<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวเพื่อชาติ จวกยับรัฐบาล ซื้อวัคซีนคุณภาพต่ำ ทำคุณภาพชีวิตคนต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ในที่สุดเวลาก็เปิดเผยความจริงและความสามารถของรัฐบาลเผด็จการทหารซ่อนรูปในเสื้อคลุมประชาธิปไตยปาหี่ ที่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อความต้องการอยู่ในอำนาจตลอดกาลของตนเอง โดยไม่ได้พิจารณาความสามารถตนเองในการบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ก่อนหน้านี้ไม่มีสถานการณ์โรคระบาด รัฐบาลทหารก็ใช้การโฆษณาชวนเชื่อว่า ตนเองมีความสามารถ ถึงขั้นออกมาโวช่วงแรกๆ ที่แย่งชิงอำนาจมาจากประชาชนว่า บริหารประเทศไม่เห็นยาก แต่ประชาชนฐานรากของประเทศรับรู้มานานมากกว่า 4 ปี แล้ว ว่า ถ้าให้รัฐบาลทหารอยู่ต่อไปพวกเค้าจะอดตาย แต่ในช่วงนั้นพวกชนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือนยังไม่ได้รับผลกระทบ เสียงบ่นของกลุ่มฐานรากยังดังไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอสถานการณ์โรคระบาด โควิด 19 ปรากฏขึ้น เมื่อปลายปี 2562 ทั้งประเทศตาสว่างเริ่มเห็นความสามารถ และวิธีคิดที่มองออกจากตนเอง ประเมินว่าตนเองเหนือกว่าประชาชนของรัฐบาล ความผิดพลาดจากการบริหารงานไม่เคยพิจารณาตนเอง โยนความผิดให้ประชาชนและคนอื่น บริหารสถานการณ์โรคระบาดโดยเอาผลประโยชน์ส่วนตนเองเป็นที่ตั้ง เริ่มจากล็อคดาวน์ประเทศเป็นเวลายาวนาน เพื่อหลีกเลี่ยงม๊อบขับไล่รัฐบาล รักษาอำนาจตนเองเป็นหลัก แต่ไม่คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจของประชาชนทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ สร้างคนจนเพิ่มขึ้นสูงสุดในอาเซียนต่อมาบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด วัคซีนขาดแคลน โดยนำภาษีของประชาชนทั้งประเทศหลายหมื่นล้านไปซื้อของราคาสูงคุณภาพต่ำ มาฉีดให้ประชาชน ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนไทยต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉาน อย่าง สัตว์เลี้ยง ไก่ เป็ด หมา แมว ที่เจ้าของสัตว์มีสิทธิ์เลือกวัคซีนให้สัตว์ของตนเอง แต่ประชาชนไทยไม่มีเสรีภาพในการเลือกวัคซีน ต้องทนเป็นหนูทดลองวัคซีนให้รัฐบาลที่ไม่สามารถตัดสินใจจัดหาวัคซีนที่ประสิทธิภาพป้องกันโรคและคุณภาพอันดับต้นๆ ให้ประชาชนได้ ข้อผิดพลาดครั้งนี้เป็นความผิดที่ร้ายแรงและอำมหิตมาก เพราะเป็นการฆ่าคนไทยทางอ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อผิดพลาดจากการบริหารจัดการอีกประการ คือ เมื่อกรุงเทพมหานครมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจนสถานพยาบาลรับไม่ไหว รัฐบาลก็ตัดสินบริหาร แบบนำโครงการแพร่เชื้อเพื่อชาติ มาบริหารสถานการณ์โรคระบาด โดยปิดล็อคกรุงเทพมหานคร ปิดกิจการที่มีผู้ติดเชื้อสูงอย่างก่อสร้างเพื่อให้แรงงานเดินทางกลับบ้าน จะได้ไปเผยแพร่เชื้อที่จังหวัดที่แรงงานเดินทางกลับไป อีกกรณีที่ทำให้สถานการณ์โรคระบาดรุนแรงขึ้นของโครงการแพร่เชื้อเพื่อชาติ คือ วัคซีนขาดแคลนทำให้ไม่สามารถส่งวัคซีนไปต่างจังหวัดที่จะมีแรงงานสุ่มเสี่ยงติดเชื้อเดินทางกลับไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวว่า ความผิดพลาดในการบริหารจัดการโรคระบาดของรัฐบาลที่เห็นแก่อำนาจตนเองนี้ ส่งผลให้ไทยมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเป็นอันดับหนึ่งของโลกในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ต้องปรบมือรัวๆ ให้กับวิธีการบริหารยอดแย่ของรัฐบาลนี้ นอกจากไร้ความสามารถในการบริหารแล้ว เวลาที่ประเทศไทยเสียไปกว่า 7 ปี ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการเสียโอกาสของประเทศ ทำให้ประชาชนเห็นความจริงว่า รัฐบาลนี้ดูแคลนประชาชน มองว่าประชาชนผู้จ่ายภาษีเงินเดือนให้พวกรัฐบาล คือ คนละระดับกับพวกรัฐบาล กฏหมายทุกอย่างที่บังคับใช้กับประชาชนรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตาม เช่น กรณีคณะรัฐมนตรีไปภูเก็ตทั้งคณะ ไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยที่มีกฏหมายบังคับให้ประชาชนทุกคนสวมใส่ แต่คณะรัฐมนตรีหัวเราะร่วนโดยไม่มีหน้ากากอนามัย หรือว่ากำลังหัวเราะเยาะประชาชนที่กำลังร้องไห้ด้วยความทุกข์ยากแสนสาหัส จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่มีที่รับรักษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108475</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4bc83d43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กพรรคเพื่อชาติ แนะ &#039;ประยุทธ์&#039; ถ้ารักประเทศจริงอย่างที่พูดควรลุกออกจากอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.64 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ทุกสิ้นปีหน่วยงานต่างๆ จะมีการสรุปตัวเลขสถิติด้านต่างๆ ออกมา ตนได้ดูสถิติเปรียบเทียบของสำนักสถิติแห่งชาติ หัวข้อรายได้และรายจ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนของประชาชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พบว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศให้ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลง จากปี 2556 - 2562 จำนวน 5,307.04 บาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจำนวน 1,646.9 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน กทม.และปริมณฑล ปี 2549 = 33,088.00 ปี 2556 = 43,058.00 ปี 2558 = 41,002.00 ปี 2560 = 41,897.06 ปี 2562 = 37,750.96 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือน ปี 2549 = 25,749.00 ปี 2556 = 32,425.00 ปี 2558 = 30,882.00 ปี 2560 = 33,126.00 ปี 2562 = 30,778.10 ที่มา : การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา เผยต่อว่า ข้อมูลนี้บ่งชี้ได้ว่า ประชาชนได้รับความทุกข์มากกว่าคืนความสุขอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ โวไว้เมื่อตอนมายึดอำนาจว่าขอเวลาไม่นาน จะคืนความสุข เมื่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนลดลงแต่รายจ่ายเพิ่ม แต่ละครัวเรือนก็ต้องดิ้นรนหารายได้ให้เพียงพอกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นน้อยเพราะแค่จะใช้จ่ายรายจ่ายประจำก็แทบไม่เพียงพอ นี่คือตัวเลขแสดงผลงานความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศในด้านเศรษฐกิจภายใต้การหวงอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกสองตัวอย่างที่แสดงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศภายใต้การหวงอำนาจ คือกรณีคือการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างฝุ่นพิษ PM 2.5 ผ่านมา 2 ปีรัฐบาลไม่มีผลงานแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีแต่ปล่อยให้หน่วยราชการทำไปตามระบบ ทั้งที่ปัญหาแบบนี้ต้องเป็นการทำงานเชิงรุก ไม่ใช่สื่อถามถึงปัญหานี้ ผู้รับผิดชอบบอกประเทศเพื่อนบ้านก็มี โดยต้องรอให้โรงเรียนแพทย์ออกมาเตือนทั้งรัฐบาลและประชาชนทุกปีไป รวมทั้งการรับมือกับปัญหาสาธารณสุขโรคระบาดโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทำให้ประชาชนหลายอาชีพตกงานโดยรัฐบาลไม่ได้วางแผนรับมือให้รอบด้าน ตนได้พบประชาชนในพื้นที่ กทม.ที่จากเดิมมีอาชีพเป็นไกด์ทัวร์จีน และพนักงานธนาคารปัจจุบันทำอาชีพกวาดถนน &amp;nbsp;จากเดิมเป็นลูกเรือปัจจุบันขายน้ำผลไม้ จากเดิมเป็นกัปตันขับเครื่องบินปัจจุบันขายเกี๊ยว นี่คือผลงานที่จับต้องได้ในการรับมือกับปัญหาของรัฐบาลประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลนี้รับมือกับโรคระบาดโควิด 19 โดยการนำโรคระบาดมาหาประโยชน์ในการรักษาอำนาจของรัฐบาล ด้วยการบังคับประชาชนทั้งประเทศอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาร่วมปี โดยอ้างว่ามีโรคระบาด แต่แท้จริงเพราะกลัวการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลใช่หรือไม่ การอ้างว่าการชุมนุมก่อให้เกิดโรคระบาด แต่จากการชุมนุมที่ผ่านมาตนยังไม่เห็นข่าวว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากการติดโควิด 19 แต่โรคระบาดกลับมาระบาดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยถ้าสืบค้นต้นตอจริงๆ ของการระบาดโควิด 19 รอบนี้ก็มาจากฝ่ายความมั่นคงเช่นเดียวกับรอบแรก ที่เริ่มมาจากค่ายมวยภายใต้การควบคุมของกองทัพบกที่เป็นฝ่ายความมั่นคงเช่นกัน รอบนี้เกิดการระบาดเพราะฝ่ายความมั่นคงมีการปล่อยให้มีการผ่านชายแดนแบบไม่มีการคัดกรองโรค ปล่อยให้มีบ่อนจนเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรค จนเกิดการระบาดใหม่ในวงกว้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้มีส่วนช่วยการหยุดการระบาดของโรคภายใต้การบริหารงานแบบไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหารชุดนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา ระบุอีกว่า ความไร้ประสิทธิภาพอีกประการของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ กรณีการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 การระบาดของโรคมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจซึ่งแย่อยู่แล้วให้แย่หนักขึ้นไปอีก ถ้าดูจากสถิติรายได้ของประชากร จะเห็นว่า รายได้เฉลี่ยของประชาชนในแต่ละเดือนมีอัตราลดลง (ดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ) ในฐานะผู้บริหารประเทศย่อมต้องรู้ข้อมูลนี้อยู่แล้วว่าโรคระบาดจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ ซึ่งขณะนี้วัคซีนโควิด 19 ก็ทดลองสำเร็จแล้ว ในฐานะรัฐบาลผู้บริหารประเทศทำไมไม่บริหารจัดการหาวัคซีนเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งทางโครงการ COVAX ของ WHO ก็ได้เตรียมการเรื่องวัคซีนไว้เพื่อบริหารจัดการให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง &amp;nbsp;WHO ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าถ้ามีการฉีดวัคซีน จำนวน 60% ของจำนวนประชากร ก็สามารถหยุดการแพร่กระจายและหยุดการระบาดของโรคได้แล้ว ถ้าคำนวนคร่าวๆ ประเทศไทยจะต้องใช้วัคซีนประมาณ 60 ล้านโดส (1.5โดส/คน) งบประมาณที่ออก พ.ร.บ.ไปกู้มาเพื่อแก้ปัญหาโควิด 19 ทำไมไม่แบ่งมาจัดสรรเป็นงบตรงนี้ เพราะถ้าหยุดการระบาดได้ เศรษฐกิจก็จะไม่ทรุดหนักไปมากกว่านี้ อันนี้ตนคิดแบบพื้นฐานที่สุดที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทำไมรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงคิดจัดการเรื่องพื้นฐานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแบบนี้บ้าง หรือว่ามีธงสำคัญในการตัดสินทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจความอยู่รอดของรัฐบาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 เดียร์ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนคนไทยทุกคนอดทนสู้เพื่อดำรงชีวิตให้ผ่านพ้นไปในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และแคล้วคลาดจากโรคภัยไข้เจ็บในภาวะที่มีรัฐบาลที่บริหารประเทศอย่างไร้ประสิทธิภาพ จนกว่าผู้นำรัฐบาลอย่างคุณประยุทธ์จะรักประเทศจริงอย่างที่พูด ยอมลุกจากอำนาจ เลิกหวงอำนาจทั้งที่ไม่สามารถบริหารจัดการประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88534</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5feea51fed618.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กพรรคเพื่อชาติ ถาม &#039;ประยุทธ์&#039; ต้องการความสงบจริงหรือ ควรขอโทษใช้ความรุนแรงกับม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า หลังจากฟังคุณประยุทธ์แถลงเมื่อค่ำวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ตนอยากถามว่า รัฐบาลบอกให้ถอยคนละก้าว อย่าสร้างความรุนแรง โดยโจมตีผู้ชุมนุมว่าสร้างความรุนแรง ช่างเป็นการแถลงการณ์ที่ย้อนแย้งมาก เริ่มต้นบอกให้ถอยคนละก้าว ต่อมาโจมตีคู่กรณี อยากถามว่าการแถลงแบบนี้จะให้ผู้ฟังเข้าใจเช่นใด สำหรับตนได้รับสารว่าแท้จริงคุณประยุทธ์ไม่ได้ถอยแต่ออกมาพูดสร้างความเกลียดชังและแตกแยกให้กับประเทศมากขึ้นไปอีก ซึ่งไม่ใช่วิสัยผู้นำประเทศที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะพูดถึงความรุนแรงคุณประยุทธ์ควรขอโทษประชาชนไทยทุกคนที่ตัดสินใจพลาด สลายม๊อบที่ชุมนุมโดยสงบตอนตีสี่ของวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และการนำรถน้ำผสมสารเคมีไปฉีดสลายผู้ชุมนุมที่แยกปทุมวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนมือเปล่าในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ส่งผลให้ผู้ชุมนุมโกรธ แล้วคุณประยุทธ์อ้างว่าผู้ชุมนุมตอบโต้เป็นความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะถอยคนละก้าวต้องพูดความจริงให้หมดทุกด้าน ไม่ใช่พูดไม่หมด พูดแต่สิ่งที่ฝ่ายตนเองได้ประโยชน์เช่นที่แถลงมา ไม่พูดถึงสาเหตุที่เป็นความผิดพลาดของคุณประยุทธ์ที่ทำให้เกิดผลที่คุณประยุทธ์นำมาพูดโจมตีคู่กรณีเพียงอย่างเดียว เพียงมุ่งหวังทำให้สังคมเกิดความเกลียดชังคู่กรณี จะได้รอเวลาใช้ความรุนแรงกับคู่กรณีอีกครั้งเมื่อสังคมคล้อยตามใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญจากการฟังการแถลงการณ์เมื่อค่ำวันที่ 21 ตุลาคม 2563 อยากฝากถามว่า จากเนื้อหาที่แถลงอย่างที่วิเคราะห์มาข้างต้น คุณประยุทธ์ต้องการความสงบจริงหรือ อีกทั้งในขณะที่แถลงการณ์ก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล ใช้รถยนต์ที่มีตราพรรคแกนนำรัฐบาล ไปทำร้ายนักศึกษาถึงในมหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งบุกจับตัวน้องมายด์ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังการแถลงให้ถอยคนละก้าว ถ้าต้องการถอยคนละก้าวและต้องการความสงบจริง อย่าพูดอย่างหนึ่งกระทำอีกอย่างหนึ่งที่ตรงข้ามกับที่พูด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81419</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d083eee5c9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้วชี้&#039;ประยุทธ์&#039;หมดความชอบธรรมเป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ต.ค.63 น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การที่คุณประยุทธ์บอกว่า &amp;lsquo;ไม่ลาออก ผมผิดอะไร&amp;rsquo; ตนขอบอกว่า ผิดจริยธรรมนักการเมือง และหมดความชอบธรรมตั้งแต่พูดเท็จกับประชาชนนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อการอยู่ในอำนาจนานๆ อีกทั้งพูดจาข่มขู่ประชาชน รวมทั้งการพูดอ้อมค้อมที่สามารถสื่อความหมายว่า จะมีการกระทำรุนแรงที่ทำให้ประชาชนที่คิดต่างตายได้ จากการกล่าวว่า&amp;lsquo;คนเราตายเมื่อไรก็ไม่รู้ อย่าท้าทายพญามัจจุราช&amp;rsquo; นี่ยังไม่รวมเรื่องการบริหารราชการผิดพลาด ทำให้คนจนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก &amp;nbsp;ความผิดเท่าที่สรุปมาย่อๆ ข้างต้นก็หมดความชอบธรรม และผิดจริยธรรมนักการเมืองที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นนักการเมืองที่รักชาติซึ่งก็คือประชาชน จะไม่มีคำพูดที่จะสื่อออกมาว่าอยากให้ประชาชนที่คิดต่างเสียชีวิต รวมทั้งไม่มีการตัดสินใจที่จะกระทำรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่คิดต่าง ทั้งๆ ที่ประชาชนมาชุมนุมเรียกร้องโดยสงบ การอาสามาเป็นผู้บริหารประเทศต้องรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะคิดต่างหรือคิดเหมือนตนเอง ถ้าไม่สามารถยอมรับหรืออยู่ร่วมกับประชาชนที่คิดต่างได้ ด้วยการมีความต้องการที่จะกำจัดประชาชนที่คิดต่าง คุณก็หมดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องลาออกตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	บุคลากรทางการแพทย์พรึ่บ!ค้านใช้ความรุนแรงสลายม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;หมอเหรียญ&amp;#39; เดือดปุดๆไล่ออก &amp;#39;แพทย์หญิง&amp;#39; พ้นรพ.มงกุฎวัฒนะ
	ม็อบฟังทางนี้!เปิดใจตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกปทุมวัน
	ดึงสติ &amp;#39;ม้าศึก&amp;#39;กลับบ้านเถอะลูก ก่อนสะดุดหลุมที่ดักล่อไว้จนขาหัก ไปไหนไม่รอด
	&amp;#39;ลุงสุทิน&amp;#39; เปิดคำสารภาพบาปของ &amp;#39;คณะราษฎร&amp;#39;
	แพทย์หญิงที่ถูกไล่ออกจากรพ.มงกุฎวัฒนะ ขอโทษคนไข้-ขอบคุณ &amp;#39;หมอเหรียญทอง&amp;#39; ที่ให้โอกาส
	เวรกรรมแท้ๆ &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; เผยถูกคนที่เคยให้ความเมตตารุมด่า เพียงเพราะโพสต์ปกป้องสถาบัน
	สนุกกันใหญ่! เครือข่าย 3 นิ้ว บอกบ่ายสามเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ไปไหนดีน้าาาาาา
	ถูกออกหมายจับ &amp;#39;หมอทศพร&amp;#39; เล่นกับหมาก่อนคืนนี้จะไปนอนเป็นเพื่อนน้องไมค์

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80975</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หมดความชอบธรรมเป็นนายก, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, โฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3937ccde01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;มาแล้ว!อัดทร.อยากมีเรือดำน้ำแค่ตั้งโชว์อวดชาวโลก แนะเล่นเกมส์ใช้อาวุธแทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63- &amp;nbsp; น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ประเด็นเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆ ไม่ได้สนใจมากเพราะเห็นการบริหารของเผด็จการทหารใช้เงินแบบอีรุ่นฉุยแฉกแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ที่มาเป็นประเด็นช่วงนี้น่าจะเกิดจากคนในประเทศรู้สึกว่าเศรษฐกิจแย่มากๆ แต่รัฐบาลยังคงกระหน่ำใช้ตัง จริงๆ โดยส่วนตัวมีทัศนคติที่ดีต่อกองทัพเรือมาตลอด เพราะถือว่ากองทัพเรือเป็นองค์กรทหารองค์กรเดียวที่ค่อนข้างจะยืนข้างประชาชนมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะซื้อเรือดำน้ำมาเพื่อให้ทหารเรือได้ศึกษาเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสอย่างนึงทางการศึกษาของทหาร แต่เหตุต่อต้านเกิดก็เพราะการใช้เงินแบบไม่มีวินัยทางการเงินของรัฐบาลเผด็จการนั่นเอง เอาเงินคงคลังออกมาใช้จนประเทศแทบกลายเป็นประเทศล้มละลาย แถมยังกระหน่ำกู้มาจนชนเพดานรอบแล้วรอบเล่า แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นกู้ต่อ ที่สำคัญเงินกู้มาคือแค่เอามาใช้จ่าย ไม่ได้นำมาเพื่อการพัฒนาเลย แทบจะไม่มีโครงการที่ใช้เงินเพื่อก่อให้เกิดรายได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่ล่าสุดเห็นข่าวแวบๆว่าถึงขั้นต้องกู้เพื่อมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการกันแล้วมั้ง อันนี้เรื่องความไม่มีวินัยทางการเงิน นี่คือตัวอย่างของมนุษย์เงินเดือนที่เก่งแค่ใช้เงินงบประมาณแต่ไม่รู้จักวิธีหารายได้เข้าประเทศเลย อีกอย่างนึงเรื่องการซื้ออาวุธและแสนยานุภาพต่างๆให้กองทัพถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องที่มีไว้เพื่อให้เผด็จการทหารหาค่าคอมมิชชั่นให้กลุ่มตนเองมาตลอด ทำไมไม่ตั้งกฏว่าค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดต้องเอาไปลงเป็นเงินสวัสดิการรัฐเพื่อให้คนทั้งชาติได้ใช้ประโยชน์ เพราะในเมื่ออาวุธที่ซื้อมามีจุดประสงค์เพียงแค่เอามาตั้งโชว์และอวดชาวโลกว่าประเทศเรามีแค่นั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องนึงจากมุมมองของเราคือ โลกยุคนี้ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งผ่านมาตั้งแต่เราและคนอีกเกินค่อนประเทศยังไม่เคยเกิดสงครามอีกเลยจากตอนนั้นถึงปัจจุบัน และแนวโน้มก็ยังไม่น่าจะเกิดอีกนาน เพราะจะเห็นได้จากปัจจุบันประเทศมหาอำนาจเค้ามุ่งมั่นทำสงครามทางการค้าแทนสงครามการสู้รบไปแล้ว อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะใช้สำหรับการทำสงครามในปัจจุบันคือ สนธิสัญญาต่างๆ ที่เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายให้กับประเทศต่างๆ ได้ เพราะแบบนี้นี่แหละเรือดำน้ำและแสนยานุภาพทางอาวุธของกองทัพจึงมีเอาไว้เพื่อโชว์และศึกษาเป็นพิพิธภัณฑ์ทางเทคโนโลยีอาวุธเท่านั้น ที่สำคัญตอนนี้อาวุธต่างๆที่ได้ใช้จริงจังต่อสู้จริงจังก็เป็นอาวุธพวกนี้แบบ AR สำหรับเล่นในเกมส์ คนไม่ได้เล่นเกมส์ก็จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้และรู้จักลักษณะวิธีใช้ของอาวุธเหล่านี้หรอก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75479</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31e17bca9bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสาวเพื่อชาติ ชี้คนต่อต้านรัฐบาลลุกลามทั่วประเทศแล้ว แนะแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว &#039;บิ๊กตู่&#039; ลุกออกจากอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีก่อน คสช. ที่ออกมายึดอำนาจรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อ้างว่ารัฐประหารแก้ปัญหาความขัดแย้งที่การเมืองแบบเดิมแก้ไม่ได้ โดยในวันที่ 2 มิ.ย. 2557 มีทหารแจกใบปลิวให้ประชาชนที่สัญจรย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อหาระบุเหตุผลที่ คสช. ยึดอำนาจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีความขัดแย้งทางความคิดการเมืองอย่างรุนแรงจนถึงระดับครอบครัวคนไทย การใช้อำนาจการปกครองแบบเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการกระทำผิด แนวทางการเลือกตั้งในรูปแบบเดิมมีการต่อต้านอย่างกว้างขวาง ถ้าปล่อยไว้อาจเกิดปัญหาวุ่นวายไม่รู้จบ การชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำให้ประชาชนแตกความสามัคคี ปัญหาทุจริตการบังคับใช้กฎหมายต่อปัญหาข้างต้น บังคับใช้ไม่ได้ทุกกลุ่มทำให้เกิดความหวาดระแวง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง มีการยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถกระทำได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติและความทุกข์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ. เวลานี้ ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดการเมืองกลับมารุนแรงเช่นเดิม มีการต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ การบังคับใช้กฎหมายใช้ไม่ได้ทุกกลุ่ม การบริหารประเทศส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส เหมือนที่ คสช. อ้างไว้เมื่อปี 2557 มีความเปลี่ยนหนึ่งอย่างคือ คู่ขัดแย้งเป็น คสช. แปลงร่างที่ต้องการสืบทอดอำนาจโดยร่างรัฐธรรมนูญให้ตนเองมีอำนาจทั้งที่ไม่ได้ชนะเลือกตั้ง กับคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศในวันข้างหน้า ขอถามคุณประยุทธ์ว่า จำได้ไหมว่าเคยอ้างในการรัฐประหารว่าอย่างไรบ้าง ถ้าจำได้ขอทวงถามอีกว่า ที่บอกขอเวลาอีกไม่นาน นี่ผ่านไป 6 ปี จนประชาชนหมดความอดทนไม่กลัวอำนาจปืนออกมาขับไล่คุณประยุทธ์และรัฐธรรมนูญเพื่อการเสพติดอำนาจของคณะคุณแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบจริงและขอเวลาไม่นานอย่างที่เคยกล่าวอ้าง การปกครองโดยเผด็จการแปลงรูปใช้กำลังอาวุธข่มขู่ให้กลัวไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใหม่ได้ วิธีจบความขัดแย้งครั้งนี้ง่ายทีสุดคือคุณประยุทธ์ใช้คำพูดที่เคยบอกในที่ประชุมสองฝ่ายว่าเมื่อปี 2557 ว่า ให้รัฐบาลลาออก ครั้งนี้คุณประยุทธ์ประกาศลาออกลุกจากอำนาจ พร้อมประกาศว่า พอแล้วไม่เสพติดอำนาจแล้ว จะเป็นสิ่งที่เป็นคุณูปการกับประเทศ พอที่จะบันทึกได้ว่ามีความเป็นห่วงชาติ ก่อนคุณประยุทธ์ลาออก จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้อำนาจในการปกครองประเทศเป็นของประชาชนส่วนใหญ่ ปัญหาก็จบลงอย่างง่ายดาย ไม่ต้องอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมโควิดมาคุมม็อบ ไม่ต้องแอบสั่งการให้ตำรวจจับแกนนำม็อบให้ยุ่งยาก&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้ง, นายกฯลาออก, พรรคเพื่อไทย, ม็อบ, รัฐประหาร, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c708fcf110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกศปรียาคิดได้!บอกไม่จัดงานรำลึก24มิ.ย.แสดงความไม่ศรัทธาประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ในโอกาสรำลึก 88 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับตนและคนรุ่นใหม่มากๆ คือ ทุกวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งจัดเป็นวันครบรอบที่คณะราษฎร์ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำไมไม่มีการจัดงานรำลึกวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงให้ยิ่งใหญ่เหมือนกับนานาชาติ สำหรับวันที่มีความสำคัญต่อระบบการปกครองของประเทศ อีกทั้งวันนี้ไม่ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่น่าประหลาดใจเพิ่มขึ้นคือ เมื่อมีประชาชนจะจัดกิจกรรมรำลึกถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลับมีข่าวจากโฆษกกระทรวงกลาโหม ว่า กิจกรรมที่จัดขออย่าให้ก้าวล่วงกฎหมาย ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีการสั่งการจาก ผบ.ตร. ให้เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 24 มิถุนายน เนื่องจากอาจจะมีการนัดชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ในวันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อคุมโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ว่า ถ้ามีความจำเป็นก็ต้องต่อ ในวันที่ 23 มิถุนายน ทั้งๆ ที่ 29 วันก่อนหน้าไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลทั้งหมดนี้ทำให้มองได้ว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มีไว้เพื่อห้ามมิให้ประชาชนจัดกิจกรรมรำลึกถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแสดงว่า รัฐบาลที่ชอบอ้างกับนานาชาติว่า เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย มาด้วยวิถีทางประชาธิปไตย ไม่เคยศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยที่ยอมรับฉันทามติความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง เป็นเพียงรัฐบาลสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยปิดบังร่างเผด็จการเอาไว้ ซึ่งไม่มีทางที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยได้อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยกล่าวอ้างตั้งแต่ปี 2557 ดังเช่นที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ได้เคยกล่าวไว้กับผู้สื่อข่าว BBC เมื่อปี 2525 ว่าบุคคลที่ไม่มีจิตใจประชาธิปไตยก็ไม่อาจปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง ให้เป็นเศรษฐกิจประชาธิปไตยและการเมืองประชาธิปไตยได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียากล่าวอีกว่า คนไทยส่วนใหญ่คงต้องล้มหายตายจากและทนกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย การปกครองที่ไม่ต้องการฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ต่อไป เพราะมีรัฐบาลที่คำนึงถึงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ ด้วยการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่อ ทั้งๆ ที่อีก 1 วันก็จะครบ 1 เดือนของการไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศรายใหม่ โดยที่รัฐบาลมีข้อมูลว่า ประชาชนมีความลำบากทางเศรษฐกิจมากในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เพื่อความมั่นคงของอำนาจ รัฐบาลเลือกตัดสินใจบนผลประโยชน์ของตนเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปไตย, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พรรคเพื่อชาติ, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e4bc83d43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
