<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;เสนอภาครัฐระดมหมอ พยาบาลเกษียณช่วยงานดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด แก้วิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ส.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจะลดลง ทำให้ภาครัฐพยายามหาวิธีการต่างๆ ในการแยกผู้ติดเชื้อออกมาจากผู้ไม่ติดเชื้อ ด้วยการเพิ่มระบบ Home Isolation (HI) Community Isolation (CI) ศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การดำเนินการทุกระบบดังกล่าวจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ คือ แพทย์ พยาบาล มาทำงานดูแลรักษาผู้ติดเชื้อตามมาตรฐานการดูแลผู้ติดเชื้อที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดขึ้นมา เช่น โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม มีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ทำงานเต็มเวลาอยู่แล้ว รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักคอย หรือ Community Isolation (CI) ก็ต้องมีโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาทำงานดูแลผู้ติดเชื้อจึงจะเปิด CI หรือศูนย์พักคอยได้ ถ้าไม่มีแพทย์ พยาบาลมาทำงานก็เปิดไม่ได้ ถึงแม้จะมีสถานที่ มีอาหาร 3 มื้อ มีที่นอน หมอนมุ้ง และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนดขึ้น แม้แต่ระบบ HI ก็ต้องมีแพทย์ พยาบาลคอยดูแลติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาการทำศูนย์พักคอย และ CI เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะไม่สามารถหาสถานพยาบาลที่มีแพทย์ พยาบาลมาช่วยทำงานตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นได้ รวมทั้งเสียงติติงของผู้ติดเชื้อในระบบ HI บางส่วนที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าที่ควรจากภาครัฐก็เพราะไม่มีบุคลากรมากเพียงพอที่จะดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเสนอภาครัฐระดมแพทย์ พยาบาลเกษียณ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ที่เกษียณแล้วมาช่วยงานรักษาผู้ติดเชื้อโควิด โดยมีค่าตอบแทนให้ตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อมั่นว่าจะมีแพทย์ พยาบาลเกษียณจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะเข้ามาช่วยงาน ซึ่งจะทำให้มีคนทำงานที่มีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้นก็จะช่วยทำให้ระบบต่างๆ ที่กำหนดขึ้นสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทุเลาเบาบางลงได้ในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112563</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงแพทย์, มาช่วยงานคุมโควิด, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาป.ป.ช.ผลัดใบ!หลังเก้าอี้บิ๊กข้าราชการเกษียนพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้มีประกาศ ให้ข้าราชการของสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องพ้นจากราชการเนื่องจากครบเกษียณอายุในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จำนวน 16 ราย ได้แก่ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายประจวบ สวัสดิประสงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายกิตติ ลิ้มพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานป.ป.ช. นายอภินันทน์ ไพบูลย์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายมนต์ชัย วสุวัต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายสมชัย ถิระวันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายทวีป แดงวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน นายศุภชัย ไชยหงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ นายชัยยา ยอดสง่า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร นายประวิตร บุตรศรี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี นายณภัทร เตโช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย นายณัฐวุฒิ ทรงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ นายอนุสรณ์ พจมานวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักบริหารงานกลาง นางแสงโสม ปิ่นปัก ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายรณชัย เตมียสุวรรณ นักวิชาการพัสดุชำนาญการ สำนักบริหารทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะส่งผลให้เก้าอี้ข้าราชการ ป.ป.ช. ระดับนักบริหาร ว่างลงหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะ ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องมีการดำเนินการสรรหาใหม่ตามที่พ.ร.บ.ป.ป.ช. กำหนด ส่วนตำแหน่งนักบริหาร อื่นนั้น ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการคัดเลือกข้าราชการสำนักงานป.ป.ช. เพื่อเลื่อนตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งทางบริหารที่ว่างลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้น ต้องดำเนินการภายใน 120 วันก่อนเกษียณ (ก่อน30 ก.ย.) โดยจะมีประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการตั้งคณะกรรมการสรรหา จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 2 คน จาก องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. หรือ กปปช. 3 คน เพื่อสรรหาให้ ได้อย่างน้อยสามรายชื่อก่อนเสนอต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้พิจารณาคัดเลือก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101008</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, เกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33271f09f9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;เปิดใจเร่งทำงานเก้าอี้ปลัดคมนาคมก่อนเกษียณอายุราชการอีก2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยก่อนจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน นี้ ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ดีใจที่มีโอกาสได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจด้านคมนาคมอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อxระเทศชาติ และประชาชน ทั้งนี้ ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทั้งในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ และผู้อำนวยการ ระยะเวลารวม 5 ปี ส่วนตนรู้สึกเป็นสิ่งที่วิเศษในชีวิต สนุก และท้าทาย รวมถึงมีคุณค่ากับชีวิตที่ได้เรียนรู้ว่าประเทศไทยต้องการอะไรจากกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้ามาทำงานที่กระทรวงคมนาคม และจะเกษียณในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ยอมรับว่าทำงานเยอะมาก แต่คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า ได้เรียนรู้ด้านการคมนาคม โดยเฉพาะตอนที่อยู่ สนข. ซึ่งตอนนั้นเปรียบเหมือนนกที่บินสูง มองเห็นมุมภาพต่างๆ ด้านล่าง ให้เห็นภาพว่าประเทศไทยต้องการคมนาคมอะไรบ้าง&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ผ่านมานั้น รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ปลัดฯ ได้ทำประโยชน์ด้านการคมนาคมมากมาย ทำให้ตลอดเวลาที่ทำงาน รู้สึกมีความสุข ทั้งนี้ ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งในเวลานั้น ตนไม่ได้ดีใจกับตำแหน่ง เนื่องจากรู้สึกว่าสูงเกินเอื้อม แต่ภูมิใจ เพราะเมื่อได้รับมอบหมายแล้ว เพราะมองว่าตนเป็นผู้มีความรู้ ความตั้งใจในการทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ผมทำงานที่ สนข. จนมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ทำให้ผมได้รู้รายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 รวม 111 โครงการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระทรวงฯ และถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจ และตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำสำเร็จทุกโครงการ ประเทศไทยจะอยู่ได้สบายๆ 50 ปี เช่น โครงการรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี), รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) เป็นต้น ผนวกรวมไปถึงการบริหารงานอย่างต่อเนื่องของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการหรือการดำเนินการใดที่รู้สึกภาคภูมิใจในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม นั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แกะปัญหาของกระทรวงคมนาคมหลายเรื่อง เช่น การยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน จนเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน รวมถึงการตัดสินใจให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ อีกทั้งยังภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตั้งแต่เริ่มต้น เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในอีกระยะเวลาประมาณ 2 เดือนก่อนที่จะเกษียณอายุราชการนั้น ตนต้องการจะแก้ไขปัญหาหรือปฏิบัติภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้สำเร็จในหลายโครงการที่ยังคั่งค้างอยู่ เช่น การฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ที่จะต้องมาจัดทำรายละเอียดว่า วงเงินที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเพิ่มวงเงิน 10,345 ล้านบาทที่กระจายอยู่ในทุกสัญญานั้น มีความจำเป็นหรือไม่ และแผนการเปิดให้บริการเป็นอย่างไร ก่อนที่จะไปชี้แจงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี จะสร้างพร้อมกับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือเชื่อมการเดินทางฝั่งตะวันออก-ตะวันตก ที่ได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายใน 2 เดือนก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ที่ต้องดำเนินการต่อ เพราะถือเป็นระบบการคมนาคมที่ดีของอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมานั้น ถือเป็นอีก 1 โครงการที่กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคำตอบไม่ใช่แค่การลงทุนหลักแสนล้าน แต่สิ่งที่จะได้ คือ การเชื่อมกับประเทศจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลก และส่งผลต่อประเทศอื่นๆ มากมาย มีความคุ้มค่าจากสิ่งที่ลงทุนกับอนาคตของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคมด้วย หากเราไม่สามารถเชื่อมต่อได้ จะทำให้ตกขบวน และล้าหลังประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งานของกระทรวงคมนาคม คือ การทำงานสำหรับอนาคต สิ่งที่รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมลงทุนไปนั้น ไม่เพียงแค่ส่งผลภายในประเทศ แต่ยังเชื่อมโยงโลกด้วย โดยเฉพาะในส่วนของระบบราง ที่ผมให้น้ำหนักเรื่องการพัฒนาระบบรางมากๆ ซึ่งภาพการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของไทยในครั้งนี้ ถือเป็นภาคที่ 2 ของประวัติศาสตร์ไทย หลังจากภาคแรก คือ ในช่วงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งโครงการทั้งหลายที่อยู่ในแผนนั้น ถ้าทำสำเร็จใช้ไปได้อีก 100 ปีสบายๆ คุ้มค่ากับประเทศไทยมากๆ&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, เกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2bed44b4920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข การเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หัวใจสำคัญของการแก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข เราต้องมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง ถึงแม้เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต้ถ้าคุณไม่มีเงินคุณก็จะมีทุกข์&amp;rdquo; ศ.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของคนทำงานที่มีอายุครบ 60 ปี และเตรียมตัวที่จะปลดภาระความรับผิดชอบหลังจากที่ทำงานประจำมาเป็นระยะเวลานาน หากไม่ได้เตรียมดูแลร่างกายอย่างดีอาจพบเจอกับปัญหาด้านสุขภาพบ้าง ประกอบกับกิจกรรมในแต่ละวันที่ลดลง อาจส่งผลให้เกิดความเสื่อมของร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล แนะนำว่า เราควรมีการเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณอายุแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่อยู่ในวัยทำงาน โดยเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ยามชรา วางแผนการออมตั้งแต่เริ่มทำงาน ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้น้อยลง นำเงินออมไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเหมาะสม เตรียมความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และถูกสุขลักษณะ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์จำพวกโปรตีนจากเนื้อปลา ไข่ นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ผักผลไม้ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ อาหารรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด และอาหารที่มีสารปนเปื้อนต่างๆ รวมไปถึงกรรมวิธีในการประกอบอาหารควรใช้วิธีการต้มหรือนึ่ง แทนการทอด ปิ้ง ย่าง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความแข็งแรงของหัวใจ กล้ามเนื้อ กระดูก ดูแลสุขภาพจิตและจัดการกับความเครียดในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ควรพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น การนั่งสมาธิ จะช่วยให้สุขภาพกายและจิตใจแจ่มใสขึ้น ควรรับการตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป เช่น การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต ตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก ตรวจมะเร็งเต้านม ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เป็นต้น งดหรือหลีกเลี่ยงสารเสพติด เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.พรชัยได้แนะนำแนวทางสร้างความสุขสำหรับคนเกษียณว่า ควรอยู่ได้ด้วยตนเอง และพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด อย่าหยุดทำงาน ตื่นขึ้นมาทุกวันจะรู้ได้ว่าเราจะไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ชีวิตจะมีคุณค่า ถ้าไม่มีงานทำเลย ให้ทำงานเพื่อสังคม ช่วยเหลือคนอื่น ร่วมกิจกรรมจิตอาสา หรือกิจกรรมแสวงหาความรู้ เพื่อให้ชีวิตแต่ละวันมีความหมาย พึงตระหนักในสัจธรรมข้อ &amp;ldquo;อุเบกขา&amp;rdquo; ชีวิตย่อมมีการเปลี่ยนแปลง อย่ายึดติด และจงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ศึกษาธรรมะ และหลักคำสอนของศาสนา เพื่อจิตใจที่สุขสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเตรียมสะสมเงินสำรองไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ และประมาณการรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน จะช่วยลดปัญหาภาวะเครียดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่พอใช้ได้ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัย จัดบ้านและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุและอันตรายต่างๆ จากการพลัดตก หกล้ม นอกจากนี้ สัมพันธภาพของคนในครอบครัวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ควรให้ความสนใจกับผู้เกษียณอายุ หาเวลาเพื่อพบปะ ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือโทรศัพท์ถามทุกข์สุข ก็จะช่วยให้ผู้เกษียณไม่เหงาและลดการเกิดภาวะซึมเศร้าได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;ศ.ดร.พรชัยกล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15795</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ศ.ดร.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล, ศ.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล, เกษียณอายุ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac2e3853af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับบ้านต้อนรับผู้สูงวัย &#039;พัฒนาคุณภาพชีวิต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุถึง 11 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียงร้อยละ 1.5 และเป็นผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้เล็กน้อยประมาณ 2 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุ 8 ล้านคนเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจทั่วประเทศพบว่า ขณะนี้มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี จำนวน 300 คน และคาดการณ์ว่าในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ จะมีผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 28 ของจำนวนประชากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขเหล่านี้ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุยังสะท้อนให้เห็นว่า เราต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของผู้สูงอายุมากขึ้นในเรื่องของดูแลผู้สูงอายุ นอกจากความแข็งแรงทางร่างกายแล้ว ความแข็งแรงทางจิตใจของผู้สูงอายุก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้สูงอายุต้องการกำลังใจ คนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของผู้สูงอายุมากขึ้น นอกจากความแข็งแรงทางร่างกายแล้ว ความแข็งแรงทางจิตใจของผู้สูงอายุก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้สูงอายุต้องการกำลังใจ คนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ นอกจากเรื่องการสุขภาพกาย สุขภาพใจแล้ว การใช้ชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำกิจกรรมต่างๆ หากไม่ระวังตัว พลาดล้มได้รับบาดเจ็บคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์พิศิษฐ์ โรจนวานิช อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อคิดถึงการจัดการจุดเสี่ยงที่ระวังได้ในบ้าน สำหรับบ้านใดมีผู้สูงอายุ ขอให้นำไปปรับเปลี่ยน ปรับแต่งบ้านต้อนรับสิ่งดีๆ &amp;ldquo;สมัยโบราณบ้านเคยถูกมองว่าเป็นการแสดงออกของฐานะ แต่ปัจจุบันนี้เริ่มมองว่าบ้านคือกุญแจสำคัญของการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงวัยต่างๆ ซึ่งรูปแบบสุดท้ายของทุกคน คือรูปแบบการใช้ชีวิตแบบผู้สูงอายุ ในปัจจุบันบ้านหลายหลังที่อาศัยอยู่สนับสนุนและรองรับการใช้ชีวิตเพียงอายุ 7-60 ปีเท่านั้น ในทางกลับกัน ในช่วงอายุ 7-60 ปี คือวัยเรียนและวัยทำงาน เป็นช่วงที่ไม่ค่อยได้อาศัยอยู่บ้าน แต่หลังจากอายุ 60 ปี เกษียณอายุ เป็นช่วงที่ต้องกลับมาอยู่บ้าน แต่บ้านกลับไม่รองรับตัวเราเสียแล้ว จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนสภาพบ้านให้มีความเหมาะสมแก่ช่วงอายุ เพื่อป้องกันจุดเสี่ยงต่างๆ ภายในบ้านที่จะเป็นอันตรายต่อตัวเรา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดการจุดเสี่ยงที่ระวังได้ในบ้านให้ทำดังนี้ ภายนอกบ้าน 1.หากพื้นที่อำนวยควรมีบริเวณเทียบรถเพื่อรับ-ส่งถ่ายระหว่างรถยนต์กับรถเข็นวีลแชร์ 2.ทางลาดความชัน 1:12 (1:20 ถ้าเลื่อนรถเข็นด้วยตนเอง) 3.บันไดขั้นเหยียบ 30 ซม. ลูกตั้ง 15 ซม. ราวจับสูง 90 ซม. 4.ทางเข้าบ้านมีชายคานยื่นยาว มีไฟส่องสว่างเพียงพอ 5.มีที่นั่งใส่รองเท้า มีที่วางของก่อนไขกุญแจบ้านเพื่อความปลอดภัย 6.ทางเข้าบ้านไม่ควรมีพื้นต่างระดับหรือธรณี 7.วัสดุปูทางควรมีรอยต่อน้อย ผิวสัมผัสมีความฝืด ไม่ลื่น ถ้าเป็นบล็อกยางแบบสนามเด็กเล่นจะล้มโดยไม่เจ็บตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องน้ำ 1.พื้นที่ว่าง ภายในอย่างน้อย 1.50 คูณ 1.50 ม. เพื่อรถเข็นวีลแชร์หมุนตัวได้ 2.ประตูบานเลื่อนกว้างสุทธิ 90 ซม. ถ้าเป็นแบบติดบานพับให้เปิดออก 3.แบ่งพื้นที่ส่วนเปียก แห้ง ส่วนเปียกเฉพาะพื้นที่อาบน้ำ &amp;nbsp;4.พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องผิวหยาบกันลื่น หรือเคลือบน้ำยากันลื่น 5.พื้นภายในห้องน้ำต่ำกว่าพื้นห้องติดกันไม่เกิน 2 ซม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องครัว 1.ระดับโต๊ะ/เคาน์เตอร์สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 75 ซม. 2.ใต้โต๊ะ/เคาน์เตอร์ควรเปิดโล่งเพื่อสามารถนั่งเก้าอี้วีลแชร์ทำงานได้ 3.เพื่อความสะดวกในการใช้งานหิ้ง ชั้นวางของ ตู้ลอย ควรสูงไม่เกิน 170 ซม. ฝาตู้ควรเป็นลูกฟักกระจกมองผ่านได้ 4.มีไฟส่องสว่างเพียงพอ ทั้งบริเวณเตรียมอาหาร ปรุงอาหาร และล้างจาน &amp;nbsp;5.เลี่ยงการใช้เตาแก๊ส อาจรั่วหรือลืมปิด ควรใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้า สัมผัสแล้วไม่ร้อน 6.มีสวิตช์ปิด-เปิดปลั๊กไฟ ป้องกันการลัดวงจรเมื่อปลั๊กไฟหลวม 7.มีการตีเส้นขอบด้วยสีเห็นชัดบริเวณขอบโต๊ะ/เคาน์เตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องนั่งเล่น/ห้องรับแขก 1.โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เตี้ย โซฟา มีความมั่นคง ปราศจากเหลี่ยมคม เก้าอี้โซฟามีเท้าแขนและพนักพิง 2.โซฟาควรมีสีสว่าง ความสูงเบาะที่นั่งประมาณ 45 ซม. ถ้าเตี้ยกว่านี้นั่งแล้วจม ลุกยาก เบาะที่นั่งไม่ยุบตัว 3.สีพื้นผนังเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งควรใช้สีตัดกัน 4.ทางเดินโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง จัดระเบียบพรมเช็ดเท้า ชายม่าน 5.การส่องสว่างจากดวงโคม ควรเป็นแสงสว่างแบบส่องโดยอ้อม 6.เลี่ยงโต๊ะกลางที่เป็นกระจกใส ผู้สูงอายุมองไม่เห็น 7.ขอบล่างหน้าต่างสูงจากพื้น 50-60 ซม. เพื่อวิวภายนอก พร้อมม่านปรับแสง ลดแสงจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องนอน 1.มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวีลแชร์ เทียบข้างเตียงมีความกว้าง 90 ซม. 2.อุปกรณ์ต่างๆ สามารถควบคุมได้ในระยะเอื้อมถึงจากเตียง เช่น สวิตช์ไฟ โทรศัพท์ กิ่งฉุกเฉิน เป็นต้น 3.ติดตั้งราวพยุงตัวในที่ที่เหมาะสมเฟอร์นิเจอร์มั่นคงแข็งแรง 4.ควรมีแสงจากธรรมชาติและมีม่านปรับแสงเพื่อลดแสงจ้า 5.ตามไฟขนาดเล็กสีเหลือง/ส้มในระดับต่ำ เปิดทั้งคืน โดยเฉพาะทางไปห้องน้ำ 6.ทางเดินโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง จัดระเบียบพรมเช็ดเท้า ชายม่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อาจารย์พิศิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงจะมีบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค แต่หากบ้านมีจุดเสี่ยงหลายที่ ก็คงไม่มีแพทย์ท่านไหนช่วยรักษาได้ทันตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8116</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความแข็งแรงทางจิตใจ, คุณภาพชีวิต, นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ, ประชากรผู้สูงอายุ, อาจารย์พิศิษฐ์ โรจนวานิช, เกษียณอายุ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5c0e72ecf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
