<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรีนพีซไทยแถลง หนุนรัฐบาล แบน3สารเคมีอัตราย จี้คกก.วัตถุอันตรายปกป้องสุขภาพคนไทย ชี้ระยะยาวต้องส่งเสริมเปลี่ยนวิถีเป็นเกษตรอินทรีย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรีนพีซไทยแถลง หนุนรัฐบาล แบน3สารเคมีอัตราย จี้คกก.วัตถุอันตรายปกป้องสุขภาพคนไทย ชี้ระยะยาวต้องส่งเสริมเปลี่ยนวิถีเป็นเกษตรอินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.62 -- กรีนพีซประเทศไทย ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า ในฐานะเป็นหนึ่งในเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ขอเรียกร้องรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมติยกเลิกพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตในประเทศไทยโดยเร่งด่วนที่สุด พร้อมกับขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์แห่งชาติให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน เกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ความเป็นธรรมระหว่างเกษตรกรรายย่อยกับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยให้เหตุผลว่า ระบบอาหารเชิงอุตสาหกรรมกำลังคุกคามสุขภาพของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต โดยมีการใช้สารเคมีเป็นปัจจัยหลักในการทำการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวในปริมาณมาก พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืชที่สามารถตกค้างได้ในสิ่งแวดล้อม อาหาร น้ำดื่ม หรือแม้แต่ในร่างกายของคนและถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ โดยคณะกรรมการวัตถุอันตราย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำเป็นต้องเด็ดขาดในการเลือกตัดสินใจเพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และจะต้องดำเนินการห้ามใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายนี้กับอาหารของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ภาครัฐจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจในกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมากขึ้น ถึงปัญหาและผลกระทบจากการใช้สารเคมีอันตรายอย่างพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยเฉพาะต่อเกษตรกรเกี่ยวกับวิธีทางเลือกในการทำเกษตรผสมผสาน ปรับตัวไปสู่การปลูกพืชที่ไม่ต้องพึ่งพา 3 สารพิษร้ายแรง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเกษตรกรที่มุ่งเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรสู่วิธีที่ปลอดภัย&amp;rdquo; รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซประเทศไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
พร้อมกับชี้ว่า เกษตรกรรมเชิงนิเวศที่มีการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมนั้นช่วยส่งเสริมวิถีชีวิตของเกษตรกรได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย บทบาทที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือการชี้แนะสารอินทรีย์ทดแทน วิธีการจัดการวัชพืชแบบชีวภาพ โดยมีการสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเกษตร เช่น เครื่องจักรกล ผ่านกองทุนและสนับสนุนการกู้ยืมดังที่เคยสนับสนุนในกรณีการทำเกษตรโดยใช้สารเคมีและเพื่ออุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่อาศัย
&amp;nbsp;
&amp;quot;กรีนพีซประเทศไทยเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมติตอบรับเสียงเรียกร้องของประชาชนยกเลิกและควบคุมการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตในประเทศไทย โดยเร่งด่วนที่สุด&amp;quot;แถลงการณ์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คกก.วัตถุอันตราย, เกษตรอินทรย์, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da170533d956.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ย้ำไม่เอาสารเคมีอันตรายชูเกษตรอิทรีย์ปลอดสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62- นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. แถลงข่าวหนุนเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคและพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด ปัจจัยที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมคือในทีมเศรษฐกิจทันสมัยนอกจากมีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์คือนายนาวี นาควัชระ ร่วมอยู่ในทีมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากประเด็นเรื่องสารเคมีอันตรายที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ที่พรรคโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวพน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีจุดยืนที่ชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น ในการไม่สนับสนุนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จึงสอดคล้องกับแนวทางของทีมเรื่องการสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง การทำเกษตรอินทรีย์มีมาตรฐานสูงกว่าการทำเกษตรแบบปลอดภัยเพราะไม่ใช้สารเคมีเลยในทุกกระบวนการของการผลิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าาวว่า ตนได้พาคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท COOP (โค-อ๊อพ สหกรณ์รวม) จากยุโรปนำโดยคุณเกอร์ฮาร์ด เซอร์ลูทเตอร์ (Gerhard Zurlutter) ที่สนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และมีกระบวนการทําให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในระยะกลาง-ยาว เข้าพบ รมว.เกษตรฯ และทีมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง โดยคุณเกอร์ฮาร์ด ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเรา ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรและเป็นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำเกษตรอินทรีย์ หากพี่น้องเกษตรกรได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีทั้งการผลิตที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค่า และการพัฒนาช่องทางการตลาด เมื่อเกษตรกรผลิตได้และขายได้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยยกระดับเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางดรุณวรรณ กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับอดีตผู้สมัคร ส.ส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานของพรรค เพื่อพบปะกับกลุ่ม Young Smart Farmer ที่ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อนำมาวางแผนและหาแนวทางในการช่วยเหลือภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จ.ศรีสะเกษเป็น 1 ในพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการ มีเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์เป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่ของทีมเพื่อช่วยผลักดันให้ศรีสะเกษเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการที่ ต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามที่ผู้บริโภคต้องการแล้ว ยังต้องช่วยเรื่องช่องทางการจำหน่าย โดยทีมเศรษฐกิจของพรรคมีแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วนคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่มีในปัจจุบัน เช่น โรงพยาบาล หรือกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ โดยจะช่วยเจรจาหาช่องทางการค้าใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการขยายฐานการตลาดออกไปให้กว้างขึ้น และมีความตั้งใจจะใช้ศรีสะเกษโมเดล ขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, สารเคมีอันตราย, เกษตรอินทรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ab7f1482e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
