<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ปั้นSMEsเกษตรแปรรูปสู่มืออาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารุพันธุ์ จารโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ ว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีแผนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนิน &amp;ldquo;โครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย ตามแนวทางประชารัฐ&amp;rdquo; มุ่งยกระดับกลุ่มเกษตรกรให้สามารถแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการปรับเปลี่ยนจากการขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบที่ได้ราคาต่ำ เป็นการทำเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาดอย่างครบวงจร ขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรแปรรูป เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่มีความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ เข้มแข็ง และมั่งคง ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล และนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาส่งเสริม SMEs สู่ 4.0 ของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการฯนี้มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กลุ่มเกษตรกร ประชาชน และบุคลากรในห่วงโซ่ เพื่อสร้างผู้ประกอบการ SMEs เกษตรรายใหม่ เป้าหมาย 55,000 คน/ 300 กลุ่มทั่วประเทศ&amp;nbsp;ครอบคลุมสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมหลายรายการ อาทิ ข้าว ผลไม้ สมุนไพร เวชสำอาง ยางพารา นวัตกรรมจากไม้ พืชสวน พืชไร่ ปศุสัตว์ สินค้าประมงน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะผลผลิตหรือวัตถุดิบส่วนเกินที่มีปีละร้อยละ ประมาณ 26-30 ผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด รวมถึงสินค้าเกษตรจากระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ จะนำมาแปรรูปโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ที่สำคัญยังช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ และลดความเหลื่อมล้ำของเศรษฐกิจฐานรากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรอบแนวคิดการดำเนินโครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรฯ ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ 1.สร้างองค์ความรู้การเป็นผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของกลุ่มเกษตรแปรรูป ให้มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่มีความรู้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการ การทำบัญชีเดียว การรวมกลุ่มผลิต การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนามาตรฐานสินค้า และการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ เป้าหมาย 500 กลุ่ม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยการแปรรูปและพัฒนาวัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตร โดยใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ทันสมัย สอดรับกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ส่งเสริมการจัดตั้งหน่วยผลิตอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปต้นแบบในพื้นที่ เป้าหมายนำร่อง 100 กลุ่ม&amp;nbsp;


สล็อต789 เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรแปรรูป ให้มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่มีความรู้และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนาคตคาดว่า&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการต่อยอดพัฒนายกระดับธุรกิจได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ทั้งยังคาดว่า จะเกิดการจัดตั้งหน่วยผลิตแปรรูปในชุมชนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยโดยรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 จากทั้งหมด 300 กลุ่ม และกลุ่มที่จัดตั้งยังเกิดการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มชุมชนกับ SMEs/โรงงานอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังคาดว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลผลิตให้กับผู้ประกอบการ SMEs เกษตร&amp;nbsp;สามารถกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ทั้งยังเกิดการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ SMEs เกษตร มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง ความคิดเห็นช่องทางการตลาด ซึ่งจะช่วยขยายช่องทางการซื้อขายสินค้า รวมทั้งพัฒนาต่อยอดธุรกิจของเกษตรกร/กลุ่มเกษตรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วย&amp;rdquo; นายจารุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, ปั้นนักธุรกิจ, อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป, เกษตรแปรรูป, เอสเอ็มอีเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f6a79ac2c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสอ. ลงนาม MOU ยกระดับเอสเอ็มอีเกษตรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จับมือ &amp;nbsp;สอท. และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ&amp;ldquo;ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย ตามแนวประชารัฐ&amp;rdquo;หวังยกระดับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เตรียมความพร้อมเป็น SMEs เกษตรอย่างมีคุณภาพมุ่งสู่ตลาดสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 61 -นายพสุ &amp;nbsp;โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานราก (Local Economy) &amp;ldquo;สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เศรษฐกิจฐานราก&amp;rdquo; พร้อมทั้งกำหนดมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อน SME สู่ยุค 4.0 จำนวน 9 มาตรการ ซึ่งโครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ เป็นหนึ่งในมาตรการดังกล่าว มีกลุ่มเป้าหมาย 600 กลุ่มทั่วประเทศ จำนวน55,000 คน ระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;ndash; เดือนกันยายน 2561 โดยคาดว่าจะสามารถสร้างผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป และ SMEs เกษตรเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ30 ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงนามความร่วมมือโครงการครั้งนี้ &amp;ldquo;เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการผลิตให้กับเครือข่าย และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ เพิ่มผลิตภาพให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับการแปรรูปผลผลิตสินค้าเกษตร และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการปรับเปลี่ยนจากการขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบที่ได้ราคาต่ำ เป็นการทำเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยง ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาดอย่างครบวงจร รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้มีความพร้อมเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป (SMEs เกษตร) ที่มีความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ&amp;rdquo; นายพสุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคเกษตรเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวมากขึ้น สามารถพัฒนาผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มในการแปรรูปผลผลิตได้ โดยการต่อยอดกับภาคอุตสาหกรรมในด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและยกระดับรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ไปสู่ SMEs 4.0 และมีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป หรือ SMEs เกษตรได้ จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นตัวแทนของเกษตรกรที่มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร รวมทั้งประสานกับภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางเกษตรกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชารัฐ, ปั้นนักธุรกิจ, เกษตรแปรรูป, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a828c1dd7ee7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
