<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดตัวบริการระดมทุนสำหรับสตาร์ทอัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.จับมือพันธมิตร เปิดตัว &amp;ldquo;ไลฟ์ แพลตฟอร์ม&amp;rdquo; ให้บริการระดมทุนรูปแบบใหม่ หวังช่วยสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 18 แห่ง เปิดตัว ไลฟ์ แพลตฟอร์ม การให้บริการระดมทุนรูปแบบใหม่ ที่มีทั้งการระดมทุนสาธารณะ และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง ทำให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างโอกาสการขยายการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับผู้ลงทุนที่สนใจในธุรกิจต่าง ๆ เบื้องต้นมีบริษัทที่พร้อมระดมทุนแล้ว 8 บริษัท วงเงินตั้งแต่ 5-60 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท รวมทั้งมีผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจเตรียมเข้ามาระดมทุนเพิ่มเติมอีก 50 บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คุณสมบัติธุรกิจที่จะเข้ามาระดมทุนต้องเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยไม่จำกัดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารไม่มีประวัติความผิดทางกฎหมาย และมีข้อมูลงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ในกรณีต้องการระดมทุนเกิน 20 ล้านบาท ต้องมีประวัติการระดมทุนอย่างน้อย &amp;nbsp;5 ล้านบาทหรือมีผุ้สนับสนุน หากระดมทุนเกิน 100 ล้านบาท ต้องมีงบการเงินรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้ลงทุนจะแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน, กิจการเงินร่วมลงทุน, นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ ที่มีฐานะทางการเงินและมีประสบการณ์ในการลงทุน ซึ่งต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท หรือมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ปี ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยปัจจุบันธุรกิจที่พร้อมเข้าระดมทุนในแพลตฟอร์มแล้ว 8 บริษัท ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความหลากหลายและมีนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ทั้งแบบแอปพลิเคชัน สินค้าอุปโภค บริโภค เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการระดมทุนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ซึ่ง ตลท.ถือหุ้น 99.99% โดยนำเทคโนโลยีบล็อคเชนมาใช้ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ที่มีนวัตกรรม แต่ยังขาดโอกาสทางการเงิน เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจด้วยที่เชื่อมโยงกับผู้ลงทุนสถาบัน โดยจุดเด่นที่สามารถใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้รู้จักในวงกว้างและขยายฐานลูกค้าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ปิติ เอกเธียรชัย ผู้อำนวยการงานส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนและวิสาหกิจเพื่อตลาดทุน ตลท. กล่าวว่า ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีที่มาระดมทุนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ต้องมีนวัตกรรมและเป้าหมายที่ชัดเจนของธุรกิจ เมื่อเข้าระดมทุนแล้ว จะมีระยะเวลาภายใน 60 วัน หากได้ตามเป้าหมายก็ต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์จดทะเบียนเพิ่มทุน และแปลงเป็นข้อมูลในเทคโนโลยีบล็อคเชนเพื่อให้เกิดการซื้อขาย แต่หากไม่สามารถระดมทุนได้ตามที่ต้องการก็จะหลุดออกจากไลฟ์ แพลตฟอร์มไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทกำลังเจรจาธุรกิจร่วมลงทุน &amp;nbsp;4 บริษัท วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2 จำนวน 1 บริษัท ส่วนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ที่ ตลท.เป็นผู้จัดทำ เบื้องต้นบริษัทสนใจลงทุน 1 บริษัท คือ ไดเมท แอพลิเคชั่นควบคุมเบาหวาน &amp;nbsp;ซึ่งนโยบายการลงทุนของบริษัทจะลงทุนเฉลี่ยบริษัทละ 10-60 ล้านบาท โดยปัจจุบันได้ลงทุนร่วมไปแล้ว 13 บริษัท และได้ขายหุ้นออกมาแล้ว 2 บริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8549</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ก.ล.ต., ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ระดมทุน, สตาร์ทอัพ, เกศรา มัญชุศรี, เอสเอ็มอี, ไลฟ์ แพลตฟอร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 23:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.๔๔ &#039;มือถือ-ทีวีดิจิทัล&#039; (อีกที)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ ม.๔๔......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้ม AIS-TRUE ยืดค่างวดคลื่น ๙๐๐ กว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านออกไป ๕ ปี หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครม.เมื่อวาน (๓ เม.ย.๖๑) ยังไม่มีคำตอบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องรอดูอังคารต่อๆ ไป ตามเทอมเวลา ภายในเดือนเมษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้คำตอบ &amp;quot;อุ้ม-ไม่อุ้ม&amp;quot;?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม.๔๔ เป็นอำนาจหัวหน้า คสช.คือนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะองค์รัฏฐาธิปัตย์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจนี้ จะชี้เป็น-ชี้ตายอย่างไรก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนไม่ว่า ถ้าการชี้นั้น...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่บนฐานเหตุและผล ยังประโยชน์ต่อชาติและสังคมรวม!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อยู่ที่ใจนายกฯ ไม่บังอาจไปท้วงติงอะไรท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนตัดสินใจ ว่า........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะยืดค่างวดสุดท้าย ให้ ๒ ค่าย ผ่อนจ่ายเงินแสนล้านไปอีก ๕ ปี คิดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบงก์ชาติ คือ ๑.๕% หรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมี &amp;quot;แนวพิจารณา&amp;quot; จากศาล ให้ท่านใช้เป็นอนุสติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเรื่อง &amp;quot;จำนำข้าว&amp;quot; ยิ่งลักษณ์ได้ใช่ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ เมษา ๖๐........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ท่านเรียกให้ยิ่งลักษณ์ &amp;quot;ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน&amp;quot; แก่ทางราชการนั่นน่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งลักษณ์ฟ้องกลับต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง และขอให้มีคำสั่งทุเลาบังคับตามคำสั่งพิพาทไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลท่านว่า ดังนี้........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ๓ ประการ เกิดขึ้นครบถ้วนกล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2) การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (3) การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพิจารณาคำขอของนางสาวยิ่งลักษณ์และข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาแล้ว เห็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีและพวกออกคำสั่งเรียกให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในชั้นนี้ จึงรับฟังไม่ได้ว่า หากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเห็นว่า เงื่อนไขตามข้ออ้างในคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่เรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดีได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุกต์คิดดูเถอะครับ แนวทางไม่ต่างกัน ในประเด็นหลัก คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จะ &amp;quot;อุ้ม&amp;quot; ควรยึดเงื่อนไขกฎหมาย ๓ ข้อเป็นกรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-สัญญาที่ AIS-TRUE ทำกับ กสทช.มีตรงไหนไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ไม่อุ้ม จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถ้าอุ้ม จะไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อแรก ชัดเจน สัญญาชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อที่สอง ตามที่ AIS-TRUE อ้างเหตุผลร้องให้ คสช.ใช้ ม.๔๔ อุ้ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าถ้าต้องจ่ายค่างวดที่ ๔ รวมแล้วกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน ทำให้เขาทั้ง ๒ จะไม่สามารถเข้าประมูลคลื่น ๘๐๐ ในปีนี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากวงเงินกู้แบงก์ &amp;quot;เต็มแล้ว&amp;quot; นั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา คือ........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าไม่อุ้ม จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังจริงหรือ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มาดูกัน หุ้นใหญ่ของ AIS&amp;nbsp; คือ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง ๔๐%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; SINGTEL.........๒๓.๓๒%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินทัช ก็คือ &amp;quot;บริษัท ชินคอร์ป&amp;quot; เดิม ของทักษิณ ที่ยิ่งลักษณ์ เคยเป็น CEO ก่อนมาเป็นนายกฯ นอมินีให้ทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิงเทล ก็กลุ่มทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ทักษิณขายหุ้นให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ๖๐ AIS มีกำไร ๓๐,๐๗๗ ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่ายปันผล ๒ งวด รวม ๗.๒๖ บาท ต่อ ๑ หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวาน (๓ เม.ย.) &amp;quot;เกศรา มัญชุศรี&amp;quot; กรรมการ-ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ๒๕๖๐ ใน SET ที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปตท. (PTT), แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), ไทยพาณิชย์ (SCB), พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลค่ารวม ๑๓๒,๐๘๕ หรือ ๒๘% ของเงินปันผลทั้งหมดใน SET&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน TRUE หุ้นใหญ่สองอันดับแรก คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ๑๙.๖๒%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; CHINA MOBILE....๑๓.๔๗%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกนั้น ประกอบด้วยบริษัทเครือซีพีกับไชน่าโมบาย เป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; TRUE หลังจากขาดทุนต่อเนื่องยาวนาน ผลประกอบการ ปี ๖๐ กำไร ๒,๓๒๒ ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกาศจ่ายปันผลเป็นครั้งแรก หุ้นละ ๐.๐๓๑ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลนี้ พิจารณาดูละกันว่า ทั้ง AIS-TRUE ประมูลได้คลื่น ๙๐๐ ไปทำธุรกิจแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดทุน หรือ กำไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเป็นต้องอุ้มโดยขยายค่างวดให้หรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยรวยอันดับโลกของหุ้นใหญ่ AIS คือ อินทัชหรือชินคอร์ปเดิมกับเทมาเส็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหุ้นใหญ่ TRUE เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้มีเงินซื้อประเทศไทยได้ทั้งประเทศ กับไชน่าโมบาย โทรคมนาคมค่ายยักษ์ของจีน ถ้านายกฯ ไม่ใช้ ม.๔๔ อุ้ม..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; AIS กับ TRUE จะไม่มีเงิน ไม่มีสถาบันการเงินไหนจะให้วงเงินเพื่อเข้าประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...........ก็ให้มันรู้ไป!?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกเว้นแต่ ที่มีอยู่ เรอแล้ว-อ้วกแล้ว ไม่ต้องการ เป็นอีกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกประเด็นที่ควรมอง ที่ศาลปกครอง &amp;quot;ยกคำขอ&amp;quot; ยิ่งลักษณ์ ก็ด้วยเหตุผลว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนฟ้องนั้น........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือ การเอาเรื่องอนาคต ซึ่งยังไม่เกิด มากล่าวอ้างแบบทึกทักบนฐานสมมุติเป็นปัจจุบันมาฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เข้าเงื่อนไข และรับฟังไม่ได้!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่างวดที่ ๔ ที่ AIS-TRUE ต้องจ่าย รวมกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน นั้น ก็เหมือนกัน กำหนดในปี ๒๕๖๓ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืออีกตั้ง ๒-๓ ปี กว่าจะถึง.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการประมูลคลื่น ๘๐๐ ก็ยังเป็นเรื่องอนาคต!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ ๒ ค่ายรวมหัว ยกอนาคตเป็นเหตุปัจจุบัน อาศัยแต้ม &amp;quot;ผูกขาด&amp;quot; กลายๆ ในกิจการโทรคมนาคมในมือ เป็นทั้งแต้มต่อและแต้มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ยื่นเรื่องผ่าน กสทช.ด้วยนะ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้ามหัว ทำหนังสือส่ง &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ให้ใช้ ม.๔๔ อุ้มโดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อาจไม่ตรงซะทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉี่ยวหัว &amp;quot;เนติบริกร&amp;quot; ที่ชื่อวิษณุไปก็ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีแรกยังกำไรกันเป็นพัน-เป็นหมื่นล้าน จากฐานกำไรปีนี้ ถึงปี ๖๓ AIS จะกำไรรวมกว่าแสนล้าน&amp;nbsp; TRUE ก็จะเหยียบหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบบนี้ ถ้าใช้ ม.๔๔ อุ้ม.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไม่เข้าเงื่อนไขกฎหมายข้อ ๓ แล้ว ยังบอกได้ว่า การอุ้มนี่แหละ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐและแก่บริการสาธารณะอย่างมาก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งบประมาณที่คาดการณ์ไว้ในปี ๖๓ หายไปแสนกว่าล้าน เหลือแค่ดอก ร้อยละ ๑.๕ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่แบงก์และค่ายมือถือเอาไปหมุนได้ร้อยละ ๗-๒๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาหัวแม่ตีนตรองก็เห็น ว่า.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้มโจรไปปล้นต่อ หรือ พยุงคนล้มให้ยืน?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พูดกันว่า &amp;quot;ฉ้อฉลเชิงนโยบาย&amp;quot; มันแบบไหน ก็แบบนี้แหละ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าไปเอาเหตุที่ยังไม่เกิดมาทึกทักเป็นเงื่อนไขอุ้มกันในปัจจุบันเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้ได้ไง ว่า..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดประมูลคลื่น ๑๘๐๐ แล้ว จะไม่มีใครมาประมูล มีแต่ DTAC เจ้าเดียว?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพราะเจ้ามือถือกับพวกแบงก์ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; ในระบบประมูลดอกหรือ ประเทศไทยจึงมีแค่ ๒-๓ เจ้าคล้ายผูกขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วใช้ &amp;quot;ลูกค้าในมือ&amp;quot; เป็นแต้มบีบภาครัฐ... ไม่อุ้มกู เกิดปัญหา &amp;quot;คลื่นดับ&amp;quot; ประชาชนเดือดร้อน ไม่รู้ด้วยนะ !?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะอุ้มโดยสุจริต &amp;quot;โทรทัศน์ดิจิทัล&amp;quot; นั่นแหละ เป็นเหตุปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้มเขาเถอะ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกทุกช่องหารือในเงื่อนไขสรุป แล้วใช้ ม.๔๔ เยียวยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขณะนี้ เข้าเงื่อนไขกฎหมาย ๓ ข้อ และเป็นเหตุ-เป็นผล ทางดุลยธรรมบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะอุ้ม AIS-TRUE ก็มีเงื่อนไขเดียว........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยืดชำระ ๕ ปีก็ได้ แต่ดอกเบี้ยต้องเริ่มจาก ร้อยละ ๗-๒๐ สุดแต่ตกลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าร้อยละ ๑.๕ แสดงว่า &amp;quot;กินด้วยกัน&amp;quot;! &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6417</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS -TRUE, CHINA MOBILE., Dtac, SINGTEL, กสทช., คสช., จำนำข้าว, ทักษิณ ชินวัตร, บริษัท ชินคอร์ป, บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์, ปตท., ปูนซิเมนต์ไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ม.44, ม.๔๔, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เกศรา มัญชุศรี, แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3246a7b7d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ฝันมาร์เก็ตแคปแตะ 22 ล้านล้านบาทในปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท. คาดปี 64 มาร์เก็ตแคปแตะ 20-22 ล้านล้านบาท มาจากไอพีโอใหม่และบจ.เพิ่มทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 64 คาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 20-22 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 150% ของจีดีพี มาจากการเข้าจดทะเบียนหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) และการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแคปได้ปีละไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 18.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 120% ของจีดีพี ส่วนมูลค่าซื้อขาย คาดจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อวัน จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 73,000 ล้านบาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 63 คาดว่าสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยจะอยู่ที่ 50% และนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ อยู่ที่ 50% จากปี 60 สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ 48% นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศอยู่ที่ 52% นอกจากนี้ ในปีนี้การดำเนินงานของ ตลท.ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง โดยการมุ่งสู่ดิจิทัลและการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาคและการเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท., มาร์เก็ตแคป, เกศรา มัญชุศรี, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7c7af65ca7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย “C” ดูแลนักลงทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; ดูแลนักลงทุน กรณี บจ. มีความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน งบการเงิน หรือลักษณะธุรกิจ เริ่มใช้ตั้งแต่ 2 ก.ค. 61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตลท.เปิดเผยว่า ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; (Caution) ในกรณีที่ฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเห็นว่าควรมีเครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; เพื่อเตือนผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนหลักทรัพย์นั้นๆ โดยเกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 ก.ค. 61 และในส่วนของงบการเงินจะพิจารณาจากงบรายไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่ขึ้นเครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; ต้องซื้อด้วยบัญชีเงินสด (Cash Balance) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า 1 วันทำการ และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขของบจ. จึงให้ บจ.ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมายและทุกไตรมาส สำหรับระยะเวลาของการขึ้นเครื่องหมาย จะมีผลจนกว่า บจ. จะแก้ไขเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการทั่วไปของการขึ้นเครื่องหมายประเภทอื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4464</URL_LINK>
                <HASHTAG>Caution, ก.ล.ต., ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นักลงทุน, บจ., สัญลักษณ์, เกศรา มัญชุศรี, เครื่องหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บจ.ไทยโกยกำไรปี 60 เฉียดล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เผยบจ.ไทยแข็งแกร่ง ปี 60 มีกำไร 982,000 ล้านบาท กลุ่มพลังงานหนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 61 - นางเกศรา มัญชุศรี กรามการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 60 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน SET จำนวน 566 บริษัท หรือคิดเป็น 97.75% จากทั้งหมด 579 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 982,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.05% เมื่อเทียบกับปี 59 ถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนงวดไตรมาส 4/60 มีกำไรสุทธิ 251,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.26% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/59 ด้านบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีกำไรสุทธิ 4,970 ล้านบาท ลดลง 13.54% เมื่อเทียบกับปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น มาจากหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ กำไรสุทธิของหมวดธนาคารปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น ส่วน mai ที่มีผลกำไรลดลง มาจากบจ.บางแห่ง ไม่สามารถเติบโตได้ตามสภาวะเศรษฐกิจได้ แต่เชื่อว่าอยู่ในช่วงปรับตัว และมีศักยภาพดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์, ตลาดหุ้น, บจ., ผลประกอบการ, เกศรา มัญชุศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เริ่มใช้ ที+2 ปรับรอบรับหุ้นเร็วกว่าเดิม 1 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เริ่มใช้ ที+2 ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.เป็นต้นไป หลังเตรียมพร้อมและทดสอบเรียบร้อยแล้ว หวังเสริมศักยภาพตลาดทุนไทย สอดคล้องต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 มี.ค. 2561 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.เป็นต้นไป ตลท.ได้ปรับรอบระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจากปัจจุบันอยู่ที่ 3 วันทำการ (T+3) เป็น 2 วันทำการ (T+2) หลังจากได้เตรียมความพร้อม ทั้งการปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และการทดสอบระบบร่วมกันทั้งอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะช่วยให้นักลงทุนได้รับเงินและหุ้นเร็วขึ้นอีก 1 วัน และสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ใช้ระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที+3 มาเป็นเวลานาน และช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดการพัฒนาของเทคโนโลยีและแนวโน้มการลงทุนข้ามประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ประเทศในโซนยุโรป อเมริกา รวมถึงโซนเอเซีย ได้ทยอยปรับลดระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็นจาก T+3 เป็น T+2 ตลท.จึงพิจารณาปรับลดระยะเวลาดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การปรับรอบระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็น 2 วันทำการ เพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศ เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันให้แก่ตลาดทุนไทย ตามกรอบกลยุทธ์ของตลท.ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตลาดทุนให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมือของภาคตลาดทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตลท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คัสโตเดียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และธนาคารพาณิชย์ ได้ทำงานร่วมกัน ทำให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการปรับรอบระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็น 2 วันทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4144</URL_LINK>
                <HASHTAG>T+2, ตลท., ตลาดหุ้น, หุ้น, เกศรา มัญชุศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
