<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์-เฉลิมชัย&#039; จับมือออกมาตรฐานความปลอดภัย-ป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และนำทีม กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย กรมประมง เปิดงานเชื่อมโยงกระตุ้นการซื้อกุ้งช่วยเหลือเกษตรกรเน้นมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการเฉพาะกิจเพิ่มเติมในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ห้างแม็คโครสาขานครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี และตรวจเยี่ยมการรณรงค์บริโภคกุ้งของสมาคมภัตตาคารไทย ตามโครงการ 50 บาท 200,000 จาน &amp;quot;เมนูกุ้งทำอะไรก็อร่อย จ่ายน้อยอร่อยคำโต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจุรินทร์จับมือนายเฉลิมชัย ร่วมสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยการบริโภคกุ้งโดยให้กรมประมงสร้างความมั่นใจโดยการสุ่มตรวจพร้อมผ่านใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการเฉพาะกิจเพิ่มเติมในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 ให้กับเกษตรกรฟาร์มกุ้ง โมเดิร์นเทรด-ห้างสรรพสินค้าที่รับซื้อและขายสินค้ากุ้ง ใบรับรองสำหรับสะพานปลา ท่าเทียบเรือ ใบรับรองสำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ใบรับรองสำหรับเรือประมง นอกจากนั้นนายจุรินทร์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังให้มีใบรับรองตามมาตรฐานสินค้าอาหารส่งออกที่เคยทำข้อตกลงร่วมกัน 4 กระทรวงมาแล้วด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับการบริโภคกุ้งทั้งภายในประเทศ รวมถึงการส่งออกไปต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ระบุว่า ทั้งนี้ทุกฝ่ายโดยผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านสาธารณสุขเพื่อการจัดการภาวะระบาดโควิด-19 ในข้อกำหนดตามความมาตรา9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองบุคลากรที่ปฏิบัติงาน การวัดอุณหภูมิ การปฎิบัติงานที่สวมหน้ากากอนามัยชนิด Surgical mask การสวมถุงมือขณะปฏิบัติงาน และนอกจากนั้นในกระบวนการผลิตผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฟาร์มต้องขึ้นทะเบียนและได้มาตรฐานจากกรมประมง ผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกสัตว์น้ำต้องตรวจคัดกรองและสวมหน้ากากตลอดเวลาขณะปฎิบัติงานเกี่ยวกับบุคลากรในฟาร์ม ส่วนชาวประมงและเรือประมงต้องผ่านการคัดกรองจากศูนย์แจ้งเข้าออกเรือประมงตามมาตรตราการ และต้องมีการสุ่มตรวจทุกระยะ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการทั่วไปที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด จะได้รับหนังสือรับรองการปฎิบัติที่ดีในการป้องกันและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อยืนยันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว กระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า วันนี้ นายจุรินทร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยัง ใช้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดยการให้โมเดิร์นเทรด เช่น แมคโคร บิ๊กซี เทสโก้ ฟูดแลนด์ วิลล่ามาเก็ต เดอะมอลล์ ตลาดกลาง ตลาดไท ตลาดสด ร่วมกันรับซื้อกุ้งเพิ่มขึ้นจากการซื้อปกติเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 400 ตัน รวมเดีอนละ 1,600 ตัน ตลอดเดือนมกราคม 2564 หรือจนกว่าสถานการณ์ตลาดสมุทรสาครจะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังให้รณรงค์การบริโภคกุ้งโดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสมาคมภัตตาคารไทยทำแคมเปญ 50 บาท 200,000 จานทั่วประเทศ &amp;quot; เมนูกุ้งทำอะไรก็อร่อยจ่ายน้อยจ่ายน้อยอร่อยคำโต &amp;quot; และความร่วมมือจากร้านอาหารกับสมาคมภัตตาคารไทยให้ความร่วมมือไม่ตัดเมนูกุ้งออกจากเมนูของร้านด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88383</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พาณิชย์, เกษตรและสหกรณ์, เฉลิมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec1c5ed6685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหกรรม”เกษตรอัจฉริยะ”พร้อมกระหึ่ม! ดีเดย์ 24 ธ.ค.นี้ “ประภัตร”ลุ้นคนแห่ชมงานทะลุ 10,000 คนต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรฯ จัดยิ่งใหญ่ งานมหกรรม &amp;ldquo;เกษตร อัจฉริยะ&amp;rdquo; ครั้งที่ 1&amp;nbsp; ที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 24 ธ.ค.63-1 ม.ค.64 นี้ หวังช่วยยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรไทย ตั้งเป้าคนแห่ชมงานไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6&amp;nbsp; ธันวาคม 2563​ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน การ​จัดงานมหกรรม​ &amp;quot;เกษตร​อัจฉริยะ​&amp;rdquo; ครั้งที่​ 1 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 24​ ธันวาคม​ 2563​ -​ 1 มกราคม​ 2564&amp;nbsp; ณ​ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี โดยมีดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) ,นางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านบริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมด้วย​ เพื่อ​เตรียมความพร้อมในการจัดงานฯ โชว์นวัตกรรมทางการเกษตร ยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน อาทิ องค์การสะพานปลา(อสป.),กรมการข้าว,กรมปศุสัตว์ และกรมประมง รวมถึงภาคเอกชน มีความพร้อมมากที่จะนำสินค้า และนวัตกรรมทางการเกษตรมาโชว์ และจำหน่ายในงาน ในราคาสุดพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน ได้ชมและศึกษาความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย นำกลับไปปฏิบัติ สามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในทุกวันจะมีการแจกคูปองมูลค่า 100 บาท จำนวนหลายหมื่นใบตลอดทั้งงานด้วย คาดว่าจะมีประชาชน ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง แห่เข้ามาร่วมชมงานไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน หรือ 9 วัน 9 คืนทะลุ 100,000 คนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ &amp;ldquo;เกษตรอัจฉริยะ&amp;rdquo; มาปรับใช้ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ คือ 1.ต่อยอดอดีต 2.ปรับปัจจุบัน และ3.สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิต ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) กล่าวว่า งานมหกรรม &amp;ldquo;เกษตร อัจฉริยะ&amp;rdquo; ครั้งที่ 1 ที่ อสป.ได้ร่วมออกบูธนำสินค้าสัตว์น้ำและอาหารทะเลแปรรูปใหม่ๆ มาโชว์และจำหน่ายในราคาพิเศษ ในงาน ยังคงเน้นจุดยืนเรื่องของความสด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารฟอร์มาลีน เป็นหลัก เพราะถือเป็นนโยบายหลักของ อสป.แต่อย่างไรก็ตาม ในงานจะมีไฮไลน์ ที่หลายคนน่าจะฮือฮา เพราะจะนำปลาหมอทะเลยักษ์ขนาดใหญ่ตัวละประมาณ 300 กก.มาโชว์ พร้อมแล่ปลาทำลวกจิ้ม ทำซูชิ และข้าวต้มปลาขายในราคาสุดพิเศษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รับรองว่าประชาชนจะได้รับประทานอาหารทะเลสด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารฟอร์มาลีน ส่งตรงจากทะเลไทยตลอด 9 วัน 9 คืนแน่นอน ซึ่งอีก 1 จุดขายคือ สินค้าสัตว์น้ำทุกชนิดที่นำมาจำหน่าย สามารถตรวจสอบย้อนกลับหรือเช็คได้ว่าสินค้าแต่ละชนิด มาจากแหล่งไหน ใครเป็นเจ้าของ และใครเป็นผู้จัดจำหน่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86114</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เกษตร​อัจฉริยะ​, ประภัตร โพธสุธน, เกษตรและสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201206/image_big_5fccc3f50313e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กป้อม’โยน‘ธรรมนัส’ ตัดสินปลุกผีใช้ที่ส.ป.ก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; โต้เอื้อนายทุน แจงยิบประกาศ คปก.แก้จนให้เกษตรกร ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ กลั่นกรองอย่างดีจากนัก กม.ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง นายกฯ ยันกระบวนการทุกอย่างต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่ปล่อยให้โกงแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่มีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติราชการแทน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ได้ลงนามในประกาศ คปก.เรื่อง รายการกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ประกาศ กำหนดมาตรา 30 วรรค 5 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532 และ พ.ศ.2563 เพื่ออนุญาตให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อกิจการอื่นๆ ที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีความชัดเจน เกิดมีผลสัมฤทธิ์ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยลงนามในประกาศวันที่ 28 ต.ค.2563 มีผลบังคับใช้ทันที ทำให้เกิดประเด็นที่เป็นข้อกังขาว่าอาจจะเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เพราะมีการอนุญาตให้ใช้ที่ ส.ป.ก.ในกิจการอื่น เช่น ปั๊มน้ำมัน อู่ซ่อมรถ ตลาด ร้านค้า ไปรษณีย์ ร้านอาหาร และกิจการแปรรูปผลิตผลเกษตรด้วยนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤศจิายน ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า การออกประกาศ คปก.ฉบับดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 ที่รัฐพึงกำหนดหลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน และสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย (มาตรา 258 ค (1)) เนื่องจากที่ผ่านมา การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ของ ส.ป.ก.จังหวัดต่างๆ เกิดความล่าช้า และเกิดการตีความไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดความชะงักงันของผู้ประกอบการ ขาดความชัดเจนของแนวทางการพิจารณารายการกิจการตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สูญเสียโอกาสในการได้รับประโยชน์จากการประกอบกิจการ ทั้งทางด้านการตลาด การสาธิต การสร้างรายได้ การสร้างงาน การบริการขั้นพื้นฐานที่พึงเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมกันในทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประกาศ คปก. ลงวันที่ 28 ต.ค.63 จึงเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 19 ประกาศรายการกิจการ ซึ่งเป็นกิจการที่พิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินภายใต้กรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ คือ ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเป็นแนวทางการใช้ดุลยพินิจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเท่านั้น ส่วนการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ยังคงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบ คปก. และข้อพิจารณาตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น ประกาศ คปก.ดังกล่าว จึงไม่ใช่ฐานทางกฎหมายที่จะนำไปสู่การเปิดช่อง หรือเอื้ออำนวยการให้มีการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ไปเพื่อกิจการอื่นที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายปฏิรูปที่ดิน
แก้จนให้เกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประกาศฉบับนี้ผ่านการกลั่นกรองจากนักกฎหมายของ สปก. ผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อดีตเลขาธิการ สปก.หลายๆ ท่าน และประเด็นสำคัญคือ ประโยชน์สูงสุดคือพี่น้องเกษตรกร อาชีพเกษตรกรผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เราควรดูแลพวกเขาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มิฉะนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถหลุดจากกับดักแห่งความยากจนได้ การตลาดมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นกิจการอื่นที่สนับสนุนอาชีพเกษตรกรจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการผลิต ซึ่งสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรเรียกร้อง เพราะต้องการให้มีตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานแปรรูปผลผลิตภาคการเกษตร ดังนั้นกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คำว่าโรงงานแปรรูป หรือโรงงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรจึงมีกฎหมายรองรับ&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า จากการไปประชุม ครม.สัญจรที่ภูเก็ต ได้รับรายงานจาก สปก. และรับฟังเสียงจากประชาชนผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.ว่า สภาพที่ดินส่วนใหญ่กลายเป็นชุมชนไปกว่า 89% มีโรงแรม 3-5 ดาวกว่า 300 แห่ง เป็นโฮมสเตย์ไม่น้อยกว่า 100 แห่ง ประชาชนในหลายๆ จังหวัดก็มีบริบทไม่ต่างกับภูเก็ต กระบี่ พังงา ฯลฯ ดังนั้นควรมีการแก้ไขระเบียบ คปก.เพื่อยึดคืนหลวงก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยมิให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ลงนามในประกาศเรื่อง การจัดที่ดินชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ ให้มีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดที่ดินในเขตที่ดินชุมชนสำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพื่อประโยชน์ในการจัดการที่อยู่อาศัยหรือกิจการสาธารณูปโภค หรือกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้สอดคล้องและรองรับการพัฒนาของสังคมชนบทสู่สังคมเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ได้จำกัดความ &amp;ldquo;ชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;rdquo; ว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีกลุ่มคนอาศัยอยู่เป็นกลุ่มก้อน ซึ่งมีทั้งเกษตรกรและไม่ใช่เกษตรกร โดยตั้งบ้านเรือนอยู่แล้ว และประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น ร้านค้า ร้านบริการ สถานที่ราชการ เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรอุตสาหกรรม การคมนาคม การขนส่ง การท่องเที่ยว หรือการบริการสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งการเข้าใช้ประโยชน์ต้องได้รับอนุญาตจาก คปก. หากเข้าทำประโยชน์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต้องทำสัญญา แล้วเก็บค่าตอบแทนหรือค่าเช่าตามที่ คปก.กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประกาศฉบับนี้ลงนามเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยก่อนหน้านี้ ร.อ.ได้ลงนามในประกาศ คปก. เมื่อวันที่ 28 ต.ค. เรื่องรายการกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ทั้งนี้ข้อกังขาเกิดขึ้นเนื่องจากประกาศ คปก.ทั้ง 2 ฉบับนั้น ลงนามปลายเดือน ต.ค. แต่ไม่มีการเผยแพร่เอกสารให้ตรวจสอบได้ ต่อมา ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปประชุม ครม.สัญจร จังหวัดภูเก็ต เมื่อต้นเดือน พ.ย. โดยระบุว่าที่ดิน ส.ป.ก.จังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่มีทิวทัศน์สวยงามและผู้ครอบครองเปิดเป็นรีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยว จึงมีนโยบายเก็บค่าเช่าเข้ากองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งจะนำเงินที่ได้ไปพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในที่ดิน ส.ป.ก.ที่อื่นๆ ซึ่งยังไม่สมบูรณ์ รวมทั้งใช้ส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรที่ด้อยโอกาสด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คปก.มีเจตนารมณ์ที่จะจัดระเบียบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งบางพื้นที่มีชุมชนตั้งอยู่ตั้งแต่กรมป่าไม้มอบที่ดินให้ ส.ป.ก.แล้ว เมื่อติดขัดเพราะไม่มีระเบียบเรื่องกิจการที่เกี่ยวเนื่องชัดเจน ทำให้ดำเนินการยาก ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเอื้อกลุ่มทุน เพราะคำจำกัดความของ &amp;ldquo;ชุมชน&amp;rdquo; นั้นกำหนดชัดเจน จากนี้ไปจะกำหนดชุมชนในพื้นที่ ส.ป.ก.ที่มีอยู่เกือบ 10,000 แห่ง ซึ่งไม่ใช่ทุกที่ที่ผู้ครอบครองอย่างผิดวัตถุประสงค์จะได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด&amp;quot; เลขาธิการ สปก.ระบุ
โปร่งใสไม่ปล่อยโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องการจัดสรรที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกินนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาได้สั่งการให้ ส.ป.ก.เร่งออกเอกสารสิทธิให้เกษตรกร และดำเนินการเรียกคืนที่ดินจากนายทุนเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกร และเกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สำหรับประเด็นความกังวลใจว่าประกาศการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่เพิ่งออกมานั้นจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนหรือไม่นั้น นายกฯ ได้กล่าวว่าจะไม่ปล่อยให้มีการทุจริตหรือฉวยโอกาสอย่างแน่นอน และจะติดตามทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการให้สิทธิใช้ที่ดินอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเข้าใจว่า สาระทั้งหมดของประกาศฉบับใหม่ยังคงยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร โดยต้องดูแลทั้งระบบ ให้ครบต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรหลุดจากความยากจน ส่วนเนื้อหาที่ขยายให้ครอบคลุมกิจการที่เป็นการสนับสนุนและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นไปตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่อยากให้อุตสาหกรรมแปรรูปอยู่ใกล้แหล่งผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อีกทั้งสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงที่บางส่วนไม่สามารถนำมาทำการเกษตรได้ บางพื้นที่ก็เป็นแหล่งชุมชนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้กระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ในประกาศ ส.ป.ก.ยังกำหนดไว้ชัดเจนว่า การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดิน ผู้มีอำนาจคือ คณะกรรมการที่ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ผู้แทนภาคเอกชนและเกษตรกร โครงการที่เสนอขออนุมัติต้องแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และ ส.ป.ก.จะได้รับ รวมถึงต้องผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลเสียก่อน ส่วนเรื่องการครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมายที่เป็นคดีความแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จึงไม่เกี่ยวกับประกาศฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประกาศดังกล่าวได้เปลี่ยนมาให้ใช้ประโยชน์ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมหรือหอพัก ย้อนแย้งกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ ทาง ร.อ.ธรรมนัสดูแลอยู่แล้ว ขอให้เขาประชุมกันก่อน ยังไม่ตกผลึก เพราะต้องร่วมกันหลายกระทรวง และมีกระทรวงมหาดไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวทำให้สังคมเกิดคำถามว่าการให้ที่ ส.ป.ก.ตั้งโรงงานหรือเช่าพื้นที่ทำรีสอร์ตได้ ขัดกับเจตนารมณ์ในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งต้องจัดสรรที่ดินเกษตรกรรมให้คนจน คนไร้ที่ดินทำกินหรือไม่ ส่วนการให้เช่าที่ดินไม่มีการกำหนดคุณสมบัติ หรือหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะให้สิทธินายทุนหรือคนกลุ่มไหนเข้าไปใช้ประโยชน์ในแต่ละพื้นที่ จึงขอถามรัฐบาลว่าใครคือคนที่ได้ประโยชน์จากประกาศฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำครั้งนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ยิ่งในวิกฤติทั้งจากโรคระบาดและการบริหารที่ผิดพลาดมาตลอด 6 ปี ที่ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่และเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขก่อน แต่การกระทำกลับสวนทาง เพราะยังเดินหน้าสร้างกลุ่มผลประโยชน์และต่างตอบแทนกันในหลายวาระ จนทำให้ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มนายทุนและเครือข่ายของรัฐบาลนี้ยิ่งทวีมีแต่ความมั่นคง แต่ที่จนลงคือประชาชน ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำจนขยายเพิ่มมากขึ้น&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปก., ธรรมนัส พรหมเผ่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรและสหกรณ์, แก้จนให้เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae997c3045b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “รมช.เกษตรฯ” ยันวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าได้มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รมช.เกษตรฯ&amp;rdquo; แจงภรรยาอดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์เจ้าของบริษัทวัคซีนสัตว์ ไม่เกี่ยวข้องกับกรมปศุสัตว์ ยืนยันวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าได้มาตรฐาน ส่วนวัคซีนที่มีปัญหาเรียกเก็บหมดแล้ว ไม่ได้นำออกมาใช้ พร้อมเร่งแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า คาด 2-3 เดือนสถานการณ์คลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มี.ค. 61 - นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เปิดเผยถึงกรณีข่าว ภรรยาของรองอธิบดีกรมปศุสัตว์รายหนึ่ง เป็นเจ้าของบริษัทวัคซีนสัตว์ ว่าจากการตรวจสอบทราบว่า บุคคลดังกล่าวและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ออกจากกรมปศุสัตว์ไปแล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับกรมปศุสัตว์แล้ว ซึ่งจะไม่มีการสอบสวนย้อนหลัง เนื่องจากได้มีการสอบสวนไปแล้วและไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางกับทางราชการ ส่วนกรณีกระแสข่าววัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้มาตรฐานนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และวัคซีนที่มีปัญหา เป็นวัคซีนตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งมีการเรียกเก็บทั้งหมดแล้ว ไม่ได้นำออกไปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือ การควบคุมดูแลให้โรคพิษบ้าสุนัขคลี่คลาย โดยเชื่อว่าภายใน 2 - 3 เดือนหน้าสถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งหาแนวทางป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในระยะยาว พร้อมทั้งเจรจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดหาพื้นที่ให้กับสุนัขจรจัดและสุนัขไม่มีเจ้าของเพื่อเลี้ยงดูฟื้นฟูและควบคุมจำนวนประชากรด้วยการทำหมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, ลักษณ์ วจนานวัช, วัคซีนสัตว์, เกษตร, เกษตรและสหกรณ์, โรคพิษสุนัขบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab21b0593d2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
