<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เกษตรบุกพิสูจน์ &#039;ทุเรียนป่า&#039; ลูกดกอายุกว่า 170 ปีต้นเดียวใน จ.ตรัง เตรียมเพาะขยายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรอำเภอเมืองตรังพาชิมทุเรียนลูกดกอายุกว่า&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ปีที่มีเพียงต้นเดียวในจ.ตรัง เจ้าของเผยเป็นทุเรียนป่าขึ้นเองตามธรรมชาติที่ปู่ทวดเล่าให้ฟังว่ามีมาตั้งแต่สมัยหอบเสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่ตำบลบางรัก อ.เมืองตรัง ขณะที่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสอนวิธีการเพาะเมล็ดและเสียบยอดเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่มีลักษณะเด่นเหมือนต้นเดิมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - นายประวิทย์ เตชชีวพงศ์ เกษตรอำเภอเมืองตรังพร้อมด้วยนายประทิ่น วรรณงาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการฯและเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลบางรัก อ.เมืองตรัง พาชิมทุเรียนป่าอายุไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ปีที่บ้านของนางละออง วังกุลางกูร อายุ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ปีที่หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งร่ำลือกันว่าทุเรียนป่าต้นนี้มีรสชาติหวานมัน หอมและไม่มีหนอนเจาะผลทุเรียน รวมทั้งไม่เคยเน่าเสียเลยแม้แต่ลูกเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบต้นทุเรียนป่าอายุกว่า&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ปี ยังคงมีลูกดกเต็มต้น ความสูงจากพื้นดินประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร ขนาดความกว้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนโอบและมีลูกสุกร่วงหล่นลงมาเต็มกะละมังในคืนเดียว โดยแต่ละลูกจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักคือประมาณ700&amp;nbsp;กรัมถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ปอกดูเนื้อในนับสิบลูก ไม่พบเน่าเสียแม้แต่ลูกเดียว อีกทั้งรสชาติออกมันมากกว่าหวาน เนื้อสวย แน่นเต็มวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคุณยายละอองภูมิใจกับทุเรียนป่าต้นนี้มาก หมั่นรดน้ำแม้ในช่วงหน้าแล้งเพื่อไม่ให้ยืนต้นตายและได้เก็บขายมาตั้งแต่ยังเด็กเพื่อหาเงินไปเรียนหนังสือ และด้วยรสชาติที่หวานมันไม่เหมือนใคร คุณยายละอองจึงทิ้งเมล็ดทุเรียนป่าเพื่อเพิ่มจำนวน แต่รสชาติก็ไม่เหมือนกับต้นเดิม โดยในวันนี้ นายประทิ่นฯ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง จึงได้แนะนำลูกชายของคุณยายละอองให้รู้จักวิธีเพาะเมล็ดอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ต้นทุเรียนที่มีรสชาติเหมือนต้นเดิมมากที่สุด สร้างความดีใจให้กับคุณยายเป็นอย่างมากจึงได้ยกทุเรียนป่าทั้งกะละมังให้กินโดยไม่หวง แต่หากขายก็มีคนมาเหมาซื้อทุกปีราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;บาท แต่ปีนี้คุณยายไม่ขายเพราะผลผลิตมีน้อยหรือประมาณ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ลูกเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณยายละอองเล่าว่า มีมาตั้งแต่สมัยทวด ซึ่งทวดมาจากเมืองจีนและมาจับจองที่นี่ซึ่งเป็นป่าอยู่ในตอนนั้น อายุประมาณ&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ปี ซึ่งทุกปีทุเรียนจะมีลูกประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ลูกแต่ปีนี้มีลูกน้อยที่สุดคือครึ่งต่อครึ่ง โดยตนได้ขายทุเรียนมาตั้งแต่สมัยเด็กๆต้องหิ้วทุเรียนไปขายราคาคู่ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท ถือว่าเป็นทุเรียนที่อายุมากที่สุดในละแวกนี้ เป็นทุเรียนป่าสมัยทวดเดินทางมาทางเรือจากเมืองจีน ซึ่งมีอายุประมาณ&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68431</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ทุเรียนป่า, เกษตรอำเภอเมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee20810f283e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
