<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เหนือ-อีสาน’ ค่าPM2.5สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คพ.&amp;quot; ห่วงคุณภาพอากาศหลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสานเกินค่ามาตรฐาน เตือนประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; ยังติดอันดับเมืองใหญ่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกันเป็นวันที่ 2 &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผยทั่วประเทศอากาศร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวัน พบปริมาณ PM2.5 ในประเทศเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.ตาก และ จ.อุบลราชธานี โดยภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 24-329 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19-65 มคก./ลบ.ม., ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12-33 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-26 มคก./ลบ.ม., ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8-25 มคก./ลบ.ม. และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ? ?กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 14-36 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศระบุว่า ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ ส่วนประชาชน?ที่อยู่?บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ? (พื้นที่สีแดง)? ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากการจัดอันดับคุณภาพอากาศ 50 เมืองใหญ่ทั่วโลกของเว็บไซต์ www.airvisual.com พบเชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองใหญ่ที่มีคุณภาพอากาศแย่ 1 ใน 3 ของโลก หลังขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองที่คุณภาพอากาศแย่ที่สุดติดต่อกัน 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิสด้าเปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ของระบบ VIIRS พบจุดความร้อนรวมทั้งประเทศ 1,817 จุด โดยภาคเหนือพบจุดความร้อนมากที่สุด 1,505 จุด ซึ่งลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนมากถึง 418 จุด รองลงมาจังหวัดลำปาง 291 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ 219 จุด ตามลำดับ ซึ่งพบมากสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 855 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 495 จุด พื้นที่เกษตร 54 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 50 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 49 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 2 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนทั้งประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากวันก่อน และยังคงมีการกระจุกตัวของจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จุดความร้อนเริ่มลดลง ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านยังคงเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยสหภาพเมียนมามาเป็นอันดับหนึ่ง มีจุดความร้อนสูงถึง 6,029 จุด รองลงมาที่ราชอาณาจักรกัมพูชา 1,729 จุด ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาจได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควัน ที่อาจลอยข้ามแดนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ข้อมูลจากจิสด้าระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95429</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, คุณภาพอากาศ, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกินค่ามาตรฐาน, เหนือ-อีสาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604621ff9e631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นเหนือไม่ฟังลุงตู่! 7จังหวัดยังวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 7 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) พะเยา (ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 51 &amp;ndash; 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 69 &amp;ndash; 291 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 101 &amp;ndash; 370 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรม ให้กำหนดช่วงเวลาและจัดระเบียบการเผา ประกาศเขต ห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา ส่วนพื้นที่ริมทางหลวงให้เฝ้าระวังการเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า
&amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัย และข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เจ็บป่วยได้ รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32872</URL_LINK>
                <HASHTAG>7จังหวัดเหนือ, ควัน, ปภ., ฝุ่นพิษ, ลุงตู่, เกินค่ามาตรฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4253eb1f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
