<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.จัดทัพ!ย้ายล็อตใหญ่16พ่อเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ ครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ 16 ตำแหน่ง ขณะที่มหาดไทยติวเข้มข้าราชการรุ่นใหม่ ต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ยึดประโยชน์ประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นอุดมการณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน, นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การเป็นข้าราชการที่ดี&amp;rdquo; รุ่นที่ 54 จัดโดยสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ทราบถึงระเบียบแบบแผนของทางราชการและการเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วย ข้าราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งใช้ระยะเวลาการอบรม จำนวน 10 วัน ในระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานราชการ โดยเน้นย้ำหลักการทำงานและการดำรงชีวิต เพื่อให้ข้าราชการผู้เข้ารับการอบรมได้นำไปปฏิบัติ คือ 1.การครองตน โดยรู้จักการวางแผน &amp;ldquo;บัญชีชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ทั้งความพอเพียง การรู้จักประมาณตน และความมีเหตุมีผล การรู้จักเก็บออม รู้จักกินจักใช้ และรู้จักพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักคิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การทำงานมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี 2.การครองงาน ต้องมีวินัย และมีสมรรถนะในการทำงาน มีอดทนและอดกลั้น นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติ และ 3.การมีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และหมั่นทำความดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนพึงระลึกเสมอว่า ในการทำงานเราต้องยึดหลักกฎหมายและหลักคุณธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญ และได้มีประกาศ &amp;ldquo;เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน&amp;rdquo; ที่มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด พร้อมส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากรมีคุณธรรม 4 ประการ คือ &amp;ldquo;พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา&amp;rdquo; และปฏิบัติตนยึดมั่นในจริยธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคม จงจิระ, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พรพจน์ เพ็ญพาส, ระพี ผ่องบุพกิจ, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพร สิงหวิชัย, เกียรติศักดิ์ จันทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72eb691b7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
