<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อยกระดับระยะ3! เลิกวีซ่า -VOA21ปท.เสี่ยงปิดศูนย์กักกันส่งคุมที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พบผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยเพิ่มพรวด 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ 2 ราย เจ้าของร้านอาหารในตึก All Seasons Place พนักงานบริษัทวิศวกรอีก 2 รายเพิ่งกลับจากเกาหลี-ญี่ปุ่น สัญญาณไม่สู้ดี! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เรียกประชุมเครียดรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกเลิกฟรีวีซ่า อิตาลี ฮ่องกง และเกาหลีใต้ เลิก VOA 18 ประเทศเสี่ยง คุมเข้มชาวต่างชาติหลังระบาดหนักทั่วโลก &amp;quot;วิณษุ&amp;quot; พูดชัด เตรียมยกระดับสู่ระยะที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ว่า วันที่ 11 มี.ค. มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6 ราย คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ชายอายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้ารับรักษา รพ.รัฐ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ผลตรวจแล็บ 2 แห่งยืนยันตรงกันว่าเป็นไวรัสโคโรนา 2019
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ชายไทยอายุ 40 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มป่วยวันที่ 7 มี.ค. ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ เข้ารับการตรวจรักษา รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ปวดศีรษะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ชายไทยอายุ 25 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง มีประวัติเริ่มป่วย ด้วยอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. แล้วไปรักษาที่ รพ.เอกชน แพทย์เอกซเรย์พบมีปอดอักเสบ เข้าได้กับนิยามปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ จึงตรวจหาเชื้อทางแล็บ พบว่ามีเชื้อไวรัสสาเหตุก่อโรคโควิด-19 จึงส่งมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หญิงไทยอายุ 27 ปี กลับจากเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. และเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. วันที่ 28 ก.พ. ด้วยอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ โดยผลแล็บออกวันที่ 8 มี.ค. พบเชื้อสาเหตุการก่อโรค จึงส่งรักษาตัวมาที่ รพ.นพรัตนราชธานี เมื่อวันที่ 10 มี.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ชายไทยอายุ 40 ปี กลับมาจากประเทศญี่ปุ่น วันที่ 25 ก.พ. โดยก่อนกลับเกิดอุบัติเหตุล้มมีกระดูกข้อมือแตก เข้ารับการรักษา รพ.ที่ญี่ปุ่น กลับถึงไทยวันที่ 26 ก.พ. และไปรับการรักษาต่อที่ รพ.เอกชนจากกระดูกข้อมือหักวันที่ 27 ก.พ. เนื่องจากมีความเสี่ยงจึงดำเนินการตรวจแล็บ จึงพบเชื้อที่ก่อโรค อยู่ระหว่างการรักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 6.ชายสิงคโปร์อายุ 36 ปี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน กทม. เริ่มป่วยวันที่ 6 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามตัว เข้ารับการตรวจที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะนี้รับการส่งต่อมาสถาบันบำราศนราดูร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า สรุปประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 59 ราย รักษาหายเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 24 ราย โดยยังมีอาการหนัก 1 ราย รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 4,848 ราย กลับบ้านแล้ว 2,945 ราย เหลืออยู่ใน รพ. 1,903 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแรงงานไทยนอกระบบจากเกาหลีใต้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบทั้งหมด 241 คน เป็นชาย 104 คน หญิง 137 คน (มาจากเมืองแทกูและคย็องซังเหนือ 8 คน) มีกลุ่มดูแลพิเศษ 29 คน เป็นหญิงตั้งครรภ์ 6 คน เด็กเล็ก 5 คน มีโรคประจำตัว 18 คน ผลการคัดกรองไม่พบผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ทุกคนไม่มีไข้
ยืนยันยังอยู่ระยะ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีพนักงานบริษัทชาวสิงคโปร์ที่มีข่าวว่าติดเชื้อภายหลังเดินกลับจากประเทศไทย เข้ามาพักในประเทศไทยเพียง 1 วันและมีประวัติเดินทางไปหลายประเทศก่อนมาไทย กรมควบคุมโรคได้สอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างผู้สัมผัสในบริษัทเดียวกัน 84 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคจะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจัดเสวนาถอดบทเรียนผู้ป่วยยืนยันและผู้สัมผัส &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 คือมีการแพร่เชื้ออย่างจำกัด การติดต่อจากต่างประเทศมายังคนไทยในประเทศไทยอย่างจำกัด แต่ระยะ 3 คือติดจากต่างประเทศมายังคนไทยและติดต่อไปอีกหลายระลอก ดังนั้นยังไม่เข้าสู่ระยะ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 6 คือ รายที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร Ohana PokE ในตึก All Seasons Place ที่มีการออกมาโพสต์ว่าตนเองป่วยและสั่งปิดร้านเพื่อทำความสะอาดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการออกคำแนะนำเพิ่มเติมพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่องและควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง ซึ่งเดิมมี 5 ประเทศ คือ ไต้หวัน สิงคโปร์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น พบว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค. เวลา 22.00 น. ได้มีการเพิ่มประเทศใหม่คือสเปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรียกประชุมรัฐมนตรีและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า วันนี้จำเป็นต้องจัดประชุมโดยเร่งด่วนเพื่อรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลการแพร่ระบาดในขณะนี้เราจึงจำเป็นต้องมาทบทวนและรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การหารือวันนี้ได้กำหนดมาตรการรองรับคนจากต่างประเทศที่จะเข้ามาจากประเทศที่เสี่ยงและมาตรการการดูแลคนไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และอาจต้องดูแลเป็นพิเศษตามสิทธิการเป็นพลเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า มาตรการคัดกรองจากการหารือภาคปฏิบัติ ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ประจำสนามบิน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน รวมทั้งช่องทางต่างๆ ที่กระทรวงกลาโหมดูแล ปัจจุบันมีการตรวจสอบเข้มข้น สำหรับคนที่จะเข้ามายังประเทศไทย ถ้าผ่านเข้ามาตามกติกา อาจจะมีความยุ่งยากมากขึ้น ในเรื่องของ Visa on Arrival (VOA) และฟรีวีซ่า หรือ ผ.30 โดยจะมีมาตรการจากกระทรวงมหาดไทยออกมา โดยใช้กฎหมายคนเข้าเมือง
ยกเลิกฟรีวีซ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศติดต่อพูดคุยกับเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ส่งข้อมูลไปยังมิตรประเทศตามความจำเป็นว่าเรามีมาตรการอย่างไร เพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ ทุกสถานทูตและสถานกงสุลต้องเตรียมรองรับมาตรการเหล่านี้ เพราะทุกคนที่จะเข้ามายังประเทศไทยต้องไปขอวีซ่าตามระบบเดิมทั้งหมดที่สถานทูต หลังจากยกเลิก VOA และฟรีวีซ่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการควบคุมตัวกลุ่มเสี่ยงตามความเข้มข้นในมาตรการรัฐบาล ในพื้นที่ภูมิลำเนาจะต้องเชื่อมโยงต่อมาจากสนามบิน และขนส่งไปถึงจังหวัดตามภูมิลำเนา โดยกระทรวงคมนาคมจัดยานพาหนะ โดยกำหนดเป็นรถโค้ช จะไม่มีการปล่อยคนลงกลางทางเด็ดขาด จะส่งให้ถึงพื้นที่ต้นทางของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีการแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าพนักงานลงไปถึงผู้ว่าฯ สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบตามครัวเรือน ทุกคนมีหน้าที่ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับคนไทยที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศเขตโรคติดต่อร้ายแรงต้องผ่านมาตรการคัดกรองเข้าสู่มาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่กำหนดตามภูมิลำเนา โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตาม กำกับดูแลถึงครัวเรือนและที่พัก ทุกคนต้องรับผิดชอบ และมีความผิดหลบหนีออกนอกบ้านและที่พัก มีการลงโทษทั้งปรับทั้งจำ กฎหมายมีอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างเราต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และกติกาที่มีอยู่ ถ้าไม่ทำแบบนี้สถานการณ์เราอาจควบคุมไว้ไม่ได้ในระยะต่อไป รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญ เพราะไม่ต้องการให้โควิด-19 แพร่เข้าสู่ระยะ 3 ในประเทศไทย วันนี้เรายังอยู่ในระยะที่ 2 แต่สถานการณ์รองบ้านเราในวันนี้และประเทศอื่นทั่วโลกกำลังมีการแพร่ระบาดมากขึ้น เราจึงจำเป็นต้องสกัดกั้นตั้งแต่วันนี้จนถึงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าจะได้รับความร่วมมือ เรายังต้องคบกันต่อไปกับทุกประเทศ ทำอย่างไรจะมีความเข้าใจ เราก็เป็นประเทศที่ดำรงความเป็นกลาง สร้างความสัมพันธ์ทุกประเทศอยู่แล้ว ขอร้องคนไทยทุกคนร่วมมือ ผมทราบถึงปัญหาทั้งหมด รวมทั้งข้อบกพร่องต่างๆ ก็พร้อมแก้ไข และขอให้แจ้งมาตามช่องทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอร้องอย่าไปตำหนิติเตียนหรือด่าว่า โดยใช้คำพูดหยาบคาย โดยเฉพาะในโซเชียลฯ ตนไม่ค่อยแฮปปี้ กรุณาใช้คำพูดสุภาพหน่อย และขอสื่ออย่าตัดตอนคำพูด&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการกับผู้ที่เดินทางจาก 4 ประเทศที่มีการแพร่ระบาด ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี หากจะเดินทางมาจะต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตก่อน รวมถึงจะมีการยกเลิก VISA on Arrival (VOA) หรือการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 18 ประเทศ ต่อไปใครที่ใช้ VOA ต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตก่อน ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกันว่าไม่ใช่ผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีอาการเหล่านี้เข้ามาในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกฟรีวีซ่าใน 3 ประเทศ คือ อิตาลี ฮ่องกง และเกาหลีใต้ เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าเข้ามาได้ด้วยวิธีใดก็ตาม เรายังมีมาตรการกักกันตัวที่โรงแรมโนโวเทล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 14 วัน ถ้าไม่ยอมให้กักตัวทางเราจะให้เดินทางกลับไปเลย ไม่ยอมให้เข้าเมือง&amp;nbsp;
ตามคนไทยเกือบ 2 พันคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับคนไทยจากประเทศเสี่ยงที่เดินทางมาประเทศไทยระหว่างวันที่ 2-7 มี.ค. มีทั้งสิ้น 1,882 คน ตอนนี้กำลังติดตามว่าอยู่ที่ใดบ้าง และจะนำไปกักกันตัวที่ภูมิลำเนา ส่วนผู้ที่เดินทางมาหลังวันที่ 7 มี.ค.มี 98 คน ซึ่งจะให้ไปกักกันตัวที่ภูมิลำเนาเช่นเดียวกัน แต่จะต้องผ่านกระบวนการของ สธ.ก่อน คือ เข้าที่พักเพื่อสังเกตอาการ ส่วนผู้ที่อยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐก่อนหน้านี้ ก็จะให้ย้ายไปกักกันตัวต่อที่ภูมิลำเนา มาตรการนี้ถือว่าดีกว่าการให้อยู่รวมกัน และตอนนี้ทางท้องถิ่นได้มีการเตรียมการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สำหรับมาตรการกักกันตัวที่ภูมิลำเนา จะให้คนในพื้นที่ยอมรับบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไร รมว.มหาดไทยตอบว่า อยากให้สื่อช่วยอธิบายว่าคนไทยย่อมมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะอยู่ในแผ่นดินไทย แม้จะเจ็บป่วยอย่างไรภูมิลำเนาควรต้องรับ เราต้องช่วยกันอธิบาย เพราะไม่ได้ให้คนจากจังหวัดหนึ่งไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง แต่ขอให้คนในบ้านเกิดได้กลับไปอยู่ เพราะไม่มีแผ่นดินไหนในโลกที่จะยอมรับ แผ่นดินไทยโดยเฉพาะภูมิลำเนาของเขาจะต้องรับและจะไม่กระทบอะไร เพราะทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุม หากไม่สบายจะไปอยู่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสะดวกมากยิ่งขึ้น และมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมผู้ที่ต้องไปเฝ้าสังเกตอาการที่บ้าน จากนี้จะมีการแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สาธารณสุขจังหวัด หรือใครก็ตามที่ รมว.สาธารณสุขเห็นว่ามีความเหมาะสม ซึ่งอยู่ในมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ว่าด้วยการให้อำนาจ รมว.สาธารณสุขแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน จะมีการออกคำสั่งตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น โดยจะครอบศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ทำเนียบฯ และศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่สามารถทำให้เป็นเอกภาพได้ และบางเรื่องจำเป็นต้องสั่งการโดยเร็ว ซึ่ง 2 ศูนย์เองทำไม่ได้ จึงต้องเอาศูนย์ใหญ่มาครอบ และมันมีเรื่องแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้เข้ามา ซึ่งอยู่นอกเหนือ 2 ศูนย์ที่จะรับมือได้ สำหรับศูนย์ใหญ่นี้ไม่มีงบประมาณ เพราะ 2 ศูนย์เล็กทำงานของเขาอยู่ ศูนย์ใหญ่จะดูภาพรวมของนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งศูนย์ใหญ่ขึ้นมาเพื่อเตรียมการรับมือกรณีการแพร่ระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เพราะเป็นการยกระดับ ซึ่งแรงงานไทยที่กลับจากเกาหลีใต้คือ เหตุผลที่ต้องทำให้ต้องยกระดับทุกอย่างขึ้นมา เพื่อไม่ให้คนตื่นตระหนก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า เหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมยกระดับสู่การแพร่ระบาดระยะที่ 3 เป็นเพราะกรณีผีน้อยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า กรณีนี้และอย่างอื่นด้วย เพราะมันมีปัญหาคนไทยที่ติดเชื้อหลังเดินทางกลับจากอิตาลี และนอกนั้นแม้ไม่ได้เดินทางมาจากอิตาลี แต่เกี่ยวข้องกับคนที่เพิ่งเดินทางกลับมา เราจึงต้องเริ่มระมัดระวัง ตอนนี้กำลังดูว่ามีการติดต่อกันตั้งแต่อยู่ที่อิตาลี หรือมาติดต่อที่เมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3 เร็วๆ นี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เห็นกระทรวงสาธารณสุขทำท่าขยับเมื่อวันที่ 10 มี.ค.มิใช่หรือ แต่หากมีการประกาศเข้าสู่ระยะที่ 3 ก็มีความพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์มีแนวโน้มว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดแบบต่างประเทศใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ใช่ เพราะคนเข้ามามาก แต่เรายังรักษามาตรฐานของเราได้ดี จากเดิมไทยมีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในลำดับ 2 ของโลก แต่ตอนนี้อยู่ในลำดับที่ 32 ต้องบอกว่าเป็นความสามารถและมาตรฐานที่เราทำได้อย่างดี และไม่ใช่ตัวเลขมั่วๆ ชุ่ยๆ หรือปกปิดอะไร
ตามผีน้อยกลับครบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแรงงานกลุ่มไทยที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ ก่อนจะหลุดการคัดกรองจำนวน 80 คนว่า ผู้ที่ต้องกักตัวเพื่อควบคุมโรคทั้งหมด 80 คน เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมารายงานตัวทั้งสิ้น 74 คน ก่อนอีก 6 คนจะมารายงานตัวจนครบ 80 คนแล้วในวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเอส และสำนักงาน กสทช. พร้อมด้วยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กรมควบคุมโรค, ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ค่าย, &amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), &amp;nbsp;บมจ.การท่าอากาศยานไทย ประชุมหารือร่วมกันถึงแนวทางการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมาตรการที่ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 12 มี.ค. นักท่องเที่ยวต่างประเทศทุกคนทุกไฟลต์ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ประชาชนคนไทยที่เดินทางกลับจากการเดินทางท่องเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยง และประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อลงจากเครื่องบิน ถึงจุดตรวจของกรมควบคุมโรค จะต้องทำการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AoT Airport จาก Google Store หรือ Apple Store&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปพลิเคชันดังกล่าวจะทำงาน เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน และยอมรับเงื่อนไขให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวกรณีจำเป็นเมื่อเกิดสถานการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล จากนั้นนำแอปดังกล่าวแสดงที่ ตม. เพื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเข้าประเทศไทยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวจะทำงานหลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วน และยินยอมรับเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้เป็นเวลา 14 วัน ถ้ามีเหตุการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล ทางกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายหยาง ซิน อุปทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เพื่อหารือการให้ความช่วยเหลือการป้องกันไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า ได้เชิญอุปทูตจีนเพื่อสอบถามหลังได้รับทราบว่าจีนมีนโยบายต้องการให้ความช่วยเหลือมิตรประเทศ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ของจีนเป็นไปในทางที่ดีขึ้น วันนี้ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องจริงที่จีนต้องการให้การช่วยเหลือ ซึ่งไทยก็เป็นมิตรประเทศหนึ่งที่ดีของจีนตลอดมา ที่ผ่านมาจีนได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยมาตลอด ทั้งเรื่ององค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาทางการแพทย์ที่จะทำสงครามกับโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ตนเรียนท่านอุปทูตว่า สิ่งที่เราอยากได้จากจีนคือความช่วยเหลือต่างๆ เช่น การซื้อหน้ากากอนามัยที่ใช้ทางการแพทย์ หน้ากาก N95 ชุด PPE ที่ใช้ในห้องติดเชื้อ และชุด Kit Lab ที่จะใช้ในการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีอยู่ 8-9 แล็บทั่วประเทศ จึงไม่สามารถนำมาตรวจในสถานที่ต่างๆ ได้ หากเราได้ชุดตรวจเชื้อมาเราจะสามารถตรวจเชื้อได้เลยไม่ต้องส่งไปที่ห้องแล็บ นอกจากนี้ยังขอให้จีนผ่อนคลายเรื่องการส่งวัตถุดิบมายังประเทศไทย ที่เรามีความจำเป็นที่ต้องใช้ ตนขอบคุณท่านอุปทูตเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้แสดงเจตจำนงต้องการช่วยประเทศไทย ในยามที่เราเผชิญปัญหาเรื่องนี้อยู่ จากนี้เราก็จะรอคำตอบจากทางการจีนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายหยาง ซิน เผยว่า จริงๆ แล้วหลังเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาด ทางการจีนก็ประสานงานกับไทยอย่างใกล้ชิด โดยจีนก็ได้รับการสนับสนุนจากไทยมากมาย ทั้งกำลังใจและวัตถุต่างๆ ที่ช่วยเราทำสงครามกับไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันก็มีข่าวดีว่า จำนวนผู้ติดเชื้อของจีนลดน้อยลงมาก และสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันจีนก็มีประสบการณ์ในการทำสงครามกับเชื้อไวรัสตัวใหม่นี้ จึงอยากจะช่วยเหลือมิตรประเทศ ซึ่งเราก็รู้สึกซาบซึ้งใจในไมตรีจิตของไทย ทั้งรัฐบาลและพี่น้องคนไทยมีต่อจีนในยามที่เราประสบกับปัญหาและความยากลำบาก วันนี้ที่ตนมาก็เพื่อรับทราบสถานการณ์ของไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นเราจะรีบรายงานกลับไปที่ปักกิ่ง และให้ความช่วยเหลือเท่าที่เราทำได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59508</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณสุขจังหวัด, COVID-19, VOA, ยกระดับระยะ3, สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลี-ญี่ปุ่น, เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68f8bcf0a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
