<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯมั่นใจเกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาดดันส่งออกเกษตรโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 มี.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด19 ที่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ตัวเลขการส่งออกของทุกประเทศลดลง แต่ภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้สดในปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.4% ปริมาณ 1.64 แสนตัน มูลค่า 104,258 ล้านบาท สวนทิศทางการส่งออกในภาพรวมที่ติดลบ 6% ทั้งนี้สืบเนื่องจากคุณภาพของสินค้าเกษตรไทย ภาคเอกชนที่มีศักยภาพ และการใช้โมเดล &amp;ldquo;เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นการปูทางเรื่องตลาดต่างประเทศให้แก่ภาคเอกชน โดยมุ่งเป้าการขยายตลาด เจาะตลาด เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภค และด้านการผลิตต้องให้ตรงกับความต้องการทั้งเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความพึงพอใจอย่างมากต่อผลการดำเนินการทีทั้งสองกระทรวงร่วมกันผลักดันโมเดลดังกล่าวจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานต่อนายกฯว่า ได้สั่งการให้ให้ทูตพาณิชย์ทั้ง 58 แห่ง ใน 43 ประเทศทั่วโลก เร่งประเมินความต้องการของตลาดและสถานการณ์การส่งออกที่จะช่วยหนุนรายได้เข้าประเทศ ตั้งเป้าหมายการส่งออกรายประเทศและรายสินค้า ต้องขยายตัว หรือเติบโตที่ 4% พร้อมนี้ต้องรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ จับมือแพลตฟอร์มพันธมิตรออนไลน์ กระจายสินค้าไทยไปสู่ตลาดใหญ่ๆ สำคัญของโลก เช่น อินเดีย, สหรัฐอเมริกา และจีน ผลักดันให้ไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&amp;nbsp; ส่วนทางด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงฯได้ขับเคลื่อนแบบองค์รวม พัฒนาระบบผลิตจนถึงผู้บริโภคด้วยนโยบาย &amp;rdquo;เกษตรปลอดภัย อาหารปลอดภัย&amp;rdquo;สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยมาตรฐานGAP GMP เป็นต้น และล่าสุดได้มีการขยายความร่วมมือกับจีน ซึ่งจะสามารถส่งออกผลไม้ไปจีนได้ไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการทำงานแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาสังคม เพียงหน่วยงานเดียวหรือภาครัฐฝ่ายเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้สมบูรณ์ การทำงานเป็นทีมประเทศไทย รัฐ-เอกชน-ประชาชน จะทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า โมเดล &amp;ldquo;เกษตรผลติด-พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานอย่างบูรณาการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งผลประโยชน์สุดท้ายก็จะเกิดแก่ประชาชน-เกษตรกร ที่จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95076</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dfe362ea52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ขานรับนโยบาย จุรินทร์ชู &#039;&#039;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&#039;&#039;  ให้พาณิชย์จังหวัด สวมบท&quot;เซลส์แมน&quot; นำสินค้าในท้องถิ่น เชื่อมโยงการค้าข้ามจังหวัด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย ฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2563 นี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี ได้เตรียมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงการค้า โดยนำสินค้าในพื้นที่ มาโรดโชวจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าข้ามจังหวัด เพื่อแรกเปลี่ยน สินค้าและเกิดการจับคู่เจรจาการค้าข้ามจังหวัด โดยได้กำหนดจัดงาน &amp;rdquo; E-San Organic &amp;amp; Natural Shop&amp;rdquo; ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; สร้างโอกาสทางการค้า สร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์&amp;nbsp; ตลาด นำการผลิต ภายใต้โครงการ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์ เราจะมีทีมผู้เชียวชาญ มาพัฒนาเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการการต่อยอด เชื่อมโยงและเพิ่มมูลค่าในสินค้า เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ เกิดการหมุนเวียนในท้องถิ่น&amp;nbsp; ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคให้มั่งคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; เร่งดำเนินโครงการต่างๆ ที่จะช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ ให้พี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 80 ร้านค้า และมีสินค้าที่จะมาจำแหน่าย 5 ประเภท ประกอบด้วย 1. กลุ่มอาหาร มีทั้งผลผลิตทางการเกษตร และเกษตรแปรรูป เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ แป้งมันสำปะหลังอินทรีย์,ผักออรแกนิค,ผลไม้,อาหารประมง,อาหารสุก เป็นต้น, 2. กลุ่มเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลักและผลไม้, 3. กลุ่มเครื่องแต่งกาย เช่น ผ้าฝ้ายออร์แกรนิค ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ ฝ้าฝ้ายย้อมคราม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประดับตกแต่งประกอบการแต่งกายที่ทำจากวัสดุทุกประเภทเพื่อความสวยงาม เป็นต้น, 4.กลุ่มของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีไว้ใช้หรือตกแต่งประกันในบ้าน สถานที่ต่างๆ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ เป็นต้น และ กลุ่มที่ 5. สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่สร้างสีสันให้ความรู้และบันเทิงกับผู้เข้าร่วมงานอีกมาก เช่น จัดการแสดงศิลปะวัฒนะธรรม, การแสดงดนตรีและศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม อาทิ ปรีชา ปัดภัย, ก้อง ห้วยไร่, หนู มิเตอร์, เอิร์น เดอะสตาร์ เป็นต้น&amp;nbsp; รวมถึงการแสดงวงโปงลางที่เหมาะสมในท้องถิ่นมาร่วมแสดงตลอดการจัดงาน &lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย, พาณิชย์, เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e4ebc33d99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ชี้ช่องเกษตรใช้ข้อตกลงอาร์เซ็ปหนุนส่งออก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมในการแนะนำเกษตรกรและผู้ประกอบการของไทย ในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ตามนโยบาย &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo; ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์รับไปดำเนินการ ซึ่งในส่วนของกรมฯ จะเป็นการชี้ช่องและโอกาสที่ไทยจะได้รับจากความตกลงฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบโอกาสทางการตลาด และเตรียมตัวที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ล่าสุดประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปกำลังอยู่ระหว่างการขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย เพื่อให้ได้ความตกลงอาร์เซ็ปฉบับสมบูรณ์ และพร้อมให้สมาชิกร่วมลงนามความตกลงในเดือนพ.ย.2563 ที่เวียดนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโอกาสทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย พบว่า ไทยสามารถที่จะส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปยังสมาชิกอาร์เซ็ปได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีสินค้าเกษตรที่ไทยน่าจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการทยอยยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ส่งออกจากไทย เช่น ผักผลไม้แปรรูปและไม่แปรรูป น้ำมันที่ได้จากพืช ของปรุงแต่งจากธัญพืชและแป้ง แป้งมันสำปะหลัง แป้งสาคู สินค้าประมง อาหารแปรรูป น้ำผลไม้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังสามารถใช้เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าเดียวกันในการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป จากเดิมที่ใช้เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่แตกต่างกันตามความตกลงเอฟทีเอแต่ละฉบับ อีกทั้งเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงอาร์เซ็ป ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้นทั้งจากประเทศในกลุ่มและนอกอาร์เซ็ปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2310fb5d1b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
