<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ราชาเฟอร์รี่’ลุยสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวยจ.สุราษฎร์ธานี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.2564 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรการด้านความปลอดภัยภายใต้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติการก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือเฟอร์รี่เกาะพะลวย จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยว่าจ้างบริษัท เดอะซีบอร์ด ดี แอนด์ ซี จำกัด&amp;nbsp; เป็นผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวย จำนวน 2 ท่าเทียบ จะเริ่มเดินหน้าก่อสร้างได้ช่วงไตรมาส4 ปีนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าการก่อสร้างท่าเรือเกาะพะลวยจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับบริษัท เนื่องจากเกาะพะลวยเป็นหมู่เกาะที่อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักดี ปกติจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า 5-6 แสนคน และเกาะพะลวยยังเป็นเกาะพลังงานต้นแบบที่สามารถต่อยอดไปธุรกิจอื่นๆ ได้ มีลักษณะคล้ายกับเกาะพะงันเมื่อก่อน&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือเกาะพะลวยขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส 2 ท่าเทียบ ได้ทำการเปิดยื่นซองประมูลไปก่อนหน้านี้ และล่าสุดบอร์ดบริษัทได้อนุมัติว่าจ้างให้บริษัท เดอะซีบอร์ด ดี แอนด์ ซี จำกัด เป็นผู้รับเหมาในการดำเนินการก่อสร้าง คาดใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 14 เดือน หรือจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็ได้มีการแจ้งในที่ประชุมว่า บริษัทฯ กำลังศึกษาเรื่องของการทำสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ในรูปของการรับชำระค่าบริการเป็นเงินสกุลดิจิทัล (Crypto Currency) และ&amp;nbsp; Token Utility แบบพร้อมใช้&amp;nbsp; เพื่อรองรับกระแสสังคมไร้เงินสด และยังเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงทุนก่อสร้างท่าเรือเกาะพะลวยเพิ่ม หลังจากสร้างท่าเทียบเรือ 2 ท่า ที่ท่าเรือดอนสัก (ท่า4-5) ในภาวะที่ธุรกิจมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ เป็นการตัดสินใจที่ถูกทาง เพราะนำมาซึ่งการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้&amp;nbsp; ยังได้พิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้านและรัดกุม ภายใต้ความเสี่ยงที่นำมาพิจารณาอย่างเข้มงวดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชาเฟอร์รี่, เกาะพะลวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109022333bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชาเฟอร์รี่ลุยทุ่ม70 ล้านสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวยหนุนเป็นเกตเวย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.2564 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนและจัดประชุมสัมมนามากขึ้นเนื่องจากมีโรงแรมที่พักไว้คอยบริการหลายแห่ง และยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวทางทะเลตามตามหมู่เกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน หมู่เกาะอ่างทอง เกาะพะลวยและเกาะนกเภา ที่มีพื้นที่อยู่ในโซนการท่องเที่ยวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พะลวยเป็นเกาะที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ3 ของหมู่เกาะอ่างทอง แต่ยังขาดท่าเทียบเรือโดยสารที่ได้มาตรฐาน ทำให้การขนส่งจากฝั่งเมืองสู่เกาะไม่สะดวกและมีต้นทุนสูง การลงทุนสร้างท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ที่เกาะพะลวย จะช่วยรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวทางทะเลที่กำลังเกิดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมทางน้ำ และยังเป็นการขยายฐานธุรกิจเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯ อีกทาง&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวย ได้ผ่านการประชาคมรับฟังความเห็นจากชาวบ้านและหน่วยงานราชการในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับใบอนุญาตให้สร้างท่าเทียบเรือขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส เพื่อใช้ในการเทียบเรือบรรทุกโดยสารและยานพาหนะ (ประเภทเรือเฟอร์รี่) คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งท่าเรือรวมถึงอาคาร ประมาณ70ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การลงทุนสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวยครั้งนี้ ในอนาคตยังสามารถรองรับการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวบนเกาะนกเภาได้อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีเรือโดยสารรองรับ ต้องลำเลียงสินค้าและนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งด้วยเรือโดยสารขนาดเล็ก ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกมากนัก เชื่อว่าการสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวยจะเกิดประโยชน์อย่างมาก และกลายเป็นสะพานเชื่อมเมืองสู่เกาะ (Island Gateway) อีกแห่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95520</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน), อภิชาติ ชโยภาส, เกาะพะลวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604752d77a1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
