<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย สวมบท ขึงขัง   ขู่!ลงโทษ ส.ส.แหกคอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควันหลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตลอด 4 วัน 4 คืน จบลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ได้รับเสียงส่วนใหญ่จาก ส.ส. &amp;lsquo;โหวตไว้วางใจ&amp;rsquo; ให้ทำหน้าที่ต่อไป ไม่มีใคร &amp;lsquo;ตกเก้าอี้&amp;rsquo; แต่เรื่องราวระหว่างศึกซักฟอก หลังศึกซักฟอกมีเรื่องราวให้ชวนติดตาม พูดถึง กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซีกรัฐบาลเล่นกันแรง โดยเฉพาะใน พรรคพลังประชารัฐ ที่มีกระแสข่าวลืออย่างหนาหู เชื่อมโยงไป &amp;lsquo;ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;rsquo; เลขาธิการพรรคและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ รวบรวม ส.ส.เคลื่อนไหว ล็อบบี้ถึงขั้นจะลงมติ &amp;lsquo;ไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี&amp;rsquo; กันเลยทีเดียว แม้ภายหลังจะเคลียร์ใจกันลงตัว บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ บอกไม่ติดใจ คล้อยหลังไม่นานนัก วันประชุมคณะรัฐมนตรี มีกระแสข่าวเล็ดลอด พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ &amp;lsquo;บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา&amp;rsquo; รมว.มหาดไทย บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ ขมึงตึงต่อธรรมนัส ก็คงต้องตามดูกันต่อไป กลเกมช่วงชิงอำนาจนี้จะจบลงอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ระหว่างอภิปราย ดูจะเสียรังวัดไม่น้อย ผู้อภิปรายส่วนใหญ่ โชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่า คอการเมืองคาดหวัง เนื้อหา ข้อมูลอภิปราย ไม่มีอะไรใหม่ ให้เรียกเสียงฮือฮาได้ มีแค่วาทกรรมรุนแรง เสียดสี ช่วงอภิปราย ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีปมขัดแย้งอะไร &amp;lsquo;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;rsquo; หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกหนังสือส่งไปยัง ส.ส.เพื่อไทย ห้ามโหวตสวนกับมติพรรคอย่างเด็ดขาด ขณะที่ &amp;lsquo;ประเสริฐ จันทรรวงทอง&amp;rsquo; เลขาธิการพรรค คาดโทษล่วงหน้า วันลงมติ ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามขาด ใครฝ่าฝืนโหวตสวน จะถูกลงโทษจากทางพรรคอย่างรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลปรากฏว่า ในวันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ส.ส.เพื่อไทย 7 คน &amp;lsquo;นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ&amp;rsquo; ส.ส.อุตรดิตถ์, &amp;lsquo;นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์&amp;rsquo; ส.ส.ปทุมธานี, &amp;lsquo;น.ส.พรพิมล ธรรมสาร&amp;rsquo; ส.ส.ปทุมธานี, &amp;lsquo;นายธีระ ไตสรณกุล&amp;rsquo; ส.ส.ศรีสะเกษ, &amp;lsquo;นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์&amp;rsquo; ส.ส.ศรีสะเกษ, &amp;lsquo;นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร&amp;rsquo; ส.ส.นครนายก, &amp;lsquo;นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ&amp;rsquo; ส.ส.อุบลราชธานี ฝ่าฝืนมติพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้งานนี้ จะไม่มีใครแหกคอกรุนแรง โหวตไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ท่าทีของ 3 ส.ส.ที่ไม่เข้าร่วมในการโหวต กับอีก 4 คน ที่ไม่โหวตตามมติพรรค และมีส.ส.บางคนกล่าวให้ร้ายต่อพรรค ทำให้พรรคเสียหาย เป็นเหตุให้บิ๊กเพื่อไทยควันออกหู เตรียมงัดมาตรการขั้นเด็ดขาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนการสืบสวน หาข้อเท็จจริง ให้เวลา ส.ส.ทั้ง 7 คน ที่นาทีนี้ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา เข้าชี้แจงทางวาจา หรือแสดงข้อมูลหลักฐานเป็นเอกสาร กรณีผู้ที่ไม่มาร่วมโหวต เนื่องจากเจ็บป่วยกะทันหัน ติดโควิด โรคหัวใจ ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนนั้น จะมีการสืบสวนเชิงลึก ตรวจสอบอย่างเข้มข้นอีกครั้งจากคณะกรรมการวินัยจริยธรรมของพรรค และคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลอภิปรายของพรรค จะฟังขึ้นหรือไม่ โดยขีดเส้นให้มาชี้แจงภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการไต่สวน สืบหาข้อเท็จจริง ที่หลังจากนั้น สัปดาห์หน้าคงจะได้รู้ผลแล้วว่า บทลงโทษจากทางพรรคที่มีต่อ ส.ส.แต่ละคน จะออกมาเป็นอย่างไร บทลงโทษตามข้อบังคับพรรค &amp;lsquo;เบาไปหนัก&amp;rsquo; ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ขับออกจากสมาชิกพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ผลการสอบ ผลสรุปยังไม่ออกมา มีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมา 3 ส.ส.จะโดนลงโทษสถานหนัก ประกอบด้วย นพ.จาตุรงค์, น.ส.พรพิมล, นายศรัณย์วุฒิ ตามที่ทางพรรคอ้างว่ามีข้อมูลเชิงลึก ค่อนข้างชัดเจน เอาผิด ส.ส.แต่ละคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย สวมบท มาดเข้ม หลังจากปล่อยปละมานาน เกิดกรณี ส.ส.ของพรรค ลองของ โหวตสวนกับพรรคมานานตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจปี 2563 การลงมติต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี และการอภิปรายไม่ไว้วางใจปี 2564&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวในอดีต เพื่อไทย ทำท่าจะเล่นงานอย่างเด็ดขาด แต่ก็ปล่อยเรื่องราวเนิ่นนานผ่านมา จนเกิดการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะหย่อนยานในการจัดการ อะลุ้มอล่วยจนเกินไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งวดนี้ เพื่อไทย ขึงขัง เตรียมจัดการ เอาจริงเอาจัง พวกฝ่าฝืนมติพรรค จัดประเภท พวกโหวตไม่เป็นไปตามทิศทางพรรค กาหัวเป็นพวกงูเห่า ทว่างูไม่แสดงตัว ยังแอบแฝงในพรรค จะจัดการอย่างไร.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116105</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, เพื่อไทย สวมบท ขึงขัง   ขู่!ลงโทษ ส.ส.แหกคอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138ce0cf1792.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.เกษมราษฎร์บางแค  เปิดจองวัคซีน Moderna 2,000 เข็ม วันพรุ่งนี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าว รายงานว่า &amp;nbsp;โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค &amp;nbsp;เปิดรับจอง วัคซีน Moderna ผ่านช่องทาง online &amp;nbsp;โดยลงทะเบียนผ่าน link นี้
https://forms.gle/goESUxceJqCNza3i9
โปรดตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน กรณีกรอกข้อมูลไม่ครบทางโรงพยาบาลขออนุญาติตัดสิทธิ์?
เริ่มจองวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม เวลา 09.00น. เท่านั้น ‼️ จำนวน 2,000 เข็ม
กรณียอดจองเต็มแล้ว ขออนุญาตปิดสิทธิ์การจองให้สิทธิ์ผู้ที่ทำการโอนเงินก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112547</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองฉีดวัคซีนโมเดอร์น่า, บางแค, รพ.เกษมราษฎร์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f50b85e7915.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพื้นฐานก่อนเลือกตั้ง &quot;อบต.&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพัทยา ที่ก่อนหน้านั้นมีการคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ แต่ดูเหมือนเวลานี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อบต.เป็นหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มีฐานะเป็นนิติบุคคลและราชการส่วนท้องถิ่น จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.2538 และมีฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาต่อมา พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ส่งผลให้มีการกระจายอำนาจสู่องค์กรประชาชนในระดับตำบลอย่างมาก โดยได้ยกฐานะสภาตำบลซึ่งมีรายได้ตามเกณฑ์คือ มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกัน 3 ปี เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 บาท ขึ้นเป็น อบต. กล่าวได้ว่าการจัดตั้ง อบต.นี้เป็นผลผลิตหนึ่งของกระแสของสังคมที่ต้องการจะปฏิรูปการเมือง ดังนั้น อบต.จึงเป็นมิติหนึ่งของความพยายามในการปฏิรูปการเมืองโดยการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง อบต.มีความสำคัญต่อท้องถิ่นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบท องค์การบริหารส่วนร่วมในการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อบต.ในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง มีส่วนสำคัญยิ่งในการทำให้ประชาชนในชนบทได้มีโอกาสในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ต้องการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมี อบต.ก็ต้องมีโครงสร้าง ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยโครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบลตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 ประกอบด้วยสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมีสมาชิกสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล แยกจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของสภา อบต. ซึ่งตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 กำหนดให้สภา อบต.ประกอบด้วยสมาชิกสภา อบต. ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง หมู่บ้านละ 2 คน ในกรณีที่ อบต.ใดมี 1 หมู่บ้าน ให้หมู่บ้านนั้นเลือกสมาชิกสภา อบต.จำนวน 6 คน และในกรณีที่ อบต.ใดมี 2 หมู่บ้าน ให้องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นมีสมาชิกสภา อบต.หมู่บ้านละ 3 คน โดยทำหน้าที่ดังนี้ 1.ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบลเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล 2.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะผู้บริหารให้เป็นไปตามนโยบายและแผนพัฒนาตำบลตาม (1) และกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ 4.เลือกประธานสภา รองประธานสภา และเลขานุการสภา อบต. 5.รับทราบนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก่อนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเข้ารับหน้าที่ และรับทราบรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้แถลงไว้ต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นประจำทุกปี 6.ในที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีสิทธิ์ตั้งกระทู้ถามต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7.สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจในการเสนอบัญญัติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาเกี่ยวกับการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลโดยไม่มีการลงมติได้ และ 8.สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจในการเลือกปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคนใดคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและ อบต. (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 นี้ ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญจากฉบับเดิม โดยเฉพาะสภา อบต.ที่กำหนดให้จำนวนสมาชิก อบต.เหลือเพียงหมู่บ้านละ 1 คน โดยให้เขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง หากหมู่บ้านใดมีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน หาก อบต.ใดมีเพียง 1 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิก 6 คน หากมี 2 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกหมู่บ้านละ 3 คน หากมี 3 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกหมู่บ้านละ 2 คน หากมี 4 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกหมู่บ้านละ 1 คน และ 2 หมู่บ้านที่มีประชากรมากเพิ่มอีกหมู่บ้านละ 1 คน และหากมี 5 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกหมู่บ้านละ 1 คน และอีก 1 หมู่บ้านที่มีประชากรมากที่สุดเพิ่มอีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและการกระทำการอันต้องห้าม ของสมาชิก อบต. และนายก อบต. นายก อบต. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระไม่ได้ ในกรณีที่นายก อบต.ดำรงตำแหน่งไม่ครบระยะเวลา 4 ปีก็ให้ถือเป็น 1 วาระ และเมื่อได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้วจะดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้บริหาร อบต. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญา หรือกิจการที่กระทำกับหรือให้แก่ อบต.นั้น หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่ อปท.อื่น และคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอื่นตามกฎหมายเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านอำนาจหน้าที่และประเภทรายจ่ายของ อบต.กำหนดให้ อบต.มีอำนาจหน้าที่รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย การดูแลการจราจร นอกจากนี้มีอำนาจหน้าที่จัดการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการฝึกอบรมให้แก่ประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทางที่เสนอแนะจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นอกจากนี้จะนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อการฝึกอบรมหรือดูงานในต่างประเทศของผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นจะกระทำมิได้ ยกเว้นที่มีข้อตกลงหรือความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับขั้นตอนก่อนที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง อบต. โดยก่อนจะประกาศให้มีการเลือกตั้ง อบต.เป็นดังนี้ 1.ต้องมีการประชุมเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กระทรวงมหาดไทยก่อน โดยมีผู้แทนของ กกต.และผู้แทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในการประชุม 2.เมื่อมีการประชุมเรียบร้อยแล้ว จะนำเรียนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบก่อน 3.ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบก็จะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.เมื่อ ครม.เห็นชอบก็จะส่งต่อไปที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมประกาศให้มีการเลือกตั้ง 5.ประธาน กกต.จะใช้อำนาจตามมาตรา 142 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบต.จะต้องพ้นตำแหน่งตั้งแต่วันที่ประกาศให้มีการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อการเลือกตั้ง อบต.ต้องเลื่อนเวลาออกจากที่ควรจะเป็น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และพัทยา ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปลายปีนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะทอดยาวไปถึงปี 2565 ส่วนจะเป็นช่วงต้นปี หรือกลางปี ต้องรอดูสัญญาณการสั่งให้มีการเลือกตั้ง อบต.จากที่ประชุม ครม.ก่อนว่า จะให้ดำเนินการเลือกตั้งได้เมื่อใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, ปูพื้นฐานก่อนเลือกตั้ง &quot;อบต.&quot;, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb55dc76fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ปั๊ด&#039; สั่งเข้มปราบพนันฟุตบอล  คาดโทษ ตร.นอกแถวฟันวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในประเทศ และไม่มีท่าทีที่จะหยุดการแพร่ระบาด ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่หลัก 2 พันคนบวกมานานกว่า 2 เดือน ผู้เสียชีวิตพุ่งเป็นเงาตามตัว หลายพื้นที่หลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวัง พิษโควิดระลอก 3 ทำลายเศรษฐกิจทุกภาคส่วนราบเป็นหน้ากลอง&amp;nbsp; สถานประกอบการ ร้านค้า เจ๊งกันระเนนระนาด นอกจากเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิต พิษเศรษฐกิจยังทำให้หลายคนเลือกจบชีวิตตัวเอง ผู้คนตกงาน ไร้อาชีพหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ต่างตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า เครียด หาทางออกไม่เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมองไปที่ฟากฝั่งการเมืองก็อึมครึมไม่แพ้กัน เมื่อ&amp;nbsp; &amp;quot;วัคซีน&amp;quot; ที่เป็นทางเดียวในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส รัฐบาลกลับบริหารผิดพลาดมหันต์ในการนำเข้าวัคซีน รพ.ทั่วประเทศต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป ถึงแม้จะโปรยยาหอมยืนยันมีวัคซีนให้ประชาชนได้ตามที่กำหนดไว้ 100 ล้านโดสก่อนสิ้นปี เมื่อคำนวณแล้วต้องฉีดวัคซีนให้ได้เกือบ 4 แสนโดสต่อวัน ซึ่งสวนทางกับวัคซีนที่มีอยู่ เท่าที่สำรวจตัวเลขพบว่ามีเพียงวันเดียวที่สามารถฉีดได้ถึง 4 แสนโดสต่อวัน คือวันที่ 7 มิ.ย.ที่รัฐบาลประกาศ &amp;quot;ปูพรมฉีดทั่วประเทศ&amp;quot; จากนั้นยอดก็ลดลงทุกวัน บางหน่วยได้วัคซีนเพียง 1 โดส คำถามคำโตๆ จึงพุ่งไปที่รัฐบาลกำลังทำอะไรกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในสภาวะตึงเครียดก็ยังพอมีช่องให้ผ่อนคลาย เมื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหกรรมฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้าย ให้ได้ชมฟรีครบ 51 แมตช์การแข่งขัน&amp;nbsp; ผ่านทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ (เอ็นบีที) ซึ่งเป็นการปิดดีลแบบกระชั้นชิดที่คอบอลทั่วประเทศต่างเฝ้ารอว่าจะมีการถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีหรือไม่ เมื่อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดเป็นของยูฟ่า มีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ด้วยสถานการณ์โควิดที่ทำให้ภาคเอกชนต่างยกมือบ๊ายบาย ไม่มีใครสนใจที่จะลงทุนเพราะรู้ว่าซื้อลิขสิทธิ์มาก็มีแต่เจ็บตัว กระทั่งก่อนถึงวันฟาดแข้งเมื่อดีลรัฐบาลกับนักธุรกิจส่งออกรองเท้า &amp;quot;แอโร่ซอฟต์&amp;quot; นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด บรรลุ เจ้าของบริษัทส่งออกรองเท้ายอมควักกระเป๋าแต่เพียงผู้เดียวซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโรให้คนไทยได้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟุตบอลเป็นกีฬาสากลคนทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ และการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโรครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ผู้ที่สนใจในเกมลูกหนังได้ผ่อนคลายจากความเครียดของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หรือเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย แต่แน่นอนว่าการแข่งขันฟุตบอลย่อมควบคู่กับการเล่นพนัน ต่างประเทศมีการจดทะเบียนบริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมาย แต่ประเทศไทยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย บนดินทำไม่ได้ก็ต้องทำใต้ดิน มีการลักลอบเปิดรับแทงพนันฟุตบอลกันเป็นจำนวนมาก จับอย่างไรไม่มีวันหมด เมื่อธุรกิจสีเทามีมูลค่าร้อยล้าน พันล้าน จนแตะหมื่นล้าน ใครก็อยากได้ส่วนแบ่งนี้ มีทั้งนักธุรกิจ&amp;nbsp; นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นยันปลายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ง่ายต่อการเข้าถึงพนันออนไลน์ เพียงมีสมาร์ทโฟนก็สามารถเข้าถึงแหล่งพนันได้ ทำธุรกรรมการเงินผ่านไอแบงกิง เว็บพนันออนไลน์เกลื่อนในโลกโซเชียล แต่ละเว็บผุดโปรโมชันแข่งขันลดแลกแจกแถม เรียกลูกค้าจนหลงเข้าไปในวงจรอุบาทว์ กลายเป็นทาสพนันสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละครั้งหลังมหกรรมฟุตบอลยูโรหรือบอลโลก ปัญหาอาชญากรรมที่ประสงค์ต่อทรัพย์จะเพิ่มสถิติสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์คือทาสพนันลงมือก่อเหตุเพื่อหาเงินใช้หนี้พนัน และอีกอาชีพที่เกิดตามมาคือ &amp;quot;นักทวงหนี้&amp;quot; ไล่ล่าลูกค้าจอมชักดาบ ทาสพนันต้องหนีหัวซุกหัวซุน บางรายถึงกับต้องจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีหนี้พนัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเข้มงวดตรวจสอบ ป้องกันการลักลอบเล่นการพนันฟุตบอล ลักลอบเปิดโต๊ะพนันฟุตบอลในพื้นที่ต่างๆ และพนันทางออนไลน์ พร้อมทั้งสั่งการให้เข้มงวดในการป้องกัน สืบสวนและจับกุมลักลอบการเดินทางเข้าออกประเทศเพื่อเล่นการพนันตามแนวชายแดน ที่เป็นสาเหตุเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อไม่ให้ปัญหาที่เคยเกิดมาแล้วต้องฉายซ้ำอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หัวเรือใหญ่ &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เด้งรับนโยบาย โดยมีหนังสือสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp; 1-9 กองบัญชาการสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีมาตรการเฝ้าระวังสืบสวนจับกุมปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันและบ่อนการพนันทุกรูปแบบ ทุกช่องทางอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานประสานกับหน่วยงานร่วมปฏิบัติออกตรวจสถานประกอบการ แหล่งมั่วสุมที่สุ่มเสี่ยง และการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิดตามคำสั่งประกาศของจังหวัดในทุกพื้นที่ พร้อมกำชับข้าราชการตำรวจทุกนายไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดลักลอบหลบหนีเข้าเมือง&amp;nbsp; ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน การเป็นผู้เล่นมีส่วนได้เสียหรือเรียกรับผลประโยชน์ หากพบการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการทั้งอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิด อย่าให้ออกนอกลู่นอกทางไปในทางที่เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือศูนย์ PCT ที่มี &amp;quot;บิ๊กเด่น&amp;quot; พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ที่มีอำนาจขอบเขตหลายหน้างานในการสืบสวนจับกุมทั่วราชอาณาจักร โดยเฉพาะพนันออนไลน์ ฉ้อโกงประชาชน สืบสวนขยายผล ใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ขุดรากถอนโคน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเซิร์ฟเวอร์เว็บพนันบอลเหล่านั้นส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ&amp;nbsp; ยากที่จะเอาผิด กฎหมายเอาผิดได้เฉพาะขบวนการปลายแถว แต่นายทุนใหญ่ยังเสวยสุขนั่งนับแบงก์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โต๊ะพนันฟุตบอล หรือบ่อนพนันบอลออนไลน์ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะทำอยากจะเปิดก็ทำได้ ถ้าไม่มีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีคอนเนกชันกับนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล&amp;nbsp; โดยเฉพาะตำรวจซึ่งเป็นด่านแรกที่นายทุนต้องมาเคาะประตูเจรจาทำความรู้จัก หรือถ้าเจ้ามือแบ็กใหญ่ พื้นที่ต้องคอยอำนวยความสะดวกให้เพื่อผลประโยชน์ที่ลงตัว หากติดขัดหมายถึงต้องกระเด็นออกจากพื้นที่ ถึงแม้ผลประโยชน์ราคาค่างวดธุรกิจแบบนี้จะไม่มีใบเสร็จตรวจสอบไม่ได้ แต่ก็รู้ๆ กันอยู่ เช่นเดียวกันกับการซื้อขายตำแหน่งที่ตำรวจยืนกระต่ายขาเดียวไม่มีการซื้อเก้าอี้ แต่ตำรวจที่อกหักจ่ายเงินแล้วพลาดเก้าอี้ออกมาแฉกันเอง หรือแม้กระทั่งเจ้าพ่อบ่อนภาคตะวันออก &amp;quot;หลงจู๊สมชาย&amp;quot; ที่ใช้เงินซื้อตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดบ่อนในพื้นที่ จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบกว่า 200 นาย ตั้งแต่ &amp;quot;พล.ต.ท.-ส.ต.ต.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.ที่เป็นผู้นำองค์กรน้ำดีคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ผู้นำองค์กรตำรวจ&amp;nbsp; ต้องเคร่งครัดตรวจแถวผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ออกนอกลู่นอกกรอบ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อคนในองค์กรมีกว่า 2 แสนคน มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ กฎระเบียบ ข้อบังคับ ตัวบทกฎหมาย บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถบริหารจัดการทั้งป้องกันและปราบปราม เนื้อร้ายที่คอยกัดกินองค์กรก็ต้องตัดทิ้ง&amp;nbsp; อย่าให้ต้นทุนตำรวจต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่ แล้วความศรัทธา ความเชื่อมั่นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106625</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ผบ.ปั๊ด&#039; สั่งเข้มปราบพนันฟุตบอล  คาดโทษ ตร.นอกแถวฟันวินัย-อาญา, กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0e9035e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงสะท้อน&#039;แผนฉีดวัคซีน&#039;  ดันรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังกรณีดรามาการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; (กทม.) ซึ่งทำให้หลายโรงพยาบาลต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป ทำให้ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องออกโรงเองในการพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม.และฝ่ายสาธารณสุข พร้อมสั่งให้ สธ.กับ กทม.จับมือแถลงข่าวสยบรอยร้าวทันทีที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และให้การเดินหน้าฉีดวัคซีนที่เป็นวาระแห่งชาติเดินต่อไปได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากปัญหาเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนให้เพียงพอกับประชาชนที่ลงทะเบียนในหลายช่องทางแล้ว รัฐบาลยังต้องสร้างความเชื่อมั่นด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน ควบคู่กับการดูแลผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการสกัดข่าวปลอมในเรื่องวัคซีนที่ระบาดหนักด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ลุยเก็บผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นมา ในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 และได้มีการรายงานให้นายกฯ และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)&amp;nbsp; รับทราบเป็นระยะ เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลฯ นำไปใช้ในการติดตามประเมินผล และวางแผนบริหารจัดการวัคซีนให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ และสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ลดความสับสนของข้อมูลข่าวสารการให้บริการฉีดวัคซีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งการกำหนดนโยบาย มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสัมภาษณ์สมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ครัวเรือนละ 1 คน&amp;nbsp; ได้จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 46,000 คน มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเสียงสะท้อนของประชาชนในเรื่องวัคซีนคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนร้อยละ 75.2 ต้องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ต้องการฉีดและพร้อมที่จะฉีดวัคซีนร้อยละ 47.7 และผู้ต้องการฉีดแต่ขณะนี้ยังไม่พร้อมฉีดวัคซีนร้อยละ 27.5 ส่วนร้อยละ 5.5 ฉีดวัคซีนแล้ว ขณะที่ร้อยละ 19.3 ไม่ต้องการฉีดวัคซีน โดยให้เหตุผล 5&amp;nbsp; อันดับแรก คือ กลัวผลข้างเคียง ไม่เชื่อมั่นว่าวัคซีนจะสามารถป้องกันได้ มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย เช่น โรคประจำตัว สามารถป้องกันตัวเองได้ และไม่มีข้อมูลหรือข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับวัคซีนที่ประชาชนต้องการฉีดมากที่สุด 5&amp;nbsp; อันดับแรก คือ วัคซีนตามที่รัฐบาลจัดหาให้ ร้อยละ 54.6&amp;nbsp; ได้แก่ วัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ ร้อยละ 12.5 วัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา ร้อยละ 3.0 วัคซีนยี่ห้อจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ร้อยละ&amp;nbsp; 2.5 และวัคซีนยี่ห้อซิโนแวค ร้อยละ 0.9 เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่ามี 6 จังหวัดที่มีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้ว และผู้ที่พร้อมจะฉีดวัคซีนสูงกว่าร้อยละ 70 ได้แก่ ภูเก็ต ตรัง&amp;nbsp; ระนอง บุรีรัมย์ ชลบุรี และนนทบุรี ขณะที่กรุงเทพมหานคร และอีก 70 จังหวัด ที่รัฐควรกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีน และไม่พร้อมที่จะฉีดวัคซีนหันมาฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่าร้อยละ 70 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประชาชนร้อยละ 45.3 มีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่รัฐบาลให้บริการแก่ประชาชน ขณะที่ร้อยละ 54.7 ไม่เชื่อมั่น โดยให้เหตุผลว่า กลัวผลข้างเคียงร้อยละ 41.3 วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่รัฐบาลจัดหาให้ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าวัคซีนที่จะเลือกใช้เองร้อยละ 7.0 ได้รับข้อมูลข่าวสารของวัคซีนที่มีความขัดแย้งกันร้อยละ 5.7 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนการให้เงินชดเชยเป็นหลักประกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ถือว่ามีผลต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีน โดยประชาชนให้เหตุผลที่สำคัญว่า ไม่คุ้มกับการสูญเสีย ไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินชดเชยดังกล่าว และค่าชดเชยยังไม่เพียงพอ เป็นต้น ทั้งนี้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และลดความสับสนของข่าวสารการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชน โดยให้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ หรือผู้มีวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้นำเสนอประโยชน์ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากการสำรวจดังกล่าว สำนักงานสถิติแห่งชาติมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ควรประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีนและผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน ด้วยพรีเซนเตอร์ที่มีความรู้ ประสบการณ์&amp;nbsp; หรือผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม ประชาชน รวมทั้งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชน ทั้งผู้ที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีนและผู้ที่ยังไม่พร้อมฉีด เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นวัคซีนใหม่จึงทำให้ประชาชนเกิดความกังวลในด้านความปลอดภัยของวัคซีนเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันควรตรวจสอบและสกัดกั้นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือบิดเบือนจากความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว ควรมีหน่วยงานเพียงหน่วยงานเดียวเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร และชี้แจงขั้นตอนการเข้าถึงวัคซีนที่ชัดเจนเพื่อลดความสับสนของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่สำรวจนี้ทำให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ได้รับทราบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับไปดำเนินการ เพื่อให้แผนการบริหารจัดการวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเพื่อลดความสับสนของข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นมากในช่วงนี้ด้วย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, เสียงสะท้อน&#039;แผนฉีดวัคซีน&#039;  ดันรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8c4bcee7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมรัฐบาลเสียงแตก  ส่อเค้าปิดสวิตช์สภาสูงล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ฉะนั้นระหว่างอาทิตย์นี้พรรคการเมืองที่เคยประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยื่นร่างต่อประธานรัฐสภาแล้ว ล่าสุด ชวน หลีกภัย เปิดเผยว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ประสานมาคร่าวๆ ว่าจะยื่นในวันที่ 15 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ยังอืดเป็นเรือเกลือ ใกล้จะมีการประชุมร่วม ส.ส.และ ส.ว.แล้ว ก็ยังไม่ระบุวันยื่นร่างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝ่าย ประชาธิปัตย์ ระบุไว้ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ว่า ทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันในหลักการ มีการปรับแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งวันศุกร์ที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดชัดว่า &amp;ldquo;เรามีร่างฯ ของเราอยู่แล้ว ยืนยันไม่มีเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เสนอมาเราก็โหวตแบบใบเดียว จะแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ 5 ปีนั้น กว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสร็จก็ใกล้หมดวาระพอดี ตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงครึ่งหลังแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ อาจเป็นไปได้ที่ทำให้การนำเสนอร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาลชะงัก ชักช้า เพราะถ้าขาดเสียง ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย จำนวน 62 เสียง ก็จะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมาตรา 256 กำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แก่ 1.คณะรัฐมนตรี 2.ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้มี ส.ส.จำนวน 483 คน หมายความว่า หากจะเสนอร่างแก้ไขต้องมีเสียงร่วมเสนอ 97 คนขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ส.ส.และ ส.ว.รวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสองสภา และ 4.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายความว่าลำพังพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะมี ส.ส.เพียง 52 คน ถ้าขาดเสียงของพรรคภูมิใจไทยในการร่วมลงชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอันจบเห่ ยกเว้นแต่เพียงว่าจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรคฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขแยกเป็นแต่ละเรื่อง ทำให้พรรคเสนอ 6 ร่าง เพื่อป้องกันว่า หากสมาชิกรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับประเด็นใด ก็ให้ตกเฉพาะฉบับนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผิดจากของพรรคพลังประชารัฐที่รวมทุกประเด็นไว้ในฉบับเดียวกัน ถ้าสมาชิกไม่เห็นด้วยกับประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ย่อมทำให้ประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในฉบับเดียวกันตกไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข 6 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างฉบับที่หนึ่ง เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน เช่น สิทธิชุมชน สิทธิในที่ดินทำกิน ประชาชนในแผ่นดินนี้ควรได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่างฉบับที่สอง เป็นเรื่องระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน จากเขตเลือกตั้ง และ 100 คน จากบัญชีรายชื่อ โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนกระบวนการคำนวณสัดส่วนคะแนนนั้นจะให้มีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่างฉบับที่สาม เกี่ยวกับอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา เชื่อมโยงกับการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการเตรียมร่างไว้จากเดิมที่มีการเสนอบัญชีนายกฯ ไว้ ได้ปรับแก้ว่าบุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา จะต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีที่เสนอจากพรรคการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะถือว่าได้ผ่านการตรวจสอบ และผ่านการเลือกจากประชาชนมาแล้วส่วนหนึ่ง และมาตรา 272 ไม่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่างฉบับที่สี่ เป็นกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่ผ่านวาระ 2 ไปแล้ว คือ ตัดอำนาจของวุฒิสมาชิกออกในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 จำนวน 1 ใน 3 ออก และใช้จำนวนสมาชิก 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่างฉบับที่ห้า ในเรื่องการดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. รัฐธรรมนูญมาตรา 236 กำหนดว่า ให้ ส.ส. หรือสมาชิกรัฐสภา ยื่นเรื่องไปให้ประธานรัฐสภา และให้ประธานรัฐสภาวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเห็นด้วยจะส่งดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งหากเราต้องการให้การตรวจสอบการทุจริตเป็นไปอย่างเข้มข้น ไม่ควรกำหนดเป็นเช่นนี้ แต่ควรเปลี่ยนเป็นว่า ยื่นดำเนินคดี ป.ป.ช.ต่อประธานรัฐสภา แต่ประธานรัฐสภาจะเป็นเพียงคนกลางในการส่งต่อไปยังศาล แล้วให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยต่อไป และร่างฉบับที่หก เป็นร่างที่เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่า ร่างฉบับที่สามของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะมีปัญหา เพราะขณะนี้ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัดไม่ขอเกี่ยวข้อง จะมีก็แต่ฝ่ายค้านที่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น จับตาผลการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c73f66ea665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่าพายุซักฟอกงบฯ  กองทัพใน3ปีข้างหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทุกเหล่าทัพกำหนดมาตรการในการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มข้น เพราะไม่ต้องการตกเป็นจำเลยในข้อหา ซูเปอร์สเปรดเดอร์ จุดเริ่มต้นกระจายเชื้อเหมือนการแพร่ระบาดในระลอกแรก ในขณะที่ภารกิจประจำยังคงเดินหน้าต่อไป ที่เพิ่มเติมคือภารกิจการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ขณะนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารทาง ไลน์กลุ่ม ตอกย้ำภาพภารกิจของเหล่าทัพที่เพิ่มปริมาณและถี่ขึ้นในแต่ละวัน โดยมีภาพจากหน่วยต่างๆ ในทุกกองทัพภาค จัดส่งเข้ามาผ่านการกลั่นกรอง ก่อนส่งให้สื่อ ในขณะที่การแถลงข่าวจะใช้เป็นการแจกเอกสารข่าวทางช่องทางไลน์ เน้นข่าวบวก เสริมสร้างภาพลักษณ์ และแทบจะไม่มีการสื่อสารแบบสองทาง หรือเปิดโอกาสให้ถามตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งเหล่าทัพตีกรอบตัวเองในการงดให้ความเห็นทางการเมือง แต่การเมืองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง และจับกองทัพมาเป็นเป้าในการโจมตี โดยเฉพาะในสมรภูมิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปี 2564 รวมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่พาดพิงกองทัพ การเลือกที่จะไม่ชี้แจงโดยเชื่อว่าเมื่อนานไปเรื่องก็เงียบ ยังเป็นแบบธรรมเนียมที่ถูกฝังหัว และยากที่จะเปลี่ยนกรอบคิดเหล่านี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในเนื้อหาของการอภิปรายงบประมาณฯ ที่กองทัพกลายเป็นเป้าใหญ่ที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะการที่ถูกโจมตีว่า เป็นการตัดงบประมาณ แต่ตัดไม่สุด ทำให้เห็น ส.ส.ที่วิพากษ์ทหาร รุกไล่รีดงบจากกองทัพออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิดให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ ถูกมองว่าไม่มีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภัยคุกคามจากสงครามขนาดใหญ่ในรอบประเทศเรายังไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น ทำให้ปี 63-64 กองทัพเรือ (ทร.) ซึ่งเป็นเหล่าทัพที่ซื้อ &amp;ldquo;ของชิ้นใหญ่&amp;rdquo; ต้องเฉือนงบการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 ออกไป (งบตั้งโครงการในปีแรก) บวกกับงบโครงการอื่นรวมแล้วกว่า 7.8 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ในขณะที่พระราชบัญญัติงบประมาณปี 2565 กองทัพเรือที่ไม่สามารถตั้งโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลได้ ส่วนใหญ่พัฒนากองทัพฯ จึงไปตกอยู่ที่ &amp;ldquo;เงินงวดผ่อนของ&amp;rdquo; ในสองโครงการใหญ่ ทั้ง &amp;ldquo;เรือดำน้ำจีน-เรือฟริเกตเกาหลี&amp;rdquo; โดยต้องจัดสรรงบประมาณซ่อมบำรุง เพื่อยืดอายุใช้งานยุทโธปกรณ์แบบอื่นให้สามารถดำรงความพร้อมได้ในระดับต่ำ ซึ่งในแต่ละปี ทร.น่าจะเป็นเหล่าทัพที่ต้อง &amp;ldquo;กลืนเลือด&amp;rdquo; และใช้งบอย่างระมัดระวังที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ทางด้าน กองทัพอากาศ (ทอ.) ที่มีการจัดทำสมุดปกขาวเผยแพร่แผนพัฒนากองทัพในช่วง 10 ปีอย่างโปร่งใส จะเห็นได้ว่าในช่วง 1-2 ปี นี้ ทอ.ต้องจัดหาเครื่องบินรบหลักทดแทนฝูง 102 ที่ใกล้ปลดประจำการ รวมไปถึงการริเริ่มโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ เพื่อใช้ทดแทน C-130 ที่ปฏิบัติภารกิจใน ทอ.และหน่วยราชการอื่น อย่างเต็มขีดความสามารถมาหลายทศวรรษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;แต่ดูเหมือนว่าโครงการระดับ &amp;ldquo;หมื่นล้าน&amp;rdquo; จะไม่ถูกผลักดันออกไปให้สังคมเกิดคำถาม การปรับตัว และการวางแผนรับมือโดยใช้วิธี &amp;ldquo;ผ่อนหนัก-ผ่อนเบา&amp;rdquo; จากยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ในหน้าตักทั้งหมด ด้วยการซ่อมบำรุง ยืดอายุการใช้งาน ถนอมชั่วโมงการใช้งาน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ทอ.ก็ได้จัดหายุทโธปกรณ์ค่อนข้างเป็นไปตาแผนงานแล้ว รวมไปถึงการเสริมสร้างองค์ความรู้ จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศผู้ผลิตที่เราได้จัดหายุทโธปกรณ์เข้ามา ก็เชื่อว่า ทอ.จะเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;สำหรับ กองทัพบก (ทบ.) นับได้ว่ามีการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับหน่วยทหารราบ ทหารม้า และหน่วยบินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดหารถเกราะ รถถัง รวมไปถึงเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้งานทางด้านยุทธการและธุรการอยู่ในจำนวนที่ไม่กระทบนัก และไม่ต้อง &amp;ldquo;จัดซื้อใหม่&amp;rdquo; ในห้วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ทั้งเฮลิคอปเตอร์ &amp;ldquo;แบล็กฮอล์ก&amp;rdquo; ที่จัดหามาเป็นระยะๆ เลยไปถึงเฮลิคอปเตอร์ รุ่นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น MI-17 หรือเฮลิคอปเตอร์จากค่ายยุโรป ที่จัดหาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงรถเกราะ BTR จากยูเครน, Stryker จากสหรัฐ, VN-1 จากจีน, VT-4 รถถังจากจีน จะเหลือแค่เฮลิคอปเตอร์โจมตี ที่เหลืออายุใช้งานอีกไม่มากนัก และอาจต้องเตรียมในการจัดหา หากสถานการณ์งบประมาณดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ดูในภาพรวมแล้ว การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพที่แม้จะไม่ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็นับได้ว่ายังเป็นไปตามแผน&amp;nbsp; นับแต่ปี 2549 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหารที่มาจากการรัฐประหาร หรือแม้กระทั่งรัฐบาลพลเรือน ในช่วงที่ &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot;&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot;&amp;nbsp; เป็นนายกฯ รัฐบาลก็ไม่ค่อยแตะงบกองทัพมากนัก การตัดงบในขั้นของสำนักงบประมาณ และขั้นกรรมาธิการก็เป็นไปตามธรรมเนียม หรือมีปัญหาภายในกองทัพเอง ที่ต้องการยกเลิกบางโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ดังนั้น หลังสถานการณ์ของประเทศในช่วงโควิด-19 ประเทศยังต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจไปซักพัก ก็เชื่อว่ากองทัพยังดำรงสภาพความพร้อมด้านอาวุธได้&amp;nbsp; โดยไม่เดือดร้อน แต่สิ่งที่ทุกเหล่าทัพคงต้องตระหนักก็คือ การรุกของ &amp;ldquo;ฝ่ายการเมือง&amp;rdquo; ที่ต้องการลดงบประมาณกลาโหมอย่างถาวร และต้องการให้กองทัพเป็นหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ส่วนหนึ่งด้วยการ รีดไขมัน ลดส่วนเกินจากการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย จากวัฒนธรรมที่ปลูกรากฝังลึกกันมา ไม่ว่าจะเป็นระบบสวัสดิการที่หน่วยงานอื่นไม่มี เลยไปถึงแบบแผน อภิสิทธิ์ชน ที่เข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ที่หน่วยต้องได้รับ ยังไม่นับการทวงถามเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปงบประมาณ ในส่วนของงบประจำที่เป็นงบเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ที่กินอัตราส่วนงบประมาณกระทรวงกลาโหมในภาพรวมไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ที่กระทรวงกลาโหมเองก็มีแผนในการปฏิบัติว่า ในอีก 9 ปี ต้องลดบุคลากรลงไปให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้านับรวมเหล่าทัพที่มีกำลังพลกว่า 3 แสนนาย โดยกองทัพบกมีมากถึง 2 แสนนาย ก็ต้องลดถึง 3 หมื่นนาย ซึ่งปฏิเสธว่าแนวทางการยุบหน่วยที่มีความซ้ำซ้อนเป็นไปได้สูง โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงกว่า 10 ปี มีการอนุมัติจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 กับกรมทหารม้าที่ 3 โดยใช้การเกลี่ยอัตราเป็นส่วนใหญ่แล้วก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณ ที่ได้รับการจัดสรรในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ที่ยังมีงบผูกพันในการจัดซื้ออาวุธในปีก่อน น่าจับตามองว่า ในชั้นกรรมาธิการที่กระทรวงกลาโหมจะเข้าสู่การพิจารณาในช่วงวันที่ 10 ก.ค. นักการเมืองจะรุกหนักจนถึงขั้นต้องให้เหล่าทัพไปเจรจายืดการผ่อนชำระออกไปหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งในความเป็นจริงคงทำได้ยาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ส่วน 3 ปีข้างหน้า &amp;ldquo;ผู้นำเหล่าทัพ&amp;rdquo; ที่จะเข้ามาบริหารคง ต้องปรับแผนงาน และวิธีคิดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงอาจต้องปรับวัฒนธรรมบางอย่าง เพื่อดำรงกองทัพให้อยู่รอด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฝ่าพายุซักฟอกงบฯ กองทัพใน3ปีข้างหน้า, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c2195640b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
