<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีสโตน ร่วมโครงการช็อปช่วยชาติ ตอกย้ำทุกผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพทัดเทียมมาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย........นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;จากมาตรการช็อปช่วยชาติ ของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2561-16 ม.ค. 2562 ซึ่งปีนี้กำหนดสินค้าเข้าร่วม 3 ประเภท ได้แก่ หนังสือ สินค้าโอท็อป และยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งผู้ที่ซื้อสินค้า สามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ในส่วนของยางรถยนต์ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ขณะนี้มีภาคเอกชนซึ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบการยาง ตกลงซื้อวัตถุดิบยางจาก กยท. เพื่อนำไปผลิตล้อยางแล้วจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัทบริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท แม็กซิส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีสโตน จำกัด และบริษัท ยางโอตานิ จำกัด สำหรับคูปองลดหย่อนภาษีที่จัดสรรให้กับบริษัทผู้ผลิตยางล้อ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ คูปองสำหรับยางล้อรถยนต์ ประเภท 4 ล้อ ได้รับคูปองจำนวน 100 ใบ ต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตัน และคูปองสำหรับยางล้อรถจักรยานยนต์หรือรถจักรยาน ประเภทรถ 2 ล้อ ได้รับคูปองจำนวน 500 ใบ ต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตัน ซึ่งปัจจุบันทั้ง 5 บริษัท ได้ซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางกยท. แล้วกว่า 2,000 ตัน โดยมีการมอบคูปองลดหย่อนภาษีไปให้ผู้ประกอบการเหล่านี้แล้วกว่า 200,000 ใบ เพื่อให้แต่ละบริษัทนำคูปองไปกระจายต่อให้ร้านค้าที่จำหน่ายยางและตัวแทนของบริษัทจำนวนกว่า 1,000 ร้านค้าที่ร่วมโครงการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;สำหรับสินค้ากลุ่มประเภทยางล้อ มีขั้นตอนเพิ่มเติมเข้ามาและไม่สามารถใช้กับยางทุกตราสินค้าได้ ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้บริโภค หนึ่งในโครงการนี้มีบริษัท ดีสโตน ซึ่งเป็นบริษัทยางทุกประเภทของคนไทยมียอดขายทั้งในต่างประเทศเป็นอันดับ 1 โดยมีสินค้าจำหน่ายครบทุกประเภท ในวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง คุณเกริก วงศาริยวานิช ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีสโตน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เปิดเผยแนวการเข้าร่วมในครั้งนี้ว่า ดีสโตนมีการศึกษาแนวคิดและวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว เป็นการช่วยเหลือและผลักดันให้พี่น้องชาวสวนยางมีโอกาสจำหน่ายยางได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาดีสโตนมีการสั่งซื้อยางพาราในประเทศไทยเป็นจำนวนมากมาตลอด ที่สำคัญชุมชนสวนยางที่เราซื้อมานั้นมีการทดสอบคุณภาพยางมานานแล้วว่ามีคุณภาพมาตรฐานผ่านการทดสอบ ทำให้ดีสโตนคิดว่าในฐานะเราเป็นบริษัทคนไทยที่มีการผลิตสูงเป็นอันดับ 1 จะต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมจึงได้เข้าร่วมโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ในปีหน้า 2562 ดีสโตนดำเนินธุรกิจผู้ผลิตยางล้อที่มีประสบการณ์มายาวนานถึง 44 ปี ซึ่งดีสโตนสามารถผลิตยางได้เกือบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นยางรถบรรทุกเพื่อการขนส่ง ยางรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ยางเพื่อการเกษตร ยางเพื่อการอุตสาหกรรม ยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ ยางจักรยาน ทำให้ดีสโตนมีความพร้อมในการเข้าร่วมในทุกกลุ่มสินค้าที่ภาครัฐกำหนด 100% โดยดีสโตนมีจุดจำหน่ายมากกว่า 800 ร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมให้การรองรับได้อย่างดี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์ร้านค้าที่เข้าร่วมได้ที่ www.facebook.com/deestontyre ผู้บริโภคทำได้ง่ายเมื่อเลือกซื้อยาง DEESTONE หรือ THUNDERER ที่เข้าร่วมโครงการ ย้ำว่าต้องเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการ สามารถที่จะให้ทางร้านค้าออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ พร้อมเรียกหาคูปองจากทางร้านค้าได้ โดยยาง 1 เส้นต่อ คูปอง 1 ใบ จากนั้นก็ส่งหลักฐานการยื่นภาษีประจำปี ให้ทางรัฐเหมือนที่เคยปฏิบัติกันมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ทั้งนี้ ในช่วงโครงการช็อปช่วยชาติ ซึ่งทางผู้บริโภคที่ซื้อยาง DEESTONE หรือ THUNDERER แล้วได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีแล้ว ทางดีสโตนยังมีของขวัญปีใหม่โดยการจัดแคมเปญการรับประกัน 120 วัน ในกรณีที่ผู้บริโภค ใช้งานสินค้าตามปกติและถูกต้องตามประเภทรถกับยางที่ใช้แล้ว เกิดประสบอุบัติเหตุ บาด บวม เบียด ตำ แตก ทำให้ยางเกิดความเสียหาย ถึงแม้ว่าไม่ใช่ความเสียหายจากการผลิต ทางดีสโตนยินดีดูแล เปลี่ยนยางเส้นใหม่ให้ฟรี หลังจากนั้นจะเป็นการรับประกันคุณภาพของโครงสร้างยาง ถ้ามีความเสียหายที่เกิดจากการผลิต 4 ปี ตาม % ยาง ที่เหลืออยู่ด้วย สิทธิ์นี้จะมีตลอดปี 2562 ด้วยเช่นกัน จึงอยากขอเชิญชวนให้ประชาชนหันมาใช้สิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการช็อปช่วยชาติ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการมีการการันตีคุณภาพ และการบริการครบถ้วนตามมาตรฐานการผลิตระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช็อปช่วยชาติ, ช็อปยางช่วยชาติ, ซื้อยาง, ดีสโตน, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รีวิว, เกริก วงศาริยวานิช, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c244dffc359c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงข่าว ช้อปช่วยชาติ ประจำปี 2561 โดยมีกลุ่มบริษัท ดีสโตน ผู้ผลิตยางล้อเข้าร่วมโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกฤษฎา บุญราช&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงข่าวเรื่องการ ช้อปช่วยชาติ ประจำปี 2561 ที่การยางแห่งประเทศไทย ถึงกรณีและเงื่อนไขการแจกคูปองสำหรับผู้บริโภคที่ใช้สิทธิ์ในการซื้อผลิตภัณฑ์ยางที่เข้าร่วมโครงการโดยในการนี้ คุณเกริก วงศาริยวานิช&amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดีสโตน ผู้ผลิตยางล้อที่เข้าร่วมโครงการได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวและรับมอบคูปองของการซื้อยางล้อ รถยนต์ จักรยานยนต์ จักรยานด้วย และแสดงความคิดเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง รวมถึงยืนยันการเข้าร่วมโครงการของผลิตภัณฑ์แบรนด์ DEESTONE ทั้งในส่วนของยางรถยนต์ ยางจักรยานยนต์ และจักรยานว่า ดีสโตนพร้อมเข้าร่วมทุกประเภทตามที่ภาครัฐกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ช้อปช่วยชาติ, ช้อปช่วยชาติ ประจำปี 2561, ดีสโตน, ผู้ผลิตยางล้อ, รับมอบคูปอง, เกริก วงศาริยวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18fb6edc638.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีสโตน ยางรถสัญชาติไทย เสริมทัพแกร่ง เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย.....นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีสโตน บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ของคนไทย 100% ก่อตั้งโดย สุวิทย์ วงศาริยวานิช ซึ่งดำเนินธุรกิจกว่า 42 ปี โดยเห็นว่าตลาดยางล้อมีผู้ประกอบเป็นชาวต่างชาติ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราชั้นนำของโลก จึงเป็นการตัดสินใจในการก่อตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ซึ่งผลิตยางครอบคลุมทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้ ดีสโตน ได้มีการบริหารงานเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งไทยโพสต์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ เกริก วงศาริยวานิช&amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท&amp;nbsp; ดีสโตน ถึงการดำเนินงาน เป้าหมายและแผนการพัฒนาบริษัทเพื่อก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2562 ซึ่ง เกริก วงศาริยวานิช เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ยางล้อของดีสโตน ได้มีการผลิตขึ้นจากการก่อตั้ง บริษัท ดีสโตน จำกัด โดย นายสุวิทย์ วงศาริยวานิช ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของบริษัท และได้มีขยายธุรกิจมาเป็นลำดับ ปัจจุบันภายใต้ &amp;ldquo;ดีสโตน กรุ๊ป&amp;rdquo; มี 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ดีสโตน จำกัด, บริษัท ดีรับเบอร์ จำกัด, บริษัท ดีสโตน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท สวิซซ์-วัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และล่าสุดบริษัท สยามทรัค เรเดียล จำกัด โดยแต่ละแห่งมีสินค้ายางรถที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางล้อ ซึ่งการเติบโตของบริษัท เรามีปรัชญาและนโยบายของการดำเนินธุรกิจคือ&amp;nbsp; มีความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความน่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทคนไทยให้ทัดเทียมกับสากล ด้วยการพัฒนาศักยภาพและนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตพร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรไทย ให้เป็นทีมงานที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ&amp;nbsp; ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดจนแบรนด์สินค้าของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ในปัจจุบัน เราคือผู้ผลิตยางล้อเพื่อยานพาหนะที่ครอบคลุมเกือบทุกประเภทและทุกชนิดของยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp; ยางสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล / ยางรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ / ยางรถบรรทุกเพื่อการขนส่งมวลชน / ยางรถเพื่อการอุตสาหกรรม / ยางรถเพื่องานธุรกิจการบริการ / ยางรถเพื่อการกีฬา / ยางรถสำหรับจักรยานยนต์ / ยางรถสำหรับยางจักรยาน / ยางรถสำหรับรถเข็น / ยางรถสำหรับงานในเหมือง / ยางรถสำหรับการเกษตร&amp;nbsp; ดีสโตน จึงถือได้ว่าเป็นบริษัทของคนไทย 100 % เพียงแห่งเดียว ที่มีศักยภาพในการผลิตยางครอบคลุมแทบทุกประเภทของยางล้อเพื่อยานพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การทำธุรกิจยางล้อในปัจจุบัน และในอดีตที่ผ่านมานั้นความแตกต่างที่เกิดขึ้นคือการแข่งขันที่มากขึ้น ดีสโตนให้ความสำคัญในการผลิตยางที่ได้คุณภาพที่ทัดเทียมมาตรฐานสากล ด้วยระบบเทคโนโลยี ที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;จนในปัจจุบันเราได้รับการยอมรับ จากผู้ใช้งานมากกว่า 120&amp;nbsp; ประเทศทั่วโลก ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาง ที่เราผลิต ต่อปีมากกกว่า 100,000,000 เส้น ต่อปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า นอกเหนือการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพแล้ว เรายังมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร ในสอดคล้องกับสถานะการณ์การแข่งขันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ บริการ&amp;nbsp; การขนส่งหรือจัดส่งสินค้า&amp;nbsp; การอำนวยความสะดวกให้กับคู่ค้าในเรื่องของการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ&amp;nbsp; การปะชาสัมพันธ์ทางการตลาด ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ดีสโตนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งการแข่งขันในปัจจุบัน เราต้องสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้า ราคาที่เหมาะสม การจำหน่ายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค การจัดแคมเปญ และการประชาสัมพันธ์การตลาดที่มีความต่อเนื่อง ทั้งหมดคือการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างแต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ของการดำเนินธุรกิจ คือการสร้างความพึงพอใจที่ดีให้กับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนยอดขายในปี 2560 ที่ผ่านมา เรามียอดขายที่เติบโตขึ้นพอกับที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งเราเข้าใจสถานการณ์ของเศรษฐกิจดีว่าในปีที่ผ่านมามีปัจจัยลบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนเศรษฐกิจทั่วโลกก็ถือว่าทรงตัวแต่ไม่ได้ดีมาก ผนวกกับราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างสูงในช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา การที่เราทำได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถือว่าเป็นเรื่องดี และในปีนี้ 2561 บริษัทคาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 15% สำหรับสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 40% และการส่งออก 60% คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น จากการลงทุนของทางภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงในต่างประเทศที่มีการส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินไปได้ และทางดีสโตนในฐานะที่เราคือ ผู้นำในการนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยางพารามาแปรรูปก็ได้มีการกำหนดแผนธุรกิจที่ที่จะขยายการผลิตให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาด รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งในส่วนของในประเทศ และต่างประเทศ ที่ตอนนี้ มีหลายบริษัทจากต่างชาติได้เข้ามาเจรจาสั่งซื้อสินค้า กับทางดีสโตนมากขึ้น อันเป็นผลพวงจากการที่เราไปร่วมงาน แสดงสินค้าในต่างประเทศในปีที่ผ่านมานั่นเอง และในปีนี้เรามีแผนเพิ่มกำลังการผลิตให้เต็มกำลังในทุกภาคส่วนเพื่อรองรับกับการสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราเชื่อมั่นว่ากำลังการผลิตจะสามารถรองรับการสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาได้เพราะเราได้มีการลงทุนเรื่องของเครื่องจักรและเทคโนโลยี ส่วนการปรับแผนคงเป็นเรื่องของการบริการ และการตลาด ที่เราจะส่งข่าวสาร ของภาพลักษณ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆรวมถึงการบริการให้ รวดเร็วมากขึ้น เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดีสโตน เป็นบริษัทผู้ผลิตยางของคนไทย 100 %&amp;nbsp; ดีสโตนมีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก&amp;nbsp; การเตรียมการเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายการลงทุนที่จะมีมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า ซึ่งดีสโตนเชื่อว่าความต้องการผลผลิตของยางล้อเพื่อยานพาหนะ จะมีความต้องการมากขึ้น จากการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งเรามีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่อง ของความโปร่งใสที่พร้อมให้มีการตรวจสอบ ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมและผู้บริโภค ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้องค์กรเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและเติบโตอย่างมั่นคง การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และที่สำคัญเราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยางล้อของคนไทย 100 % จะเป็นอีกก้าวที่สำคัญที่จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าต่างชาติได้ในฐานะบริษัทของคนไทย ที่ไม่ได้หวังแค่เข้ามาลงทุนและนำผลกำไรกลับไป หากแต่เป็นการคืนสู่สังคม ดังเช่นที่เราทำมาโดยตลอด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2736</URL_LINK>
                <HASHTAG>deestone, motoring, ข่าวรถ, ดีสโตน, นักธุรกิจ, ยางรถยนต์, ยานยนต์, สัมภาษณ์พิเศษ, เกริก วงศาริยวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180209/image_big_5a7d22be8a7f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
