<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ป่วนหนัก ต้องซื้อน้ำใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำเหลือน้อยสุดในรอบ 53 ปี ขณะที่เขื่อนจุฬาภรณ์ก็แห้งขอด โคราชประกาศเขตภัยแล้ง 7 อำเภอ เตือนพื้นที่ 7 แสนไร่ในเขตชลประทานห้ามทำนาปรัง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืน รพ.หนองมะโมงในชัยนาทถึงขั้นซื้อน้ำวันละ 2 หมื่นลิตรเพื่อใช้ผลิตน้ำประปา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 (ขอนแก่น) เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ประจำปี 2563 พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์และรถบรรทุกน้ำ ช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานกลาง หลังพบว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด และชัยภูมิ มีน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ศิริกล่าวว่า เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีน้ำในระดับที่น้อยมาก โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีระดับน้ำเก็บกักเหลือเพียง 463.86 ล้าน ลบ.ม. น้อยที่สุดในรอบ 53 ปี ดังนั้นกรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการน้ำด้วยการผันน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มาช่วยเขื่อนอุบลรัตน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาสารคาม หลายพื้นที่เริ่มประสบภาวะภัยแล้ง น้ำไม่เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร นาย ณ.เณร วัฒนกูล ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขามหาสารคาม กล่าวว่า ได้ดำเนินการสำรวจและประเมินแหล่งน้ำดิบแม่น้ำชีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งหรือไม่ เพราะระยะเวลายังอีกหลายเดือน โดยได้เตรียมแผนดำเนินการสร้างฝายกั้นน้ำชั่วคราวด้วยบิ๊กแบ็ก 2 จุด ควบคู่กับการสำรวจแหล่งน้ำที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มเติม สำหรับใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำรอง พร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานชลประทานมหาสารคาม ขอใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน เพื่อเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำดิบสำรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา และเขื่อนลำนางรอง อีก 1 แห่งของ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้ภาพรวมมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลืออยู่เพียง 286 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 28 ของความจุเขื่อนทั้งหมด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ โดยเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 143 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุเขื่อน, เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 20 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 13 ของความจุเขื่อน, เขื่อนมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 47 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุเขื่อน, เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 76 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุเขื่อน และเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 22 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 18 ของความจุเขื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในปีนี้ทุกเขื่อนจะไม่มีการส่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานประมาณ 700,000 ไร่ทำนาปรังโดยเด็ดขาด เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานรับทราบแล้ว แต่ก็ยังพบหลายพื้นที่มีการแอบลักลอบปลูกข้าวนาปรังกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกษตรกรที่ฝ่าฝืนคำเตือนมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำทำการเกษตร และผลผลิตได้รับความเสียหายสูงมาก&amp;quot; นายเกียรติศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.โนนไทย ปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้างครอบคลุมทั้งอำเภอ โดยเฉพาะสระจระเข้ บ้านสระจระเข้ ต.โนนไทย ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ แหล่งน้ำดิบผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในตัว อ.โนนไทย ขณะนี้น้ำขอดจนเห็นดินก้นสระมาหลายเดือนแล้ว ทางเทศบาลตำบลโนนไทยต้องทำการขุดร่องน้ำก้นสระให้มวลน้ำไหลไปรวมกัน เพื่อสูบน้ำไปกักเก็บไว้ที่สระด้านบนเป็นน้ำดิบผลิตประปา ซึ่งสระด้านบนสามารถผลิตประปาแจกจ่ายได้อีกเพียงไม่เกิน 2 เดือน เบื้องต้นมีการผันน้ำจากลำตะคองมาช่วย และเปิดจ่ายน้ำเป็นเวลา คือ ช่วงเช้า เวลา 05.00-08.00 น. และช่วงเย็น 15.00-20.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ภัยแล้ง) รวม 7 อำเภอ 52 ตำบล 512 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 13 ชุมชน ได้แก่ อำเภอแก้งสนามนาง เทพารักษ์ จักราช โชคชัย ปักธงชัย โนนสูง และโนนไทย ส่วนโรงพยาบาลที่มีน้ำใช้แค่เดือนมีนาคม คือโรงพยาบาลอำเภอแก้งสนามนาง, โรงพยาบาลอำเภอบัวลาย และโรงพยาบาลอำเภอเทพารักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครสวรรค์ ที่หมู่บ้านเรือนแพในลำคลองบางเคียน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง เรือนแพหลายสิบหลังคาจำต้องปล่อยให้เกยตื้นและลาดเอียงอยู่ในลำคลองจนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;เนื่องจากน้ำแห้งขอดคลองซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำยมไหลมาจาก จ.พิจิตร ที่แห้งขอดมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ชาวแพในพื้นที่บอกว่าปีนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งหนักหนาสาหัสกว่าทุกปี แพทุกหลังที่อาศัยอยู่ในคลองมีลักษณะเกยตื้นอยู่บนดินทั้งหมด ทำให้ลูกบวบไม้ไผ่ใต้แพแตกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการซ่อมแซมหลังละกว่า 1 หมื่นบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ชาวนาในเขต อ.เก้าเลี้ยวจำนวนมากต้องตัดสินใจปล่อยทิ้งนาข้าวอายุข้าวเพียง 4 สัปดาห์ให้ยืนต้นตาย เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติและคลองสาธารณะแห้งขอดไม่เหลือใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยนาท สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลทำให้โรงพยาบาลหนองมะโมง อ.หนองมะโมง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แหล่งน้ำบาดาลของโรงพยาบาลที่ใช้สูบน้ำขึ้นมาผลิตน้ำประปา จำนวน 2 แห่ง มีน้ำไม่เพียงพอ สูบน้ำได้เพียงวันละ 2.3 ลบ.ม. หรือ 2,300 ลิตรเท่านั้น ขณะที่โรงพยาบาลต้องใช้น้ำวันละ 40-50 ลบ.ม. หรือ 40,000-50,000 ลิตรต่อวัน ทำให้โรงพยาบาลต้องสร้างถังเก็บน้ำขนาดความจุ 50,000 ลิตร จำนวน 3 ถัง เพื่อไว้ใช้เก็บน้ำ และซื้อน้ำบาดาลจากแหล่งน้ำของเอกชนเป็นประจำทุกวัน วันละ 20,000 ลิตร เป็นเงินวันละ 400 บาท เข้าไปเก็บไว้ในถังเพื่อไว้ใช้ผลิตประปาแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ขอรับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลหนองมะโมงให้นำรถบรรทุกน้ำขนน้ำมาเติมถังให้ทุกวัน ส่วนสำนักงานชลประทานที่ 12 จะนำรถบรรทุกน้ำมาเติมให้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยโรงพยาบาลให้มีน้ำใช้เพียงพอ ไม่กระทบกับผู้ป่วยและการรักษา รวมทั้งการดำเนินงานต่างๆ ภายในโรงพยาบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลพบุรี หลายพื้นที่ประสบภัยแล้ง ไม่มีน้ำในการประกอบการเกษตร ส่วนที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม ปกติแล้วช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงที่มีน้ำเต็มเขื่อน โดยเฉลี่ยจะมีน้ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของความจุ และมีกิจกรรมประกอบการท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ขบวนรถไฟลอยน้ำ และทุ่งทานตะวันบาน ทั้งในพื้นที่เขื่อนและบริเวณโดยรอบ แต่ปีนี้พื้นที่รับน้ำตอนบนของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีค่าเฉลี่ยปริมาณต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ นักท่องเที่ยวหายไปจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าของฝากในเขื่อนเกือบทุกร้านขายของได้ลดลงมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55156</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิเชียร จันทรโณทัย, ศักดิ์ศิริ อยู่สุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติศักดิ์ หนูแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26f90804ef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งรับมือภัยแล้ง &#039;กฤษฎา&#039;ถกด่วน เชื่อเอลนีโญยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ห่วงภัยแล้ง สั่งทุกหน่วยเร่งรับมือ &amp;quot;กฤษฎา&amp;quot; ถกด่วนผู้ว่าฯ 76 จังหวัด คาดเกิดเอลนีโญยาวนานกว่าปี 57-58 ตั้งฐานฝนหลวง 20 ชุดปฏิบัติการทั่วประเทศ สสนก.เตือน 4 เขื่อนน้ำน้อยวิกฤติ &amp;quot;อุบลรัตน์&amp;quot; เหลือแค่ 4% กรมชลฯ ยันพอใช้ถึงเดือน พ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มขึ้นแล้ว โดยได้รับรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และแม่น้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการระเหยของน้ำเพราะอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยืนยันว่าจะมีน้ำเพียงพอให้ประชาชนใช้ไปจนถึงเดือน พ.ค.อย่างแน่นอน ทั้งนี้ นายกฯ ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทานให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและปลูกพืชใช้น้ำน้อย ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจความต้องการ และวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งต่อไป โดยขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 5 ภูมิภาค 12 หน่วยปฏิบัติการ เพื่อออกปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือประชาชนครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำหลัก ตั้งแต่ 1 มี.ค.-31 ต.ค.62 ทั้งการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง เติมน้ำต้นทุนในเขื่อน บรรเทาหมอกควันและไฟป่า และยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมระบบทางไกลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ทุกพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มภัยแล้งและวางมาตรการรับมือภัยแล้งปีนี้ ซึ่งนักวิชาการคาดการณ์ว่าภัยแล้งปีนี้เกิดภาวะช่วงภัยแล้งยาวนานกว่าปี 2557-2558 และสภาพอากาศปีนี้เป็นภาวะเอลนีโญ ซึ่งกรมชลประทานยืนยันปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ มีน้ำใช้การได้ 24,095 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีเพียงพอใช้ได้ถึงเดือน พ.ค. และสำรองไว้ต้นฤดูฝนบางส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาทันท่วงทีในแนวทางทำงานแบบบูรณาการผ่านอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ เป็นประธาน บริหารงานเชิงรุกทั้งโครงสร้างภาคเกษตร สำหรับปัญหาภัยแล้งในปีนี้ ได้เปิดปฏิบัติการฝนหลวงแล้วพร้อมกับให้กรมฝนหลวงฯตั้งฐานฝนหลวง 20 ชุด เพื่อปฏิบัติการได้ทั่วถึงทุกภูมิภาค และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเร่งชี้แจงเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย งดทำนาปรังต่อเนื่อง พร้อมกับกระทรวงมหาดไทย ช่วยทำความเข้าใจชาวนาด้วย ในปีนี้ข้าวราคาดี อาจไม่เว้นทำปรังรอบสอง เมื่อเกิดภัยพิบัติไม่ได้รับเงินชดเชย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ได้สั่งให้ทุกพื้นที่รณรงค์เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย ซึ่งสามารถจูงใจเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 9 แสนไร่ แต่เป็นห่วงนอกเขตชลประทาน โดยได้ให้ทุกจังหวัดรวบรวมแหล่งน้ำ ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและน้ำกักเก็บ ว่ามีน้ำใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ เพียงพอหรือไม่ โดยจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังทุกจังหวัดเร่งสำรวจน้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำทั้งหมด เทียบปริมาณการใช้ ดูแลเครื่องมือ เตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานองค์กรส่วนท้องถิ่น&amp;quot; นายกฤษฎาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ประเมินว่าทั่วประเทศมีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภค แต่สำหรับภาคเกษตร อุตสาหกรรม อาจมีผลกระทบ ทั้งนี้ หากเกิดฤดูฝนมาช้าไป 1-2 เดือน จะต้องมีมาตรการการใช้น้ำและในการปล่อยน้ำอย่างเข้มข้นขึ้น เพราะขณะนี้พื้นที่ปลูกข้าวจากแผน 8 ล้านไร่ แต่มีการปลูกไปแล้วถึง 11 ล้านไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์สำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) หรือ สสนก. ได้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำเขื่อนมีน้ำน้อยวิกฤติ ประกอบด้วย เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำใช้การได้ 106 ล้าน ลบ.ม. หรือ 4%, เขื่อนสิรินธร มีน้ำใช้การได้ 135 ล้าน ลบ.ม. หรือ 7%, เขื่อนกระเสียว มีน้ำใช้การ 27 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9 %, เขื่อนทับเสลา มีน้ำใช้การ 23 ล้าน ลบ.ม. หรือ 14% สำหรับเขื่อนใหญ่ของลุ่มเจ้าพระยา เช่น เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การได้ 3,915 ล้าน ลบ.ม. หรือ 29%, &amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การ 3,125 ล้าน ลบ.ม. หรือ 33%, &amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำใช้การ 415 ล้าน ลบ.ม. หรือ 44%, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำใช้การ 354 ล้าน ลบ.ม. หรือ 37%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเขื่อนน้ำมากวิกฤติ เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำ 87% ปริมาตรน้ำในอ่าง 1.5 หมื่นล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 5.1 พันล้าน ลบ.ม. หรือ 29% และเขื่อนแม่งัด มีน้ำ 87% ปริมาตรน้ำ 231 ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ 219 ล้าน ลบ.ม. หรือ 83% ในส่วนสถานการณ์พายุ ยังไม่มีเข้าใกล้ประเทศไทยในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการฝนหลวงในวันนี้ มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้ขึ้นปฏิบัติการได้ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยศูนย์ฝนหลวง จ.จันทบุรี ได้ขึ้นบินทำฝนหลวงบริเวณพื้นที่เป้าหมาย อ.ท่าใหม่ อ.เขาคิชฌกูฏ อ.นายายอาม และอ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ส่วนพื้นที่ภาคกลาง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จ.นครสวรรค์ และ จ.กาญจนบุรี ได้ขึ้นบินเพื่อก่อเมฆตามแนวเขาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ได้ขึ้นบินทำฝนหลวง เนื่องจากสภาพซึ่งไม่เหมาะกับการปฏิบัติการฝนหลวง ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี ไม่ได้ขึ้นบินทำฝนหลวงเช่นกัน เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เหมาะสำหรับการขึ้นปฏิบัติการ แต่มีการติดตามสภาพอากาศ หากมีความเหมาะสม จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการสลายฝุ่นละอองในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ จ.บุรีรัมย์ และหน่วยปฏิบัติการฯ จ.อุดรธานี จะขึ้นบินเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สงขลา ยังไม่ได้ขึ้นบินเช่นกัน แต่หากสภาพอากาศมีความเหมาะสม จะวางแผนขึ้นปฏิบัติช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งบางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.สุราษฎร์ธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา เริ่มขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำลำน้ำมาศ พื้นที่ ต.ประสุข อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก เชื่อมต่อระหว่าง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา หล่อเลี้ยงคนในตำบลประสุข 10 หมู่บ้าน ปัจจุบันเริ่มแห้งขอด บางช่วงสามารถเดินข้ามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ 5 แห่ง ของ จ.นครราชสีมา ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าทุกปี มีปริมาณน้ำกักเก็บรวม 505.03 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50.16 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 1,006.90 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม อ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำกักเก็บเกือบ 65% จึงขอให้มั่นใจว่ามีน้ำเพียงพอสำหรับฤดูแล้งนี้แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุทัยธานี นายฐกร กาญจิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี กล่าวว่า จากสถานการณ์ความแห้งแล้งตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนวังร่มเกล้าและในแม่น้ำตากแดดเหนือเขื่อนวังร่มเกล้ารวมกันเพียง 11 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้อยมากหรือในเกณฑ์ที่ต่ำ ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ในส่วนนี้เพื่อกักเก็บไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคให้ได้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอในการที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรสำหรับการทำนาปรังของปีนี้ได้ จึงได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า และขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรังอย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30399</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติศักดิ์ หนูแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7be8141a6e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
