<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกียรติ&#039;กระทุ้งรัฐบาลแรงๆทบทวนนโยบายเปิดทางต่างชาติซื้ออสังหาฯในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kiat Sittheeamorn หัวข้อ &amp;ldquo;เปิดทางต่างชาติ ซื้ออสังหาฯ ในไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นข่าวเรื่องนี้จากการประชุม ครม. และข้อมูลจากแหล่งข่าวต่าง ๆ สรุปได้ว่ารัฐบาลกำลังโยนหินถามทางในเรื่องที่จะให้ต่างชาติซื้อและครอบครองบ้านและคอนโดในไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีสาระดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต่างชาติสามารถซื้อบ้านเดี่ยวในไทยได้ หากมีการลงทุนที่ 10-15 ล้านบาท ซึ่งปรับลดจากเดิมที่ 40 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขยายเพดานให้ต่างชาติซื้อห้องชุดได้ถึง 70-80% ของพื้นที่ขายในโครงการ จากเดิมไม่เกิน 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขยายระยะเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม จากเดิม 30 ปี เป็น 90 ปี (50+40)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องขอถือโอกาสนี้กระทุ้งอย่างแรง ๆ ให้ไปทบทวนกันใหม่ให้รอบคอบ เพราะถ้านโยบายในเรื่องนี้ผิดพลาด จะกระทบคนไทยและความสามารถในการครอบครองที่อยู่อาศัยของคนไทย ซึ่งตัวอย่างทั่วโลกมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะในเมืองหลวงบางประเทศ เช่น กรุงลอนดอน ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นเองก็ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับ &amp;ldquo;Housing crisis&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;วิกฤตที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; อยู่ในตอนนี้ โดยแม้แต่ค่าเช่าบ้านก็สูงเกินกว่าที่ชาวลอนดอนจะจ่ายไหวด้วยซ้ำ..!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยที่ผมดำรงตำแหน่งประธานผู้แทนการค้าไทย ผมเคยศึกษารายละเอียดในประเด็นนี้กับหอการค้าต่างประเทศในไทย และได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเช่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวได้ถึง 30 ปี และต่ออายุได้อีก 30 ปี รวมถึงสามารถเปลี่ยนมือผู้เช่าได้ ดังนั้นกฎหมายที่มีอยู่ จึงไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ กับชาวต่างชาติที่สนใจจะถือครองที่ดินและทรัพย์สินโดยการเช่าระยะยาวในประเทศไทย นอกจากนี้ สัญญาเช่าระยะยาวที่มีการตีตราประทับที่โฉนดที่ดินอย่างชัดเจน ก็สามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในเรื่องการอนุญาตให้ถือครองห้องชุด/คอนโดมีเนียม ที่พยายามจะขยับเพดานชาวต่างชาติจาก 49% เป็น 70-80% นั้น ต้องถามว่าเคยสำรวจหรือยังว่าในปัจจุบันแต่ละโครงการที่ชาวต่างชาติถือครองอยู่มีสัดส่วนเท่าไหร่ เพราะถ้าข้อมูลไม่ชัด นโยบายไม่ถูก ก็อาจทำให้ใน Prime area ราคาขยับสูงขึ้น คนไทยเองก็จะเข้าถึงได้น้อยลงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปแล้ว มาตรการที่พูดมาทั้งหมดนี้ซึ่งบอกว่ามีเป้าหมายที่จะช่วยเศรษฐกิจ ก็ต้องถามจริง ๆ ว่า แต่ละมาตรการจะช่วยเศรษฐกิจของใครบ้าง? ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้คือคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้คนตกงาน รายได้ลดลง และ SMEs รายได้ลด ขาดเงิน ไม่สามารถกู้เพิ่มได้ ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการเหล่านี้จะไปช่วยแก้ปัญหาให้เขายังไงครับ..???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118917</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกียรติ สิทธีอมร, เปิดทางต่างชาติ ซื้ออสังหาฯ ในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615cf3e3724d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นไม่ใช้ฉุกเฉินอลหม่าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทวันที่ 2 ยังท้วงติงเรื่องเยียวยาตกหล่น พร้อมชงตั้ง &amp;nbsp;กมธ.ดูแลการใช้จ่ายโครงการต่างๆ &amp;quot;เกียรติ&amp;quot; เสนอ 3 กฎเหล็กเพื่อให้เงินตรงเป้า &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ไม่เลิกราวีเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกกรณีฆ่าตัวตายถล่มอีกรอบ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ชี้หากไม่ใช้กฎหมายติดหนวดอลหม่านแน่ ฮึ่ม! คนไทยด้วยกันอย่าติเรือทั้งโกลน หมอหนูโวไม่มีระบาดรอบสองแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ค.ถือเป็นวันที่ 2 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่พักการประชุม โดยเริ่มต้นนายโสภณ &amp;nbsp;ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้อภิปรายชี้ถึงความจำเป็นในการกู้เงิน ซึ่งแม้ไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่เป็นไปเพื่อรักษาชีวิต พร้อมทั้งระบุว่า งบประมาณแก้ไขปัญหาการระบาดไม่เกิน 45,000 ล้านบาทน้อยเกินไป อย่างการทำวัคซีนต้องใช้เงินจำนวนมาก และควรเพิ่มงบค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนการเยียวยาก็ขอให้สำรวจกรณีตกหล่นไม่ได้รับการเยียวยาเพราะเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ให้ได้รับการเยียวยาทุกกลุ่ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในฐานะพยาบาลเก่า ว่า ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเงินกู้ไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดผลหรือนอกวัตถุประสงค์ จึงอยากให้ใช้ประโยชน์สูงสุด เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ และมองว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลยังตกหล่นเยอะ คนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ไม่มีโทรศัพท์ ต้องเก็บตกให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรวมเห็นด้วยกับการกู้เงิน แต่ไม่เห็นด้วยกับการมีตัวเขมือบโครงการ เช่น ซื้อของแพง เอาวิกฤติเป็นโอกาสของนักการเมืองขี้โกง ขอให้มีอันเป็นไป อยากให้นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับตัวเขมือบทั้งหลายให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ไม่ต้องเกรงใจ และควรตั้งคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบการใช้เงินโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&amp;quot; น.ส.รังสิมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า &amp;nbsp;นับตั้งแต่มีข่าวการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.62 สธ.ได้ตั้งทีมป้องกันคัดกรองผู้ที่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2562 ยืนยันว่าระบบการรักษาของระบบสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดไว้ จนขณะนี้การแพร่เชื้อในประเทศไทยไม่มีแล้ว เพราะเราตั้งการ์ดสูงอย่างเต็มที่ แต่วันนี้ก็ยังมีการเตรียมพร้อมมีการควบคุมอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมไว้รองรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศที่กำลังเดินทางกลับไทย และเชื่อว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดอีก
เชื่อไม่มีระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายังเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดรอบ 2 ซึ่งผมเชื่อว่าไม่น่าเกิด แต่เราก็ไม่ได้ประมาท ทั้งนี้หากเกิดการระบาดรอบ 2 ผมยืนยันได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ขอชมเชย อสม.ล้านกว่าคนที่มีส่วนช่วยในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเห็นว่าถึงเวลาที่เราต้องตอบแทนเมื่อถึงเวลานั้น สธ.เราไม่ได้การ์ดตก และขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ด &amp;nbsp;ศัตรูของเราคือโควิด-19 ถ้าชกกันตอนนี้คะแนนเรานำอยู่ เราจะน็อกเขาได้เมื่อมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งในงบ &amp;nbsp;4.5 หมื่นล้านบาท งบส่วนนี้ได้ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติพัฒนาวัคซีนดังกล่าว โดยประเทศไทยเหลืออย่างเดียวที่จะเป็นแชมป์ด้านสาธารณสุขของโลก คือต้องคิดค้นวัคซีนให้ได้ และยืนยันว่างบที่ สธ.ได้จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.40 น. นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายว่า ขอให้สภาพักหรือเลื่อนการประชุมจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะนำเอกสารแนบท้าย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมานำเสนต่อสภา เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ทั้งหมดของประชาชน การไม่มีรายละเอียดเท่ากับจงใจตีเช็คเปล่า จึงไม่สามารถอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมายและถือเป็นความผิด เพราะไม่มีเหตุผลทางวิชาการเพื่อควบคุมโรคระบาดได้ และหากใช้ต่อไปถือว่าเป็นการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพด้านการบูรณาการงานร่วมกัน&amp;quot; นพ.เรวัตระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายแสดงความเป็นห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน &amp;nbsp;1.9 ล้านล้านบาท ว่ากู้เยอะแต่รายละเอียดน้อย ไม่มีรายละเอียดแหล่งที่มาเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางฟื้นฟูที่เสนอโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และพิจารณาโดยสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง ขณะที่คนทำรายงานความก้าวหน้าก็คือ สศช. ซึ่งน่าจะไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล
เกียรติชงกฎเหล็ก 3 ข้อ
&amp;ldquo;พูดว่าโปร่งใสเฉยๆ ไม่ได้ การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์จำเป็น ร่วมทั้งการเอาเงินทั้งหมดไปใช้ตรงกับเป้าจำเป็นจริงๆ และสุดท้ายขอเสนอให้ใช้กฎเหล็ก 3 ข้อผ่านวิกฤติ คือ 1.แก้วิกฤติต้องคิดลบ พร้อมสยบทุกปัญหา 2.กระสุนมีจำกัดทุกนัดต้องเข้าเป้า และ 3.คอร์รัปชันต้องป้องกันไม่ใช่ลั่นว่าไม่มี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.30 น. นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงถึง พ.ร.ก.ปล่อยซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทให้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ว่าขณะนี้มีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 35,217 ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย 1.65 ล้านบาทต่อราย รวมวงเงิน 58,208 ล้านบาท &amp;nbsp;โดย 51% เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนข้อสังเกตของ ส.ส.ว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำ ไม่เป็นความจริง เพราะ 70% เป็นลูกหนี้กลุ่มความเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง โดย 71% เป็นลูกหนี้ในต่างจังหวัด และการออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลนนี้เป็นรูปแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เอาเงิน ธปท.ไปให้สินเชื่อเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง อภิปรายเสริมว่า วันนี้เรามีมาตรการใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน โดยจะช่วยเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่เราเรียกว่ายังไม่เข้มแข็งเรื่องเงินทุน โดยจะออกมาในรูปของกองทุนซึ่งจะต่างจากสินเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า รัฐบาลบริหารโดยปล่อยให้มีการเยียวยาที่ผิดพลาด จนมีคนไปฆ่าตัวตายที่หน้ากระทรวงการคลัง ความผิดพลาดที่ชี้ชัดที่สุดคือการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน กลับกลายเป็นเราจะเละด้วยกัน ระบบล่มตั้งแต่ชั่วโมงเเรกที่เปิดให้ลงทะเบียน แต่วันนี้รัฐบาลจะมาออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งใหญ่ที่สุด เราจะมั่นใจได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฆ่าตัวตายเป็นข้อบ่งชี้ความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างรุนเเรง เพราะคนตัดสินใจเลือกความตายเพื่อให้พ้นความเดือดร้อนเพราะหาที่พึ่งพาไม่ได้ และฝากถึงนายกฯ และคณะว่าท่านอย่าบริหารงานภายใต้การรักษาความมั่นคงในอำนาจของตัวท่านเอง คืนความอิสระในการทำงานให้กับทุกอาชีพ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลเสียมากกว่าผลดี ต้องยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะโควิด-19 ไม่ได้ระบาดเเค่เฉพาะตอนกลางคืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกวันนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ารัฐบาลกำลังควบคุมพวกเรา ไม่ได้ควบคุมโรค&amp;rdquo;
อย่าติเรือทั้งโกลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของคนไทย รัฐบาลไม่ทิ้งอย่างแน่นอน และจะไม่มีการทุจริต ทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด ตนเองก็เสียภาษี พวกท่านเป็นหนี้ ตนเองก็เป็นหนี้ด้วย หนี้ตรงนี้ต้องมาชดใช้ด้วยการทำให้ประเทศมีผลผลิตและมีความก้าวหน้า ตัวเลขหนี้สาธารณะที่ปรากฏขึ้นมานั้นเกิดมาหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่การก่อหนี้เพิ่มนั้นเพื่อรักษาและเยียวยาและฟื้นฟูประเทศให้เข้มแข็งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารตามกฎหมาย การที่จะให้รัฐบาลจ่ายเงินให้เร็วต้องไปดูเรื่องทะเบียน &amp;nbsp;รัฐบาลไม่สามารถล้วงทุกบ้านได้ ท่านต้องรู้จักหน้าที่ในการลงทะเบียนและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง ใครทำเกษตร ใครทำอาชีพอิสระ ผมพร้อมจ่ายทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ซับซ้อน เงินจำนวนนี้ให้เพื่อดำรงชีพช่วงโควิดเท่านั้น แต่ช่วงนี้เป็นเงินดำรงชีพ 3 เดือนที่ไม่สามารถเอาไปผ่อนรถหรือมอเตอร์ไซค์ได้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเรียนนั้นจะต้องทำอย่างไรให้นักเรียนไม่ลืมการเรียน จึงใช้ระบบออนไลน์หรือเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งน่ารักดี พ่อแม่ปู่ย่าตายายนั่งดูทีวีกับลูกหลาน ค่าใช้จ่ายกระทรวงดีอีเอสก็ดูแลให้ ถ้าท่านตั้งโจทย์ว่าไม่ดีไปหมด อยากถามว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ วันนี้ขอบคุณ ส.ส. พวกเราร่วมชาติกันอยู่แล้ว เรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายกลางเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการดำเนินการ ซึ่งผลที่ออกมาถามว่าดีหรือไม่-ก็ดี คนป่วยไม่มาก ติดเชื้อน้อยลง แต่ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายกลางนี้ออกไปก็จะอลหม่านอีกแล้วแก้ไขไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ มันเป็นความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนเราปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่าคนไทยต้องเท่าเทียมกัน แต่มีมาตราที่บอกว่าคนไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ต้องดูให้ครบหมวด ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ผ่อนผัน เว้นแต่บางเรื่องที่ปล่อยไม่ได้ ถ้าทุกคนช่วยรัฐบาลคิดว่าประเทศไทยไปข้างหน้าโลดแล้ว อะไรที่ดีก็ขอให้ส่งเสริม แต่ท่านจะบอกว่าไม่ดีไปทั้งหมดแบบนี้มันไม่ใช่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ ชี้แจงกรณีข้อท้วงติงการตรา พ.ร.ก.ไม่เป็นไปตามมาตรา 53 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) &amp;nbsp;ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ว่า กฎหมายวินัยการเงินการคลังกับการตรา พ.ร.ก.กู้เงินนั้นสอดคล้องกัน และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงรับรองหลักการของกฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อความมั่นคงและผาสุกของประชาชน ขณะเดียวกันการตรา พ.ร.ก.กู้เงินยังปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 มาตรา 79 ที่กำหนดให้รับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการรับฟังความเห็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวนอกห้องประชุม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีแผนงานในการใช้เงินมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร โปร่งใส และเหมาะสมหรือไม่ การที่รัฐบาลไม่เปิดเผยรายละเอียด ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกู้ และการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ทรุดหนักลงไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท.ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า มีความตั้งใจจริงที่จะกอบกู้เศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องยอมรับการตรวจสอบจากผู้แทนของประชาชน ด้วยการเปิดให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงินกู้อย่างจริงจัง นอกจากนี้รัฐต้องกระจายงบประมาณที่กู้มาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ไม่ควรเอางบประมาณของประชาชนไปใช้ในการหาเสียง เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67224</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, รังสิมา รอดรัศมี, วิรไท สันติประภพ, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เกียรติ สิทธีอมร, โสภณ  ซารัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfbb54232cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉาก&#039;ไอปา&#039; อินโดฯล้มโต๊ะ งัดปม&#039;โรฮีนจา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉาก &amp;ldquo;ไอปา&amp;rdquo; ไทยส่งไม้ต่อเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดประชุมต่อปี 63 &amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยมีการหยิบยกกรณีหญิงไทยถูกหลอกไปขายบริการ ชี้เป็นเรื่องที่ชั่วร้ายมาก ต้องมีการสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยกัน &amp;ldquo;อินโดนีเซีย&amp;rdquo; ทำป่วน! ยื่นเงื่อนไขปม &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; ก่อนวอล์กเอาต์ ทำให้ไร้ข้อตกลงด้านการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่โรงแรมแชงกรี-ลา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน (ไอปา) ครั้งที่ 40 ได้กล่าวปิดการประชุมพร้อมกับส่งมอบตำแหน่งประธานไอปาให้แก่ประธานรัฐสภาเวียดนาม โดยนายชวนกล่าวตอนหนึ่งว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความท้าทายใหม่ๆ กำลังห้อมล้อมเราทุกด้าน นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประวัติศาสตร์อาเซียน เรากำลังเผชิญกับการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ทำให้เราต้องรับมือก่อน เพื่อไม่ให้น้อยหรือสายเกินไป ภัยคุกคามและโอกาสเหล่านี้คอยเตือนเราว่าประชาคมที่ยั่งยืนยาวนานนั้นไม่แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ประชาคมจะไม่ยั่งยืนหากไม่มีรากฐานที่มั่นคงที่สร้างจากฐานล่างขึ้นไป ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความเชื่อมโยงของเราต่อประชาชนทำให้ไอปามีความสำคัญอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยแง่คิดที่เราได้แบ่งปันกันในสัปดาห์นี้ ได้วาดภาพสะท้อนถึงสถานการณ์และความสำคัญที่หลากหลายของเรา &amp;nbsp;หากเราต้องการจะก้าวย่างไปข้างหน้าร่วมกัน โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของเรา เราจะต้องพึงระลึกว่าคำตอบสำหรับการเจรจาที่ยากนั้น ไม่ใช่ด้วยการพูดคุยที่น้อยลง แต่เป็นการพูดคุยที่มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ายังคงมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องทำ แต่การพัฒนาก้าวหน้ายังคงเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปีนี้เราประสบความสำเร็จในการจัดให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเลขาธิการอาเซียน นับเป็นก้าวแรกสู่การร่วมมือครั้งสำคัญ อีกทั้งเรายังประสบความสำเร็จในการตกลงในการสร้างคลังข้อมูลกฎหมายนานาชาติ นั้นเป็นความสำเร็จด้านการสื่อสาร เพื่อให้แน่ใจว่าการอ้างอิงสถานการณ์ทางกฎหมายในแต่ประเทศสามารถทำได้อย่างมีมาตรฐานมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานรัฐสภาของไทยกล่าวต่อว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเรา เราได้วางตัวเพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสให้ได้มากที่สุดด้วยการสนับสนุนเสาธุรกิจที่สำคัญ หรือ MSMEs หากเราต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน มันจำเป็นที่เราจะทำมันอย่างมีส่วนร่วม เราไม่สามารถเสี่ยงให้มีช่องโหว่ของความเหลื่อมล้ำเหลืออยู่ได้ อีกทั้งเราร่วมกันเป็นหนึ่งด้วยการก้าวสู่ตลาดการบินร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่สามารถสร้างประชาคมที่ยั่งยืนได้ หากประชากรกว่าอีกครึ่งหนึ่งของเรายังคงไม่มีสิทธิ์มีเสียง และในปีนี้เราได้ดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ถูกกีดกันจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคเทคโนโลยีนวัตกรรม นี้เป็นความพยายามที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวพันกับหลายๆ แง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ดังนั้นเราจึงได้เสนอให้ขยายการเข้าถึงสถาบันการศึกษา การดูแลสุขภาพ การเงิน การเมือง และความยุติธรรม เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของพวกเขา&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวสรุปว่า เราได้ก้าวสู่ภูมิภาคอาเซียนปลอดยาเสพติด ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาทางเลือก ทดแทนการผลิตยาเสพติด การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน จะช่วยชีวิตได้อย่างนับไม่ถ้วนในแต่ละปี และปกป้องกลุ่มที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เด็ก ผู้สูงอายุ และแรงงานต่างชาติ นับเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเท่าเทียมกันทางสังคม ไกลไปกว่านั้น เรายังได้เพิ่มความสำคัญต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้แน่ใจว่าโลกของเรานั้นสามารถอยู่ได้สำหรับรุ่นต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 11.00 น. นายชวนแถลงถึงภาพของการประชุมไอปาที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยได้มอบภารกิจให้กับประธานรัฐสภาเวียดนามแล้ว การประชุมครั้งนี้ได้เตรียมการกันมาหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งของประเทศไทย ในโอกาสนี้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ไอปาตั้งมานานกว่า 40 ปีก็จริง แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักองค์กรนี้มากนัก ดังนั้นเราจะต้องสร้างผลงานในฐานะที่พวกเราเป็นคนที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงมีความคิดว่าจะจัดเวทีเพื่อสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างเลขาธิการไอปาและเลขาธิการอาเซียน โดยจะเป็นช่องทางที่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติส่งปัญหาและข้อเสนอแนะไปให้ฝ่ายบริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกิตติ วะสีนนท์ ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยข้อแถลงการณ์ร่วมไอปา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านต่างๆ ทั้ง 4 คณะ ได้มีข้อมติร่วมกัน ดังนี้ 1.คณะกรรมาธิการด้านสมาชิกรัฐสภาสตรีของสมัชชารัฐสภาอาเซียน มีความเห็นร่วมกันในการผลักดันเรื่องความเท่าเทียมกันและการลดช่องว่างในด้านความเหลื่อมล้ำทางเพศ 2.คณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน ได้พิจารณาลงลึกไปถึงโอกาสที่จะสนับสนุนให้ประเทศอาเซียนมีความก้าวหน้าในด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเตรียมการรับมือในอนาคตที่เรียกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และช่วยเหลือเอกชนระดับเล็กและระดับย่อยเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คณะกรรมาธิการด้านสังคม พิจารณาในเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อให้กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก หรือสภาพภูมิอากาศที่อาเซียนเริ่มประสบปัญหาแล้ว เช่นเดียวกับการเคลื่อนย้ายของแรงงานต่างชาติ ที่แต่ละประเทศเป็นผู้ทั้งผู้รับและส่งแรงงาน ที่สำคัญมีการตอบรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยอมรับการพัฒนาแบบทางเลือกด้วยการน้อมนำแนวเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา และ 4.คณะกรรมาธิการด้านกิจการสมัชชารัฐสภาอาเซียน มีการหารือกันถึงการปรับปรุงกลไกการทำงานของไอปา และอาเซียนร่วมกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายเกิดการทำงานแบบเกื้อกูลกัน โดยให้รัฐสภามีส่วนในการเสริมสร้างความเป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐสภาชุดนี้ตั้งมาแค่ 3 เดือน แต่ได้ทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพภายใต้การนำของประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา จนสามารถทำงานได้อย่างเป็นผลสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;rdquo; นายกิตติกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเด็นที่ไอปามีมติในการขับเคลื่อนงานร่วมกันมีความชัดเจนในเรื่องใดบ้าง นายกิตติ กล่าวว่า ในส่วนของไอปาจะเป็นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะดูว่าจะมีส่วนช่วยเสริมอย่างไร เช่น การออกกฎหมาย เพื่อช่วยในหลายภาคส่วน เป็นต้น เราต้องทำงานร่วมสภาอีก 10 ประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนให้อาเซียนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวเสริมว่า ประเด็นหนึ่งที่ยกขึ้นมาคือ หญิงไทยถูกหลอกไปขายบริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชั่วร้ายมาก ไม่รู้ว่าคดีมีความคืบหน้าไปอย่างไร ในที่ประชุม ไอปาได้คุยกันว่าหากเรารับรู้ความชั่วร้ายร่วมกัน เพราะการดำเนินการนี้มีการทำเป็นขบวนการ ก็ควรจะต้องมีการสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยกัน เช่น การหยิบขึ้นมาและตั้งกระทู้ถามฝ่ายบริหาร เพื่อกระตุ้นให้ฝ่ายบริหารแก้ไขปัญหา ส่วนกรณีประเด็นโรฮีนจานั้น ยังไม่มีบทสรุปใดๆ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของการประชุมไอปาของกรรมาธิการด้านการเมือง ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงตามกฎบัตรไอปาที่ต้องให้ประเทศสมาชิก 10 ประเทศเห็นร่วมกันทั้งหมด เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียไม่ยินยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานกรรมาธิการด้านการเมือง ไอปา ชี้แจงว่า การประชุมกรรมาธิการด้านการเมืองไม่สามารถจัดการประชุมเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันได้ เนื่องจากตัวแทนของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาอินโดนีเซีย ได้ยื่นคำแถลงการณ์ต่อประเด็นเรื่องของโรฮีนจาให้กับที่ประชุม พร้อมยื่นเงื่อนไขว่าหากที่ประชุมไม่รับแถลงการณ์จะไม่ยอมรับข้อตกลงที่เสนอมาทั้งหมด ทั้งนี้ ตนพยายามพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน แต่ตัวแทนของประเทศอินโดนีเซียไม่ยอมและระบุว่าหากไม่รับข้อเสนอจะวอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อกฎบัตรอาเซียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พฤติกรรมของตัวแทนประเทศอินโดนีเซียถือว่าไม่น่ารัก เพราะเอาเงื่อนไขของตัวเองเป็นที่ตั้ง และเอาเรื่องอื่นเป็นตัวประกัน ซึ่งไม่มีใครทำแบบนั้น ขณะที่ประเด็นซึ่งเตรียมเสนอต่อที่ประชุม อาทิ การต่อต้านก่อการร้ายข้ามชาติ, การต่อต้านการติดสินบนและการป้องกันการทุจริต ไม่สามารถพิจารณาและไม่เกิดเป็นประเด็นที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน ผมพยายามอธิบายแล้วว่าประเด็นโรฮินจาตามที่แถลงการณ์ของอินโดนีเซียนั้น ไม่ก้าวหน้า เพราะปัจจุบันการแก้ปัญหาโรฮีนจานั้นก้าวหน้าไปไกลแล้ว โดยประเทศไทยส่งเงินช่วยเหลือต่อพม่าเป็นเงินกว่า 4 ล้านเหรียญฯ&amp;rdquo; นายเกียรติกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติกล่าวด้วยว่า ในปีนี้ไม่มีการลงข้อมติที่จะเป็นผลของการประชุมคณะกรรมาธิการการเมืองของไอปา เพราะจำเป็นต้องหยุดพักไปเช่นเดียวกับการประชุมคณะกรรมาธิการการเมืองของไอปาที่สิงคโปร์ในปีที่แล้ว ซึ่งติดขัดในเรื่องเดียวกัน เพราะอินโดนีเซียเสนอประเด็นโรฮีนจาในกรอบความร่วมมือการเมือง ทำให้ไม่สามารถหาข้อสรุปใดๆ ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ วะสีนนท์, ชวน หลีกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติ สิทธีอมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67dc20d337e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกียรติ&#039;กระตุกสังคม!สลากลอตเตอรี่100ล้านใบ&#039;ใครได้ใครเสีย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 &amp;ndash; นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก Kiat Sittheeamorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลากลอตเตอรี่ 100 ล้านใบ : ใครได้ใครเสีย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้ติดตามข่าวจากกองสลากในไทยรัฐ วันที่ 25 มิถุนายน 2562 ที่ระบุว่า ในระหว่างที่รอการอนุมัติการออกสลากออนไลน์ &amp;ldquo; เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว&amp;rdquo; จะเพิ่มการพิมพ์สลากอีก 10 ล้านฉบับรวมเป็น 100 ล้านฉบับ ฟังแล้วบอกตรงๆ ว่า &amp;ldquo;กังวลอย่างยิ่ง&amp;rdquo; จึงอยากขอเสนอมุมมองที่แตกต่าง และขอกระตุกแรงๆ ให้ทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะมีมติใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 67 ล้านคน พิมพ์สลากขายถึง 100 ล้านฉบับ เพื่ออะไร? อ้างมาโดยตลอดว่าเพื่อแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วมาโดยตลอดเช่นกันว่า วิธีนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้ ตราบใดที่การขายสลากเป็นการขายตัดตอน ไม่มีการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ จากกองสลากถึงผู้ซื้อที่เป็นประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ในช่วงสมัยรัฐบาลนายกชวน 2 มีการพิมพ์สลากประมาณ 14 ล้านฉบับเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเหมาะกับจำนวนประชากรของประเทศในขณะนั้นคือ 61 ล้านคน (ไม่รวมสลากการกุศลที่พิมพ์เพิ่มบางกรณี) ในสมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ก็มีการพิมพ์สลากอยู่ประมาณ 40 กว่าล้านฉบับ (ไม่รวมสลากการกุศล พิมพ์เพิ่มบางกรณี) ขณะนั้นผมก็ได้ท้วงติงไปว่า เทียบกับประชากรของประเทศ การพิมพ์สลากกว่า 40 ล้านฉบับนั้น สูงเกินไปมากและก็ได้มีการให้ทบทวนจำนวนสลาก และให้แนวทางในการแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา โดยการขึ้นทะเบียนผู้ค้าทุกราย ทุกระดับ แต่ก็ได้รับทราบในช่วงเวลาต่อมาหลังรัฐบาลหมดวาระแล้ว ว่ามิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามแนวทางที่ให้ไว้ ก็ต้องเข้าใจเองว่า คงไม่กล้าเพราะเกรงอิทธิพลของขาใหญ่และกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม ลองคิดดูครับว่าธุรกิจขายตรงที่มีเครือข่ายผู้ขายเป็นล้านคน ทำไมเขาควบคุมไม่ให้มีการขายเกินราคาได้ แล้วทำไมกองสลากทำไม่ได้?? น่าคิดนะครับ!! จริงๆต้องบอกว่าน่าอายนะครับ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ในแต่ละงวด มีผู้ซื้อลอตเตอรี่ทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านคน แต่มีผู้ได้รับเงินรางวัลประมาณ 20,000 ราย หรือ 0.1 % นั้น ซึ่งหมายความว่าในแต่ละงวดมีประชาชนผู้ซื้อที่ไม่ถูกรางวัลใดๆ เลย 19,980,000 คน หรือ 99.9 % ดังนั้นการเพิ่มจำนวนฉลากและรูปแบบการให้รางวัล มีแจ็กพอตสูงถึง 100 ล้านบาท ก็คือการผลักให้ประชาชนซื้อสลากมากขึ้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีคนถูกรางวัลเพียง 0.1 % ของผู้ซื้อทั้งหมด แล้วคนที่เสียเงินอีก 99.9 % ละครับ กองสลากจะอธิบายเขาเหล่านั้นอย่างไร? สำหรับผมนี่คือการมอมเมา และสร้างภาระให้ประชาชนเกือบ 20 ล้านคนทุกเดือน เดือนละ 2 รอบ!! ส่วนคนที่ได้มากขึ้นทุกงวดก็คือพ่อค้าคนกลางและกองสลากเองครับ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ถ้าใช้ระบบออนไลน์ แน่นอนครับขายเกินราคาไม่ได้แน่นอน ถ้าทำให้ถูกต้อง แต่ต้องตอบให้ได้ว่า กลุ่มผู้ขายที่ขายสลากเป็นอาชีพหลัก เช่น กลุ่มคนพิการ กลุ่มทหารผ่านศึก กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่มีทางเลือกในการทำมาหากิน จะอยู่กันอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ข้ออ้างที่ว่า การพิมพ์สลากเพิ่มและออกเลข 2 ตัว 3 ตัว จะลดปัญหาหวยใต้ดิน มีการนำกรณีศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นตัวอย่าง มีการประมาณการว่า จะลดการซื้อหวยใต้ดิน ในไทยได้ 100,000 ล้านบาท จากมูลค่าทั้งหมด 500,000 ล้านบาท หรือเพียง 20% ซึ่งถ้าทำกันจริงๆ ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าประมาณการณ์นี้จะถูกต้องหรือไม่? แต่ก่อนที่จะสรุปเช่นนี้ ขอให้ไปดูกรณีศึกษาในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และบางประเทศในยุโรป ทุกรายงานยืนยันตรงกันว่า วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถทำให้หวยใต้ดินหมดไปได้เลย และในหลายกรณี สร้างปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น ตัวเลขทางอาชญากรรมเพิ่มขึ้น คนจนมากขึ้น ต้องเพิ่มกำลังตำรวจเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่ตามมา ผมก็ต้องสงสัยว่าทำไมไม่นำข้อมูลทางลบเหล่านี้มานำเสนอให้กรรมการกองสลากและสังคมรับรู้บ้างละครับ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ขอให้ทบทวนคดีการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาว่าผิดวัตถุประสงค์ของกองสลากและกฎหมายที่มีอยู่ และมีข้อความตอนหนึ่งของคำพิพากษาระบุว่า &amp;ldquo;เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับเถอะครับ ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังพยายามจะทำกันนั้น จะทำให้เกิดผลกระทบกับสังคมไทยอย่างรุนแรง ไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลับเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนขาใหญ่บางกลุ่มที่มีแต่ได้กับได้ ขอร้องจริงๆครับ กรุณาทบทวนก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้ และขอให้รัฐบาลใหม่ทบทวนจำนวนสลากที่พิมพ์แต่ละงวดให้เหมาะสมกับจำนวนประชากรของประเทศด้วย และดูแลกลุ่มคนที่อยู่ได้ด้วยการขายลอตเตอรี่เพราะเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ในชีวิต ให้ดีกว่านี้ครับ!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลอตโต้, สลากกินแบ่ง, หวยบนดิน, เกียรติ สิทธีอมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d14ca81ce4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิสัยทัศน์..พรรคการเมือง &quot;เยาวชน..ติดพนันออนไลน์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาการติดพนันบอลออนไลน์ในเด็กวัยรุ่น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อเยาวชน แต่ทว่ากลับเป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายให้ความสำคัญน้อยกว่าปัญหาอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลล่าสุดจาก แพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ระบุว่า ปัจจุบันมีวัยรุ่นหลายล้านคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดการพนัน และมีเยาวชนที่เข้าถึงการพนันออนไลน์แล้วเกือบ 1 แสนราย ซึ่งผลที่ตามมานอกจากเสียอนาคต และการเรียนแล้ว ยังเป็นสาเหตุของการก่อปัญหาอาชญากรรม เนื่องจากเยาวชนที่ติดการพนันออนไลน์ เป็นทั้งผู้ที่เป็นเหยื่อและผู้ที่เสียหายจากการถูกชิงทรัพย์ ตลอดจนผลกระทบด้านสุขภาพ เนื่องจากผู้ติดพนันออนไลน์จะมีภาวะป่วยด้านจิตเวช และต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในงานเสวนา &amp;ldquo;นโยบายสาธารณะเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนไทยจากการพนัน&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงานขึ้นเป็นการสะท้อนปัญหาดังกล่าว ให้กับผู้เกี่ยวข้องอย่างพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคที่มาร่วมรับฟังข้อคิดเห็น ทั้งนี้ เพื่อผลักดันเป็นนโยบายในการลดปัญหาการพนันในสังคมไทย ภายหลังจากการเลือกตั้ง 2562 ทั้งนี้ นโยบายข้อเสนอสาธารณะเพื่อป้องกัน และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยจาก &amp;ldquo;การพนันออนไลน์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นสื่อที่เด็กเยาวชนเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และใช้ระยะเวลาในการสำรวจข้อมูลประมาณ 4 ปี ภายใต้การดำเนินงานของ &amp;ldquo;สภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ&amp;rdquo; ร่วมกับ &amp;ldquo;สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ปรเมศร์ กุมารบุญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก ปรเมศร์ กุมารบุญ ตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา บอกว่า แม้เรื่องการติดการพนันออนไลน์นั้นจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือบ้านเรายังไม่มีการเตือนในเชิงว่า การพนันแท้จริงแล้ว โอกาสที่ผู้เล่นจะได้พนันนั้นถือว่ามีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างน้อย เรียกได้ว่า 1 ในล้านก็ว่าได้ ดังนั้นในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจึงยกระดับและชูเรื่องนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการหันมาให้ความสำคัญ โดยการให้ความรู้หรือเป็นวิชาเรียนให้กับเด็กและเยาวชน ให้เห็นถึงโทษและพิษภัยของการพนันออนไลน์ที่วัยรุ่นเข้าถึงได้ง่าย นอกเหนือจากวิชาความรู้ด้านอื่นๆ ซึ่งเด็กยุคใหม่ควรได้รู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับบทบาทของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อการแก้ปัญหาการติดพนันออนไลน์ของเด็กไทย การผลักดันเรื่องการให้การศึกษาหรือความรู้ในเด็กและเยาวชน อย่างการที่มีศึกษาข้อมูลและผลวิจัย เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ว่าอันที่จริงแล้ว การเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ โอกาสที่จะถูกเจ้ามือจะโกงมีค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้เล่นไม่ควรฝากความหวังที่จะได้เงินจากตรงนี้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์นั้นย่อมจะแสวงหาความสุขมากกว่าความทุกข์ ประกอบกับข้อเสนอในเรื่องของการจับเซิร์ฟเวอร์ หรือเจ้ามือพนันออนไลน์ที่อยู่ต่างประเทศ อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่อาจจะติดตามได้ยาก ดังนั้นการให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับผลเสีย หรือการบาดเจ็บจากการพนันออนไลน์ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องการผลักดันอย่างจริงจัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.กมล รอดคล้าย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นคล้ายกันว่า การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของการพนันออนไลน์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นต้องร่วมมือกันจัดระบบการพนันออนไลน์ เพื่อไม่ให้ไปถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ง่าย พูดง่ายๆ ว่าหากการพนันออนไลน์รูปแบบใดที่สามารถจัดให้เป็นระบบได้ เช่น การจัดเก็บภาษีได้ ก็ให้ดำเนินการตามนั้น ในส่วนของโรงเรียนเองก็ต้องมีการให้ความรู้ และแนะแนวเด็กเยาวชนเกี่ยวกับผลเสียของพนันออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บทบาทของภาคการเมืองต่อการแก้ไขปัญหาเด็กติดพนันออนไลน์นั้น ก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับนโยบายของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับกับการจัดทำกฎหมายที่มีเนื้อหาป้องกันและสร้างความรู้ให้เด็กและเยาวชนมีความรู้เท่าทันการพนันออนไลน์ ซึ่งนโยบายนี้คาดว่าเราจะให้ความสำคัญ โดยลงการไปทำในช่วง 1-2 เดือนแรกภายหลังการเลือกตั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ บอกว่า แม้ในบ้านเรานั้นจะมีการออกกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวกับการป้องกันเชิงรุกเรื่องภัยในโลกออนไลน์ ซึ่งล่าสุดมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปี 2550 ออกมา&amp;nbsp; แต่ทุกรัฐบาลนั้นก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการในเรื่องนี้ หรือจัดการกับผู้ที่กระทำความผิดในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ดังนั้นจึงถึงเวลาที่จะต้องสังคายนากฎหมาย โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกโดยการเขียนข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดทางออนไลน์ ซึ่งจำเป็นต้องมองการณ์ไกลว่าในอนาคตจะมีภัยคุกคามอะไรบ้าง รวมไปถึงเครื่องประดิษฐ์แทนมนุษย์ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;เอไอ&amp;rdquo; หรือปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจำเป็นต้องเขียนให้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นลงโทษและความผิด และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือแม้แต่การจัดให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามาให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับผลกระทบจากการพนันออนไลน์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ยกตัวอย่างการที่ทำอย่างไรเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถที่จะพูดคุยวิดีโอคอลกับจิตแพทย์ได้เลยเวลาที่เรามีปัญหา หรือกำลังได้รับผลกระทบจากการพนันออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากเรื่องของการเขียนกฎหมายเกี่ยวกับออนไลน์ให้ครอบคลุมแล้ว เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่ค่อนข้างมาเร็วและเปลี่ยนแปลงเร็ว การทำงานเชิงรุก เช่น การที่ส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่เป็นไซเบอร์รุ่นจิ๋ว เพื่อช่วยตรวจสอบการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ก็เป็นสิ่งที่ประยุกต์ใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เกียรติ สิทธีอมร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ เกียรติ สิทธีอมร ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า &amp;ldquo;การแก้ปัญหาเด็กติดพนันออนไลน์โดยการลดการปลูกฝังเรื่องการเล่นพนัน เช่น การที่แม่อุ้มลูกไปชี้ลอตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นต้นตอที่ 1 และที่ผ่านมาเรามักจะตั้งรับมากกว่ารุก ดังนั้นเราจึงต้องรวมตัวกันของทั้งบ้านเราและต่างประเทศในการจัดการกับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นต้นตอของผู้ให้พนันออนไลน์พำนักอยู่ในประเทศนั้นๆ ซึ่งผมมองว่าถ้าเราร่วมกับประเทศอื่นที่มีปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์เหมือนกันกับเรา ตรงนี้ผมมองว่าน่าจะจัดการได้ร้อยละ 70-80 แม้หลายคนจะมองว่าเป็นภัยออนไลน์ดังกล่าวจัดการยาก หรือแม้แต่ธนาคารต่างๆ ก็จำเป็นจะต้องร่วมมือ โดยการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติของลูกค้า เช่น การโอนเงินในการเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งตรงนี้ธนาคารก็ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดพนันออนไลน์ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แม้ว่าการพนันออนไลน์ถือเป็นเทคโนโลยีที่จับตัวการใหญ่ หรือเซิร์ฟเวอร์ได้ค่อนข้างยาก แต่ก็จำเป็นต้องทำ และทำเท่าที่ทำได้ ซึ่งตรงนี้จะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ที่สำคัญผมเห็นด้วยกับนโยบายของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับข้อเสนอต่อพรรคการเมือง อย่างเรื่องของการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการพนัน เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบ และมาตรการการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับการพนัน เพียงแต่ว่าข้อเสนอดังกล่าวมันยังไม่ตกผลึก หรือยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ยกตัวอย่างการนำบุคคลที่ล้มละลายในการเล่นพนันออนไลน์มาให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนก็เป็นสิ่งที่ดีมาก หรือแม้แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการใช้สื่อที่มีอยู่ทุกช่องทางในการช่วยรณรงค์การติดพนันออนไลน์ แต่ทั้งนี้ทุกคนก็ต้องช่วยคิดว่าเราจะผลิตคอนเทนต์อะไรที่จะใช้นำเสนอเกี่ยวกับพิษภัยของพนันออนไลน์ไปสู่เด็กและเยาวชนบ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ยงยุทธ วงศ์ธีระสูตร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่มาถึง ยงยุทธ วงศ์ธีระสูตร ตัวแทนจากพรรคชาติพัฒนา ที่บอกว่า &amp;ldquo;การหยุดผู้เล่นหน้าใหม่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้การส่งเสริมการเล่นกีฬาก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป ที่สำคัญการนำเยาวชนที่ติดการพนันออนไลน์เข้ามาเยียวยา โดยการจัดตั้งคลินิกบำบัด ตามที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้เคยทำและประสบความสำเร็จ และดึงเด็กกลุ่มนี้เขามาให้การแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม โดยการเน้นปรับพฤติกรรมเชิงบวก นอกจากนี้ การที่ภาครัฐมีการออกกฎหมายใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการตรวจจับ แม้ว่าทาง กสทช.นั้นจะมีการดำเนินการดังกล่าวที่ดีอยู่แล้ว เช่น การที่ภาครัฐเพิ่มงบประมาณในการจัดสายสืบออนไลน์ให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น ตำรวจที่เป็นสายสืบออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งเรามองว่านโยบายดังกล่าวเป็นสิ่งที่รอบคอบและสามารถทำได้จริง ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคชาติพัฒนาที่จะดำเนินการผลักดัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;การที่ให้การศึกษากับเยาวชนและคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับพิษภัย ของการพนันออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แต่การจัดให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านลบจากภัยกล่าวมาให้ข้อมูลกับเด็กถือเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ พ่อแม่ก็ต้องหมั่นสังเกตและรู้ว่าสุขภาพจิตของลูกขณะนั้นเป็นอย่างไร และต้องรับรู้ว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ลูกนั้นติดพนันออนไลน์แล้ว ที่สำคัญก็ต้องสร้างข้อจำกัดในการใช้สื่อออนไลน์ของลูก และก็คอยสอนบุตรหลานว่าการพนันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยการที่พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่าง โดยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การที่ภาครัฐส่งเสริมให้ภาคเอกชนโดยการสนับสนุนเงินทุนในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเจ้าของโรงงานจัดให้มีแคมเปญรณรงค์ถึงการเล่นพนันออนไลน์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่ง และสะท้อนให้เห็นว่าการเล่นการพนันนั้นมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อเสียการพนันแล้วจะมีโทษเป็นอย่างไร ตรงนี้เมื่อคนที่เป็นพ่อแม่ที่อยู่ในวัยแรงงานรับรู้รับทราบ ก็สามารถที่จะนำไปบอกกับลูกหลาน โดยที่พ่อเองจะไม่เล่นการพนัน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลาน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กมล รอดคล้าย, ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม, ปรเมศร์ กุมารบุญ, ยงยุทธ วงศ์ธีระสูตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติ สิทธีอมร, เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน, แพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c824afff17dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมานฉันท์ความคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังมีประกาศคลายล็อกการเมือง ให้นักการเมือง พรรคการเมือง ได้ทำกิจกรรมได้บ้าง แม้จะยังไม่ 100เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เหมือนเปิดรูระบายให้คนการเมืองได้ขยับแข้งขยับขา หลังจากเจอข้อห้ามเด็ดขาดมานานหลายปี โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าตลาดการเมืองเก่า คึกคักเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วางปฏิทินการเมืองล่วงหน้า 2 เดือน ระบุกิจกรรมที่จะทำ ที่น่าจับตาหนีไม่พ้นการเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม งานธุรการของพรรคก็ว่ากันไป ส่วนงานนโยบาย มือเศรษฐกิจระดมสมองกันอย่างหนัก หวังดึงดูด คะแนนเสียง สานฝันเป้าหมาย ชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทวงบัลลังก์อำนาจคืนให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันก่อน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดสัมมนานโยบายสาธารณะ เชิญผู้แทนพรรคการเมืองไปร่วมโชว์วิชั่น ค่ายสีฟ้า-พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง เกียรติ สิทธีอมร อดีตผู้แทนการค้า ค่ายสีแดง ส่ง เสี่ยแดง-พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และมือทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย แว่วมางานนี้ผู้ร่วมงานเป็น คณาจารย์ทางพลังงานที่จบจากต่างประเทศ นักวิชาการพลังงานจากสถาบันต่างๆ&amp;nbsp; ตลอดจนนักศึกษากว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในไฮไลต์ มีการตอบปัญหาพลังงานทั้งระดับมหภาคและจุลภาค จัดแข่งขันให้สมกับเป็นยุค 4.0 ให้ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดแข่งกันโหลด app แล้วตอบคำถาม โดยวัดคะแนนจากความถูกต้องและความเร็วในการตอบ คำถามเลยจัดเต็มทั้ง ความรู้ด้านพลังงานและด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง งานนี้ เสี่ยแดง-พิชัย เข้าวินชนะเลิศ เจ้าตัวบอก &amp;quot;งานนี้รอดตัวไป ถ้าอดีตรัฐมนตรีพลังงาน ทำคะแนนแย่ คงน่าอายพิลึก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องรางวัลแพ้ชนะก็ว่ากันไป ที่น่าสนใจ ทั้งนักการเมืองเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ มองตรงกัน อยากเข้ามาสางปัญหา การผูกขาดของ ปตท. เรื่องนี้ไม่มีค่าย ไม่แบ่งสี สมานฉันท์ทางความคิด ไปในทางเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม้าไม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18506</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พิชัย นริพทะพันธุ์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ม้าไม้, เกียรติ สิทธีอมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
