<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงตอบรับต่อไทย (ในเชิงบวก) จากนานาชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์เกาะติดเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;เสียงตอบรับต่อไทย (ในเชิงบวก) จากนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงสะท้อนด้านดีด้านลบจากนานาชาติ เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกประเทศต้องสดับรับฟัง&amp;nbsp; ถ้าเป็นเรื่องในเชิงบวกควรส่งเสริมต่อยอดให้เกิดสิ่งดีๆ ต่อไปให้เกิดขึ้นกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย แต่ถ้าเป็นเรื่องในเชิงลบ ก็มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่รัฐบาลและภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไทยต้องหาแนวทางแก้ไขเรื่องราวต่างๆ ที่เราถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอดจนต้องประชาสัมพันธ์ให้นานาชาติเข้าใจเรื่องราวที่ดีที่ถูกต้อง&amp;nbsp; เข้าทำนอง &amp;ldquo;จิ้งจกทักก็ต้องฟัง&amp;rdquo; โดยเฉพาะในโลกยุคดิจิตัลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสงครามการค้าที่โลกโซเชียลมีความสำคัญสูงในการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารทั้งบวกทั้งลบให้ผู้คนทั้งโลกเข้าใจได้ทั้งถูกทั้งผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประโยคข้างต้นเป็นประโยคที่ผมได้ใช้ข้อความใกล้เคียงกับข้อความที่ใช้ในคอลัมน์ที่ผมเขียนครั้งที่แล้วโดยมีการปรับปรุงเล็กน้อย&amp;nbsp; เพราะผมรู้สึกว่าประเทศไทยถูกกล่าวขวัญถึงในเวทีนานาชาติอย่างมากในปีนี้ และในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันและจะต่อเนื่องไปถึงอนาคตอีกยาวไกลคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ในการปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซี่งเป็นปฏิบัติการกู้ภัยในระดับโลกจากทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากนานาชาติ และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนโลกและผู้คนทั่วโลกจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของคนไทยและคนทั้งโลกอย่างเด่นชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงชื่นชมต่อการปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้รับการกล่าวขวัญถึงในเชิงบวกอย่างมากมายทั้งจากผู้นำรัฐบาล&amp;nbsp; ผู้นำภาคเอกชน&amp;nbsp; สื่อสารมวลชน และประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ&amp;nbsp; วีรบุรุษถ้ำหลวงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนที่ได้ร่วมมือกันในปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทุกสารทิศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำไทย&amp;nbsp; หน่วยราชการไทย ทีมกู้ภัยไทย ประชาชนคนไทย&amp;nbsp; อาหารไทย&amp;nbsp; วัฒนธรรมไทย และสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากนานาชาติอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; ทั้งโลกซาบซึ้งและยอมรับถึงการเปิดกว้างรับสิ่งดีๆ และความช่วยเหลือที่ดีตลอดจนผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้อย่างอบอุ่นและต้อนรับขับสู้เสมือนบุคคลในครอบครับ ยิ้มสยามและความเป็นมิตรแบบไทยๆ ถูกชื่นชมอย่างล้นทะลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งการแสดงความชื่นชมของนานาชาติต่อการปฏิบัติการแบบบูรณาการ ที่ประสานงานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและการตัดสินใจแบบรับฟังข้อมูลรอบด้านและเฉียดขาดเฉียบคมของผู้นำการปฏิบัติการ&amp;nbsp; เป็นมิติในเชิงบวกและไทยได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานแบบบูรณาการที่มีมาตรฐานสากลพร้อมร่วมมือประสานงานกับทีมงานนานาชาติได้อย่างดีเยี่ยม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงในครั้งนี้ มีทีมช่วยเหลือจากนานาชาติในด้านต่างๆ อย่างมากมายหลายทีมงานหลายประเทศที่มาร่วมมือกันทำงานประสานกับทีมไทยแลนด์อย่างเหมาะสม ทั้งความร่วมมือกันทำงานของทีมดำน้ำจากประเทศต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างแนบแน่นแนบสนิทเหมือนทีมงานที่เคยทำงานร่วมกันมานาน ตลอดจนการทำงานที่เคารพความเห็นและการตัดสินใจของกันและกัน&amp;nbsp; สิ่งที่พูดถึงเกิดขึ้นที่ประเทศไทยครับ ปฏิบัติการที่ยากลำบากมากและแทบจะเป็นไปได้ยากถึงกับขั้น Mission Impossible ถูกดำเนินการในเกิดผลสัมฤทธิ์ภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์&amp;nbsp; สะท้อนให้เห็นมิติเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้ทั่วโลกเห็นว่า ไทยพร้อมทำงานด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนกับนานาชาติได้อย่างดีในทุกเรื่อง และพร้อมจะแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ประเทศไทยได้รับการตอบรับในเชิงบวกมากขึ้นในระยะหลังตั้งแต่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้ไปเยี่ยมเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; ฝรั่งเศส อังกฤษ และอีกหลายๆ ประเทศอย่างเป็นทางการ ทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมากในเวทีนานาชาติซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อการค้าและการลงทุนของไทยในตลาดโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ การที่ไทยได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากเวทีนานาชาติในเรื่องมาตรฐานด้านกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานด้านแรงงาน&amp;nbsp; มาตรฐานด้านการบิน&amp;nbsp; มาตรฐานด้านการประมง และมาตรฐานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจากนานาชาติโดยเฉาพาะมาตรฐานที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป แสดงให้เห็นว่าไทยมีความพยายามและมุ่งมั่นในการพัฒนาการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ให้ได้ตามมาตรฐานสากลในทุกเรื่อง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ในเชิงบวกต่อการค้าและการลงทุนของไทยในเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเหตุการณ์ล่าสุดที่ถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นเสียงตอบรับในเชิงบวกล่าสุดจากนานาชาติที่เป็นเสียงตอบรับที่กว้างขวางและยิ่งใหญ่ ที่สร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกอย่างมากมายต่อประเทศไทย&amp;nbsp; ทั้งภาพลักษณ์ของความทันสมัยทางเทคโนโลยีของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำงานแบบบูรณาการที่มีมาตรฐานของไทย&amp;nbsp; ภาวะการเป็นผู้นำของไทย&amp;nbsp; การเปิดรับชาวต่างประเทศอย่างเป็นมิตร ตลอดจนวัฒนธรรมที่ดีงามของคนไทยและสังคมไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงตอบรับในเชิงบวกของนานาชาติที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นผลดีการการค้า การลงทุนการส่งออก และการท่องเที่ยวของไทยในอนาคต 1-5 ปีข้างหน้า&amp;nbsp; และจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ในระดับ 4.5-5% ในอนาคต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผศ.ดร.ธนวรรธน์&amp;nbsp; พลวิชัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13472</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ทีมหมูป่าอะคาเดมี, ธนวรรธน์ พลวิชัย, ปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง, เกาะติดเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cecb7de53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจไทยปี 2561: ยังเหนื่อย?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คอลัมน์เกาะติดเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ท่ามกลางตัวเลขดีๆ ทางเศรษฐกิจของไทยที่พรั่งพรูสู่สายตาคนไทยอย่างต่อเนื่องออกจนกระทั่งกระแสคำว่า &amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้วกำลังจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสโตเกิน 4.5%&amp;rdquo; เริ่มได้รับการกล่าวถึงและตอบสนองจากทุกภาคส่วนเป็นลำดับโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐบาล&amp;nbsp; หน่วยงานวิชาการและวิเคราะห์เศรษฐกิจ&amp;nbsp; ตลอดจนองค์กรภาคเอกชนขนาดใหญ่&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ท่ามกลางกระแสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในรอบนี้ ก็ยังคงมีเสียงดังกึกก้องทั่วฟ้าเมืองไทยแบบย้อนแย้งจนถึงปัจจุบันว่า &amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยที่บอกว่าฟื้นตัวอยู่ ณ ขณะนี้นั้นเป็นการฟื้นตัวแบบกระจุกตัวอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่ได้กระจายตัวไปสู่กลุ่มคนต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;rdquo; เข้าทำนองที่ว่า &amp;ldquo;รวยกระจุกแต่ยังจนกระจาย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผ่านไปแล้ว 5 เดือน สำหรับปี 2561 ทุกคนยังคงตั้งคำถามในใจว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้วจริงหรือ?&amp;nbsp; เศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจะเติบโตต่อเนื่องไปอีกได้มากแค่ไหนและนานแค่ไหน? &amp;nbsp;การเติบโตแบบกระจุกตัวยังคงเห็นอยู่อีกนานหรือไม่?&amp;nbsp; และอนาคตของเศรษฐกิจไทยจะดีมากน้อยเพียงใด? &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วง 1-2 สัปดาห์ผมได้มีโอกาสพบเจอนักธุรกิจทั้งธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่จากทั่วประเทศ&amp;nbsp; เมื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า &amp;ldquo;เหนื่อย นิ่ง และเงียบ&amp;rdquo; ทำไมคำตอบจึงเป็นแบบนี้และเมื่อไรจะกระจายตัวสักที คงมาไล่เรียงหาคำตอบกันดีกว่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มต้นด้วยการมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของไทยและเทศในช่วงต้นปี 2561 &amp;nbsp;กูรูด้านเศรษฐกิจก็ลงความเห็นคล้ายๆ กันว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นแล้วและกำลังปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; แม้จะมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศระหว่าง เกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ&amp;nbsp; การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ชัดเจน ตลอดจนความไม่แน่นอนของนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยขยายตัวได้ประมาณ 4.0-4.5%&amp;nbsp; โดยมีการท่องเที่ยวและการส่งออกจะเป็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก และการลงทุนของภาครัฐจะเป็นพระรองช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีความผันผวนและพลิกผันอย่างมากจนสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าต่อรัฐบาล ผู้วางนโยบาย นักธุรกิจ นักลงทุนและประชาชนทั้งโลก &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดของสหรัฐฯ กับรัสเซียในกรณีของซีเรีย&amp;nbsp; สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน&amp;nbsp; ตลอดจนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับตัวสูงขึ้นจนมีความกังวลว่าราคาน้ำมันโลกในอนาคตอันใกล้อาจทะลุไปถึงระดับ 80-100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล &amp;nbsp;ส่งผลให้ทั้งโลกมีความกังวลว่าปัจจัยลบต่างๆ จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังยืนยันตัวเลขคาดการณ์ GDP โลกเมื่อเดือนเมษายนนี้ ว่า &amp;nbsp;ภาพรวมของเศรษฐกิจเศรษฐกิจโลกและเอเชียในปี 2561จะขยายตัวได้ 3.9% และ6.5 % ตามลำดับ&amp;nbsp; ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปี 2560 ที่ขยายตัว 3.8% และ 6.5% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับ เศรษฐกิจไทยในช่วง&amp;nbsp; 5 เดือนแรกของปีนี้เผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก&amp;nbsp; ค่าเงินบาทแข็ง&amp;nbsp; และราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวต่ำ ตลอดจนราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ประชาชนยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย และการซื้อข้าวของไม่คึกคักเท่าที่ควร ทำให้กระแสสังคมยังบ่นอย่างต่อเนื่องว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังกระจุกตัวไม่กระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุดสภาพัฒน์ ได้แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ว่าขยายตัวสูงถึง 4.8%&amp;nbsp; ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวเลขที่หักปากกาเซียนถ้วนหน้าเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวสูงได้มากขนาดนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายฝ่ายคาดว่า GDP ไทยในไตรมาสแรกน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 4.0-4.2% เท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสาเหตุที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้สูงเพราะการส่งออกของไทยขยายตัวได้ดีมากในช่วงต้นปี โดยขยายตัวได้สูงถึง 11% ในไตรมาสแรกซี่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้สูงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการส่งออกที่ดีขึ้นประเทศต่างๆ ในเอเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปัจจุบัน ปัจจัยลบของเศรษฐกิจโลกเริ่มคลายตัวลง ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และรัสเซียกับสหรัฐฯ คลายตัวลง&amp;nbsp; สงครามการค้าของโลกยังไม่บานปลายรุนแรง&amp;nbsp; ตลอดจนราคาน้ำมันโลกไม่ควรสูงเกิน 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า การส่งออกของไทยน่าจะขยายตัวได้สูงถึง 8.0-10.0% ในปีนี้ และนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยสูงถึง 38 ล้านคน&amp;nbsp; ตลอดจนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของงภาครัฐ และพื้นที่ EEC น่าจะเริ่มชัดเจนมาขึ้น ทำให้หลายหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีมุมมองใหม่ว่า ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้สูงกว่า 4.5%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุด สภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2561 น่าจะขยายตัวได้ 4.2-4.7% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่ 3.6-4.6%&amp;nbsp; โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2556 จะขยายตัวได้ 4.5% แทนที่จะเป็น 4.1% ตามที่คาดไว้เดิม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแล้วเศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มต้นสู่ความรุ่งเรืองใหม่ ได้นะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ต้องดูกันต่อไปอีกสัก&amp;nbsp; 3 เดือนว่าจะรุ่งเรื่องต่อเนื่องจริงมั้ย และคนไทยจะรับรู้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจว่าฟื้นตัวกระจายได้เมื่อไร&amp;nbsp; เพราะในสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ประกาศใช้ภาษีเหล็กและอลูมิเนียมกับสหภาพยุโรป แคนาดา และเม็กซิโก จนทำให้ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ประกาศว่าจะตอบโต้ทางการค้ากับสหรัฐฯ กันเป็นทิวแถว จึงต้องตามกันต่อไปว่าสงครามการค้าโลกจะเกิดขึ้นจากเหจุการณ์ในครั้งล่าสุดนี้หรือไม่ และจะบั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแค่ไหน คุยต่อในครั้งหน้านะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ผศ.ดร.ธนวรรธน์&amp;nbsp; พลวิชัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10618</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ธนวรรธน์  พลวิชัย, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, เกาะติดเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cecb7de53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะติดเศรษฐกิจ :  &#039;สังคมแห่งความกังวล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกาะติดเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สังคมแห่งความกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สังคมแห่งความกังวล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สังคมแห่งความไม่ไว้วางใจ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สังคมแห่งความหวาดระแวง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สังคมแห่งการจับผิด&amp;rdquo; เป็นหัวข้อที่ผมจั่วไว้เพื่อจะชวนท่านผู้อ่านทุกท่านชวนคิดและชวนคุยกันในเรื่องนี้&amp;nbsp; และผมอยากจะให้เรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ดีเพื่อการวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะพูดไปในแนววิจารณ์เชิงติเตียน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนคงเริ่มสงสัยกันว่าทำไมผมถึงจั่วคอลัมน์นี้ด้วยวลีที่ว่า &amp;ldquo;สังคมแห่งความกังวล&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพราะเนื้อหาสาระของข้อมูลข่าวสารในสังคมไทยในปัจจุบัน หรือจะอ้างย้อนหลังไป 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี หรือแม้กระทั่ง 10-20 ปี นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2540 หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;วิกฤตต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; สังคมไทยมีความกังวลและไม่ไว้วางใจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม และการเมืองของไทย (อาจรวมถึงของโลก) มาโดยตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจเพราะเรามีความหวังว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นโดยเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองหลังจากเราเผชิญกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจตุ้มยำกุ้ง&amp;nbsp; เราก็หวังว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวโดยเร็วหลังจากที่ประเทศไทยต้องลอยตัวค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม 2540 เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกโจมตีค่าเงินบาทและปัญหาเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเหลือน้อยจนต้องเข้าสู่กระบวนการกู้ยืมเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แต่ประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับเศรษฐกิจถดถอยโดยเศรษฐกิจไทยขยายตัว -2.8% และ -7.6% ในปี 2540 และ 2541 ตามลำดับ จนทำให้เกิดปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงถึง 47% ของสินเชื่อโดยรวม&amp;nbsp; และธุรกิจเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้และล้มละลายเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ทำให้อัตราการว่างงานสูงเกินกว่า &amp;nbsp;4% ในช่วงปี 2541-2543&amp;nbsp; จนกระทั่งเศรษฐกิจไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 2545 เป็นต้นมา และประเทศไทยสามารถชำระคืนหนี้เงินกู้ให้กับ IMF ได้ครบถ้วนก่อนเวลาที่กำหนดได้ในปี 2547 ซึ่งทุกอย่างน่าจะคลี่คลายลง สังคมไทยเริ่มกลับมาเป็น &amp;ldquo;สังคมแห่งความหวัง&amp;rdquo; และคลายกังวลลงไปเห็นลำดับ&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยเริ่มกลับมาเผชิญกับปัญหาใหม่คือ ปัญหาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้เข้ามาบริหารประเทศจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 &amp;nbsp;หลังจากนั้นประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหาทางการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมืองของเสื้อเหลืองและเสื้อแดง&amp;nbsp; จนกระทั่งวันที่ &amp;nbsp;22&amp;nbsp; พฤษภาคม&amp;nbsp; 2557&amp;nbsp; คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ได้เข้ามาบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; ซึ่งตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยได้เข้าสู่ &amp;ldquo;สังคมแห่งความกังวล&amp;rdquo; ว่าการเมืองจะกลับมามีเสถียรภาพอย่างแท้จริงอีกเมื่อไร&amp;nbsp; หรือกีฬาสี (เหลืองแดง) ทางการเมืองจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่ในอนาคต (แม้จะมีการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อการเมืองไทยไม่นิ่งไม่มีเสถียรภาพตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ปัญหาทางการเมืองจึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นมาโดยตลอด 20 ปี&amp;nbsp; ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยความเติบโตได้เฉลี่ยประมาณ 5%&amp;nbsp; ต่อปีตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉกเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซีย&amp;nbsp; แต่ปัญหาทางการเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp; ความวุ่นวายทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและผู้นำรัฐบาลตลอด 20 ปี ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ&amp;nbsp; ตลอดจนนักลงทุนและคนไทยทั่วไป ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจไทยไม่คึกคักเท่าที่ควรตลอด 20 ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 3.9% และ 3.0% ในช่วงปี 2541-2550 และช่วงปี 2551-2560 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2551-2560 ยังได้รับผลกระทบมาจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกคือวิกฤตการณ์แฮมเบอเกอร์ของสหรัฐฯ ในปี 2552&amp;nbsp; ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกซบเซาและเพิ่งเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญกับการส่งออกต่ำและติดลบโดยเฉพาะในปี 2556-2559&amp;nbsp; และพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของไทยไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อยน้ำตาล ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน มีราคาตกต่ำจนเป็นที่มาของกำลังซื้อซบเซาทั่วประเทศไทยในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทสรุปที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมาที่ทำให้ประเทศไทยเป็น &amp;ldquo;สังคมแห่งความกังวล&amp;rdquo; คือ ปัญหาทางการเมืองไม่มีเสถียรภาพ นโยบายของรัฐบาลไทยไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกซบเซา และเศรษฐกิจไทยซึมตัว (เพราะราคาพืชผลตกต่ำ ส่งออกไม่ได้ ตลอดจนการขาดความเชื่อมั่นของประชาชนและนักธุรกิจ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ วินาทีนี้ สังคมไทยยังกังวลว่า &amp;ldquo;ยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเลย เศรษฐกิจยังโตกระจุกและจนกระจายอยู๋เลย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การเลือกตั้งในไทยจะเกิดขึ้นในปีหน้าหรือไม่&amp;nbsp; หลังการเลือกตั้งความวุ่นวายทางการเมืองจะกลับมาอีกหรือไม่ และกีฬาสีเหลืองแดงยังจะมีอีกหรือไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สำรวจล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนเนื่องจากกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้กระทั่งการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยที่เข้าสู่ยุคดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรงจากนอกประเทศและในประเทศจาก E-commerce&amp;nbsp; การใช้ Cryptocurrency&amp;nbsp; หรือการใช้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีทำงานแทนคนก็สร้างความกังวลให้กับนักธุรกิจและแรงงานไทย&amp;nbsp; จนล่าสุด เลขาธิการสภาพัฒน์&amp;nbsp; ออกมาเปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 และภาพรวมปี 2560 ว่าภาวะการจ้างงานปี 2560 ลดลงจากปี2559 &amp;nbsp;เพราะผลพวงจากธุรกิจหันใช้เทคโนโลยีชั้นสูงแทนคนมากขึ้น พร้อมทั้งเตือนกลลวงซื้อขายสินค้าผ่านคิวอาร์โค้ด และสกุลเงินดิจิตอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนครับ&amp;nbsp; การสร้าง &amp;ldquo;สังคมแห่งความหวัง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สังคมแห่งความมั่นใจ&amp;rdquo; ทดแทน &amp;ldquo;สังคมแห่งความกังวล&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างให้ได้ครับ ผลงานของรัฐบาลที่สร้างต้องเกิดขึ้นที่ &amp;ldquo;ตา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ใจ&amp;rdquo; ของคนไทยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ผศ.ดร.ธนวรรธน์&amp;nbsp; พลวิชัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวรรธน์  พลวิชัย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ, เกาะติดเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a788332737be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
