<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039; ชี้เปรี้ยง &#039;คุณประยุทธ์&#039; ทำคนจนเพิ่มเกือบ 2 ล้านคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ ส.ว. ชอบอ้างว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญประชาชน เพราะผ่านประชามติ 7 สิงหาคม 2559 แต่ถ้าสืบค้นข้อมูลจะพบว่า หลังจากลงประชามติได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยสภานิติบัญญัติที่มาจากการรัฐประหาร ในช่วงเดือนมกราคม 2560 ซึ่งหลังการแก้ไขไม่มีการลงประชามติอีกครั้ง ดังนั้นจะอ้างว่าเป็น รัฐธรรมนูญประชาชนผ่านการลงประชามติจะใช่หรือ เพราะสภาที่แก้ไขรัฐธรรมนูญหลังลงประชามติก็แต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก็มาจากคณะรัฐประหาร ดังนั้น ควรเรียกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า รัฐธรรมนูญรัฐประหาร คสช. มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งกระบวนการลงประชามติเมื่อปี 2559 สืบค้นข้อมูลดูจะพบว่าเป็นการลวงประชาชนให้ลงมติ เพราะในการลงประชามติครั้งนั้นรัฐบาลใช้การประชาสัมพันธ์ว่า ให้ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้เลือกตั้ง แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ รู้อยู่แก่ใจมานานแล้วว่า ประชาชนเอือมระอาการบริหารประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหารยึดอำนาจ ซึ่งมีผลงานเด่นในการสร้างคนจนเพิ่มขึ้นเกือบสองล้านคนจากการบริหารประเทศ 2-3 ปีแรก จะเห็นได้จากตัวชีวัดจำนวนคนจนที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินสถิติอย่างเป็นทางการของภาครัฐ ระหว่างปี 2558 ถึงปี 2561 อัตราความยากจนของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 2 สองครั้งในปี 2559 และปี 2561 โดยอัตราความยากจนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 7.21% เป็น 9.85% ตามลำดับ และค่าสัมบูรณ์ของประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนเพิ่มสูงขึ้นจาก 4,850,000 คน เป็นมากกว่า 6,700,000 คน นี่คือผลงานการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บริหารประเทศทำให้คนจนเพิ่มขึ้นเกือบสองล้านคน ซึ่งประชาชนรับไม่ได้ ที่สำคัญภูมิภาคที่นักการเมืองส่วนหนึ่งสนับสนุนการยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์อย่างภาคใต้ได้มีข้อมูลรายงานว่า ในปี 2561 นับเป็นครั้งแรกที่ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุดในประเทศ นี่คืออีกหนึ่งผลงานที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบให้ผู้สนับสนุนการเข้ามาสู่อำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ทนให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในอำนาจบริหารประเทศต่อไปไม่ไหว แม้แต่เยาวชนยังออกมาขับไล่ ถ้ารัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เชื่อว่ากระแสหลักของประเทศในขณะนี้ไม่ต้องการรัฐบาลที่ไม่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้ ให้ไปย้อนดูการตอบคำถามประกวดมิสแกรนด์รอบ 5 คนสุดท้าย ซึ่งทั้ง 5 ผู้เข้ารอบตอบคำถามไปในแนวทางสนับสนุนเยาวชนผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล &amp;nbsp;ถ้ากระแสการปฏิเสธรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่กระแสสูง มิสแกรนด์ทั้ง 5 คงไม่ตอบคำถามออกมาในแนวเดียวกัน รวมทั้งมิสแกรนด์ระนองที่ประกาศขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บนเวทีคงไม่ได้รับการยอมรับด้วยเสียงปรบมือทั้งหอประชุม รวมทั้งไม่ได้รับเลือกจากกรรมการให้เป็นมิสแกรนด์ประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยความหวังดี ขอเตือนคุณประยุทธ์ตรงๆ ว่ายอมถอยออกจากอำนาจในเวลาที่มีโอกาสถอย ดีกว่าการดันทุรังจนถอยไม่ได้ และประเทศพังพินาศเพราะความหวงอำนาจของคุณประยุทธ์ เพราะคุณประยุทธ์ชอบอ้างว่ารักชาติมาก ก็ขอให้เสียสละออกจากอำนาจก่อนที่ต้องออกจากอำนาจพร้อมการพังทลายของประเทศ และหมดที่ยืนในประเทศ ซึ่งคุณประยุทธ์น่าจะรู้ตัวดีว่าไม่สามารถที่จะเป็นประชาชนโลกได้อย่างใครๆ ที่มีความสามารถรอบตัวที่คุณคิดแข่งขันกับเค้าแต่สู้ไม่ได้&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78683</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อชาติ, รัฐบาลไทย, เกศปรียา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติแนะรัฐบาลลอกไอเดีย&#039;ทักษิณ&#039;ปราบฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 &amp;ndash; น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นในวันนี้อยู่ในขั้นวิกฤติ แต่รัฐบาลไม่มีมาตรการทางปฏิบัติอะไรออกมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หรือแม้แต่หน้ากากกันฝุ่นที่รัฐบาลสามารถทำเป็นสินค้าควบคุมราคาให้ประชาชนเข้าถึงโดยง่ายรัฐบาลก็ยังไม่ทำ จนประชาชนทนไม่ไหว #ฝุ่นกรุงเทพ ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง ประชาชนรุมประณามความเลือดเย็นของรัฐบาลที่ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชน แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยสนใจการเมืองหรือผู้สนับสนุนรัฐบาลมาก่อน ก็รับไม่ได้กับการที่รัฐบาลเมินปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การที่รัฐบาลไม่มีแผนปฏิบัติงานที่จะแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า รัฐบาลต้องการประชากรที่ด้อยคุณภาพเพื่อจะได้ปกครองง่าย หรืออย่างไร ถ้ารัฐบาลคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาอย่างไร ที่ไหนก่อน ตนขอแนะนำให้รัฐบาลลองนำวิธีแก้ปัญหาฝุ่นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเเนะนำไว้ในรายการ Good Monday เมื่อปีที่ผ่านมา มาประยุกต์ใช้ ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณน้อยกว่าการซื้ออาวุธเป็นหลายเท่า และสามารถทำได้ทันทีภายในเดือนมกราคมนี้ โดยเร่งให้หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงเกษตรเเละกรุงเทพมหานคร นำต้นไม้โตแล้วมาปลูกทุกเกาะกลางถนน ทางเท้าให้แน่นเป็นพื้นที่ป่าทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเเละอาจจะเพิ่มปริมาณฝนจะได้ลดปริมาณฝุ่นได้ รวมทั้งอาจจะทำหอคอยฟอกอากาศในจุดที่มีฝุ่นปริมาณสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อีกทั้งอาจจะขอความร่วมมือเอกชนช่วยทำเครื่องฟอกอากาศหน้าห้างสรรพสินค้า แลกกับการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือห้างสรรพสินค้าเหล่านี้ไปแล้ว โดยภาระบรรจุภัณฑ์ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นภาระของผู้ซื้อแทนผู้ขาย พร้อมทั้งรณรงค์อย่างจริงจังให้ประชาชนรู้ถึงพิษภัยฝุ่น เพื่อจะได้ช่วยกันลดปริมาณฝุ่น ไม่ใช่ให้โฆษกรัฐบาลออกมาบอกว่าประชาชนอย่าตื่นกลัวฝุ่น ซึ่งเท่ากับบอกว่าปัญหาฝุ่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แล้วอย่างนี้จะรณรงค์ลดปริมาณฝุ่นได้อย่างไร&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, ปลูกต้นไม้, ฝุ่นPM2.5, ุฝุ่นพิษ, เกศปรียา, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกเอี่ยม&#039;ควงสาวพรรคเพื่อชาติลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนลงพื้นที่6 จุดทั้งในจ.กาฬสินธุ์และจ.ขอนแก่น ที่เขื่อนลำปาวจ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการฯได้ติดตามสภาพปัญหาภัยแล้งและรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไข นำโดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน และคณะกรรมการฯ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมืองโฆษกพรรคเพื่อชาติ และนายธิติพงศ์ หมื่นล้าน โฆษกพรรคพลังปวงชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ที่เขื่อนลำปาวว่า คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนลงพื้นที่สัมผัสความทุกข์ร้อนของประชาชนมาติดตามว่ารัฐบาลมีความจริงใจมากน้อยเพียงใดที่จะแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร การลงพื้นที่พบประชาชนสะท้อนปัญหาว่าถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยซึ่งมีแผนบริหารจัดการน้ำที่ดี แต่ไม่มีโอกาสได้ทำจึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้น ในยามนี้จึงมีคนตั้งคำถามและมักได้รับคำตอบจากรัฐบาลว่า ถ้าจะแล้งก็แล้ง ถ้าจะท่วมก็ท่วมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คำถามคือประชาชนจะมีรัฐบาลไปเพื่ออะไร ดังนั้นรัฐบาลต้องพิสูจน์ความจริงใจ 1.ต้องตั้งวอร์รูมแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างจริงจังและทำให้เกิดผลโดยเร่งด่วน2.รัฐบาลจะต้องเร่งประกาศพื้นที่เขตภัยพิบัติภัยแล้ง 3.ต้องจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และ4. จะต้องมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการพร้อมวางแผนระยะยาวไม่ให้ประชาชนต้องมาลุ้นกับสถานการณ์น้ำต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดในรอบหลาย10ปีส่วนหนึ่งเกิดจากปรากฎการณ์ความชื้นจากขั้วโลกเหนือไม่ลงมาทำให้มวลอากาศเย็นไม่ลงประเทศจีนซึ่งมาจากการเคลื่อนตัวของบรรยากาศโลกมีการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบโดยรอบ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือแม้แต่ข้ออ้างยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยรอไม่ได้ วันที่25-26 ก.ค. ที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย ก็อย่าติดยึดแต่การแก้ปัญหาทางการเมือง จนลืมแก้ปัญหาบ้านเมือง7 พรรคฝ่ายค้านลงพื้นที่เพื่อรับฟังและสะท้อนปัญหาเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ภายใต้หลักคิดฝ่ายค้านเพื่อประชาชนเพื่อยกระดับการทำงานสภาซึ่งพิสูจน์ได้ตั้งแต่การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านในช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความตั้งใจในการลงพื้นที่ซึ่งถือเป็นการทำงานเชิงรุก โดยสังเกตว่าภัยแล้งเป็นวิกฤตสำคัญแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้5 ปีที่ผ่านมาภัยแล้งจึงเป็นวิกฤตที่สำคัญและไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นการบริหารที่ล้มเหลว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41811</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ภัยแล้ง, สถานการณ์แล้ง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เกศปรียา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37e488d74e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรแรงย้ายค่าย เปลี่ยนผิดเป็นถูก! เพื่อชาติซัดคสช.อุ้ม&#039;แรมโบ้อีสาน&#039;หลุดคดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ฉายาแรมโบ้อีสาน อดีตแนวร่วม นปช. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลุดพ้นจากการดำเนินคดีล้มการประชุมผู้นำอาเซียน เมื่อปี 2552 เนื่องจากคดีหมดอายุความ&amp;nbsp; เพราะอัยการนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลไม่ทัน โดยอ้างตำรวจไม่จับตัวมานั้นว่า ข้อกล่าวอ้างนี้ไม่มีน้ำหนัก เพราะนายสุภรณ์จัดเป็นบุคคลสาธารณะ เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฏร และขึ้นเวทีหาเสียงและให้สัมภาษณ์สื่อเป็นประจำ ช่วงเดือนธันวาคม 2561 - มีนาคม 2562 ถ้าต้องการจะนำตัวมาฟ้องจริง ทั้งอัยการและตำรวจพัทยาสามารถขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่นอกพื้นที่ได้ เพราะการหาตัวผู้สมัครลงเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากเกินความสามารถเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า เป็นเวลาหนึ่งทศวรรษที่ประชาชนฝ่ายตรงข้ามเผด็จการอำนาจนิยม ไม่ได้รับความยุติธรรมจากการดำเนินคดีในหลายลักษณะ แต่อยู่ในสภาพต้องจำทน ซึ่งในอดีตตนยังเด็กไม่เคยเข้าใจเรื่องความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียม พอมาเจอกรณีนายสุภรณ์ ที่อัยการไม่สั่งฟัองด้วยเหตุผลไม่มาพบอัยการและตำรวจไม่นำตัวมาให้จนคดีหมดอายุความ ทั้งที่ทำกรรมเดียวกับแกนนำ นปช. ที่โดนฟ้องทุกคน ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่ทันเหตุการณ์ความขัดแย้งทางความคิดทศวรรษที่ผ่านมานี้เข้าใจจากการตามหาประวัติศาสตร์ส่วนนี้เพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งคดีกรุงไทยของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็เช่นกัน ที่หลุดจากคดี ทั้งที่นายอุตตมเป็นกรรมการนั่งประชุมอยู่และได้ลงลายมือชื่อเช่นเดียวกับกรรมการอีก 3 คนที่ทำกรรมเดียวกันซึ่งโดนฟ้องและรับโทษไปแล้ว มีเพียงนายอุตตมที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่สั่งฟ้อง ก็ตอกย้ำเรื่องความยุติธรรมตั้งต้นที่ไม่เท่าเทียม ส่งผลให้ประชาชนไทยได้รับความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมมาตลอด 10 ปี โดยเฉพาะ 5 ปีหลังปี 2557 เป็นต้นมา มีวาทกรรมทำตามกฎหมาย ที่ถูกเสนอขึ้นมาจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม แต่คำถามคือ กฎหมายของใคร ใครบังคับใช้ ใครตัดสิน ความแตกต่างระหว่างกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นที่ได้รับถ้าเป็นฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองกรณีที่ไม่ถูกกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นสั่งฟ้องมีสิ่งที่เหมือนกันคือทั้งคู่เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ทั้งประเทศรับรู้ว่าเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนความต้องการอยากสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสองกรณีนี้คือการยืนยันหรือใบเสร็จที่ชัดเจนให้สังคมโลกรับรู้ว่า กระบวนการยุติธรรมไทยตั้งต้นสั่งได้ถ้าศิโรราบผู้มีอำนาจ หรือ ที่ในโลกโซเชียลเรียกกรณีนี้ว่า โปรแรง ย้ายค่าย เปลี่ยนผิดเป็นถูก นี่คือปัญหาของประเทศที่ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้เกิดการเลือกปฏิบัติเพื่อเล่นงานบางฝ่าย ทำให้กระบวนการยุติธรรมมีหลายมาตรฐาน&amp;nbsp; ประชาชนจำนวนไม่น้อยหมดความเชื่อถือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังพบข้อมูลว่ามีจำเลยหลายคนในคดีล้มประชุมอาเซียนถูกตัดสินจำคุกในศาลชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้กำลังรอคำพิพากษาศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม คดีนี้พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่พัทยาที่ทำคดี ได้นำตำรวจในพื้นที่พัทยามาเป็นพยานเท็จกล่าวหาตำรวจด้วยกันว่า มีส่วนล้มการประชุมอาเซียน ทั้งๆ ที่ในวันเวลาดังกล่าวตำรวจที่ถูกซัดทอดนั้นอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มาที่พัทยา ต่อมาตำรวจที่เป็นพยานเท็จได้ถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษ นี่คือการใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่าง จัดเป็นความจริงอันเจ็บปวดของผู้ที่ไม่สนับสนุนเผด็จการอำนาจนิยมอย่างคนเสื้อแดง&amp;rdquo; โฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39497</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, นปช., หลุดคดี, เกศปรียา, เพื่อชาติ, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c3955358f1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอือมนายกฯ-ผบ.ทบ.อีโก้สูง! เพื่อชาติชงตรวจสุขภาพจิต’ครม.-บิ๊กขรก.’ก่อนรับตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า จะนำเสนอในที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งต่อไปว่า ระบบประกันสุขภาพของไทยและกฎระเบียบข้าราชการต้องมีระบบบังคับตรวจสุขภาพจิตแบบละเอียดก่อนเข้ารับตำแหน่งในระดับสูงทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงในกองทัพ รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล เนื่องจากข้าราชการระดับสูงมักจะมีอัตตาสูงจนพัฒนาเป็นอาการจิตเภทประเภทต่างๆ ทั้งหลงตนเองและบุคลิกแปรปรวนส่งผลให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ตัดสินใจผิดพลาดจากอาการของโรค อันจะเป็นผลร้ายกับประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ตนเสนอแนวคิดนี้เนื่องจากกรณีผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แนะนำให้ฟังเพลงกิเลสมนุษย์ และนายกรัฐมนตรี ที่เคยแนะนำให้อ่านหนังสือ Animals Farm จากเนื้อหาของเพลงและหนังสือจะพบว่าผู้แนะนำทั้งคู่ต้องแนะนำตนเองและทำความเข้าใจเนื้อหาว่าตรงกับพฤติกรรมที่ตนเองได้ทำไว้หรือไม่แล้วแก้ไขเสีย แต่จากการวิเคราะห์กลับตรงกันข้ามทั้งคู่จัดเป็นผู้ที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่เพ่งเล็งโทษผู้อื่น ยึดถือตัวตนว่าเป็นที่สุดแห่งจักรวาลในทางพุทธศาสนาเรียกว่าจิตเต็มไปด้วยอกุศล หรืออาสวะกิเลสที่ทำให้เกิดอัตตาอคติสูงเต็มไปด้วยความโลภ โทสะ โมหะ เต็มไปด้วยความเครียดและความทุกข์จากการหวาดระแวงและอิจฉาริษยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่มีอัตตาสูง คือคนที่มีลักษณะที่มีการรับรู้ที่ไม่ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ คนอื่นผิด ฉันถูกเสมอ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง โยนความผิดให้กับผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม เอาแต่ได้ มีพฤติกรรมมุ่งเอาชนะทุกทาง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยึดติดกับความคิดเดิมๆ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ชอบดูถูกผู้อื่น ยึดมั่นในตัวตน ของตน คนที่มีลักษณะของความเป็นอัตตาสูงส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นปัญหาในการทำงานและจุดชนวนความขัดแย้งเป็นเชื้อไฟให้ลุกลามขยายความขัดแย้งให้มากขึ้นไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า คำว่า อัตตา หรือ ego หมายถึง การถือตนเองเป็นใหญ่ มีความเป็นตัวตนสูง ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น ชอบอวดเก่ง อาจมีท่าทีหรือสีหน้าที่สะท้อนว่าดูถูกและข่มขู่ผู้อื่นอยู่บ่อยๆ มักจะเข้าใจว่าตนเองเป็นศูนย์กลางของโลกและผู้อื่นเป็นบริวาร ตามหลักจิตวิทยา คนที่มีอัตตาหรืออีโก้สูง แท้จริงแล้วขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ต้องการการยอมรับนับถือ มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นอยู่เสมอ เป็นผู้ที่พยายามใช้ปมเด่นหรือปมเขื่องเพื่อปิดบังปมด้อยของตัวเอง หลอกตัวเองและหลอกผู้อื่นว่า ตัวเองเก่งทุกทาง แน่ทุกอย่าง มองตัวเองดีกว่าความเป็นจริง และมักมองไม่เห็นข้อเสียของตัวเอง เป็นน้ำล้นแก้ว และยากต่อการพัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำคนที่มีอัตตาสูงมารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหน่วยราชการหรือผู้บริหารประเทศ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาติบ้านเมือง เพราะกระบวนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับปมด้อยความริษยาและผลประโยชน์ส่วนตน ไม่รับฟังความเห็นให้รอบด้าน ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ สร้างความขัดแย้งและเป็นเชื้อไฟเติมความขัดแย้งให้ลุกลามมากขึ้น เห็นได้จากความขัดแย้งในสังคมไทยที่เพิ่มขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา จากความขัดแย้งของวัยผู้ใหญ่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ลงไปสู่ความขัดแย้งวัยมหาวิทยาลัยในช่วง 5 ปี และปัจจุบันความขัดแย้งลุกลามไปถึงวัยมัธยมที่มีหลักฐานจากจดหมายเวียนที่ สพฐ. ออกมาเมื่อวานนี้ ไม่ให้นักเรียนในระดับประถมและมัธยมทำพานล้อการเมือง&amp;quot; น.ส.เกศปรียา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.ระดับสูง, ตรวจสุขภาพจิต, นายกฯ, ผบ.ทบ., อัตตาสูง, เกศปรียา, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติได้ทีขย่มปชป.-ภท.เลือกสืบทอดอำนาจ ขัดสัญญาประชาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สังคมต้องช่วยกันคิดว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เลือกยอมฝ่ายสืบทอดรัฐประหาร ทั้งที่ต้องแลกกับการขัดใจประชาชนผู้ที่กำหนดชะตากรรมนักเลือกตั้งเป็นเพราะสาเหตุสำคัญอะไร สังคมต้องเรียนรู้จากสาเหตุของปัญหานี้และหาแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข่าวการจัดตั้งรัฐบาล 2 เดือนที่ผ่าน จะเห็นว่าตัวแปรพรรคลำดับที่ 4 และ 5 ที่เคยหาเสียงว่าฟังกันชัดๆ ผมไม่สนับสนุนคุณประยุทธ์ กับนายกรัฐมนตรีต้องมาจากพวกผมไม่ใช่จาก ส.ว. พยายามซื้อเวลาจนถึงวินาทีสุดท้าย จึงเปิดเผยว่าจะไปสนับสนุนการสืบทอดอำนาจรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยตลอดเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวแย่งชิงส่วนแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ จนเป็นที่ขบขันของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในความขบขันกลับเป็นผลดีที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หันมาปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ เช่นในกลุ่มผู้เล่นเกมออนไลน์กลุ่มหนึ่งเดิมก่อนเลือกตั้งมีผู้สนับสนุนอนุรักษ์นิยมและสืบทอดรัฐประหารร้อยละ 23 แต่ข่าวฝ่ายแพ้เลือกตั้งที่คะแนนน้อยกว่าดึงดันจะตั้งรัฐบาล และข่าวแย่งชิงตำแหน่งทำให้ในวันนี้ในกลุ่มเกมออนไลน์นั้นไม่เหลือผู้สนับสนุนสืบทอดอำนาจอีกเลย จากกระแสนี้ตนทราบว่าทั้งสองพรรคทราบ จึงดึงเวลาการตอบรับการสืบทอดรัฐประหารจนวินาทีสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า สังคมต้องวิเคราะห์ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ทั้ง 2 พรรคต้องเลือกสนับสนุนสืบทอดรัฐประหาร จะบอกว่าเพราะผลประโยชน์ในสัดส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีก็ไม่ใช่ เพราะทางพรรคฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรคที่มีความชอบธรรมได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนกว่าร้อยละ 70 ที่มีเป้าหมายเดียวคือต้องการหยุดสืบทอดอำนาจรัฐประหาร ยินดีมอบทุกตำแหน่งรัฐมนตรีในทุกกระทรวงที่สองพรรคนี้ต้องการให้ แล้วปัจจัยสำคัญที่ทำให้สองพรรคนี้ต้องเลือกสืบทอดอำนาจรัฐประหารโดยขัดสัญญาประชาคมที่ให้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้งคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่น่าสนใจที่น่าจะมีผลกับการตัดสินใจที่ค้นเจอในสังคมออนไลน์คือ 13 ปีที่ผ่านมา ระบบยุติธรรมไทยมีปัญหาในเรื่องความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความยุติธรรมในสังคมนักการเมือง ซึ่งความผิดกรณีเดียวกันแต่ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น เช่นกรณีผู้สมัคร ส.ส. ครองหุ้นสื่อมีกว่า 30 ราย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคเดียว 27 ราย กรณีนี้กระบวนการเริ่มต้นความยุติธรรมก็แตกต่างกันอย่างเด่นชัด ผู้สมัครพรรคอื่นๆ ยังไม่มีข่าวการนำข้อร้องเรียนมาดำเนินการ มีเพียงของพรรคอนาคตใหม่ที่ยืนหนึ่งเรื่องหยุดสืบทอดรัฐประหารและมีแนวคิดต้องการปฏิรูปประเทศที่ฝ่ายเผด็จการทหารและอนุรักษ์นิยมตกใจรับไม่ได้ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ถูกนำเสนอ ถูกดำเนินการตัดสิทธิ์แล้ว 1 ราย และเรื่องอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญอีก 1 รายกรณีของนายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สังคมทั่วไปรับทราบว่านักการเมืองรุ่นเก่าในสังคมไทยไม่ใช่ผ้าขาว ส่วนใหญ่จะมีสีเทาไปจนถึงสีดำ สามารถค้นเจอความไม่สะอาดติดตัวไม่มากก็น้อย ดังนั้นทุกคนมีบาดแผล ทำให้การเลือกอยู่กับฝ่ายที่ควบคุมทุกองคาพยพในสังคมไทยได้เป็นสิ่งจำเป็นในการตัดสินใจสนับสนุนสืบทอดรัฐประหารใช่หรือไม่ สังคมจะยอมจำนนต่อปัญหานี้ หรือพร้อมจะเรียนรู้และแก้ไขให้ถูกต้อง&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา ถามทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ภท., ร่วมรัฐบาล, สืบทอดอำนาจ, เกศปรียา, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31e17bca9bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เพื่อชาติสับเละตั้ง&#039;ส.ว.ต่างตอบแทน&#039;ใบเสร็จความเห็นแก่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การลาออกของรัฐมนตรี 17 คน และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 90 คน เพื่อมารอการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต่างตอบแทนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา คือประเด็นใหญ่ที่สังคมไทยช็อกและต่างตั้งคำถามว่า คนดีคืออะไร ปฏิรูปประเทศคืออะไร นักการเมืองจากการเลือกตั้งเลว แล้วนักการเมืองจากแต่งตั้งตนเองและเพื่อนพ้อง เพื่อมาเลือกตนเองเป็นนายกฯ คือพฤติกรรมของคนเช่นใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;การที่พี่แต่งตั้งน้องที่ขาดความรับผิดชอบคือการคอร์รัปชันไหม การแต่งตั้งคนที่เคยแต่งตั้งเป็น สนช. ที่ขาดความรับผิดชอบ จากเวลาทำงาน 400 วัน ขาดงาน 394 วัน มาทำงาน 6 วัน เพื่อมารับเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศ เดือนละ 113,680 บาท รวม 5 ปี 6,813,600 บาท นี่คือใบเสร็จของยอดเงินที่ตั้งใจจะเบียดบังหลวงหรือไม่ หรือว่า สนช.ที่ประยุทธ์แต่งตั้งที่มาทำงาน 6 วัน จากวันทำงาน 400 วันคนนั้นจะเลือกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี คือความดีความชอบที่ประยุทธ์จะตอบแทนโดยการแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. เพื่อตอบแทนเลือกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ ให้สมกับคำจำกัดความ ส.ว.ต่างตอบแทน&amp;quot; น.ส.เกศปรีชา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ใครที่เคยกล่าวอ้างรังเกียจสภาผัวเมีย แล้ว ส.ว.ชุดนี้คือสภาของวงวารว่านเครือของผู้ที่เอาเงินภาษีของชาติไปแลกเพื่อสืบทอดอำนาจหรือไม่ ทั้งที่ประเทศอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ไตรมาสแรกของปีนี้การส่งออกติดลบ เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ต่ำกว่าเป้า ซึ่งแสดงว่าประชาชนอยู่ในภาวะที่ไม่มีจะบริโภค แต่เพื่อความต้องการสืบทอดอำนาจตนเองของประยุทธ์ จึงไม่คิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ กลับนำภาษีจำนวน 1,300,000,000 บาท ที่ใช้ในการคัดเลือก ส.ว. ทั้งๆ ที่เเทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย และเงินเดือนที่จะต้องจ่ายทั้งสิ้น 1,703,400,000 บาท มาตอบแทน ส.ว. 250 คนใน 5 ปี หรือว่าจะเป็นความจริงที่ว่า &amp;ldquo;คนสูงวัยความละอายหมดไปใช่หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแต่งตั้ง ส.ว. ต่างตอบแทนของผู้ที่ต้องการสืบทอดอำนาจครั้งนี้ คือใบเสร็จของความเห็นแก่ได้ส่วนตน การเบียดบังภาษีเพื่อพวกพ้องส่วนตน ความไม่อายที่จะเป็นคนเลว ความไร้ความรับผิดชอบ และเป็นการทำลายองคาพยพทุกภาคส่วนของสังคมไทย ทั้งคุณธรรม จริยธรรม ความรักชาติ ของประเทศ โดยผู้ที่ต้องการสืบทอดอำนาจ ที่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ศีลธรรมไม่ต้องคำนึง พูดเท็จเพื่อเป้าหมายจนเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมคุ้นชิน แม้ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ที่ผ่านมาเสียงประชาชนส่วนจะปฏิเสธการสืบทอดอำนาจถึง 19,257,765 เสียง แต่เสียงส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสิ่งที่คนไร้ความละอาย อยากสืบทอดอำนาจไม่ยอมรับฟัง สังคมไทยจะยอมอยู่ในสังคมที่ให้คนส่วนน้อยใช้กำลังอำนาจมาบังคับคนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามแบบกลับหัวกลับหางเช่นนี้หรือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35281</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ประยุทธ์, รัฐบาล, ส.ว., สืบทอดอำนาจ, เกศปรียา, เพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31e17bca9bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
