<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;IRPC Smart Farming &#039;  วิถีเกษตรไฮเทคเพื่อคนพิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.สวนผักลูกโตๆ ผลผลิตที่ได้จากการทำเกษตรอัจฉริยะ

Smart Farming &amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันว่าเป็น &amp;quot;เกษตรอัจฉริยะ&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรยุคใหม่ส่วนใหญ่ได้พยายามปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรดั้งเดิม มาเป็นวิถีไฮเทคมากขึ้น &amp;nbsp;โดยนำเทคโนโลยีมาบูรณาการเข้ากับการทำเกษตร อาทิ การใช้ GPS ตรวจจับสภาพอากาศ การทำระบบวิเคราะห์ข้อมูลควบคุมปัจจัยการเพาะปลูก เช่น Internet of Things (IoT) รวมไปถึงการจัดการเรื่องผลผลิต จนออกสู่ท้องตลาด เพื่อช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น &amp;nbsp;

ที่สำคัญก็คือ Smart Farming &amp;nbsp; กระตุ้นความสนใจให้กับคนรุ่นใหม่หันมาทำเกษตร กลับมาพัฒนาบ้านเกิดในต่างจังหวัดมากขึ้น &amp;nbsp; เพราะจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2561 ระบุว่าประชากรไทยทำงานในภาคเกษตรกว่า 27 ล้านคน คิดเป็นประชากรกว่า 2 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ &amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าเป็นอาชีพพื้นฐานและยังเป็นรายได้สำคัญของประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชวลิต ทิพพาวนิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โครงการ &amp;ldquo;IRPC Smart Farming&amp;rdquo; ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ก็เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันการทำเกษตรอัจฉริยะ &amp;nbsp;โดย ชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ให้ความสำคัญกับโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งต่อยอดมาจาก &amp;quot;โครงการลำไทรโยงโมเดล&amp;quot; ที่มีบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วัตถุประสงค์ของโครงการ IRPC Smart Farming มีเจตนาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และยกระดับเกษตรไทย &amp;nbsp;ให้เรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง &amp;nbsp;และการทำการเกษตร &amp;nbsp;นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากวิถีเดิมที่เคยปฏิบัติมา &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ โครงการยังเน้นให้โอกาสกับกลุ่มคนที่ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ &amp;nbsp;ตลอดจนผู้สูงอายุ &amp;nbsp;รวมทั้ง ผู้ดูแลคนพิการติดเตียง ได้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตร โดยทาง IRPC &amp;nbsp;ได้นำองค์ความรู้ และ เทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงไม่ซับซ้อนใช้งานได้ง่าย มาผสมผสานและปรับใช้ตามความเหมาะสมกับศักยภาพและวิถีชีวิตของตนเอง และพร้อมส่งต่อองค์ความรู้เหล่านี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยจะนำความสำเร็จของโครงการ ทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยแล้ง สร้างระบบการจัดการน้ำ และใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สร้างเป็นต้นแบบโครงการ Smart Farming ต่อไป

ในรายละเอียดตัวโครงการ พื้นที่ดำเนินโครงการตั้งอยู่ ณ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคนพิการ สังฆมณฑลอุดรธานี บ้านศรีวัฒนา อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยมีคนพิการและผู้ดูแลคนพิการจำนวน 92 คน เข้ามาเรียนรู้และประกอบอาชีพ ทั้งด้านการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ แต่เดิมทางศูนย์ฯ ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้ง ส่งผลให้คนพิการต้องหยุดทำงานและขาดรายได้เลี้ยงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลผลิตทางการเกษตรจากผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความท้าทายของ IRPC &amp;nbsp;ในการดำเนินโครงการครั้งนี้ คือ การพิจารณาคัดเลือกเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เหมาะสม สามารถนำมาปรับใช้กับพื้นที่ ขณะเดียวกัน ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนพิการ รวมถึง ผู้สูงอายุ และผู้ดูแลคนพิการติดเตียง ให้ได้เข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนการใช้เทคโนโลยีในการทำเกษตรกรรม เพื่อนำไปสร้างอาชีพและรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว &amp;nbsp;พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ในระยะเวลาประมาณ 3 ปี ซึ่งจะเริ่มขึ้นภายในปี 2564 &amp;ndash; 2566

แผนเบื้องต้นมีการวางผังพื้นที่ต้นแบบ บนเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ &amp;nbsp;จากพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาคนพิการประมาณ 200 ไร่ &amp;nbsp;โดยการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ส่วน &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความเหมาะสมมาปรับใช้ไม่ซับซ้อนและสามารถใช้งานได้ง่าย มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิตของเกษตรกรซึ่งเป็นคนพิการ สร้างผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และคุ้มค่าแก่การลงทุน &amp;nbsp;

โดยได้ร่วมกับศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแบบผสมผสาน อาทิ การให้น้ำแก่พืช โดยควบคุมและสั่งงานผ่าน Smart Phone การดูแลพื้นที่ผ่านกล้องวงจรปิด หรือการใช้ระบบการปลูกพืช ได้แก่ การปลูกพืชแบบผสมผสาน การปลูกพืชคลุมดิน รวมถึงการสร้างโรงเลี้ยงไก่ไข่พลังงานสะอาด โรงเรือนปลูกผักอัจฉริยะ และการติดตั้งระบบฉีดน้ำรดหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ เป็นต้น

&amp;nbsp; 2.การขับเคลื่อนโครงการ IRPC Smart Farming ผ่านการจ้างงานภายใต้โครงการ Restart Thailand ของ ปตท. โดยการจ้างแรงงานและนักศึกษาจบใหม่ มาร่วมโครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม (Smart Farming &amp;amp; Smart Marketing) ระยะเวลา 12 เดือน ในทักษะอาชีพ Smart Farming จัดสรรมาจำนวน 6 คน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ มาปฏิบัติงาน เพื่อดึงศักยภาพและความรู้ความสามารถ ในมิติของการเกษตร การบริหาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการเลี้่ยงไก่

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งการสำรวจพื้นที่ การจัดการแหล่งน้ำ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีด้านการชลประทานในการปลูกพืช การใช้เทคโนโลยี Internet ในพื้นที่ทำการเกษตร การวางผังการจ่ายน้ำในแปลงสาธิต และการใช้อุปกรณ์ (หัวจ่ายน้ำแต่ละชนิด) การออกแบบและจัดทำแปลงปลูกผักสาธิต เป็นต้น ซึ่งทั้งหมด IRPC จะมีการติดตามและประเมินผลต่อไป .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107783</URL_LINK>
                <HASHTAG>IRPC Smart Farming, ชวลิต ทิพพาวนิช, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน), เกษตรอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d81b1d15e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฟาร์มแม่นยำ” ตอบโจทย์การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยถูกยกย่องว่าเป็น &amp;quot;แหล่งอาหารของโลก&amp;quot; เพราะไทยเรามีทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร มีน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์ &amp;nbsp;ทำให้เราสามารถปลูกและผลิตสินค้าทางการเกษตรได้จำนวนมาก จนกลายเป็นประเทศส่งออกอาหารที่สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่น่าเสียดาย ในปัจจุบัน วิถีชีวิตของคนไทยเริ่มเปลี่ยน คนเข้าสู่สังคมเมืองและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ทำให้มีเกษตรกรรุ่นใหม่น้อยลง และที่สำคัญการที่ไม่ช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ &amp;nbsp;จนนำไปสู่การสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง &amp;nbsp;และหากปล่อยต่อไปแบบนี้เรื่อยๆจากที่เคยเป็นประเทศส่งออกอาหาร ไทยเราจะกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอาหารเข้ามาแทนก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ ทำให้หลายฝ่าย เริ่มมีความคิดถึงเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหารขึ้นมา เพราะเล็งเห็นแล้วว่า หากไม่มีการจัดการใดๆ เลย ไทยเราจะมีความเสี่ยงในการขาดแคลนอาหารในอนาคตได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยสภาวะที่เกิดปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย อย่างที่กล่าวข้างต้น ทั้งจำนวนคนในภาคเกษตรที่ลดลง และ สภาพพื้นที่ในการเพาะปลูก ก็มีน้อยลง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้การเพาะปลูกไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถาม คือ แล้วจะทำอย่างไรที่จะช่วยยกระดับผลผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาหารขึ้นมาได้ ภายใต้ข้อจำกัดที่มีมากกว่าเดิม &amp;nbsp;คำตอบก็คงมีทางเดียว ก็นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาช่วย &amp;nbsp;ทำให้เกิดการเกษตรรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า เกษตรอัจฉริยะ หรือในบางครั้งก็ถูกเรียกว่า &amp;quot;เกษตรแม่นยำสูง&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องของ &amp;nbsp;&amp;quot;เกษตรแม่นยำสูง&amp;quot; ถือเป็นเรื่องใหม่ สำหรับเกษตรกรในบ้านเรา และเชื่อว่า ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก นี่คือ อีกหนึ่งเรื่องที่เกษตรกรจะต้องปรับตัว และต้องทำความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ใช่การทำเกษตรแบบรอพึ่งฟ้า พึ่งผล หรือ บนบานศาลกล่าว กับผีสางนางไม้หรือ เทวดาอีกต่อไป &amp;nbsp;แต่จะต้องนำวิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่ มาช่วยในการตัดสินใจ ในการเพาะปลูก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแนวคิดของการทำเกษตรอัจฉริยะ หรือ &amp;nbsp;การเกษตรแม่นยำสูง จะแน่นในเรื่องประสิทธิภาพในการเพาะปลูก ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จนถึงกระบวนการปลูกที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจวัดทั้งเรื่องของสภาพดิน ความชื้นในดิน แร่ธาตุในดิน ความเป็นกรดด่าง (หรือที่เรียกกันว่า ดินเค็ม/ดินเปรี้ยว) สภาพปริมาณแสงธรรมชาติ รวมถึงเรื่องศัตรูพืชต่างๆ บางประเทศมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมผ่านการปลูกในโรงเรือน เพื่อป้องกันศัตรูพืชและสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งในประเทศชั้นนำ อาทิ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ก็ได้นำหลักของ เกษตรแม่นยำสูง หรือที่จะเรียกง่ายว่า เกษตร 4.0 มาปรับใช้จนเป็นที่แพร่หลายแล้ว &amp;nbsp;เพราะมันพิสูจน์ได้ว่า มันสามารถช่วยเพิ่มระดับผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่ทราบกันดีในอดีต เกษตรกรไม่มีทางรู้เลยว่า สภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกของตัวเองเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ที่ปลูก ดินฟ้า อากาศ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ในไร่เดียวกัน อาจจะเจอสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน จนทำให้เกิดผลผลิตที่ไม่เท่ากัน &amp;nbsp;แต่ในปัจจุบัน เครื่องไม้เครื่องมือ ตรวจวัดที่มี สามารถทำให้เราทราบว่า แต่ละพื้นที่มีความต่างกันอย่างไร &amp;nbsp;และจะต้องปรับการดูแลให้เกิดความเหมาะสม นั้นทำได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ชัดแล้วว่า หัวใจของ เกษตรแม่นยำ คือ ข้อมูลนั้นเอง &amp;nbsp;ข้อมูลของพื้นที่การเกษตรหนึ่งแปลง สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากมาย และจะต้องเป็นหน้าที่ของเกษตรกรเองที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลผลิตของตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆสามารถเข้ามาช่วยงานเกษตรกรได้หลายหลาย อาทิ เรื่องของเซ็นเซอร์ตรวจวัด การควบคุมการปลดปล่อยปุ๋ย &amp;nbsp;น้ำ และยาฆ่าแมลง &amp;nbsp;ป้ายอิเล็กทรอนิกส์เก็บข้อมูล หรือ การตรวจวัดสภาพอากาศ ความชื้น แสงแดด หรือ รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นที่เป็นแพลตฟอร์มในการบันทึกข้อมูลต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีในบางพื้นที่อย่าง เกษตรกรชาวสวน ในภาคตะวันออก ก็เริ่มประยุกต์การนำเกษตรแม่นยำสูงมาใช้แล้ว โดยเฉพาะชาวสวนผลไม้ ทั้ง ทุเรียน มังคุด เนื่องจากสินค้าได้รับความนิยมอย่างมากจากต่างประเทศ และมีความต้องการสูง ทำให้ชาวสวน ก็หาวิธีคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตของตัวเองให้มากที่สุด เพราะทุกผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมา ย่อมหมายถึงรายได้ที่จะเข้าในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกร ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ หันมาทำเกษตรแม่ยำสูงมากขึ้น &amp;nbsp;ก็มีโครงการดีๆจากภาคเอกชนมากมาย ที่เข้ามาช่วยยกระดับ ล่าสุดบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น &amp;nbsp;หรือดีแทค ก็ร่วมกับมูลนิธิรักบ้านเกิดเปิดตัวโครงการฟาร์มแม่นยำ ผ่านแอพพลิเคชั่น &amp;quot;Farm Info&amp;quot; เพื่อช่วยยกระดับเกษตรกรให้ก้าวทันเทคโนโลยีและเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเพาะปลูกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น &amp;nbsp;หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จึงอยากให้ประชาชนคนไทยที่ประกอบอาชีพการเกษตรเข้าถึงเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ จึงได้ริเริ่มโครงการ &amp;quot;dtac Smart Farmer&amp;quot; เพื่อติดอาวุธให้เกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จนปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 10 โดยให้บริการตั้งแต่การให้ข้อมูลด้านการเกษตรผ่านหลากหลายช่องทาง แอพพลิเคชั่นมือถือ ภายใต้โครงการ &amp;quot;ฟาร์มแม่นยำ&amp;quot; ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า &amp;quot;Farmer Info&amp;quot; เพื่อช่วยเกษตรกรในการ เพาะปลูกอย่างแม่นยำ ซึ่งร่วมกับบริษัท รักบ้านเกิด จำกัด และบริษัท รีคัลท์ (ประเทศไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริการฟาร์มแม่นยำจะให้ข้อมูลแก่เกษตรกร 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพยากรณ์อากาศเฉพาะพื้นที่ โดยจะแสดงผลเจาะจงในพื้นที่ที่ต้องการรายชั่วโมง ทั้งอุณหภูมิ โอกาสในการเกิดฝน และปริมาณฝนในพื้นที่ที่ต้องการด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทั้งยังสามารถพยากรณ์อากาศได้ล่วงหน้า 7 วัน โดยมีความแม่นยำระดับรายแปลงมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีข้อมูล Microclimate weather ร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศจากสถานีฐานทั่วโลก เช่น GFS, Met Office, E-MWF และ Environment Canada และการใช้แบบจำลองสภาพด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจวางแผน เพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยให้เกษตรกรมองเห็นพื้นที่เพาะปลูกของตัวเองแบบภาพรวมจากอากาศ เพื่อช่วยหาความผิดปกติและปัญหาสุขภาพของพืชได้ โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากดาวเทียม EU-Sentinel และ NASA-Landsat ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาพืชได้ทันการณ์ และ 3.เป็นผู้ช่วยส่วนตัว &amp;nbsp;แอพฟาร์มแม่นยำจะช่วยเกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกในแต่ละรอบการเก็บเกี่ยว โดยนำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย ตามข้อมูลทางวิชาการจากอาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจและ มีการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน สามารถครอบคลุมพืชถึง 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทุเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพ Farmer Info ทั้งบนระบบแอนดรอยด์ และ iOS และเข้าไปที่บริการ &amp;quot;ฟาร์มแม่นยำ&amp;quot; &amp;nbsp;ได้ฟรี 60 วัน จากนั้นเก็บค่าบริการเริ่มต้น 30 บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20217</URL_LINK>
                <HASHTAG>Farm Info, ดีแทค, ฟาร์มแม่นยำ, เกษตรกรรุ่นใหม่, เกษตรอัจฉริยะ, เกษตรแม่นยำสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc84ac179a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
