห่งอื่นๆ แทน ระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดให้บริการไม่ได้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15573</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, อินเดีย, อุทกภัย, เกรละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7594d9cc4ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อไวรัสนิปาห์อินเดียเพิ่มเป็น 10 ศพ กักกันอีกเกือบร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อินเดียยืนยันเมื่อวันอังคารว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคสมองอักเสบนิปาห์ที่พบไม่บ่อยนัก เพิ่มเป็น 10 ศพแล้ว ทางการกำลังกักกันโรคผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 94 คนเพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาดในภาคใต้ของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ป่าไม้และกรมสัตวบาลนำค้างคาวที่จับได้จากบ่อน้ำใส่ขวดใบใหญ่ ที่เมืองโคชิโคด รัฐเกรละ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมืองโคชิโคด ในรัฐเกรละ ทางภาคใต้ของอินเดีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด ว่า เจ้าหน้าที่ส่งตัวอย่างของผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 18 รายไปตรวจสอบ และพบการติดเชื้อ 12 ราย ในจำนวนนี้ 10 รายเสียชีวิตแล้ว อีก 2 รายนั้นกำลังรักษาอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เค. เจ. รีนา เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังด้านสาธารณสุขของเกรละ เผยด้วยว่า ทางการได้กักกันโรคคน 94 คนที่ติดต่อกับผู้ที่เสียชีวิต โดยแยกกักกันไว้ที่บ้านของพวกเขา เพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสนิปาห์ซึ่งมีค้างคาวผลไม้เป็นพาหะแพร่เชื้อ เคยคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อมาแล้วมากกว่า 260 คนในมาเลเซีย, บังกลาเทศและอินเดีย นับแต่พบเชื้อนี้ติดต่อในคนครั้งแรกเมื่อปี 2541 ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 70% และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการคล้ายไข้หวัดจากนั้นจะมีอาการสมองอักเสบที่สร้างความทรมานจนเข้าสู่ภาวะโคมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอระบุว่า นิปาห์เห็น 1 ใน 8 โรคสำคัญที่อาจกลายเป็นการแพร่ระบาดระดับโลกได้ เช่นเดียวกับโรคอย่างอีโบลาและซิกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต 3 รายแรกตามรายงานเมื่อวันจันทร์นั้น สองรายเป็นพี่น้องกัน ทั้งคู่กินผลไม้ที่ตกอยู่ในเขตบ้านของพวกเขา และที่บ่อน้ำของบ้านพบซากค้างคาวหลายตัว รายที่ 3 เป็นพยาบาลที่ดูแลพวกเขา เธอเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์และศพถูกฌาปนกิจทันที เธอเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ขณะถูกแยกกักกันโรค ฝากฝังสามีให้ดูแลลูกทั้งสองคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วรัฐเกรละกำลังเฝ้าระวังขั้นสูงและวางมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยแนะนำข้อควรระมัดระวังแก่ประชาชน เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่ตกลงพื้น หรือดื่มน้ำหวานดิบจากต้นอินทผลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัฐกัวและทมิฬนาฑู ซึ่งอยู่ติดกับเกรละ กล่าวว่า พวกเขากำลังเฝ้าสังเกตการแพร่ระบาด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างคาว, ระบาด, อินเดีย, เกรละ, โรคสมองอักเสบนิปาห์, ไวรัสนิปาห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b041e3223637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
