<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้เตรียมอยู่กับโควิด-19 ผ่อนกฎเว้นระยะห่างสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่จำกัดการรวมตัวของประชาชนตั้งแต่สัปดาห์หน้า ในช่วงเวลาทดสอบ &amp;quot;การอยู่ร่วมกับโควิด-19&amp;quot; ก่อนเปิดเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนเมื่อประชากรร้อยละ 80 ฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ย่านชอปปิ้งในกรุงโซลแทบร้างผู้คนระหว่างการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มงวดเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 ว่า ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่งจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับการกลับคืนสู่การใช้ชีวิตปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาว โดยเตรียมจะยกเลิกข้อจำกัดที่ครอบคลุมถ้วนทั่วได้ในท้ายที่สุด และเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับความคาดหมายว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 80 จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี คิม บูคยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวต่อที่ประชุมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวันศุกร์ว่า นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคมเป็นต้นไป รัฐบาลจะผ่อนคลายกฎข้อบังคับจำกัดจำนวนการรวมตัวกัน โดยผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะสามารถรวมตัวกันได้ไม่เกิน 4 คน นอกจากนี้ รัฐบาลจะผ่อนคลายข้อจำกัดชั่วโมงการเปิดบริการของสถานที่เช่น ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ และโรงภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการใหม่ ภายในพื้นที่ของโซล จะอนุญาตให้รวมตัวกันได้ไม่เกินกลุ่มละ 8 คน แต่ต้องมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วอยู่ด้วยอย่างน้อย 4 คน ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ อนุญาตให้รวมตัวกันได้ไม่เกิน 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบเหมือนกับหลายประเทศ แต่เลือกบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แทน ซึ่งรวมถึงการจำกัดการรวมตัวไว้ไม่เกิน 2 คนหลังเวลา 18.00 น. โดยบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เมื่อเริ่มเกิดการแพร่เชื้อระลอกที่ 4 ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลี คีอิล รัฐมนตรีช่วยด้านนโยบายดูแลสุขภาพ กล่าวว่า รัฐบาลจะผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกีฬาด้วย โดยการแข่งขันกีฬากลางแจ้งที่ปัจจุบันจัดแข่งแบบปิด จะได้รับอนุญาตให้มีผู้ชมในสนามได้ ด้วยเงื่อนไขว่าผู้ชมร้อยละ 30 ต้องฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ คิม กล่าวว่า ช่วงเวลาหนึ่งปีกับแปดเดือนที่ผ่านมา ทุกคนพยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ยาวของโรคระบาด และใกล้เห็นแสงรำไรเข้ามาทุกทีแล้ว ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่เหลือของเดือนตุลาคมนี้จะเป็นการทดสอบสุดท้ายเพื่อก้าวไปสู่การกลับไปทำกิจวัตรประจำวันแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดการเว้นระยะห่างทางสังคมแบบใหม่นี้จะบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ แล้วหลังจากนั้น รัฐบาลจะประกาศยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจส่วนตัว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการจำกัดแบบครอบคลุมทั่วทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 339,361 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,684 รายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตนั้นมีเพียง 2,626 ราย อัตราการฉีดวัคซีนของประชากร 52 ล้านคนนั้น ร้อยละ 78.4 ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และร้อยละ 62.5 ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนนี้เกาหลีใต้ยังได้เริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้แก่กลุ่มที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในสถานพักฟื้นคนชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ซึ่งมีอายุ 68 ปี ก็ได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค เพื่อกระตุ้นภูมิเมื่อวันศุกร์ หลังจากเขาฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าโดสที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนครบร้อยละ80, ผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่าง, อยู่ร่วมกับโควิด, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616958d498f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้ตั้งคณะทำงานถกยุทธศาสตร์อยู่ร่วมกับโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้จัดตั้งคณะกรรมการหารือยุทธศาสตร์วิธีการ &amp;quot;อยู่ร่วมกับโควิด-19&amp;quot; ในระยะยาว ขณะที่รัฐบาลกำลังหาทางผ่อนคลายข้อบังคับควบคุมโรคและเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งเมื่ออัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม ว่า กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้เผยถึงยุทธศาสตร์การใช้ชีวิตอยู่ร่วมโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะผ่อนคลายมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนาสำหรับประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการและอาการไม่รุนแรง ที่มีอายุต่ำกว่า 70 ปี ให้พักฟื้นอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของยอนฮับ สื่อเกาหลีใต้ กล่าวว่า รัฐบาลจะเน้นเรื่องจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิต มากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน และกำลังพิจารณาด้วยว่าจะไม่เผยแพร่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีคิม บูคยอม กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการชุดนี้ ที่จัดประชุมครั้งแรกเมื่อวันพุธว่า เราจะทำให้โควิด-19 เป็นโรคติดเชื้อที่ควบคุมได้ และไม่ต้องกลัวสิ่งที่ไม่รู้เกี่ยวกับโรคนี้อีกต่อไป เพื่อให้พลเมืองเกาหลีใต้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างสมบูรณ์ แต่ภายใต้นโยบายใหม่นี้ รัฐบาลยังไม่เลิกบังคับการใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการเกาหลีใต้ไม่เคยบังคับใช้การล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ แต่ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดที่สุดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม อันรวมถึงการจำกัดชั่วโมงการเปิดบริการของร้านอาหาร, คาเฟ่, เซานา และสถานออกกำลังกายในร่ม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักกับธุรกิจส่วนบุคคลและธุรกิจขนาดเล็ก และห้ามการรวมตัวมากกว่า 2 คน หลังเวลา 18.00 น. ภายในกรุงโซลและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เกาหลีใต้จะประกาศใช้ เป็นผลจากโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศที่ก้าวหน้าไปมาก หลังจากช่วงแรกหยุดชะงักเนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัคซีน ขณะนี้มีชาวเกาหลีใต้ที่เข้ารับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็ม แล้วร้อยละ 78.1 ของประชากรทั้งประเทศ 52 ล้านคน และฉีดวัคซีนครบโดสแล้วร้อยละ 60.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกันยายน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนเร่งกลับสู่ชีวิตปกติ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เมื่อประชากรฉีดวัคซีนครบโดสได้ถึงเป้าหมายร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการล่าสุดถึงวันอังคารเผยว่า อัตราผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลของเกาหลีใต้ยังค่อนข้างต่ำ โดยมีผู้ป่วยอาการรุนแรง 359 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตที่ร้อยละ 0.78 เท่านั้น ผู้ติดเชื้อสะสมของเกาหลีใต้อยู่ที่ 335,742 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันอังคาร 1,584 ราย ส่วนยอดเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 2,605 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธศาสตร์อยู่ร่วมกับโควิด-19, เกาหลีใต้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166daf114995.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้ทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ ไล่หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ2ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ยอมน้อยหน้ากัน เกาหลีใต้ยิงทดสอบขีปนาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำขณะอยู่ใต้น้ำเป็นครั้งแรกเมื่อบ่ายวันพุธ ไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกอย่างท้าทายข้อมติยูเอ็น และเกิดหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนมาพบผู้นำเกาหลีใต้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจานิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือที่หยุดชะงักมานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเกาหลีใต้ดูข่าวโทรทัศน์ฉายภาพข่าวเก่าของการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ระหว่างการรายงานข่าวการยิงทดสอบขีปนาวุธเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 (Photo by Chung Sung-Jun/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ 15 กันยายน ยืนยันว่า เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) ขณะอยู่ใต้น้ำเมื่อบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยประธานาธิบดีมุน แจอิน ได้ชมการยิงทดสอบเอสแอลบีเอ็มจากเรือดำน้ำชั้นโดซานอันชางโฮ ระวางขับน้ำ 3,000 ตัน ลำใหม่ที่เพิ่งส่งเข้าประจำการเมื่อเดือนที่แล้วด้วย มิสไซล์ลูกนี้โจมตีโดนเป้าหมายที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จของการยิงทดสอบเอสแอลบีเอ็มจากใต้น้ำทำให้เกาหลีใต้เป็นเพียงประเทศที่ 7 ในโลกที่มีขีดความสามารถดังกล่าว แบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และอินเดีย ต่างกันที่ประเทศเหล่านี้ล้วนมีอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า แถลงการณ์ของทำเนียบบลูเฮาส์ระบุด้วยว่า เอสแอลบีเอ็มเป็นความก้าวหน้าที่มีนัยสำคัญอย่างมากในการป้องปราม และจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันประเทศแบบพึ่งพาตนเองและการสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีต่อไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของเกาหลีใต้มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีเหนือยิงทดสอบ &amp;quot;ขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูก&amp;quot; จากจังหวัดพย็องอันใต้ ในภาคกลางของประเทศ มาตกในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกระหว่างคาบสมุทรเกาหลีกับญี่ปุ่น ขีปนาวุธ 2 ลูกนี้ร่อนเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร โดยขึ้นถึงระดับความสูง 60 กิโลเมตร เกาหลีใต้และหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐกำลังวิเคราะห์รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยิงทดสอบครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยิงทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เป็นการท้าทายข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้สำนักข่าวกลางเกาหลีของทางการเปียงยางเพิ่งประกาศการยิงทดสอบมิสไซล์ครูซพิสัยไกลรุ่นใหม่ 2 ลูกเมื่อสุดสัปดาห์ โดยคุยว่าเป็น &amp;quot;อาวุธทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบขีปนาวุธของทั้งสองเกาหลีเกิดขึ้นภายหลัง หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน มาเยือนกรุงโซล และได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีมุนและเจ้าหน้าที่อาวุโสของเกาหลีใต้หลายคน เกี่ยวกับการเจรจานิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือที่หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีมุนกล่าวกับหวังว่า เขาชื่นชมบทบาทของจีนในการผลักดันทางการทูตระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขการคุมเชิงด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และขอให้จีนสนับสนุนเช่นนี้ต่อไป ส่วนหวังกล่าวว่า จีนจะยังคงสนับสนุนการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีและปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำ, ทดสอบขีปนาวุธ, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, เอสแอลบีเอ็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141cbcf3c5c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้เจ๋ง ยิงทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำที่พัฒนาเองสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ให้น้อยหน้าเกาหลีเหนือ สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันอังคารว่า กองทัพเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) ที่พัฒนาเองในประเทศ และกลายเป็นประเทศแรกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่พัฒนาขีดความสามารถดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โทรทัศน์เกาหลีใต้แพร่ภาพข่าวการยิงทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่เกาหลีเหนือคุยว่าเป็นอาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำ (Photo by Chung Sung-Jun/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างข่าวของยอนฮับเมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน ซึ่งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารหลายรายแต่ไม่เปิดเผยนาม ว่าเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธ โดซานอันชางโฮ รุ่นใหม่จากเรือดำน้ำขณะอยู่ใต้น้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมเกาหลีใต้ก็เคยทดสอบแบบเดียวกันแต่เป็นการยิงจากเรือท้องแบนใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบครั้งนี้กระทำโดยสำนักงานเพื่อการพัฒนากลาโหม โดยแหล่งข่าวเผยกับยอนฮับว่า เป็นการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำลำใหม่ขนาด 3,000 ตัน ที่พัฒนาเองในประเทศซึ่งติดตั้งท่อปล่อยแนวดิ่ง 6 ท่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยอนฮับกล่าวว่า มิสไซล์ของเกาหลีใต้ที่ทำการทดสอบนี้ติดอาวุธตามแบบ มีชื่อรหัสว่า ฮย็อนมู 4-4 และเชื่อว่าเป็นรุ่นที่ปรับเปลี่ยนรุ่นหนึ่งของขีปนาวุธ ฮย็อนมู-2บี ที่มีพิสัยประมาณ 500 กิโลเมตร และเกาหลีใต้จะเดินหน้าผลิตจำนวนมากภายหลังทำการทดสอบอีกรอบหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เคยเผยแพร่พิมพ์เขียวด้านกลาโหมสำหรับปี 2565-2569 ที่เรียกร้องให้มีการพัฒนามิสไซล์รุ่นใหม่ &amp;quot;ที่มีอำนาจทำลายล้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า มีเพียง 7 ประเทศที่พัฒนาขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อินเดีย และเกาหลีเหนือ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประเทศที่มีคลังอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งมักใช้หัวรบนิวเคลียร์ในการติดอาวุธให้กับเอสแอลบีเอ็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานกล่าวว่า เกาหลีใต้พัฒนามิสไซล์ที่ทรงอานุภาพเพิ่มขึ้น โดยออกแบบมาเพื่อพุ่งเป้าหมายที่เป็นอุโมงค์และบังเกอร์ที่มีปราการแน่นหนาในเกาหลีเหนือ รวมไปถึงเป็นหนทางที่จะลดการพึ่งพาทางทหารต่อสหรัฐที่วางกำลังทหารนับหมื่นนายบนคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือต่างอ้างการพัฒนาทางทหารของอีกฝ่ายเป็นเหตุผลในการเสริมสร้างขีดความสามารถของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาหลีเหนือเคยเผยแพร่ภาพการยิงมิสไซล์จากใต้น้ำเมื่อปี 2562 โดยคุยว่าเป็นการยิงจากเรือดำน้ำ&amp;nbsp; แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าน่าจะเป็นการยิงจากแพลตฟอร์มอยู่กับที่หรือเรือใต้น้ำมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้เกาหลีเหนือเคยเปิดตัวเอสแอลบีเอ็มใหม่ๆ หลายลูก และดูเหมือนจะกำลังสร้างเรือดำน้ำที่ออกแบบมารองรับขีปนาวุธเหล่านี้ ในพิธีสวนสนามเมื่อเดือนมกราคม พวกเขาอวดเอสแอลบีเอ็ม 4 ลูกที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอคุยว่าเป็น &amp;quot;อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวต่อที่ประชุมพรรคแรงงานเกาหลีเมื่อเดือนมกราคมว่า เกาหลีเหนือจัดทำแผนสำหรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เรือดำน้ำนิวเคลียร์จะส่งเข้าประจำการได้ แต่นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า อาวุธชนิดนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะทำให้เกาหลีเหนือสามารถโจมตีแบบศัตรูไม่ทันตั้งตัวจากใต้น้ำได้ แม้จะกำลังทางภาคพื้นจะถูกทำลายก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2562 คิมเคยไปตรวจเรือดำน้ำที่เพิ่งสร้างใหม่ลำใหญ่ยักษ์ลำหนึ่ง โดยสื่อทางการเปียงยางกล่าวว่าเรือลำนี้จะถูกวางกำลังเพื่อปฏิบัติการได้ในไม่ช้า โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขีดความสามารถของเรือลำนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ, ฮย็อนมู 4-4, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, เอสแอลบีเอ็ม, โดซานอันชางโฮ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613735641f977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ภณ-บัว-กระทิง’พาเที่ยวเกาหลีตามรอย‘พราวมุก’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ละครจบ อารมณ์ไม่จบ &amp;ldquo;ภณ-บัว-กระทิง&amp;rdquo; แท็กทีมพาทัวร์ทิพย์ &amp;ldquo;แทกู&amp;rdquo; ตามรอยละคร &amp;ldquo;พราวมุก&amp;rdquo; โดยงานนี้ CH3Plus ร่วมมือกับ เมืองแทกู (Daegu Metropolitan City) และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) พาตามรอยละครสุดปัง พราวมุก การันตีความฮอตด้วยยอดชมใน CH3Plus กว่า 50 ล้านวิว เมื่อละครจบแต่อารมณ์ไม่จบ CH3Plus จัดให้กับคอนเทนต์ 3 ตอนพิเศษที่ล้วงลึกเส้นทางละคร นำทางความสนุกโดย ภณ ณวัสน์, บัว นลินทิพย์ และ กระทิง ขุนณรงค์ แลนดิ้งตรงที่ เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องพราวมุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดรายการมาด้วย EP.1 เมาท์มอยเบื้องหลังความรู้สึกในการถ่ายทำที่เกาหลี แต่ละคนจะสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง ต้องติดตาม ส่วนสายช้อปปิ้งและกินต้องไม่พลาด เพราะ EP.2 พาไปชิมเมนูอาหารที่ไม่ควรพลาด และสายแฟชันต้องรอจดลิสต์ช้อปปิ้ง ปิดท้าย EP.3 พาไปเที่ยวสถานที่ชิกๆ ในแทกู เตรียมเก็บข้อมูล มีโอกาสเมื่อไหร่ รอบินตามรอยกันแน่นๆ ได้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามความสนุกทั้งหมดได้ในรายการ ตามรอยพราวมุก ทุกวันอังคาร เวลา 16.00 น. ทาง CH3Plus ดูฟรี ได้ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 31 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง ขุนณรงค์, ช่อง3, บัว นลินทิพย์, พราวมุก, ภณ ณวัสน์, เกาหลีใต้, เมืองแทกู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dbf7ce657c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทายาทซัมซุงพ้นคุกก่อนกำหนด เกาหลีใต้อ้างทำเพื่อประโยชน์ของชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;อี แจยอง&amp;quot; ทายาทผู้ก่อตั้งซัมซุงกรุ๊ปที่ต้องโทษจำคุกฐานจ่ายสินบนและยักยอกทรัพย์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในกรุงโซลแล้วเมื่อวันศุกร์ โดยเป็นการพ้นโทษก่อนกำหนดภายใต้ทัณฑ์บน ทำเนียบประธานาธิบดีกลัวครหาคนรวยมีอภิสิทธิ์ ยืนกรานทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อี แจยอง รองประธานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ มาถึงศาลสูงกรุงโซลเพื่อฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 (Photo by Jaewon Lee/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า อีในชุดสูทดำ โค้งให้กลุ่มผู้สื่อข่าวที่รออยู่ด้านหน้าศูนย์กักกันตัวทางใต้ของกรุงโซลเมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเสียใจจริงๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนมีกังวลมากเกินไป ตนกำลังรับฟังความกังวล, เสียงวิจารณ์ และความคาดหวังสูงเกี่ยวกับตน และจะทำให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของเครือบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้นับแต่อี คุนฮี ประธานและผู้ก่อตั้งซัมซุงกรุ๊ป ซึ่งเป็นบิดาของเขาล้มป่วยนอนติดเตียง เขากำลังรับโทษจำคุก 2 ปีครึ่งมาตั้งแต่เดือนมกราคม จากความผิดฐานติดสินบน, ยักยอกทรัพย์ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวโยงกับการคอร์รัปชันอื้อฉาวที่ทำให้ปัก กึนฮเย ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้กระเด็นจากเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้แถลงว่า อี แจยอง จะได้พ้นโทษก่อนกำหนดพร้อมกับนักโทษอีกประมาณ 800 คนในรอบนี้ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้ยืนกรานว่า การปล่อยตัวอีเป็นการตัดสินใจ &amp;quot;เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ&amp;quot; และหวังว่าพลเมืองในชาติจะเข้าใจเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อี ในวัย 53 ปี ได้รับการจัดอันดับโดยฟอร์บส์ว่าเป็นบุคคลร่ำรวยอันดับ 202 ของโลก ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 11,400 ล้านดอลลาร์ การปล่อยตัวเขาก่อนกำหนดตอกย้ำประเพณีที่ยาวนานของเกาหลีใต้ ที่บรรดาผู้นำธุรกิจซึ่งถูกตัดสินจำคุกในความผิดคอร์รัปชั่นหรือหลีกเลี่ยงภาษี มักได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ หนึ่งในนั้นคือบิดาของเขาที่เคยโดนตัดสินว่ามีความผิด 2 ครั้งและได้รับอภัยโทษจากประธานาธิบดีด้วยเห็นแก่ประโยชน์ที่เขาสร้างไว้ต่อเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 2-3 เดือนมานี้ มีเสียงเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาทั้งจากนักการเมืองและผู้นำทางธุรกิจ ที่อ้างเหตุผลว่าการจำคุกอีทำให้เกิดสุญญากาศผู้นำของเครือบริษัทใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลตัดสินจำคุกอีครั้งแรกเป็นเวลา 5 ปีเมื่อปี 2560 ภายหลังประธานาธิบดีปักถูกถอดถอน แต่หลังจาการับโทษได้เพียงปีเดียว ศาลอุทธรณ์ก็ตัดสินยกฟ้องความผิดข้อหาติดสินบนเกือบทั้งหมดของเขาและให้รอลงอาญา ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งให้ไต่สวนคดีใหม่ และพิพากษาจำคุกเขาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยตัวเขายังไม่ทำให้อีพ้นจากบ่วงกฎหมาย เขายังต้องถูกไต่สวนข้อหาปั่นหุ้นซึ่งเปิดประตูให้เขาเข้าควบคุมอาณาจักรของครอบครัวแห่งนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานติดสินบนปัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดสินบน, ทายาทซัมซุง, พ้นโทษก่อนกำหนด, อี แจยอง, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_611681cc41a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เกาหลีใต้ขอโทษประชาชน วัคซีนโควิด-19ขาดแคลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้แถลงขอโทษต่อประชาชนเมื่อวันจันทร์ กรณีที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเดือนสิงหาคมมีไม่เพียงพอ เนื่องจากบริษัทโมเดอร์นาจากสหรัฐส่งมอบวัคซีนให้ได้ไม่ถึงครึ่งจากแผนที่วางไว้เพราะปัญหาด้านการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงเป็นสถิติในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่โครงการฉีดวัคซีนของประเทศประสบปัญหาวัคซีนขาดแคลนและการส่งมอบล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควอน ด็อกชอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม ว่าบริษัทผู้ผลิตยา โมเดอร์นา จากสหรัฐ แจ้งต่อเกาหลีใต้ว่า จะจัดส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทมาให้ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ 8.5 ล้านโดสที่วางแผนจะส่งให้ในเดือนสิงหาคม และเขาต้องขอโทษต่อประชาชนอีกครั้งที่สร้างความวิตกกังวล สืบเนื่องจากปัญหาด้านการส่งมอบวัคซีนของโมเดอร์นา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเดอร์นาไม่สามารถส่งวัคซีนได้ตามแผนมาแล้วก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม โดยอ้างปัญหาหุ้นส่วนด้านการผลิตบางรายเผชิญกับความล่าช้าเพราะปฏิบัติการทดสอบในห้องแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควอนกล่าวว่า รัฐบาลได้ว่ากล่าวไปที่บริษัทนี้แล้ว และผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลจะเดินทางไปเยือนโมเดอร์นาเพื่อหารือวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขสถานการณ์ โดยทางโมเดอร์นาได้ขอโทษแล้วและรับปากว่าจะพยายามทำตามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (เคดีซีเอ) เผยว่า เกาหลีใต้ซื้อวัคซีนจากโมเดอร์นา 40 ล้านโดส แต่ถึงขณะนี้เพิ่งได้รับแค่ 2.4 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งมอบวัคซีนล่าช้าเกิดในช่วงเวลาที่เกาหลีใต้เริ่มเปิดรับการจองวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ทุกคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นครั้งแรกในวันจันทร์ โดยจะเริ่มฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาหรือไฟเซอร์-ไบออนเทค ในวันที่ 26 สิงหาคม เคดีซีเอกล่าวว่า การจองวัคซีนจะเดินหน้าต่อไปตามแผน แต่อาจต้องใช้ระยะห่าง 6 สัปดาห์ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แทนที่จะเป็น 4 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคดีซีเอกล่าวด้วยว่า ข้อมูลถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ มีชาวเกาหลีใต้ราว 45% ของประชากร 52 ล้านคนที่ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส แต่มีแค่เพียง 15% ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว รัฐบาลตั้งเป้าหมายจะฉีดวัคซีนให้ได้เกิน 70% ของประชากรภายในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ เคดีซีเอรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ 1,492 ราย ทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 212,448 คน เสียชีวิต 2,125 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุขขอโทษประชาชน, วัคซีนขาดแคลน, เกาหลีใต้, โควิด-19, โมเดอร์นาส่งมอบล่าช้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_611146e17d7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
