<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ย้าย-รับโอนข้าราชการพลเรือนระดับสูงทดแทนเกษียณ-ทำงานต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงวัฒนธรรมที่ 282/2563 เรื่อง ย้ายข้าราชการ จำนวน 9 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัด วธ. ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดระยอง 2.นางสุภัทร กิจเวช วัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัด วธ. 3.นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ 4.นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย 5.นางสาววาสนา ไชยพรรณา วัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ 6.นางฐิติรัตน์ เค้าภูไทย วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท 7.นางสาวสุดารัตน์ พงศ์อัมพรไกวัล ผู้อำนวยการกองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานปลัด วธ. ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม 8.นายธธงชัย สารอักษร วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานปลัด วธ. และ 9.นายไสว ไชยเมือง วัฒนธรรมจังหวัดตาก ไปดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้ถือเป็นการบริหารอัตรากำลังข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงในสังกัดสำนักงานปลัด วธ. ทดแทนตำแหน่งเกษียณอายุราชการ ตามความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดวธ. กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงวัฒนธรรมที่ 287/2563 เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ 1 ตำแหน่ง ได้แก่ นางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดวธ. ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fceed47a18e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มาดร้ายแค่หวังดี! ‘ทอน’ยันม็อบมุ้งมิ้งเปล่าจาบจ้วงแตพู่ดความจริงที่กระอักกระอ่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจงวุ่น &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เปล่าน้ำตาริน แค่น้ำตาคลอเพราะอายุมากแล้ว เผยอีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว เพราะเกษียณ ขณะที่แกนนำม็อบนับถอยหลังชุมนุมใหญ่อีกรอบ ขู่พรึ่บ!ทั่วถนนราชดำเนิน &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; วอนอย่าเติมเชื้อไฟ หาเป็นม็อบล้มเจ้า ชี้เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง แต่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยันสิ่งที่ผู้ชุมนุมพูดคือความจริงที่กระอักกระอ่วนในสังคมไทย ที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ กลุ่มเสรีเทยพลัสจัดกิจกรรมม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล พ่วงเรียกร้องสิทธิพนักงานบริการทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสื่อลงข่าวพาดหัว &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.น้ำตาคลอ&amp;nbsp; ขณะให้สัมภาษณ์ออกมาเตือน นศ.อย่าจาบจ้วงสถาบันฯ ใช้คำผรุสวาท ไม่เหมาะสม พร้อมลงภาพโฟกัสไปที่ตา โดยสื่อบางสำนักระบุว่า &amp;ldquo;บิ๊กแดงน้ำตาริน&amp;rdquo; เลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.อภิรัชต์เปิดเผยว่า ผบ.ทบ.ไม่สบายใจที่สื่อไปพาดหัวข่าวแบบนั้น อาจเพราะคิดในเชิงลบ เพราะการที่มีน้ำตาคลอนั้นเป็นเรื่องปกติของคนอายุมาก บางครั้งตาจะแห้งจนต้องหยอดน้ำตาเทียม หรือบางครั้งนั่งเฉยๆ น้ำตายังไหลออกมาเองเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวานนี้ พล.อ.อภิรัชต์ไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีสาเหตุ หรือสถานการณ์อะไรที่จะต้องร้องไห้ แต่น้ำตาคลอเพราะอายุมากแล้ว ตาก็จะเป็นแบบนี้ อีกหน่อยให้นักข่าวแก่อายุ 60 บ้าง จะรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องตาแบบนี้เหมือนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ถึงกับปรารภกับคนใกล้ชิดว่า &amp;ldquo;อีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว เกษียณแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การออกมาพูดของ ผบ.ทบ.เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะมีความเป็นห่วงนิสิตนักศึกษาที่ไม่อยากให้มีการทำผิดกฎหมาย และก้าวล่วงสถาบันฯ ทั้งนี้ส่วนตัวก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งประเทศ อีกทั้งการออกมาพูดของ ผบ.ทบ. ยังทำให้ประชาชนคนไทยรู้สึกอุ่นใจและสบายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; กล่าวว่า ข้อเรียกร้องหลายเรื่องนำมาพิจารณาได้ เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมแก้ไข แต่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มีการทำประชามติ และถ้าทุกคนเห็นด้วยก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งควรเป็นไปตามขั้นตอนทางการเมือง และเป็นกระบวนการประชาธิปไตย แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยหากจะให้ยุบสภาโดยไม่แก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก เผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีวาทกรรมไพร่กับอำมาตย์ ที่ระบอบทักษิณใช้ปลุกระดมมวลชน เพื่อแบ่งแยกประชาชน ปัจจุบันเกิดวาทกรรมคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า รวมทั้งวาทกรรมคนรุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา หรือคนแก่ โดยใช้วัยในการปลุกระดมแบ่งแยกประชาชนของพวกชังชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่ารุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา และคนแก่ เป็นคำที่ใช้ดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะในโซเชียลฯ ที่เหล่าอวตารสาวกชังชาติจะใช้ดูถูกคนอีกรุ่น และยกตนว่าเป็นคนรุ่นใหม่มาข่มเหง ผมอยากให้กำลังใจทุกท่านที่กลายเป็นเหยื่อ ที่พวกชังชาตินำวัยไปแบ่งแยก และพยายามด้อยค่า
อย่าได้หวั่นไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเทียบสมัย 14 ตุลา 2516 อาจพอฟังได้ เพราะยุคร่วม 50 ปีที่ผ่านมา คนเรียนมหาวิทยาลัยน้อยมาก เยาวชน นักศึกษา ในยุคนั้น จึงกลายเป็นปัญญาชนที่ชี้นำสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางตรงข้าม ปัจจุบันคนรุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา หรือคนแก่ไม่มีอะไรด้อยเลย เรียนหนังสือก็สูง รายได้ก็มี ประสบการณ์ก็มาก ผ่านการต่อสู้หลายรูปแบบ เจอทั้งผิดหวังและสมหวัง เราจึงต้องเชื่อมั่นในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่พวกชังชาติพยายามเหยียดและแบ่งแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนลุงป้าน้าอาทุกท่าน อย่าได้หวั่นไหว ยังคงให้ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น และข้อเท็จจริง แก่ลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพวกชังชาติที่คอยยุแหย่ จาบจ้วงล้มล้าง สร้างความเกลียดชัง กระตุ้นการปฏิวัติ ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูแผ่นดิน พวกผมขอรวบรวมไพร่พล รับผิดชอบคนเหล่านี้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการชุมนุมของกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก&amp;nbsp; ยังคงดำเนินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ไปร่วมเคลื่อนไหวทำกิจกรรมและขึ้นเวทีปราศรัยที่ถนนราชดำเนิน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขีดเส้นให้ยุบสภาใน 2 สัปดาห์ เผยว่า ช่วงก่อนไปถึงครบกำหนดสองสัปดาห์ คิดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่เป็นลูกคลื่นแผ่ไปทั่วประเทศ จะเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีการจัดตั้ง คนจากส่วนกลางไม่ได้มีการไปนัดแนะให้ทำกิจกรรมอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่กรุงเทพฯ พอจัดกันวันเสาร์ วันรุ่งขึ้นก็มีการจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ คือเป็นไปโดยธรรมชาติ โดยตอนนี้การเมืองไทยไม่เหมือนกับการเมืองเมื่อห้าปีสิบปีที่แล้ว ที่ต้องมีแกนนำหลัก แกนนำจังหวัด แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ก็อาจจะมีผู้นำ แกนนำ แล้วก็มีผู้นำย่อยๆ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน การเคลื่อนไหวจึงแปลกไปกว่าเดิม อย่างที่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ก็คือการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกเทศ ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน แต่ข้อเรียกร้อง มีแกนกลางเดียวกันก็คือ เคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือให้มีการยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุดท้ายการชุมนุมที่กระจายอยู่ตามต่างจังหวัด จะกลับมาสู่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบสองสัปดาห์หลังจากการชุมนุมเมื่อ 18 ก.ค. น่าจะเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย&amp;rdquo; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่บอกหากจะมีการนัดชุมนุมอีกครั้งที่กรุงเทพฯ คนจะมาเยอะ มองว่าเพราะปัจจัยอะไร เพราะสถานการณ์สุกงอม นายอานนท์กล่าวตอบว่า สถานการณ์สุกงอมหรือไม่ ยังมองไม่ขาดว่ามันสุกงอมหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเพราะคนมันทนมาเยอะ เลยทำให้คนออกมา คือมันผ่านการกดขี่มาเยอะ อย่างประชาชน พวกอายุ 40-50 ปีขึ้นไปที่มาร่วมชุมนุม ก็ผ่านการกดขี่ตั้งแต่สมัยเป็นเสื้อแดงมาแล้ว หลายคนก็ไม่พอใจ คนรุ่นใหม่ ก็ผ่านการกดขี่มาอีกแบบหนึ่ง เช่นเคยได้เลือกตั้งครั้งแรกตอนปี 2557 ก็มาโดนยึดอำนาจไป แล้วพอเลือกตั้งปี 2562 พรรคที่เขาเลือกคือพรรคอนาคตใหม่ ก็มาโดนยุบพรรค จึงมีความไม่พอใจการกดขี่ การทำร้าย ที่มีมาอย่างเนิ่นนาน
ไม่ใช่เรื่องล้มล้างสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีมีการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับการชุมนุมที่มีป้ายข้อความที่ไม่เหมาะสม พาดพิงสถาบันฯ คำถามดังกล่าว นายอานนท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของคนที่มาชุมนุม แกนหลักของการชุมนุมครั้งนี้มีอยู่ 3 เรื่องเท่านั้น คือเรื่องยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญและหยุดคุกคามประชาชน คราวนี้เมื่อมีความเห็นหลากหลาย คนที่มีความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อันนั้นเป็นความเห็นส่วนตัว หากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เห็นว่าผิดกฎหมาย ก็ดำเนินคดีไป มันไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งหรืออะไรจากคนที่จัดการชุมนุมเลย คิดว่าเสรีภาพตรงนี้มันไปไกลแล้ว เราจะเอาความคิดของเราของคนรุ่นผมหรือคนที่แก่กว่าผม มาจับการชุมนุมในครั้งนี้แทบจะไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำอีกว่า แต่ก็ยังมีคนออกมาวิจารณ์กันว่าต้องการล้มสถาบันฯ นายอานนท์กล่าวตอบว่า ถ้าทุกคนสื่อสารกันตรงๆ หากใครมีข้อมูลก็นำออกมาแชร์กัน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันตรงๆ อย่าไปบิดเบือนว่านักศึกษามีเบื้องหลังมาจากฝ่ายอดีตพรรคอนาคตใหม่ มันไม่จริงอยู่แล้ว มันเห็นชัดว่ามันไม่มี มันไม่ใช่ เรื่องล้มล้างสถาบันฯ ก็ไม่มี เพราะข้อเสนอก็ชัดอยู่แล้ว กับสามข้อที่ออกมา ส่วนคนที่เขาแสดงออกมาก็ให้ดูเป็นเรื่องๆ ไป หากเป็นสิทธิเสรีภาพที่เขาทำได้ มีเหตุมีผลก็ต้องฟังเขา ไม่ใช่เรื่องที่ไปปิดปากไม่ให้เขาพูด ก็ใช้วิธีการชี้แจงกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปเติมเชื้อไฟ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง การที่ไปป้ายสีว่าม็อบล้มเจ้าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงมาก เพราะคนที่ไปม็อบเขาก็มีอารมณ์ความรู้สึก และสังคมรอบข้าง คนที่มีสติก็มี แต่คนที่ไม่มีสติแล้วไปเชื่อตามที่ข่าวออกหรือที่รัฐไปป้ายสี แล้วเกิดไปทำร้ายคนที่มาชุมนุม ก็จะเป็นปัญหาลุกลามบานปลาย คนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบ ก็ควรให้เหตุผลที่เป็นเหตุผลจริงๆ มันสุ่มเสี่ยงมากนะเรื่องม็อบล้มเจ้า เพราะประเทศเราผ่านการสูญเสียอย่างเช่นเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาแล้ว เรื่องการป้ายสีเรื่องล้มเจ้า ที่เมื่อสูญเสียแล้วมันเอาคืนไม่ได้ แล้วมันเป็นบาดแผลของประเทศของประวัติศาสตร์เลย&amp;rdquo; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดผ่านรายการ &amp;ldquo;ก้าวหน้า Talk : คุณถาม เราตอบ ว่าในประเทศที่มีประชาธิปไตยเข้มแข็ง ผู้นำกองทัพไม่มีอำนาจออกมาให้ความคิดเห็นทางการเมืองเช่นนี้ แต่เพราะปัจจุบันกองทัพไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาล กองทัพไม่มีความยึดโยงกับประชาชน เราจะเห็นได้ตลอดว่าผู้นำกองทัพคนปัจจุบันแถลงข่าวแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ เราจะเห็นได้ชัดถึงกรณีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างชัดเจน ระหว่างการตอบรับนักศึกษา-ประชาชนที่มารวมตัวหน้ากองทัพบกเพื่อถามถึงท่าทีดูถูกดูแคลนที่ออกมาจากอดีตรองโฆษกกองทัพบก ที่มีการปิดประตูใส่ แต่ขณะเดียวกันอีกฝั่ง ซึ่งนำโดยนายสาธิต เซกัล ขอเข้าพบ ผบ.ทบ. กลับมีการเปิดบ้านต้อนรับเป็นอย่างดี
พูดด้วยความหวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทบาทของกองทัพที่ดีที่เหมาะสมในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย คือกองทัพออกมาให้ความเห็นทางการเมืองไม่ได้ นี่เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ ภารกิจของกองทัพ ง่ายๆ สั้นๆ ตรงไปตรงมา คือสร้างกองทัพที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง พร้อมที่จะปกป้องประเทศหากมีการรุกราน เท่านี้เอง การบริหารประเทศเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาว่า สิ่งที่นักศึกษาปราศรัยคือปัญหาที่คนรุ่นเราไม่กล้าพูดถึง นี่คือจุดสำคัญของสังคมไทย นักศึกษาได้ตั้งคำถามกับระบบระเบียบที่อยู่ในสังคมไทย แต่คนรุ่นเรามีวุฒิภาวะพอหรือไม่ที่จะเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาเราพูดเรื่องนี้เราไม่ได้พูดด้วยความมาดร้ายพยาบาท แต่เราพูดด้วยความหวังดี ว่ามีปัญหาที่นักศึกษา-คนรุ่นใหม่ได้พูดขึ้นมาแล้ว เรากล้ายอมรับมัน เรากล้าเผชิญกับความจริงหรือไม่ เรามีทางเลือกที่จะเอาเรื่องนี้ซุกไว้ใต้พรม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วปล่อยปัญหานี้ให้คนรุ่นเขาจัดการเอง หรือเมื่อรับฟังไม่ได้-ใจไม่กว้างพอที่จะเปิดรับความคิดเห็นเหล่านี้ ก็จับพวกเขาเข้าคุกหรือไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ กำราบปราบปรามพวกเขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่า อย่าลืมว่านี่คืออนาคตของประเทศ และเราไม่ได้พูดถึงคนหลักสิบหลักร้อย แต่เรากำลังพูดถึงคนเป็นหลักหมื่นหลักแสน ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือการยอมรับการดำรงอยู่ของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา การจะหาทางออกด้วยกันได้เริ่มจากการยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง ถ้าไม่ยอมรับกันตรงนี้แล้วไม่มีทางหาทางออกร่วมกันได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีการโหวตให้ตั้งกรรมาธิการให้รับฟังนักศึกษา ว่าดูก็เหมือนว่าจะดี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือด้านหนึ่งตั้งกรรมาธิการขึ้นมาจะรับฟังความเห็น แต่อีกด้านหนึ่งจับยัดเยียดคดี ส่งตำรวจไปที่บ้าน ไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงแล้วฝ่ายบริหารมีความจริงใจจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาจริงหรือไม่ สุดท้ายคุณไม่ได้ฟังเขาแล้วไปหาว่าเขาจาบจ้วง คำถามที่ต้องถามถือคุณเปิดใจกว้างพอไหมที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่กระอักกระอ่วนในสังคมไทยที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ
I love dicks
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำถามคือเราจะจัดการกับความจริงที่ดำรงอยู่อย่างไร ที่ไม่มีใครอยากพูดในที่สาธารณะ แต่วันนี้มีคนออกมาพูดแล้ว เราจะจัดการกับเรื่องอย่างนี้อย่างไร ผมคิดว่าวิธีจัดการเรื่องอย่างนี้ที่ดีที่สุด คือการยอมรับการมีอยู่ของมัน การเผชิญหน้ากับมันอย่างเป็นผู้ใหญ่ อย่างมีวุฒิภาวะ อย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าที ด้วยความคิดที่ไม่อาฆาตมาดร้าย แต่ด้วยท่าทีที่ส่งให้เห็นถึงความปรารถนาดี ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันอย่างสันติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า นักศึกษาเหล่านี้เขาออกมาต่อสู้แทนคนที่ออกมาไม่ได้ เพราะหลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนที่อยากจะออกมาจำเป็นต้องดูแลพ่อแม่ เนื่องด้วยสถานะต่างๆและสภาพเศรษฐกิจจึงออกมาไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำให้ทุกคนหวาดกลัว ไปเยี่ยมตามบ้าน ข่มขู่ผู้ปกครอง ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องพวกเขา ในที่สุดเขาท้อถอยและยุติการต่อสู้ เพราะความหวาดกลัว ความเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิด นี่คือช่วงเวลาแห่งความหวัง เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าคณะก้าวหน้ากล่าวว่า สังคมที่เป็นประชาธิไตยนั้นไม่ได้มีแค่การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยที่แข็งแรงได้ต้องประกอบไปด้วยส่วนอื่นๆ ด้วย รวมทั้งการทำงานของสื่อมวลชนที่ตรวจสอบอย่างอิสระ สื่อมวลชนคือด่านแรก ที่จะเลือกว่าเรื่องไหนประชาชนควรจะรู้ เรื่องไหนเราอยากให้ประชาชนรู้ ควรจะเอาเรื่องไหนควรจะเป็นข่าว สื่อเป็นคนเลือกเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเป็นข่าว สื่ออยากให้ประชาชนรู้และเข้าใจเรื่องไหน ถ้าสื่อไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ก็จะปล่อยข่าวที่มอมเมาประชาชน ข่าวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมประชาธิปไตยที่แข็งแรง สื่อมีสิทธิเสรีภาพ ต้องได้รับการปกป้อง มีสถานะพิเศษ ดังนั้นเพื่อจะตอบรับกับศรัทธาและสถานะพิเศษนี้ สื่อต้องเป็นคนทำหน้าที่กลั่นกรองเรื่องราวที่ประชาชนควรจะรู้ให้กับประชาชน เอาเรื่องราวที่ผู้มีอำนาจไม่อยากให้ประชาชนรู้มาบอกเล่าให้กับประชาชน นี่จึงเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ กลุ่มเสรีเทยพลัส จัดกิจกรรมม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภา 3.แก้ รธน. และยังเรียกร้องแก้ประมวลแพ่งฯ เพื่อสมรสเท่าเทียม พร้อมชูป้ายประท้วงเรียกร้องในประเด็นที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก อาทิ สิทธิพนักงานบริการทางเพศ, I love dicks not dictators เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72498</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสรีเทยพลัส, ชุมนุมใหญ่, บิ๊กแดง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1ab7dc2e74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมี&#039;นายพล&#039;อยู่บ้านพักหลวงไม่เกิน100หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563- พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านพักของกำลังพลชั้นผู้น้อยที่เกษียณไปแล้วแต่ยังเดือดร้อนเรื่องที่พักอาศัยว่า ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปโดยจัดลำดับความเดือดร้อนทั้งคนที่อยู่ในราชการและเกษียณอายุราชการไปพร้อมๆกันด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเรื่องบ้านพักของกำลังพล มี 3 แนวทาง คือ 1.ต้องสร้างบ้านพักเพิ่ม ซึ่งทำอย่างไรก็ไม่เพียงพอและยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 2.การเช่าบ้านตามสิทธิ์ของแต่ละคน และ 3.โครงการบ้านสวัสดิการ ซึ่งเดิมเป็นโครงการที่ดี สำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านหลวง เพราะเป็นการออมเงินเพื่อไปซื้อบ้านเป็นของตนเองสามารถอยู่ยาวไปจนกระทั่งเขาเกษียณไปแล้ว &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้น &amp;nbsp;ก็ต้องมาดูว่าเกิดจากอะไร เป็นที่คน หรือ ระบบ ซึ่งหากสามารถแก้ได้ ก็ต้องเดินหน้าต่อ แต่ถ้ากองทัพบกมองแล้วว่าเป็นปัญหาก็ต้องยกเลิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความจริงโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี จึงต้องขอทำความเข้าใจว่าบางครั้งเรื่องที่ดีอาจจะเดินไม่ได้ เพราะสังคมมองว่าเป็นเรื่องทุจริต โกง ผลประโยชน์ของนายทหารผู้ใหญ่ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น หลายโครงการเป็นโครงการที่ดีให้กำลังพลชั้นผู้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีทหารเกษียณอายุราชการที่อยู่บ้านหลวงจำนวนเท่าไหร่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังให้หน่วยสรุปเข้ามา ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งขีดเส้นว่าเดือน มี.ค.นี้ต้องเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยเราแจ้งไปว่าขอให้ส่งคืนด้วย &amp;nbsp;แต่ขอให้เข้าใจว่าในสังคมไทยนั้นยืดหยุ่นได้ แต่ก็ต้องขีดเส้นเป็นระยะๆ ไป &amp;nbsp; ในบางกรณีที่ต้องผ่อนผันก็ต้องมีกรอบเวลา ซึ่งในอดีตยอมรับว่ามีการผ่อนผันหลายปี เช่น ทหารที่ทำงานตามชายแดนที่เกษียณแล้วไม่มีบ้านพัก จึงต้องพิจารณาตามกรณี อย่างไรก็ตาม จำนวนบ้านพักทั้งหมดในส่วนกลางมีไม่เกิน 100 หลัง สำหรับระดับชั้นนายพล &amp;nbsp;พันเอกพิเศษ ซึ่งระหว่างดำเนินการก็คาดว่าจะมีคนทยอยออกไปเพิ่มขึ้นด้วย &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือทหารที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดและเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ &amp;nbsp; ส่วนที่อยู่ในต่างจังหวัดไม่ค่อยมีปัญหา &amp;nbsp;เพราะเขามีบ้านอยู่แล้ว ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ว.ยังไม่เห็นรายชื่อว่ามีอยู่จำนวนเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตั้งคำถามของสังคม ว่า เหตุใดนายทหารระดับสูงซึ่งมีเงินเดือนสูง จึงไม่มีกำลังทรัพย์ซื้อบ้านของตนเอง แต่มาอยู่บ้านหลวง พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องไปถามแต่ละคน ซึ่งอาจมองได้ว่า ยังมีงานที่ต้องรับใช้ประเทศชาติอยู่ จึงอยากฝากสื่อมวลชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนายพลที่ยังอยู่บ้านหลวง ก็กระทบกับบ้านของชั้นนายพลด้วยกัน ไม่ใช่นายพลจะไปอยู่บ้านนายสิบ จนทำให้ทหารชั้นผู้น้อยไม่มีบ้านอยู่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57601</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านพัก, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4ca93adbbd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษียณคือ &#039;วัยทองคำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนมักจะมีความเชื่อการใช้ชีวิตเป็นวงจร คือหลังเกษียณแล้ว หยุดพักผ่อน หยุดหมด ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง ทำกิจกรรมลดลง แทบไม่ใช้สมอง เราจึงมักเห็นคนเกษียณมีร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะร่างกายไม่ได้ใช้ ร่างกายถูกหยุด เริ่มเจ็บป่วย ขี้หลงขี้ลืม แต่คนเกษียณคือวัยทอง หมายถึง &amp;lsquo;วัยทองคำ&amp;rsquo; มีคุณค่าจากทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน หลังเกษียณไม่จำเป็นต้องหยุดทำงาน หาทางเคลื่อนไหว ใช้สมอง เกษียณแล้วยังมีคุณค่ากับประเทศนี้กับโลกใบนี้ แต่ทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องเงินต่างหากล่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46076</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกษียณ, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชะเง้อ..จนเมื่อยคอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาชีพ &amp;quot;แม่&amp;quot;&amp;nbsp; ไม่ว่าอายุสักเท่าไร ก็ไม่มีคำว่า &amp;quot;เกษียณ&amp;quot; หรือปลดระวาง ทั้งๆ ที่บางคนไม่เคยมีเงินเดือนเป็นชิ้นเป็นอันสำหรับงานของมนุษย์แม่เลยก็ว่าได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชะเง้อคอรอลูก จึงเป็นอาการปกติที่เราจะเห็นมนุษย์แม่ทุกคนแสดงออก ถึงแม้อายุลูกจะเลยเบญจเพศแล้ว นอกจากนั้นบางคนก็ถึงขั้นเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วนั่น ในฐานะแม่ของพ่อหรือแม่ของแม่ พวกนางทั้งหลายที่ยึดติดอยู่กับอาชีพแม่ ก็ไม่รู้สึกว่าต้องปลดภาระนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วนๆ เวียนๆ ชวนคนอ่านมโนให้เห็นถึงอาการชะเง้อคอร้องเพลงรอ หรือสัปหงกรอก็ว่ากันไปนั้น เพราะอยากจะเปรียบเทียบกับความรู้สึกต้อง..รอร้อรอ..ของประชาชน.. ที่อยากเห็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งลงมือบริหารชาติบ้านเมืองเสียทีนะจ๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลาะกันไม่หยุด แย่งกันไม่ย่อหย่อนสักทีกับเก้าอี้รัฐมนตรี!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกลงว่า รักชาติบ้านเมือง อยากเห็นประเทศไทยขับเคลื่อนเดินหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หรือว่ารักตัวเอง ห่วงพรรคพวกตัวเอง..กันแน่???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องรอมีคำตอบอย่างเป็นทางการ รับรองว่าประชาชนทุกคนที่อุตส่าห์ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา สามารถเข้าถึงเข้าใจ โดยเฉพาะมนุษย์ป้านี่แหละที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการเลือกตั้งในรูปแบบต่างๆ มามากมาย และผ่านวิกฤตการณ์บ้านเมืองมานักต่อนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงจะ &amp;quot;ยี้&amp;quot; หรือไม่ถูกใจเลยกับ ครม.ชุดใหม่ ที่ดูเหมือนหน้าตามิได้แตกต่างจากชุดเก่าเมื่อปีมะโว้ย้อนหลังไป 10 ปี และอาจจะพัฒนามากขึ้นจากการใช้ &amp;quot;นอมินี&amp;quot; เป็นคนรุ่นใหม่ แต่มันก็ยังคลับคล้ายคลับคลาโยงใยตัดไม่ตายขายไม่ขาดจากบรรดาตระกูลนักเล่นการเมืองทั้งหลายนั้น ...คนไทยก็ต้องทำใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เดินไปพร้อมกับคำว่า &amp;quot;ทำใจ&amp;quot; กับความขี้เหร่ของ ครม.ในรัฐบาลจากประชาธิปไตยนั้น ใช่ว่าเราจะต้อง &amp;quot;ละใจ&amp;quot; ไม่เกี่ยวไม่ข้อง ไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของคนจำพวกนี้ เพราะไม่ว่าเราจะตัดสินใจมอบอำนาจให้พวกเขาเข้าไปบริหารบ้านเมือง แต่เราก็ต้องไม่ปล่อยให้เขาใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบมาพากล..นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกคนยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของคนกลุ่มหนึ่งในทำเนียบรัฐบาลแค่ 35 คน หากพบว่าเขามาทำปู้ยี่ปู้ยำ โกงกิน กอบโกย ถอนทุน ก็ต้องไม่ปล่อยให้ความ &amp;quot;เซ็งเป็ด&amp;quot; กับหน้าตาน่ายี้ของ ครม.มาสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในขณะเดียวกัน เรายังไม่เห็นการลงมือทำงานของพวกขี้เหร่ทั้งหลายเลย ก็ชะเง้อรอดูผลงานก่อนแล้วค่อยติเรือท้องโกลนดีไหมจ๊ะ ..เผื่อโจรบางคนจะกลับใจ สำนึกในความรู้รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมบ้าง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ็ก หม่า&#039; ยืนยัน วางมือจาก &#039;อาลีบาบา&#039; ปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แจ็ก หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา ประกาศในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 54 ปี ยืนยันว่าเขาจะลงจากตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ในอีก 1 ปีนับจากวันนี้ และจะมอบหมายให้แดเนียล จาง ซีอีโอคนปัจจุบันรับไม้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แจ็ก หม่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศแผนเกษียณจากธุรกิจที่แจ็ก หม่า ร่วมก่อตั้งถูกเปรียบเทียบกับแผนการเกษียณของสตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิลที่ล่วงลับไปแล้ว นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การวางมือของหม่า ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องหมายการค้าของอาลีบาบาจะท้าทายบริษัทนี้ว่าจะสืบสานวิสัยทัศน์ของหม่าต่อไปอย่างไร ท่ามกลางภาวะการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หม่าประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่เขาอายุครบ 54 ปี ว่าเขาจะดำรงตำแหน่งประธานบริหารของบริษัทนี้จนถึงวันคล้ายวันเกิดอายุ 55 ปีของเขา จากนั้นจะถ่ายโอนตำแหน่งนี้ให้แก่ แดเนียล จาง ซีอีโอที่เขาวางตัวให้สืบทอดการบริหารกิจการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับแดเนียล เพื่อรับประกันว่าการถ่ายโอนอำนาจจะราบรื่นและประสบความสำเร็จ&amp;quot; หม่ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หม่า ซึ่งเคยแสดงความประสงค์ว่าจะเจริญรอยตามบิล เกตส์ มหาเศรษฐีใจบุญผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ประกาศด้วยว่า เขาจะยังคงทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารของอาลีบาบาต่อไปจนถึงปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตครูสอนภาษาอังกฤษรายนี้เริ่มก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา เมื่อปี 2542 จากอพาร์ตเมนต์ของเขาในเมืองหางโจว ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของจีนที่ปฏิวัติวิถีชีวิตของผู้บริโภคในจีน หม่ากลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและเป็นคนที่ชาวจีนรู้จักมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 แดเนียล จาง ซีอีโอของอาลีบาบา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดัชนีมหาเศรษฐีพันล้านของบลูมเบิร์กระบุว่า หม่ามีทรัพย์สินสุทธิมูลค่ามากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และอาลีบาบา ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วย มีมูลค่าอยู่ที่ 420.8 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาลีบาบาพยายามให้ความมั่นใจกับนักลงทุนเกี่ยวกับแผนการวางมือของหม่า ซึ่งบอกว่าเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าผู้บริหารชุดนี้ซึ่งทำงานมานานหลายปีจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค, ลูกจ้าง และผู้ถือหุ้นของอาลีบาบา นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า หุ้นของบริษัทอาจเจอแรงกดดันระยะสั้น แต่ถึงแม้อาลีบาบาจะขาดหัวโขนไป ต้องไม่ลืมว่าจางยังคงเป็นมันสมองของบริษัท และในฐานะซีอีโอที่ผ่านมาเขาสร้างผลกำไรและทำให้บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17262</URL_LINK>
                <HASHTAG>วางมือ, อาลีบาบา, เกษียณ, แจ็ก หม่า, แดเนียล จาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9681a35b604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่างมุม..ต่างมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้เทศกาลวันแม่ สิ่งหนึ่งที่จะได้พบเห็นในโลกโซเชียล ประเภทมนุษย์ป้าแชร์กันไปแชร์กันมา ไม่พ้นจะเป็นเรื่องเล่า หรือคลิปวิดีโออันเกี่ยวกับ &amp;quot;แม่&amp;quot; ทั้งๆ ที่ 365 วันสามารถเป็นวันแม่ได้ทั้งน้าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอาชีพแม่นั้น ไม่มีคำว่า &amp;quot;เกษียณ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นคลิปมาจากประเทศจีน บ้านพี่เมืองน้องล่ะก็ ส่วนใหญ่เกือบ 99% จะว่าด้วยปัญหา &amp;quot;แม่สามี&amp;quot; ช่างน่าสงสาร กับ &amp;quot;ลูกสะใภ้&amp;quot; แสนโหด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็แปลกดีนะ!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สะท้อนบอกว่า สังคมของคนจีนยุคนี้ เพศแม่เวอร์ชั่นลูกสะใภ้หาดียากกระนั้นหรือ เพราะแทบทุกคลิปจะประมาณว่า ต่อหน้าคุณลูกชาย ลูกสะใภ้จะทำเป็นดูแล ใช้ตะเกียบคีบกับข้าวใส่ถ้วยข้าวให้คุณแม่กินอย่างเคารพนบนอบ แต่พอคล้อยหลังเท่านั้นแหละ ลูกสะใภ้ก็จะแปลงร่างจะหน้ามือเป็นหลังเท้า ลุกขึ้นตีบ้าง ผลักคุณแม่บ้าง ราวกับเป็นหมูเป็นหมาไม่ปาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โหดจริงๆ นะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำได้ว่า ตอนที่มนุษย์ป้ายังเป็นเด็กหญิงไร้เดียงสา ..หุหุ... ดูหนังจีนทีไรจะพบเห็นแต่เรื่องราวแม่ผัวแกล้งและทรมานลูกสะใภ้ที่แต่งเข้ามาในบ้านสารพัด ขนาดอุ้มท้องยังต้องตักน้ำ แบกฟืน ก้มหน้าก้มตารอสามีที่เดินทางไกลไปสอบจอหงวนต่างบ้านต่างถิ่น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บางเรื่องหนักข้อเข้า ลูกสะใภ้ถูกทรมานจนตายกลายเป็นหนังผีหลายเรื่องเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มายุคเมืองจีนกลายเป็นมหาอำนาจแดนศิวิไลซ์ นโยบายลูกคนเดียวกระมังที่ทำให้ผู้หญิงนั้นหายากกว่าผู้ชาย บรรดาลูกสะใภ้เลยกลับตาลปัตรกลายเป็นเวอร์ชั่นโหดกับแม่ผัว เพราะกลัวว่าจะไม่มีเมีย หรือหาเมียกันไม่ได้..อย่างนั้นหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขานำเสนอนั้นล้วนเชิดชูความเป็นแม่ทั้งสิ้น จะแม่ผัวหรือแม่ของลูก ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่พ้นความเป็นแม่ สำคัญอยู่ที่ว่า คนเป็นแม่นั้นถือเป็นตำแหน่งหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่มีใครสามารถทำลายหรือทำร้ายได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกจะเจริญไปขนาดไหน ถึงขั้นโคลนนิงอวัยวะบางส่วนกันได้แล้ว แต่หัวใจของคนเป็นแม่ไม่มีคำว่าล้าหลัง ล้าสมัย หรือเอาต์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เปิดดูคลิปวิดีโอว่าด้วยแม่ผัวกับลูกสะใภ้แล้วก็อย่าไป &amp;quot;อิน&amp;quot; จนเกินเหตุ เพราะที่แท้นี่คือกลยุทธ์ในการกระตุ้นจิตสำนึกของบรรดาลูกๆ ทั้งหลายในยุคดิจิตอลต่างหาก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาต้องการสอนสั่งว่า วางมือถือ ปิดห้องแช้ตบ้าง แล้วก็ใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ หันกลับมาดูพ่อแม่ บุพการีภายในชายคาบ้านนะจ๊ะ อย่าอ้างว่าเสียเวลาทำมาหากินเลยจ้ะ เพราะคนแก่กินข้าวแค่หยิบมือเดียวก็อิ่มแล้ว ที่สำคัญไม่กินเลยก็ได้ ถ้าเห็นหน้าลูกๆ มาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14525</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศจีน, ป้าเอง, มองมุมสูง, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
