<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮาฉลามวาฬ 4 ตัวโผล่เกาะทะลุ ประจวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวตื่นตา ฉลามวาฬ4ตัวโผล่ เกาะทะลุ ประจวบ ขณะที่ ทช.ขออย่ารบกวน วอนกลุ่มดำน้ำงดสัมผัส ห้ามใช้แฟลชถ่ายใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ย.61-นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากพนักงานนำเรือสปีดโบ๊ทของทางเกาะทะลุไฮแลนด์ รีอสร์ท ซึ่งได้นำนักท่องเที่ยวตลอดจนกลุ่มนักดำน้ำ ออกไปจากบริเวณปากคลองชะม่วง หมู่ 10 บ้านหนองเสม็ด อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp; เดินทางไปดำน้ำที่เกาะทะลุไฮแลนด์ รีสอร์ท ขณะแล่นเรือออกจากฝั่งไปได้ประมาณ 3 กิโลเมตร พบเห็นฉลามวาฬขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 6 - 7 เมตร 1 ตัว และยังมีอีก 3 ตัวขนาดตั้งแต่ 3 &amp;ndash; 5 เมตร รวม 4 ตัวโผล่ขึ้นมาว่ายกินลูกปลาอยู่บริเวณแถบน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมีระดับน้ำลึกเพียง 7 - 8 เมตร ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางไปดำน้ำที่เกาะทะลุ ไฮแลนด์รีสอร์ท เป็นอย่างมาก โดยพนักงานได้จอดเรือสปีดโบ๊ทให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปกันอยู่พักใหญ่ ส่วนกลุ่มนักดำน้ำจากสกรีนไดร์ฟไทยแลนด์ได้ดำนำลงไปดูและช่วยกันบันทึกภาพเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลของทางมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม และได้รายงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเล ให้รับทราบในเบื้องต้น
&amp;nbsp;
นายโสภณ กล่าวว่า ฉลามวาฬตัวดังกล่าว ได้เข้ามาว่ายหากินที่บริเวณด่านหน้าเกาะทะลุ 1 ตัวเมื่อวันที่&amp;nbsp;18 ก.ย.ที่ผ่านมา และต่อมาพบเมื่อวันที่ 22 ก.ย.61 จำนวน 4 ตัว โดยพบว่าฉลามวาฬ 4 ตัว เข้ามาว่ายหากินตลอดเกือบทั้งวัน และมาวันที่ 23 ก.ย. ยังพบเห็นฉลามวาฬอีก 2 ตัวว่ายหากิน โดยจุดที่พบอยู่ห่างจากบริเวณเกาะทะลุไฮแลนด์รีสอร์ท ประมาณ 4 กิโลเมตร และห่างจากบริเวณปากคลองชะม่วง บ้านหนองเสม็ด อ.บางสะพานน้อย ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่ง 2 &amp;ndash; 3 วันที่ผ่านมาทะเลค่อยข้างเรียบและไม่ค่อยมีคลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; พนักงานของรีสอร์ทที่ขับเรือสปีดโบ๊ทพานักท่องเที่ยวออกไปดำน้ำในช่วงที่พบเห็นฉลามวาฬว่ายหากินอยู่ในแถบนี้จะใช้ความเร็วลดลง หากพบจะจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป โดยจะใช้เวลาไม่นานเพื่อไม่เป็นการรบกวนฉลามวาฬที่เข้ามาว่ายหากิน ทะเลโดยรอบของเกาะทะลุมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแนวปะการังที่กำลังฟื้นตัว รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวให้การบริการพานักท่องเที่ยวไปชมความงามของปะการังบริเวณเกาะทะลุ &amp;nbsp; ช่วงนี้อาจเป็นไปได้ว่าฉลามวาฬยังคงว่ายหากินสัตว์น้ำวัยอ่อนอยู่บริเวณแถบนี้&amp;quot; นายโสภณ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ กล่าวต่อว่า การพบสัตว์ทะเลหายากอย่างฉลามวาฬว่ายเข้ามาหากินถึง 4 ตัว ในช่วงเดียวกัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลบริเวณเกาะทะลุ แสดงให้เห็นว่ามีสัตว์น้ำในวัยอ่อน และแพลงตอนเกิดการสังเคราะห์แสงได้เพิ่มมากขึ้น ปะการังเริ่มฟื้นตัว &amp;nbsp;และ เน้นย้ำเรื่องการดูแลและอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เพราะมีสัตว์ทะเลหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ ตลอดจนการฟื้นฟูแนวปะการังและทรัพยากรทางทะเล อันถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของชาวประมงพื้นบ้านและเรือประมงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พี่น้องเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่แถบเกาะทะลุ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังสำคัญของประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลจนให้ให้ทะเลบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน ส่วน ทช.ได้วางปะการังเทียมในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย,อำเภอหัวหิน และพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพราะจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน
&amp;nbsp;
นายโสภณ กล่าวว่า การพบฉลามวาฬในครั้งนี้ ทางฝ่ายนักวิชาการของ ทช. จะมีการเก็บข้อมูลและภาพถ่ายเอาไว้เพื่อเป็นฐานข้อมูลของสัตว์ทะเลหายากในแต่ละสถานที่ว่าพบที่จุดใดบ้าง ทำให้เราได้รู้ว่ามีการพบฉลามวาฬบ่อยขึ้น ครั้งนี้ที่ได้รับรายงานพบถึง 4 ตัว ไม่พบเห็นบ่อยนักในรายงาน ส่วนใหญ่พบ 1 - 2 ตัว ทั้งทะเลชุมพรจนถึงแนวเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย หรือแม้แต่ทะเลแถบชายฝั่งบ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน และในอีกหลายพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&amp;#39;ขอให้ทุกคนที่พบเห็นอย่าพยายามไปแตะต้องหรือสัมผัสตัวฉลามวาฬ ห้ามให้อาหารโดยเด็ดขาด ลดความเร็วของเรือ ลดเสียงให้เบา รวมถึงควรจอดเรือลอยลำอยู่ห่างจากฉลามวาฬ และงดใช้แฟลชในการถ่ายรูปฉลามวาฬใต้น้ำ&amp;quot; นายโสภณ ระบุ.
​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ฉลามวาฬ, นักดำน้ำ, มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม, เกาะทะลุ ประจวบ, เกาะทะลุ ไฮแอนด์รีสอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba87c70d1a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
