<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ปลื้มนโยบายเกษตรแปลงใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พอใจผลการดำเนินงานตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ รวมถึงเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลงานการดำเนินงาน ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ปี 2559 มีเกษตรกรเข้าร่วม จำนวน 591 แปลง 80,656 ราย 1,249,613 ไร่ , ปี 2560 จำนวน 1,722 แปลง 124,085 ราย 1,638,592 ไร่ , ปี 2561 จำนวน 1,640 แปลง 91,741 ราย 1,220,906 ไร่ , ปี 2562 จำนวน 1,579 แปลง 78,927 ราย พื้นที่ 1,055,194. ไร่ , ปี 2563 จำนวน 1,366 แปลง 64,346 ราย พื้นที่ 756,132 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เงินสนับสนุนในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์รวมทั้งวัสดุทางการเกษตรแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5,250 แปลง ครอบคลุมเกษตรกร 262,500 ราย พื้นที่ 5,003,250 ไร่ โดยขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 3,501 แปลง นายกรัฐมนตรี จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งรัด ติดตาม กำกับการดำเนินงานโครงการฯให้ทันตามกรอบเวลา เพื่อให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ เป็นการปฏิรูปภาคการเกษตร ให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเปลี่ยนจากการเกษตรแบบเดิมที่ต่างคนต่างทำ เป็นการรวมกลุ่มกันคิด เพื่อผลิตตามความต้องการของตลาด มีการสร้างเครือข่ายบริหารจัดการร่วมกัน โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุน ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่นั้น ยังช่วยให้ลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108123</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เกษตรแปลงใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a373a7792c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมการเกษตรชูพัทลุงโมเดลผลงานการเชื่อมโยงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่กับYSF เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการและต่อยอดกิจกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรชูพัทลุงโมเดล เตรียมขยายผลทั่วประเทศหลังแผนเชื่อมโยงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่กับYSFประสบผลสำเร็จช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดการผลิตและต่อยอดกิจกรรมชี้เป็นอีกก้าวสำคัญการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่าตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมด้านการเกษตรภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญด้านการปฏิรูปภาคการเกษตรของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ร่วมกันบริหารจัดการระบบการผลิตของกลุ่ม รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรเช่นเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) กลุ่มเกษตรกรวิสากิจชุมชนสหกรณ์เชื่อมโยงถึงผู้ประกอบการรวมถึงการลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดโดยภาพรวมผลการดำเนินงานของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันได้มีการรับรองแปลงใหญ่แล้ว จำนวน 6,888 แปลง รวมพื้นที่ 6,578,392 ไร่ เกษตรกร 406,755 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2563) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับในปี 2563 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้มากยิ่งขึ้นกรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดนโยบายสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กับเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF)โดยเน้นการเชื่อมโยงให้YSF ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะในด้านการบริหารจัดการการผลิตและการตลาด ตลอดจนมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยี เข้าไปช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และการพัฒนาผลผลิตของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เพื่อต่อยอดไปสู่กิจกรรมการเกษตรอื่นๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวต่อไปว่าสำหรับผลดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแปลงใหญ่กับYSF ที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการได้ปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่อาทิแปลงใหญ่สละในพื้นที่จังหวัดพัทลุงซึ่งมีนายวิชัยดำเรืองYSFผู้ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร &amp;ldquo;สวนสะละลุงถัน&amp;rdquo;ตั้งอยู่ที่อำเภอป่าบอนจังหวัดพัทลุงได้นำประสบการณ์จากความสำเร็จของตนเองมาช่วยพัฒนาเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่สละจังหวัดพัทลุง จนประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการผลิตสละทั้งจังหวัด&amp;nbsp; รวมถึงเกิดการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนับเป็นอีกต้นแบบความสำเร็จที่เห็นได้ชัดตามเป้าหมายของกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับสวนสะละลุงถันนั้นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และจากจังหวัดต่างๆโดยสวนแห่งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความทุ่มของนายถันดำเรืองหนึ่งในเกษตรกรหัวก้าวหน้าเน้นการปลูกสะละพันธ์สุมาลีบนพื้นที่ 30 ไร่และยังได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตGAP โดยในปี 2547 นายวิชัยผู้เป็นลูกชายได้เข้ามาสานต่อการทำสวนพร้อมสมัครเข้าร่วมโครงการYSF กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับปรุงการบริหารจัดการสวนสะละของพ่อ จนประสบความสำเร็จเกิดการต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&amp;ldquo; กรณีของนายวิชัย เป็นการนำความรู้ และประสบการณ์จากความสำเร็จภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขายบริการควบคู่กับผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้ในสวน&amp;rdquo;มาถ่ายทอดขยายผลสู่เกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดพัทุลงและจากพื้นที่อื่นๆ ที่เดินทางมาศึกษาดูงาน จนเกิดแรงกระตุ้นทำให้เกิดการพัฒนาจนเห็นผลเด่นชัดไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิตสละคุณภาพแบบครบวงจรตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวการจัดการด้านการตลาดมุ่งเน้นทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตามนโยบายตลาดนำการเกษตรของดร.เฉลิมชัยศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษครและสหกรณ์และยังมีการต่อยอดกิจกรรมไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะเห็นได้ว่าผลของการเชื่อมโยงการทำงานที่เกิดขึ้นภายใต้ความทุ่มเทของนายวิชัยดำเรืองรวมถึงหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ที่เข้ามาช่วยดูแลอย่างสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง และสำนักงานเกษตรอำเภอป่าบอนมีผลต่อการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่อย่างเห็นผลชัดเจนจึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการและเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งในการพัฒนากลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ในจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo; นายเข้มแข็งกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, พัทลุงโมเดล, เกษตรแปลงใหญ่, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c56b37e947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแนะภาคเกษตรปรับตัวรับผลผลิตราคาตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุราคาพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวในช่วงนี้มีราคาดีว่า ต่างประเทศประสบภัยธรรมชาติ จึงมีความต้องการสินค้าข้าวสูง แต่หากในปีต่อไป เราปลูกข้าวมากขึ้นจนเกินความต้องการของตลาด ก็จะทำให้ราคาตกต่ำลงอีกเป็นวัฏจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่าปัญหาหลักของภาคการเกษตร คือ ต้นทุนการผลิตสูง เกษตรกรมีหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ ทำให้ต้องขายที่ดินให้นายทุน และเช่าที่เพื่อทำกิน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน รัฐบาลจึงอยากให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยจุดอ่อนของการทำการเกษตรแบบอิสระ คือ การแบกรับภาระต้นทุนที่สูง และเมื่อต่างคนต่างทำ จึงขายไม่ได้ เพราะตลาดไม่ต้องการ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า หากมีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับตลาดก็จะทำให้ขายได้ จึงต้องมีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มปริมาณและคุณภาพ สร้างอำนาจต่อรองให้แก่ตนเอง รวมทั้งทำไร่นาสวนผสม ลดปริมาณพืชที่ปลูกอยู่เพียงชนิดเดียวไปปลูกพืชอื่นทดแทน และเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริม ผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น เช่น มันสําปะหลัง อ้อย ยางพารา สับปะรด ฯลฯ ทุกอย่างใช้หลักการเดียวกัน หากประสบปัญหาราคาตกต่ำ และรัฐบาลต้องรับซื้อในราคาสูง เมื่อขายไม่ได้ก็ยิ่งขาดทุน และกระทบต่องบประมาณของประเทศ ดังนั้น ทุกคนจะต้องช่วยกันเพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15287</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, เกษตรกร, เกษตรแปลงใหญ่, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b711e462ca5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
