<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 จ.ชัยนาท ชู เกษตรวิถีใหม่ ปลดหนี้ด้วยเกษตรผสมผสาน เพิ่มรายได้จากท่องเที่ยวเชิงเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สสก.1 จังหวัดชัยนาท โชว์ผลงานยกระดับเกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ชู อดุลย์คลองหลวงฟาร์มเห็ด ต้นแบบพัฒนา ยุคเกษตรวิถีใหม่ แก้จนปลดหนี้ให้ครอบครัวด้วยเกษตรผสมผสาน แถมพัฒนาจนมีรายได้เพิ่มจากท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับ 5 กิจกรรมสุดชิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 (สสก.1) จังหวัด​ชัยนาท เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ในปี 2564 โดยมุ่งเน้นการ &amp;ldquo;ยกระดับเกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อรองรับรูปแบบเกษตรวิถีใหม่ (New Normal) เช่น ส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต การบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ใช้ตลาดนำการเกษตรเป็นหลัก รวมถึงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร เกิดรายได้ที่ยั่งยืนทั้งต่อเกษตรกร และชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo; ดังนั้น สสก.1 จังหวัดชัยนาท จึงได้ดำเนินการสนับสนุนและพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัด ให้เกิดการยกระดับเกษตรกร และนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. รวมถึงศพก.เครือข่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ประสบความสำเร็จเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดแก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เช่น อดุลย์คลองหลวงฟาร์มเห็ด จังหวัดปทุมธานี ที่มีนายอดุลย์ ประธาน เป็นเจ้าของ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;นายอัครภูมิ สมแสง เกษตรปทุมธานี กล่าว&amp;ldquo; อดุลย์คลองหลวงฟาร์มเห็ด&amp;nbsp; เป็น ศพก.เครือข่าย ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นต้นแบบความสำเร็จด้านเกษตรผสมผสาน และเกษตรทฤษฎีใหม่ อีกทั้งยังได้พัฒนาจนยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับรองมาตรฐานคุณภาพระดับดีเยี่ยมของจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ด้าน นายอดุลย์ ประธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมนั้นครอบครัวทำเกษตรในลักษณะปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือ ทำนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประสบปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาจากภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ผลผลิตได้รับความเสียหาย มีรายได้ไม่เพียงพอ มีปัญหาหนี้สินตามมาอีกมากมาย เงินเดือนที่ตนได้รับจากการเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่เพียงพอกับการจุนเจือครอบครัว จึงเกิดแนวคิดในการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว เริ่มต้นด้วยเพาะเห็ดนางฟ้าจำหน่ายเป็นอันดับแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo; ด้วยการสนับสนุนจาก สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอคลองหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบของ สสก. 1 จังหวัดชัยนาท จึงทำให้การเพาะเห็ดสามารถประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงกับความต้องการของตลาด หลังจากนั้นจึงได้ปรับรูปแบบกิจกรรมสู่การทำเกษตรผสมผสาน และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามลำดับ รวมถึงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จนทำให้มีรายได้เพียงพอและปลดหนี้ได้ พร้อมกันนี้ได้ขยายผลสู่เกษตรกรใกล้เคียง จนรวมกลุ่มตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปรรูป หมู่ 14 ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อได้แก่ ข้าวเกรียบเห็ดสมุนไพร เห็ดสวรรค์ ขนมเค้กกล้วยหอมเห็ด &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;นายอดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอดุลย์คลองหลวงฟาร์มเห็ดได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพ ฯ และมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ถึง 5 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมผลิตก้อนเชื้อเห็ด และการเพาะเห็ดตัดดอก กิจกรรมการเกษตรผสมผสาน มีทั้งการทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ เลี้ยงปลาและเลี้ยงไก่ &amp;nbsp;กิจกรรมการแปรรูป เรียนรู้ทำข้าวเกรียบเห็ดทอด ขนมเค้กกล้วยหอมเห็ด เป็นต้น&amp;nbsp; กิจกรรมพายเรือเก็บบัว และกิจกรรมทำงานฝีมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยโปรแกรมท่องเที่ยว มีให้เลือก 3 แบบ คือ แบบ 1 วัน ค่าใช้จ่ายท่านละ 500 บาท แบบพัก 2 วัน 1 คืน ค่าใช้จ่ายท่านละ 900 บาท และแบบพัก 3 วัน 2 คืน ค่าใช้จ่ายท่านละ 1,200 บาท ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ อดุลย์คลองหลวงฟาร์มเห็ด เลขที่ 107 หมู่ 14 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทรศัพท์&amp;nbsp; 08-6380 -6737 หรือดูรายละเอียดได้ทาง Facebook: อดุลย์ โคกหนองนา จ.ปทุมธานี&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าวในที่สุด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109736</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, สสก. เขต 1, เกษตรวิถีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eefde9413f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริญญ์ ชี้ &quot;เกษตรวิถีใหม่&quot; คือทางรอด ต้องบูรณาการความร่วมมือ ปรับคน เปลี่ยนความคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย นำทีมผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และยงยุทธ เลารุจิราลัย Young Smart Farmer เจ้าของสวน The FIGnature ร่วมเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;ทางรอดปลอดภัย สู่เกษตรวิถีใหม่ที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ในงานสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564: เดินหน้าเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ โดยในงานได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนกล่าวเปิดงาน และ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกมาแสดงปาฐกถาพิเศษ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาของการทำเกษตรกรรมรูปแบบเดิมที่ไม่รู้ต้นทุนและไม่คำนึงถึงตลาดทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้น้อย ขาดทุน และมีภาระหนี้สิน เกษตรกรหลายคนไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการหาตลาดก่อนจะผลิตสินค้า แต่เลือกที่จะผลิตออกมาก่อนแล้วค่อยหาช่องทางการตลาด ซึ่งปัจจุบันอาจจะยังพออดทนและสู้ต่อได้ แต่ในอนาคตที่มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะทำให้อยู่ไม่ได้ ดังนั้นควรต้องปรับตัวเข้าสู่การเกษตรวิถีใหม่ ด้วยการใช้ &amp;ldquo;ข้อมูล&amp;rdquo; อันเป็นสิ่งสำคัญในยุค 4.0 มาพิจารณาว่าสินค้าใดที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของตลาด เพื่อให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันกับผู้อื่นได้ โดยจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ที่ช่วยผลักดันให้เกษตรกรไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำข้อมูลให้สมบูรณ์ (Data cleansing) เนื่องจากภาครัฐและเอกชนมีข้อมูลอยู่จำนวนมาก แต่ยังขาดการตรวจสอบแก้ไข คัดเลือกข้อมูล ปรับปรุง และการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อข้อมูลมีความสมบูรณ์ ก็จะช่วยให้การนำข้อมูลไปใช้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การที่กระทรวงพาณิชย์นำระบบบล็อกเชน (Blockchain) TraceThai.com มาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร (Traceability) หากกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์นำบล็อกเชนมาใช้ในการจัดการข้อมูลส่วนกลางที่กำลังทำร่วมกันตอนนี้ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของข้อมูลและการนำไปใช้มีความสะดวก ปลอดภัย และแม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ของท่านรองนายกฯจุรินทร์ กระตุ้นให้เกิดยุทธศาสตร์การตลาดนำการผลิต เพื่อช่วยให้เกษตรกรปลูกพืชได้ตรงกับความต้องการของตลาด มีตลาดรองรับ และรู้ถึงต้นทุนในการผลิตที่ต้องใช้ ทั้งแรงงานคนและที่ดิน รวมถึงสามารถคำนวณความคุ้มค่าในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ การทำเกษตรวิถีใหม่ ควรผสมผสานระหว่างองค์ความรู้เดิมอย่างปราชญ์ชาวบ้านที่มีอยู่แล้วเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อทำให้สิ่งที่มีดีอยู่แล้ว ดียิ่งขึ้นไปอีก ประกอบกับใช้ความรู้และข้อมูลจากบุคคลที่มีความสามารถอย่างภาครัฐและเอกชน มาช่วยส่งเสริมและต่อยอดไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคและตลาดโลก ด้วยเทคนิคการทำตลาดยุคใหม่ ที่มีทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ (Omni Channels)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ เป็นเรื่องที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตรได้ให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างรายได้ไปพร้อม ๆ กับการลดต้นทุนการผลิต พยายามหาอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นมาพัฒนาควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม หรือโฟกัสนิช มาร์เก็ต (Niche Market) เช่น การจัดสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็นต้น รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกต้องและเป็นธรรม ผ่านการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ &amp;ldquo;สหกรณ์&amp;rdquo; องค์กรที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจชุมชน อันมีองค์ความรู้ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งสหกรณ์ที่มีคุณภาพ จะทำให้เกษตรกรเข้มแข็งได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเป้าหมายที่ชัดเจน ในการแข่งขันทางการค้า หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้เราสู้ได้ เช่น อาจไม่ต้องแข่งขันในเรื่องปริมาณการผลิต แต่เลือกที่จะแข่งขันกันด้วยคุณภาพของสินค้า หรือกำหนดการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ชัดเจน เช่น การประกันราคาผลผลิต ฯลฯ แม้บางครั้งสิ่งที่ถูกต้องอาจสวนทางกับความรู้สึกของเกษตรกรที่อยากให้เป็น แต่ในอนาคตเราต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรได้บ้าง ส่วนเรื่องของคนเกษตรกรรุ่นใหม่ เราต้องให้การสนับสนุนพวกเขา ซึ่งไม่เพียงแต่คนที่อายุน้อยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนที่เปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย เพื่อให้ Young Smart Farmer เป็นกำลังหลักในการกระจายองค์ความรู้ใหม่ ๆ ไปยังกลุ่มคนในชุมชนที่ยังเป็นเกษตรกรตามวิถีดั้งเดิม โดยมีภาครัฐทำหน้าที่เป็นแค่โค้ชในการให้คำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การก้าวสู่เกษตรวิถีใหม่ แม้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่สิ่งสำคัญคือ &amp;lsquo;คน&amp;rsquo; ที่ต้องปรับความคิด และปรับตัวจากวิถีเดิมไปสู่วิถีใหม่ ซึ่งเกษตรกรหลายคนอาจไม่ได้ปรับตัวกันง่าย ๆ เพราะต่างคนต่างมีทางเลือกและองค์ความรู้แตกต่างกันไป บางคนอาจมีองค์ความรู้อยู่แล้ว บางคนเลือกที่จะเรียนทางลัด สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็ว หรือบางคนเข้าถึงการช่วยเหลือของภาครัฐได้ไวกว่า ทั้งหมดนี้จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างองค์ความรู้และกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการทำงานของเกษตรกร รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาเกษตรกรรมในพื้นที่บ้านเกิด แม้การบูรณาการเป็นสิ่งที่ยาก แต่ต้องทำให้ได้ เพราะโลกปัจจุบันมีความท้าทายมาจากหลายมิติ การแข่งขันก็มาจากหลายมิติเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายปริญญ์ พานิชภักดิ์กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการเกษตร, ปริญญ์ พานิชภักดิ์, เกษตรวิถีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe99277b64ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
