<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดพุ่งเกิน100ศพ สังเวยน้ำท่วมดินถล่มอินโดนีเซีย-ติมอร์ตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อสุดสัปดาห์ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในภาคตะวันออกของอินโดนีเซียและติมอร์เลสเต จำนวนผู้เสียชีวิตรวมกันในวันจันทร์เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 100 คนแล้ว และยังสูญหายอีกหลายสิบชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหนึ่งในอำเภอเลมบาตา จังหวัดนูซาเตงการาตะวันออก ของอินโดนีเซีย พังเสียหายหลังน้ำท่วมฉับพลันเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 (Photo by Rayu Zanita/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีวันจันทร์ที่ 5 เมษายน กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝนตกหนักยาวนานที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มหลายจุดอยู่บนเกาะโฟลเรสทางตะวันออกสุดของอินโดนีเซีย เรื่อยไปถึงติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นประเทศเกาะขนาดเล็กมีประชากรเพียง 1.3 ล้านคน อยู่ระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซียกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 70 คน สูญหายอีก 70 คน ขณะที่รายงานบีบีซีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียว่ายอดเสียชีวิตในอินโดนีเซียมี 80 คน สูญหายอีกหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราดิตยา จาตี โฆษกสำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซีย กล่าวว่า โคลนและสภาพอากาศรุนแรงเป็นความท้าทายที่หนักหน่วงมาก และเศษซากปรักหักพังที่กองสุมก็เป็นอุปสรรคต่อทีมค้นหาและกู้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ติมอร์ตะวันออก เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน จำนวนมากอยู่ในกรุงดิลีที่ถูกน้ำท่วม บริเวณด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีกลายเป็นบ่อโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากในวันพรุ่งนี้ ขณะที่พายุไซโคลนซึ่งกำลังเพิ่มความรุนแรงเคลื่อนเข้าสู่ฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย ทำให้คลื่นทะเลสูงถึง 6 เมตร และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอำเภอโฟลเรสตะวันออก โคลนถล่มทำลายบ้านหลายหลัง, สะพานหลายแห่งและถนนหลายสาย คลื่นลมแรงเป็นอุปสรรคต่อทีมช่วยเหลือในการเข้าถึงพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย แถลงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ประสบกับหายนภัยครั้งนี้ และเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่สภาพอากาศรุนแรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้สั่งการให้ความพยายามบรรเทาหายนภัยดำเนินการอย่างรวดเร็วและทำอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นการให้ความช่วยเหลือด้านบริการสุขภาพ, ความพร้อมบริการด้านลอจิสติกส์และความจำเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ไร้ที่อยู่ และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน&amp;quot; ผู้นำอินโดนีเซียกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัลฟอนส์ ฮาดา เบธาน ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยโฟลเรสตะวันออก กล่าวว่า มีชาวบ้านจำนวนมากอพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราว แต่ละกิ่งอำเภอมีชาวบ้านมาหลบภัยหลายร้อยคน แต่อีกจำนวนมากเลือกที่จะอยู่บ้าน คนเหล่านี้ต้องการยา, อาหารและผ้าห่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เกาะเลมบาตาที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะโฟลเรส พื้นที่บางส่วนของบางหมู่บ้านโดนโคลนถล่ม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องใช้เครื่องมือหนักเปิดถนน มีภาพถ่ายที่ชาวบ้านเดินฝ่าโคลนและบ้านที่พังถล่มบางส่วนเพื่ออพยพผู้ประสบภัยด้วยเปลหาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ติมอร์ตะวันออกก็มีประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยราว 2,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหภาพยุโรป (อียู) แถลงว่า อียูพร้อมจะเสนอความช่วยเหลือแก่ติมอร์ตะวันออก หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าติมอร์เลสเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่ติมอร์เลสเตกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหมู่ประชากร ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งต่อทรัพยากรและต่อประชาชนชาวติมอร์&amp;quot; แถลงการณ์ของอียูกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติมอร์ตะวันออก, น้ำท่วมฉับพลัน, อินโดนีเซีย, เกาะโฟลเรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac7cc072c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มเกาะอินโดนีเซียก่อน้ำท่วมฉับพลันดับแล้ว44</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในอำเภอโฟลเรสตะวันออก บนเกาะโฟลเรสสุดทิศตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 44 คน แต่หวั่นว่าจำนวนจะเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของราดิตยา จาติ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 44 คน และบาดเจ็บ 9 คนที่อำเภอโฟลเรสตะวันออก และยังมีอีกหลายคนติดอยู่ใต้โคลนถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนานหลายชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกของวันเสาร์ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันบนเกาะโฟลเรส ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคาทอลิกที่ยังไม่ทันได้ตื่นขึ้นมาฉลองวันอาทิตย์อีสเตอร์ บ้านประชาชนหลายหลังจมโคลน สะพานหลายแห่งและถนนหลายสายพังทลาย กู้ภัยยังคงพยายามเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากฝนตกและคลื่นแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก 23 คนในช่วงเช้า จาติกล่าวด้วยว่า จำนวนผู้บาดเจ็บก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากยังคงมีรายงานจากพื้นที่ส่งมาที่อำเภอเรื่อยๆ พยากรณ์อากาศทำนายด้วยว่าจะมีสภาพอากาศรุนแรงต่อเนื่องอีกในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานจัดการภัยพิบัติรายงานด้วยว่า ที่เมืองบิมาของจังหวัดนูซาเตงการาตะวันตกที่อยู่ติดกัน เกิดน้ำท่วมรุนแรงทำให้มีคนเสียชีวิต 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาติกล่าวว่า ฝนที่ตกต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง ทำให้เขื่อนใน 4 กิ่งอำเภอน้ำล้นเขื่อนเข้าท่วมบ้านเรือนเกือบ 10,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้งในฤดูฝน เมื่อเดือนมกราคม น้ำท่วมฉับพลันที่เมืองซูเมดังในจังหวัดชวาตะวันตกทำให้มีคนเสียชีวิต 40 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98310</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมฉับพลัน, อินโดนีเซีย, เกาะโฟลเรส, โฟลเรสตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
