<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะพีพีวุ่น! ชาวบ้านระดมกำลังออกตามหา ผจก.โรงแรมหายตัวปริศนา 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์&amp;nbsp;คำไสย&amp;nbsp;สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่&amp;nbsp;(สว.ส.ทท.3 กก.2 บก. ทท.3)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมซีโวล่า (Zeavola) แหลมตง&amp;nbsp;เกาะพีพี&amp;nbsp; ม.8&amp;nbsp;ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;Mr.Florain Klaus อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย เป็น&amp;nbsp;G.M. ของโรงแรม Zeavola หายตัวช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;หลังรับแจ้ง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมกับ ตำรวจสภ.เกาะพีพี ช่วยออกตามหา พร้อมประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แหลมตงและเกาะพีพี&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม เมื่อเวลา 14.24&amp;nbsp;น.วันที่ 11&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา พบเห็นนายฟลอเรียน คลาวส์&amp;nbsp;ได้สะพายกระเป๋าเป้ออกจากโรงแรมไปตามหน้าหาดอ่าวแหลมตง&amp;nbsp;ระหว่างทางได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านแหลม&amp;nbsp;ทราบว่าจะไปอ่าวนุ้ย จนกระทั่งปัจจุบัน ไม่สามารถติดต่อได้ ล่าสุด จนท.ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่น ที่บ้านเกาะจำ&amp;nbsp;ตำบลเกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง&amp;nbsp;หลังมีคนพบบุคคลลักษณะดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบปรากฎว่าไม่ใช่นายฟลอเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ทราบว่า นายฟลอเรียนเป็นผู้จัดการทั่วไป รร.ซีโวล่า ในอ่าวแหลมตง เกาะพีพี มานานกว่า 10 ปี เป็นคนชอบเดินออกกำลังทุกวัน และชอบไปกางเต็นท์ตามชายหาดเพียงลำพัง&amp;nbsp;เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีอาการวูบล้มมาแล้วครั้งหนึ่งขณะออกกำลังกาย&amp;nbsp;หลังจากที่ไม่มาทำงานทางพนักงานโรงแรม&amp;nbsp;ได้แจ้ง จนท.ตำรวจให้ช่วยออกตามหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การค้นหาของทีมค้นหายังมีอุปสรรคในเรื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดบนเกาะพีพีอย่างรุนแรง ทำให้ตำรวจถูกกักตัวเกือบหมดโรงพัก และเจ้าหน้าที่หลายนายก็ถูกกักตัวด้วยเช่นกัน ทำให้ต้องระดมชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันออกค้นหาหากผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งสถานีตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ 075-637208 โรงแรม Zeavola&amp;nbsp;075-627-000 และผู้ใหญ่ดำ โทร.094-919-1993&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116667</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614051f51e2a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งติดเกาะพีพีเพราะโควิด-19 ยกนิ้วให้!ไทยคือประเทศพัฒนาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 เม.ย.63-เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 โพสต์ข้อความระบุว่า เสียงชื่นชมจากนักท่องเที่ยวบนเกาะพีพี : ไทยคือประเทศพัฒนาแล้ว ขอบคุณข้อมูลจาก (C 19 ORGANIZE CENTER)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเคยเรียกประเทศต่างๆ ว่าเป็น &amp;rdquo;ประเทศพัฒนาแล้ว&amp;rdquo; หรือเรียกบางส่วนว่าเป็น &amp;rdquo;ประเทศกำลังพัฒนา&amp;rdquo; แต่ในขณะที่ฉันใช้เวลา 2 เดือนในประเทศไทย บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งทางภาคใต้ ช่วง COVID-19 ระบาดหนักทั่วโลก อธิบายฉันหน่อยเถิดว่าสิ่งที่ประเทศไทยมอบความช่วยเหลือแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด นักท่องเที่ยว คนทำงาน หรืออะใรคือสิ่งที่เหมาะควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แจกหน้ากากฟรี และน้ำยาล้างมือฟรีทุกมุมเมือง และร้านค้าทุกร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ค่ารักษาพยาบาลฟรีแก่ทุกคนที่ติดเชื้อ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. อาหารฟรี 2 มื้อ ต่อคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. วัดไข้ฟรีทุกวัน แม้แต่ทดสอบเชื้อ COVID -19 สำหรับคนกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ยกเว้นวีซ่าเข้าเมืองฟรีจนสิ้นเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้โปรดลองคิดทบทวนใหม่สักนิดเถิดว่าประเทศเหล่านี้ เช่น ไทย อังกฤษ ยุโรป อเมริกา ประเทศใหนควรจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่แท้จริง หรือเราอาจจำเป็นต้องนิยาม &amp;quot;ประเทศพัฒนาแล้ว&amp;rdquo; ใหม่ว่าหมายความอย่างใร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณประเทศไทย พวกเราจะไม่ลืมประเทศของท่านซึ่งเป็น &amp;quot;ประเทศพัฒนาแล้ว&amp;rdquo; ? &amp;quot; (นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่/แปล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ
#สู้ไปด้วยกัน
#ประเทศไทยต้องชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64666</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, เกาะพีพี, เป็นประเทศพัฒนาแล้ว, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa214e52f61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเกาะพีพีผวา&#039;ผีน้อย&#039;โผล่เช็คอินบนเกาะผู้ประกอบการจี้รัฐควบคุมมากกว่านี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
06มี.ค.63-ผู้สื่อข่ารายงานว่า ขณะนี้สังคมออนไลน์ กำลังมีความกังวล โดยเฉพาะชาวเกาะพีพี หลังมีการโพสต์ภาพหญิงสาวแรงงานไทยที่เป็น&amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; ที่ระบุว่า เดินทางกลับจากเมืองอินซอนประเทศเกาหลีใต้ แล้วปรากฏในเฟซบุค Chanakarn Chut-ta มีการเช็คอิน ที่ จ.ภูเก็ต และล่าสุดวันนี้ หญิงสาวดังกล่าว ได้เช็คอิน ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนชาวเกาะพีพี เป็นอย่างมาก รวมทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพราะคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงควรจะต้องกักตัวอยู่กับบ้านรอดูอาการ 14 วันตามประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายวัตรพล จันทโร อดีตประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะพีพี&amp;nbsp; ทราบว่า โรงแรมที่หญิงสาว ทีคนดังกล่าวมาถ่ายภาพเช็คอินนั้น อยู่บนเกาะพีพี จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะมาพักที่เกาะพีพี เบื้องต้น ได้ให้พนักงานทำการตรวจเช็คแล้ว รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรมบริเวณใกล้เคียง ไม่พบคนในรูปมาพักแน่นอน ทั้งชื่อและรูปร่างหน้าตา และการที่เค้าติดสติ๊กเกอร์สีแดงที่เสื้อนั้นคือ one day trip คือเดินทางเช้าเย็นกลับ ทั้งนี้ตนได้พยามติดต่อผู้หญิงในFBคนนี้เช่นกันแต่ยังติดต่อไม่ได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ก็ได้มีการสั่งให้พนักงานทำความสะอาดโรงแรม ทุกวัน และมีการวางเจลล้างมือตามจุดต่างๆ&amp;nbsp; ของโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยว และมีการทำความสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัตรพล เปิดเผยอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการควบคุม กลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้รัดกุมมากว่านี้ ควรที่จะกักตัวไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้มาเที่ยวเช็คอินไปทั่ว ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความไม่สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะพีพี, ผีน้อย, เกาะพีพี, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e61afcbb44f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผล่ถี่! ฉลามวาฬทะเลกระบี่ว่ายอวดโฉมนักท่องเที่ยวอีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ เตบบุตร ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ว่าได้มีหลานชาย ซึ่งเป็นไกด์นำเที่ยวชื่อ นายอาคม รักโอ่ ได้ถ่ายคลิปฉลามวาฬแหวกว่ายโผล่เหนือผืนน้ำทะเล&amp;nbsp;ความยาวประมาณ 1 นาทีเศษ ส่งมาให้ดู โดยทราบว่าขณะที่นายอาคมได้นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางไปเกาะพีพี ระหว่างทางบริเวณแหลมหางนาค ห่างจากหาดทับแขก ประมาณ 2 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นร่องน้ำลึก ได้พบกับฉลามวาฬเล่นน้ำอยู่บนผิวน้ำ จึงได้จอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ท่ามกลางความตื่นเต้น เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอปลาตัวขนาดใหญ่ว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำอวดโฉมให้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีการพบเจอฉลามวาฬอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นร่องน้ำลึก อยู่ไม่ห่างจากฝั่ง และมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ รวมถึงแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของฉลามวาฬ ทำให้ฉลามว่ายเวียนเข้ามาหากินอยู่บ่อยครั้ง สำหรับฉลามตัวดังกล่าวคาดว่า ยาวไม่ต่ำกว่า 5 เมตร หนักไม่ต่ำกว่า 1 ตัน จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่ใช้เรือขับผ่านบริเวณดังกล่าวก็ให้ขับด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะไปชนตัวฉลามวาฬที่โผล่ขึ้นมาหายใจและอาบแดดเหนือผิวน้ำได้ และหากว่าพบเห็นก็อย่าเข้าไปรบกวน ก็ให้ถ่ายรูปแค่เพียงห่างๆก็พอ เพราะฉลามวาฬที่เจอส่วนใหญ่จะคุ้นกับคน โดยก่อนหน้านี้ ก็มีนักท่องเที่ยวเจอแล้ว ที่เกาะหมา ห่างจากแหลมหางนาคประมาณ 20 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55624</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามวาฬ, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ec7fc01e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเกาะพีพี&#039; ยันอยู่ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ 3 ชั่วอายุคน หวังได้สิทธิ์ครอบครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านเกาะพีพี เฮ! กรมอุทยานฯนำร่องเปิดโอกาสให้แจ้งชื่อสำรวจการครอบครองที่ดิน หวังได้สิทธิ์ครอบครอง ทำประโยชน์ ตกทอดถึงลูกหลาน ไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ยันชาวบ้านอยู่ก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ 3 ชั่วอายุคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.7 (เกาะพีพีดอน) อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้มีประชาชนอาศัยบนเกาะพีพี ได้ทยอยเดินทางเข้าแจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมสำรวจการครอบครองที่ดินตามประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. - 2 พ.ค.62 กันอย่างคึกคัก เนื่องจากที่ดินบนเกาะพีพี ร้อยละ 90 อยู่ในเขตอุทยานฯไม่สามารถขอออกเอกสารสิทธิ์และเข้าทำประโยชน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรมงคล ระถะการ อายุ 58 ปี ชาวบ้านเกาะพีพี กล่าวว่า หลังจากที่ทางกรมอุทยานฯ ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินบนเกาะพีพี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แจ้งการครอบครองที่ดิน และสำรวจการครอบที่ดิน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่าเพิ่ม ความเห็นส่วนตัวตนเห็นด้วย แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านได้มั่นใจด้วยว่า หลังจากที่ชาวบ้านแจ้งชื่อและเดินสำรวจแล้ว จะมีการออกหนังสือรับรองให้ชาวบ้านถือครองที่ดินเข้าทำประโยชน์ได้โดยไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี และให้ที่ดินสามารถตกทอดไปถึงลูกหลานและที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองอยู่ ปัจจุบันก็มีการถือครองมากว่า 3 ชั่วอายุคน ตนอยู่ในรุ่นที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณ ชำนินา อายุ 50 ปี ชาวบ้านเกาะพีพี อีกราย กล่าวว่า พื้นที่เกาะพีพีประมาณ 90 เปอร์เซนต์อยู่ในเขตอุทยานฯ โดยชาวบ้านอยู่มาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ แต่พบว่าที่ดินของชาวบ้านส่วนใหญ่ติดอยู่ในเขตอุทยานฯไม่สามารถขอออกเอกสารสิทธิ์และปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆได้ แตกต่างกับของนายทุน แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันแต่พบว่ามีการสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ตนไม่แน่ใจว่ามีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ อยากให้มีการตรวจสอบด้วยเพราะที่ดินเกาะพีพีเป็นที่ต้องการของนายทุน ราคาไร่ละหลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแสงสุรี ซองทอง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะดำเนินการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ จึงให้ราษฎรที่มีพื้นที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัยภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ท้องที่หมู่ที่ 7 และ 8 ตำบลอ่าวนาง แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมสำรวจการครอบครองที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.-2 พ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากราษฎรรายใดไม่มาแจ้งและร่วมสำรวจการครอบครองที่ดินตามกำหนดนัดหมาย ให้ถือว่ามีเจตนาสละสิทธิ์การครอบครองที่ดิน และมิให้ผู้ใดนำมากล่าวอ้างเพื่อเข้าครอบครองที่ดินดังกล่าว หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งด้วยตนเองได้ ให้มอบหมายบุคคลอื่นดำเนินการแทน โดยให้ผู้ใหญ่บ้านรับรองพร้อมแสดงเอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้ของราษฎรรายนั้น และแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด นัดหมายตามประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผช.หน.อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวด้วยว่า การสำรวจที่ดินบนเกาะพีพี เป็นพื้นที่นำร่อง การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานฯของจังหวัดกระบี่ โดยใช้ภาพถ่ายปี 2545 ตรวจสอบการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เป็นหลัก และหลังจากที่สำรวจพื้นที่เกาะพีพีแล้วเสร็จ ก็จะมีการดำเนินการต่อไปในพื้นที่ ต.หนองทะเล และพื้นที่อื่นๆตามประกาศของกรมฯ ซึ่งจะไม่มีการยึดคืนพื้นที่แต่อย่างแน่นอนตามที่ราษฎรเป็นกังวล
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกระบี่, สำรวจการครอบครองที่ดินในเขตอุทยาน, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, เกาะพีพี, แจ้งการครอบครองที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6a64d0e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะพีพีฉาวอีก! ตร.รวบเด็กท้ายเรือข่มขืนแหม่มสาวเมาหลับริมชายหาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 - พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราแหม่มสาวชาวอังกฤษ บนเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ว่า ได้รับรายงานจาก ตำรวจภูธร ภาค 8 ว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 62 นักท่องเที่ยวสาวสัญชาติอังกฤษ อายุ 21 ปี ได้เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะพีพีโดยลำพัง เข้าพักที่โรงแรมไฮบีซ่า โฮลเทล ตั้งอยู่ริมชายหาดโต๊ะลาดัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 21.00 น. ได้รู้จักกับนักท่องเที่ยวชาย สัญชาติไอร์แลนด์ โดยได้ออกไปเที่ยวตามบาร์แถวชายหาดโต๊ะลาดัมและได้ร่วมกันดื่มสุราซึ่งผสมขายในถังพลาสติกไปจำนวน 2 ถัง จนกระทั่งบาร์ปิด เวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย. 62 จึงได้เดินกลับที่พัก แต่มีอาการเมา ครองสติไม่ได้ เดินต่อไม่ไหว จึงหยุดพักที่ร้านอาหารของโรงแรม กรีนเฮ้าส์ ริมชายหาดโต๊ะลาดัม และได้หลับไปบริเวณพื้นของร้านทั้ง 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาประมาณ 03.00 น. ผู้ต้องหา ซึ่งมีอาชีพรับจ้างเป็นเด็กท้ายเรือ มีบ้านพักอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้ย่องเข้าไปใช้มีดตัดเป้ากางเกงยีนส์ขาสั้นของผู้เสียหายจนขาดและถอดกางเกงในบิกีนี่ออก จากนั้นได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายและพูดจาขอมีเพศสัมพันธ์ จนผู้เสียหายรู้สึกตัวขึ้น จึงผลักตัวผู้ต้องหาออก ผู้ต้องหาจึงได้หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย. ผู้เสียหายได้มาแจ้งเหตุต่อพนักงานสอบสวน แต่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดเพราะเมา จนจำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้ พนักงานสอบสวนจึงได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายหาร่องรอยการถูกกระทำชำเรา หรือล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ต้องหาจึงได้จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า คดีนี้หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาภาพผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ เพื่อเป็นข้อมูล ให้ผู้เสียหายสามารถชี้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ประกอบกับข้อมูลพยานแวดล้อม ความเชื่อมโยงกับ ข้อมูล เบาะแสของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในความผิดฐาน &amp;ldquo;ข่มขืน กระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เยียวยาสภาพจิตใจผู้เสียหาย และสร้างความเข้าใจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่สถานทูต สู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว และยังได้กำชับพนักงานสอบดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลุงทุนในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวอาชญากรรม, คดีข่มขืนสาวอังกฤษ, จังหวัดกระบี่, ชายหาดโต๊ะลาดัม, ตำรวจภูธรภาค 8, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb810b6cfb58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรักทะเลเฮลั่น! แนวปะการัง &#039;อ่าวมาหยา&#039; เริ่มฟื้นตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญทะเลไทย เปิดเผยถึงสภาพแวดล้อมบริเวณอ่าวมาหยา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ โดยโพสต์รูปภาพแนวปะการังที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นมาหลังจากมีการปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังและทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลที่กำลังทรุดโทรมอย่างหนักให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผศ.ดร.ธรณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวThon Thamrongnawasawat&amp;nbsp;ระบุว่า #คำสัญญาต่อมาหยา&amp;nbsp;หากย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน บอกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องจริง เราคงหัวเราะ&amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไรที่ในอ่าวมาหยาจะไม่มีเรือสักลำ&amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเรากำลังลงน้ำไปปลูกปะการังที่อ่าวมาหยา&amp;nbsp;เพราะวันนั้น วันวาน ในอ่าวน้ำตื้นเต็มไปด้วยเรือวิ่งสับสน นับได้ครั้งละ 50-60 ลำ&amp;nbsp;บนหาดเต็มไปด้วยผู้คนนับพัน แม้แต่ที่ยืนยังแทบจะไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ พวกเรากำลังนำปะการังจากแปลงเพาะชำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ&amp;nbsp;ปะการังพวกนี้เคยอยู่ที่เกาะยูง แต่โดนคลื่นลมพัดจนล้มคว่ำ&amp;nbsp;เราไปเก็บมาก่อนนำไปพักฟื้นไว้ที่แปลงลอยน้ำริมเกาะพีพีดอน&amp;nbsp;รอเวลาจนเธอฟื้นคืน ก่อนพาเธอมาที่อ่าวมาหยา&amp;nbsp;ปะการังแต่ละกิ่งถูกตัด แต่ไม่ต้องห่วง เธอไม่ตาย&amp;nbsp;ปะการังชิ้นหนึ่งมีตัวปะการังเล็กๆ นับร้อยนับพัน&amp;nbsp;เรานำเธอไปยึดติดกับก้อนปะการังตาย แปะไว้ด้วยกาวพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเธอจะเริ่มสร้างตัวเองอีกครั้ง สร้างหินปูนมายึดเกาะกิ่งไว้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp;ตัวปะการังที่อยู่บนยอด จะโตขึ้นและโตขึ้น&amp;nbsp;โตเหมือนกับรุ่นพี่กิ่งอื่นๆ ที่เราเคยนำมาแปะไว้&amp;nbsp;เมื่อเดือนก่อน เดือนก่อน และเดือนก่อนๆ&amp;nbsp;ตัวเลข 365 ถูกเขียนไว้บนพื้นทราย ไม่ใช่เป็นการบอกใบ้อะไร แต่เป็นจำนวนปะการังที่เรานำลงไปในวันนี้&amp;nbsp;เป็นตัวเลขเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี เป็นตัวเลขที่เราตั้งใจจะทำให้ได้และก็ได้ตามจำนวนนั้น&amp;nbsp;เมื่อรวมกับปะการังครั้งก่อนและครั้งก่อน เราปลูกปะการังไปแล้วเกือบ 2,000 กิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นั่นยังน้อยนิด เมื่อเทียบกับปะการังอีกหลายพันที่กำลังถือกำเนิดเกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp;Life will find the way หากมีโอกาส ธรรมชาติย่อมมีหนทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปะการังที่เราช่วยกันปลูก เป็นเพียงช่วยสนับสนุนธรรมชาติ มิใช่สร้างธรรมชาติ&amp;nbsp;เราช่วยเธอ เพราะเธอเจ็บช้ำมากเกินไป ถูกย่ำยีนานเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเราเมื่อทำผิด เราก็ต้องขอโทษ&amp;nbsp;ปะการังที่ปลูกไปในวันนี้ เป็นเพียงคำขอโทษเพียงน้อยนิดที่มีให้เธอ&amp;nbsp;ขอโทษนะที่เราช่วยเธอสายไปมาก เราควรจะยืนหยัดให้เร็วกว่านี้&amp;nbsp;ขอโทษนะ ที่เราไม่กล้า เรามัวแต่กลัว มัวแต่คิดว่าเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;มันจึงสายถึงขนาดนี้ มันถึงต้องรอนานขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อจากนี้ เราสัญญา&amp;nbsp;เมื่อเรายืนแล้ว เราจะไม่ล้ม&amp;nbsp;มันจะไม่มีการถอยหลังอีกแล้ว !&amp;nbsp;จะไม่มีเรือท่องเที่ยวเข้ามาในอ่าวมาหยาอีกแล้ว&amp;nbsp;จะไม่มีทรายฟุ้งกระจายท่วมทับพื้นอีกต่อไป&amp;nbsp;พวกเธอจะได้เติบโตในน้ำใสๆ แห่งอ่าวมาหยา&amp;nbsp;เมื่อถึงตอนนั้น สรวงสวรรค์จะกลับคืนมา&amp;nbsp;ทะเลจะแสดงให้เห็นว่า ทำไมพีพีถึงเคยเป็นเกาะสวยที่สุด 1 ใน 5 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการทำสัญญา&amp;nbsp;เธอจะไม่เพียงแค่ &amp;ldquo;เคยเป็น&amp;rdquo; แต่เธอจะ &amp;ldquo;ต้องเป็น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นี่คือคำสัญญาของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสัญญาต่อมาหยา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16468</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ทวงคืนทะเลไทย, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, อ่าวมาหยา, เกาะพีพี, แนวปะการัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b8744c188116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
