<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายใน โชว์ผลงาน ‘ประกันรายได้ข้าวปีที่ 2’ ชาวนายิ้มรับรายได้เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 พร้อมมาตรการคู่ขนานและโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรมีการดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว จำนวน 21 งวด และยังคงเหลือการออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงอีก 9 งวด โดย ธ.ก.ส. ได้โอนเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรแล้ว จำนวน 4.67 ล้านครัวเรือน จากเป้าหมายทั้งหมด 4.68 ล้านครัวเรือน ยังเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง เนื่องจากมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการคู่ขนานที่ดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเป็นกลไกการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกไม่ให้ตกต่ำ และดูดซับปริมาณผลผลิตส่วนเกินในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยเฉพาะข้าวเปลือก ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยเกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยและให้ค่าเก็บรักษาข้าว ตันละ 1,500 บาท เมื่อข้าวราคาดีเกษตรกรสามารถนำออกมาขายได้ 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร เพื่อเร่งการรับซื้อ โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยในร้อยละ 3 ต่อปี และ3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ให้ผู้ประกอบการเก็บข้าวไว้โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน โดยสอบถามความพึงพอใจของเกษตรกร โดยส่วนใหญ่บอกว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้มีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโดยรัฐช่วยให้ราคารับซื้อข้าวเปลือก รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและยังมีรายได้เพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเกษตรกรที่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างไปแล้ว สะท้อนความพึงพอใจ &amp;ldquo;นายศักดิ์ชัย ยอดเยี่ยม&amp;rdquo; อายุ 67 ปี บ้านตาเดียว ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ข้าราชการบำนาญผู้ยึดหลักการเกษตรแบบผสมผสาน และยังใช้พื้นที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ บนที่นา 20 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ 105 ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมนิลสุรินทร์ ด้วยวิถีนาธรรมชาติใช้ต้นทุนน้อย ไม่เกินไร่ละ 1,000 บาท โดยผลผลิตเคยขายได้สูงสุด 18 บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตนเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 โดยลงทะเบียนปลูกข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 18 ไร่ แจ้งเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 ได้เงินส่วนต่างชดเชยประมาณ 2,900 บาทต่อตัน ในส่วนของโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ตนนำข้าวหอมมะลิ 105 เข้าร่วมจำนวน 8 ตัน เก็บสต็อกไว้เผื่อการแปรรูปและสำหรับขาย โดยเงินที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการของภาครัฐ ตนนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำนารอบต่อไป และซื้อเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกพืชหลังนา เช่น ถั่วเขียว ถั่วพร้า แตงโม ฟักทอง แตงไทย ฯลฯ ตลอดจนทำปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงพืชด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกษตรกรชาวสุรินทร์รายนี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจที่รัฐบาลมีเงินสนับสนุนเรื่องค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ให้เพิ่มเติมด้วย โดยตนได้รับเงินครบแล้ว &amp;ldquo;รู้สึกดีใจที่รัฐบาลมีนโยบายดีๆ มาให้กับพี่น้องชาวนา ฝากถึงพี่น้องเกษตรกรด้วยว่าเกษตรกร เราทำนาฤดูเดียวหรือทำนาอย่างเดียว แก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ ต้องทำแบบผสมผสาน ซึ่งการที่รัฐบาลมีเงินสนับสนุนตรงนี้ ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการต่อยอดให้เราลงทุนในอาชีพอื่นๆ ขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างมากที่มีนโยบายช่วยเหลือต่างๆ มาให้ ทำให้เกษตรกรดีใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นางสายสมร ชมชื่น อายุ 57 ปี เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ ทำนาทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ 105 แบบอินทรีย์ มีการปลูกถั่วพร้าเป็นปุ๋ยพืชสดก่อนการทำนา ต้นทุนในการทำนาประมาณ 3,000 บาท/ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 450 กก./ไร่ มีสระน้ำเป็นของตัวเองทำให้น้ำถึงได้ผลผลิตมากและคุณภาพดี ขายข้าวเปลือกตากแห้งได้ 18 บาท/กิโลกรัม โดยตนเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ 2 แปลง รวมได้รับเงินจากโครงการประกันรายได้ประมาณ 15,000 บาท และยังได้รับเงินจากโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รู้สึกดีมากในการได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลสนับสนุนมา เพราะสามารถทำให้เราลดต้นทุนการทำนาและนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้ค่าปุ๋ย เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าเกี่ยวข้าว ค่าไถกลบ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;rdquo; นางสายสมร กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมการค้าภายใน ฝากทิ้งท้ายถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า &amp;ldquo;ขอให้พัฒนาและปรับปรุงการเพาะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตข้าวเปลือกที่มีคุณภาพดี รวมทั้งขอความร่วมมือในการช่วยติดตามกำกับดูแลการรับซื้อข้าวเปลือกของโรงสีในพื้นที่ ทั้งในเรื่องการชั่งน้ำหนัก และการหักลดความชื้นและสิ่งเจือปน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบ หากเกษตรกรพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรับซื้อข้าวเปลือก หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ มาตรการคู่ขนาน หรือมาตรการอื่น ๆ สามารถร้องเรียนหรือสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการค้าภายในเผยสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตข้าวจากทั่วโลก ในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาด 504.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.70 ล้านตัน โดยสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 496.33 ล้านตัน เป็น 504.69 ล้านตัน ซึ่งผลผลิตข้าวไทยในปี 2564 มีแนวโน้มมากกว่าปี 2563 ซึ่งอาจจะส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวลดลง และสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ ในปี 2564 จึงคาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ปริมาณ 6 ล้านตัน และจะยังรักษาปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยซึ่งเป็นข้าวประเภทเดียวที่ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเอาไว้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นางสายสมร ชมชื่น, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, นายศักดิ์ชัย ยอดเยี่ยม, ประกันรายได้ข้าวปีที่ 2, เกษตรกร, เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60644643a1f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทวงแชมป์ส่งออกข้าว นบข.เคาะประกันรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ที่ประชุม นบข.มีมติเห็นชอบประกันรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 63/64 ให้ 15,000 บาทต่อตัน&amp;nbsp; ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน เริ่ม 1 กันยา.เป็นต้นไป &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทวงแชมป์ส่งออกคืนใน 2 ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 3/2563 ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 2563/2564 โดยหลักการเหมือนการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ผ่านมา ต่อข้าว 5 ชนิด ประกอบด้วย 1.ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน 2.ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน 3.ข้าวเจ้า 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน 4.ข้าวหอมปทุมธานี 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และ 5.ข้าวเหนียว 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน โดยโครงการเริ่มต้นในวันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป จนถึงสิ้นฤดูกาลผลิตเดือนพฤษภาคมปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมอบหมาย ธ.ก.ส. กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียดโครงการประกันรายได้ มาตรการคู่ขนาน และงบประมาณตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. นำเสนอ ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมเรื่องข้าวชะลอการขายข้าว ในกรณีที่ข้าวล้นตลาด เพื่อไม่ให้มีการกดราคาข้าว ซึ่งหากเกษตรกรเก็บข้าวไว้ไม่ขายก็จะมีเงินชดเชยให้ 1,500 บาทต่อตัน ขณะที่สถาบันเกษตรกรก็ได้รับการชดเชย 1,500 บาทต่อตันเช่นกัน แต่สถาบันเกษตรกรจะได้รับเงิน 1,000 บาท และเกษตรกรได้รับ 500 บาท อีกทั้งจะมีการช่วยเหลือเงินกู้โดยรัฐบาลช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 ให้กับสถาบันเกษตรและโรงสีข้าวที่เก็บสต๊อกข้าวไว้ รวมถึงช่วยค่าบริหารจัดการและการปรับปรุงคุณภาพข้าวให้กับเกษตรกร รายละไม่เกิน 20 ไร่ ไร่ละ 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา? ธนาดิเรก? รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี? เปิดเผยว่า? ในที่ประชุมมีการรายงานว่าผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะมี&amp;nbsp; 502.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.58 เนื่องจากผลผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สต๊อกข้าวโลกปลายปี 63/64 คาดว่าจะอยู่ที่ 185.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26 โดยจีนมีสต๊อกข้าว 117.50 ล้านตัน รองลงมาคืออินเดีย 38 ล้านตัน ไทย 4.19 ล้านตัน? การส่งออกข้าวไทยเทียบกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญ วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ค.63 อินเดียส่งออกอันดับ 1 ของโลก 4.65 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ เวียดนาม 4.17&amp;nbsp; ล้านตัน, ไทย 3.15 ล้านตัน,&amp;nbsp; ปากีสถาน 2.07 ล้านตัน, สหรัฐ 1.61 ล้านตัน การค้าข้าวในตลาดโลก ไทยส่งออกลดลงเนื่องจากข้าวไทยมีราคาสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาข้าวไทยเทียบกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญ ก.ค.63 ไทยราคาข้าวปรับตัวลดลง เนื่องจากอินเดียและเวียดนามกลับมาส่งออกข้าวได้ตามปกติ ความต้องการซื้อข้าวไทยจึงมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง? แนวโน้มสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยเมื่อเดือน ม.ค.63 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดการณ์เป้าหมายการส่งออกข้าวปี 63 ไว้ที่ 7.5 ล้านตัน โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้? ปัจจัยสนับสนุนการส่งออกข้าวไทย ได้แก่ ไทยได้รับจัดสรรโควตาประมูลนำเข้าข้าวจากเกาหลีใต้ ขณะที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสการส่งออกข้าวไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียอาจนำเข้าข้าวในช่วงครึ่งปี หลังเพิ่มขึ้น, ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการส่งออกข้าวไทย ได้แก่ ข้าวไทยราคาสูงกว่าคู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทวงแชมป์ผู้ส่งออกข้าวและการประกวดข้าวหอมโลกให้ได้ใน 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงจะเร่งให้มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์และการผลิตข้าว จึงมอบหมายให้กรมการข้าวจัดงาน &amp;quot;การประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก ประจำปี 2563&amp;quot; ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวต่อว่า ความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้มั่นใจว่าปีหน้าไทยจะสามารถเรียกคืนแชมป์ส่งออกข้าวกลับมาได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp; รวมถึงแชมป์การประกวดข้าวหอมโลก ซึ่งจัดขึ้นทุกปี สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ชนะการประกวดครั้งนี้จะต้องไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ที่ผ่านมาชาวนาใช้เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำประมาณ 350 กิโลกรัมต่อไร่ แต่หากใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 500-700 กิโลกรัมต่อไร่ โดยมอบหมายกรมการข้าวส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเครื่องมือและความรู้ให้เกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปัญหาอะไรที่มีอยู่ หรือที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชน พบการติดขัด&amp;nbsp; ไม่โปร่งใส ก็ไม่ต้องกังวล สั่งให้มีการตรวจสอบทั้งหมด ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ที่ผ่านมาได้หารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวร่วมหารือกับกรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาข้าวไทย แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของข้าวไทย โดยต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมีการเชื่อมโยงหน่วยงานหลายภาคส่วน ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไปจนถึงการขยายตลาดการค้าข้าวในต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวไทย พร้อมวางแนวทางการพัฒนาระบบให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะสามารถแข่งขันการส่งออกข้าว ในตลาดโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานวันนี้มีการประกวดข้าว 5 ประเภท มีผู้ส่งตัวอย่างข้าวเข้าประกวด 131 ตัวอย่าง โดยคณะกรรมการฯ ได้ทำการคัดเลือกตัดสินผู้ชนะเลิศดังนี้ ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวหอมมะลิไทย (พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105) คือ นายพศิน ตรงใจ อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp; จังหวัดสุรินทร์, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวหอมไทย (พันธุ์ข้าว PTT13036-5-1-1-1-6) คือ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวขาวพื้นนุ่ม (พันธุ์ข้าวพิษณุโลก 80) คือ สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์, ผู้ชนะเลิศประเภทข้าวขาวพื้นแข็ง (พันธุ์ข้าว 20RJP-2) คือ บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และผู้ชนะเลิศประเภทข้าวเหนียว (พันธุ์ข้าว กข 6) คือนางทองใส คำเจริญ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุดสาครกล่าวว่า หลังจากนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมรวบรวมและผลิตเมล็ดพันธุ์, สมาคมโรงสีข้าวไทย,&amp;nbsp; สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ฯลฯ มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้นโยบายการตลาดนำการผลิต และยังช่วยเพิ่มแนวคิดมุมมองทางด้านกำลังการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยพันธุ์ข้าวที่ได้รับการคัดเลือกจากการประกวด กรมการข้าวจะตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเมล็ดพันธุ์เชิงการค้า และส่งเสริมการปลูกข้าวสายพันธุ์ที่ผลผลิตคุณภาพและปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงมากขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71777</URL_LINK>
                <HASHTAG>นบข., ประกันรายได้ให้เกษตรกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11a80d9b44f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
