<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มธ.ปลอด‘กวิ้น-รุ้ง-อานนท์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวหน้าไม่พอใจ Shopee แบนสินค้า เหตุเกี่ยวข้องกับการเมืองใช้ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; เป็นพรีเซนเตอร์ จับแพะชนแกะหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่เบื้องหลัง ใช้อำนาจที่มีเหนือตลาดรังแกผู้ค้ารายย่อย ในทางสากลถือว่าใหญ่มาก ขณะที่ม็อบ 6 ตุลาใน มธ.ไร้เงาสามสัส &amp;quot;กวิ้น-รุ้ง-อานนท์&amp;quot; ด่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยขี้ขลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะก้าวหน้าแสดงความไม่พอใจหลังแอปพลิเคชัน Shopee&amp;nbsp; ปฏิเสธให้สินค้าของคณะก้าวหน้าขายในแอปพลิเคชัน โดยเหตุผลว่าเนื่องจากมีลักษณะทางการเมือง ขัดกับนโยบายของบริษัท ทำให้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้แก่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ถึงกับจัดรายการ &amp;ldquo;ก้าวหน้า Talk&amp;rdquo; เพื่อพูดเรื่้องนี้เป็นการเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิติพัฒน์ ในฐานะผู้บริหารกลุ่ม &amp;ldquo;ส้มจี๊ด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมในส่วนหนึ่งของคณะก้าวหน้า ได้เล่าถึงความเป็นมาโดยระบุว่า ส้มจี๊ด ในฐานะที่เป็นตัวแทนของ Democstore อย่างเป็นทางการ จัดตั้งขึ้นมาหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ในช่วงแรกที่เริ่มขายกับ Shopee ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ขายไปได้สักพักเริ่มใช้พรีเซนเตอร์โปรโมตสินค้า ก็คือตัว น.ส.พรรณิการ์เอง Shopee ก็ตัดสินใจแบนขึ้นมา ด้วยเหตุผลว่ามีหน้าของ น.ส.พรรณิการ์ และมีวาระทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำให้เราแปลกใจมาก เราไม่ได้เป็นพรรคการเมือง และแค่พยายามจะขายของ ในที่สุดก็ตกลงกันกับ Shopee ว่าจะยอมเอาหน้าคุณช่อออก หลังๆ ก็ถูกแบนอีก ด้วยเหตุผลว่ามีเสื้อที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง เราไม่มีทางเลือกจริงๆ ไม่รู้จะไปขายช่องทางไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ตัวเลือกผู้ประกอบการในประเทศมีไม่เยอะ สุดท้ายหลังจากยอมเอาเนื้อหาตรงนั้นออกก็ได้กลับมาขายต่อประมาณ 1-2 เดือน ต่อมาช่วงมีการชุมนุมที่สนามหลวง เราเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะขายสินค้าเป็นเซต เรียกว่าเป็น Urban Camping Set แต่พอขายไปสักพักก็โดนแบนอีก ด้วยเหตุผลว่าเป็นการไปสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง เลยเป็นที่มาของการถูกแบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะผู้ประกอบการคนหนึ่ง เราคิดว่ามันมีความผิดปกติ เพราะการขายของแบบนี้เราไม่ได้ขายของผิดกฎหมาย เราไม่ได้เอาเปรียบใคร เราไม่ได้โกงลูกค้า แล้วลูกค้าหรือผู้บริโภคก็ยินดีและอยากจะซื้อสินค้าเรา เราก็เลยไม่เข้าใจว่ามีเหตุผลอะไรเพียงพอที่จะต้องทำแบบนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิติพัฒน์กล่าวว่า ในต่างประเทศกว่าที่จะหยุดการค้าของผู้ค้ารายย่อยรายหนึ่งได้ต้องมีการแจ้งเตือนก่อน ดังนั้น การที่ Shopee ไม่ได้เคยแจ้งเราเลยไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ต่างประเทศให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความป็นธรรมกับผู้ค้า โดยเฉพาะรายย่อยและรายเล็ก เราอาจจะคุ้นชินกับทุนผูกขาด ทำให้ความสำคัญของผู้ค้ารายย่อยถูกมองข้ามไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์เผยว่า ทราบมาจากผู้สนับสนุนคณะก้าวหน้ารายคนซึ่งส่งข้อความมาให้ตนหลังจากได้ซักถามไปทาง Shopee โดยตรง ได้รับข้อความตอบกลับซึ่งระบุว่าเป็นนโยบายของ Shopee ที่จะไม่ให้มีการขายสินค้าที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือล้อเลียนทางการเมือง เป็นนโยบายที่ใช้กับทุกร้านค้า อย่างไรก็ตาม ตอนที่คณะก้าวหน้าทำสัญญากับ Shopee ไม่มีเงื่อนไขเรื่องนี้อยู่เลย เงื่อนไขทั้ง 12 ข้อในวันที่ทำสัญญาไม่มีระบุเรื่องนี้มาก่อน แต่เป็นเงื่อนไขที่มาพูดทีหลัง
ในทางสากลถือว่าใหญ่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่ไปขุดมา ดิฉันยังได้เจอธงนาซีขายบน Shopee ได้ เสื้อ long live the king ก็ขายได้ และที่สำคัญ เสื้อของกลุ่มไทยภักดีก็ยังวางขายอยู่จนถึงตอนนี้ จึงทำให้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยังระบุด้วยว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าหน่วยงานความมั่นคงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากเพียงไหน ที่ผ่านมามีผู้สนับสนุนคณะก้าวหน้าในหน่วยงานความมั่นคง เคยแจ้งให้ทราบว่าฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วยงานเคยมีการขอข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าจาก Shopee โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับการไปชุมนุม ซึ่งไม่รู้ว่า Shopee เคยให้ข้อมูลลูกค้ากับหน่วยงานความมั่นคงเหล่านี้ไปบ้างหรือไม่ หวังว่า Shopee จะให้ความสำคัญกับความไว้วางใจที่ลูกค้าและผู้ค้ามีต่อคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการแบนร้านคณะก้าวหน้า ในภาพใหญ่ตามกฎเกณฑ์แข่งขันทางการค้า Shopee อาจจะไม่ใช่ผู้ผูกขาดรายเดียวในประเทศไทย แต่ก็ยังพูดได้ว่าเป็นตลาดที่มีผู้แข่งขันน้อยรายมาก และสิ่งที่ Shopee ทำคือการใช้อำนาจที่มีเหนือตลาดรังแกผู้ค้ารายย่อยอย่างพวกเราเรื่องนี้ในทางสากลถือว่าใหญ่มาก&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนและศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคณะผู้จัดงานรำลึก 44 ปี 6 ตุลา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผมมีเรื่องน่าเสียใจเกี่ยวกับงานครบรอบ 44 ปี 6 ตุลา 19 ซึ่งจัดขึ้นที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในช่วงนี้แจ้งให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานนี้ผมได้รับแจ้งว่า ผู้บริหารธรรมศาสตร์ไม่อนุญาตให้น้องเพนกวินและน้องรุ้ง ซึ่งเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์และทนายอานนท์ ซึ่งเป็นทนายสิทธิมนุษยชน มาร่วมเสวนาในงานนี้บนเวทีหอประชุมศรีบูรพาตามกำหนดที่คณะกรรมการได้เตรียมไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารธรรมศาสตร์ให้เหตุผลสั้นๆ ว่า ไม่สบายใจโดยไม่อธิบายอะไร แถมยังสั่งว่าหากไม่ตัดทั้งสามคนนี้ออกจะไม่ยอมให้มีการแสดงบนเวทีทั้งหมดในงานนี้ ผมต้องขอโทษต่อประชาชนและสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศทุกสาขาที่เคยแจ้งว่า เพนกวิน รุ้ง และทนายอานนท์ จะมาแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ 6 ตุลา ในทัศนะของคนรุ่นใหม่และการเมืองไทยในมุมมองของเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่า เราจะไม่ได้ฟังคนทั้งสามพูดอีกแล้วในธรรมศาสตร์ ข้อความต่อไปนี้ ผมนายกฤษฎางค์ นุตจรัส กรรมการจัดงานปีนี้ที่ธรรมศาสตร์แต่งตั้ง ขอรับผิดชอบในความเห็นที่จะแสดงต่อไป เป็นอีกครั้งที่ทำให้เราเข้าใจทัศนะ มุมมอง ความขี้ขลาดหรือความกล้าหาญของผู้บริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เมื่อคราวก่อการปฏิวิติ 2475 ก็มีความเห็นพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินใช่ไหม ในเวลานั้นท่านก็มีอายุเพียงสามสิบปีเศษ การตั้งธรรมศาสตร์ก็เพื่อเป็นหลักคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของราษฎรทั่วไปใช่หรือไม่ ผมนึกไม่ถึงว่าในวันที่เราจัดครบรอบ 44 ปี 6 ตุลา 19 ผู้บริหารธรรมศาสตร์ยังวิ่งไล่เอาถุงขยะดำครอบหัวนักศึกษาอยู่&amp;quot; นายกฤษฎางค์ระบุ
เชื่อม็อบรุมกินโต๊ะ&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การชุมนุมขนาดใหญ่และต่อเนื่อง เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ของภาคประชาชนหลากหลายกลุ่มในวันที่ 14 ต.ค. จะเกิดขึ้นแน่ ถือเป็นสัญญาณความผันผวนใหญ่ของสถานการณ์การเมืองไทย การเตรียมรับมืออุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นมาก่อนหน้าแล้วในหลายรูปแบบ อาทิ การเกิดกลุ่มแคร์ กลุ่มไทยภักดี และกลุ่มก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเสนอแนวคิดการแก้ไขวิกฤติบ้านเมืองนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในซีกฝ่ายค้าน พรรคการเมืองใหญ่มีการปรับคณะกรรมการบริหารใหม่ พรรคขนาดกลางมีสมาชิกแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ ด้านซีกฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลเดินกลยุทธ์คู่ขนานกับกลุ่มก้าวหน้า พรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลาออกจาก ส.ส. ลุยเดินสายหาเสียง ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคเข้าสภาแทน พรรคเพื่อไทยก็ปรับคณะกรรมการบริหารใหม่ ผสานคนรุ่นใหม่ เป็นโอกาสของพรรคการเมืองที่จะได้เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ได้ แต่ผลโพลยังคงชี้ว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคที่ประชาชนนิยมชมชอบสูงสุด ปรากฏการณ์ที่กล่าวมานั้น ได้บ่งชี้ชัดว่าเรายังมีพรรคการเมืองและบุคลากรทางการเมืองเป็นตัวเลือกใหม่ได้อยู่เสมอ ฉะนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจถูกไล่จนตกเก้าอี้แล้ว ชาวประชาย่อมมีตัวเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า อย่าทำให้เจตนารมณ์ 14 ตุลาเสียหาย น้องๆ ม็อบปลดแอกคงเกิดไม่ทัน 14 ตุลาคม 2516 จึงคิดจัดชุมนุม 14 ตุลาคมนี้ แต่สิ่งที่น้องๆ จัดชุมนุม เทียบกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มันคนละเรื่องเพราะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์ที่นิสิต นักศึกษาและประชาชน ออกมาต่อสู้กับเผด็จการทหาร ภายใต้การนำของจอมพลถนอม-ประภาส และเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่การชุมนุมครั้งนี้จงใจต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์แบบเบิ้มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นิสิต นักศึกษา และประชาชน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั้งประเทศ แต่การชุมนุมที่จะเกิด ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในเหตุการณ์จริงของ 14 ตุลาคมนั้น มีนักศึกษาที่บริสุทธิ์เป็นแกนนำจริงๆ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ครั้งนี้ แกนนำเป็นคนใกล้ชิดพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การชุมนุม 14 ตุลาคมในอดีต เป็นบรรยากาศที่เผด็จการจริง แต่ตอนนี้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เพียงแต่ฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังนักศึกษา แพ้แล้วไม่รู้จักคำว่าแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ผู้ชุมนุม 14 ตุลาในยุคก่อน ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่การชุมนุม 14 ตุลาครั้งนี้ ต้องการล้มล้างการปกครองเพื่อเป็นระบอบสาธารณรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการชุมนุม จึงอยากเรียกร้อง #อย่าทำให้เจตนารมณ์ 14 ตุลาเสียหาย ที่สำคัญน้องๆ จะทำให้ความรู้สึกดีๆ ของประชาชนต่อเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เสื่อมลง ทางที่ดีควรเปลี่ยนวันนัดชุมนุม
ผู้ปกครองโดนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มนักเรียนเลวได้นัดรวมตัวกันประมาณกว่า 30 คน จัดกิจกรรมขึ้นรถแห่ไปยัง 5 โรงเรียน และ 1 กระทรวง เพื่อมีเป้าหมายไล่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ การจัดกิจกรรมดังกล่าวแม้เป็นการอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.34 แต่ทว่ากลับเป็นการฝ่าฝืนข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญในมาตราดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน ดังนั้น การจัดกิจกรรมดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายข้อหา อาทิ 1) ข้อหากีดขวางทางจราจร และหยุดหรือจอดรถเป็นการกีดขวางการจราจร ตาม ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 2) ข้อหาใช้เครื่องเสียงโดยไม่ขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ม.4 พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 3) ข้อหาใดส่งเสียงทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงทำให้ประชาชนเดือดร้อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.370 ซึ่งทั้ง 3 ข้อหาข้างต้นมีอัตราโทษปรับเล็กน้อยไม่เกิน 1,000 บาทเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทว่าในข้อหาที่ 4) ข้อหายุยง ส่งเสริมให้มีการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี 5) ข้อหาจัดชุมนุมสาธารณะในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออกของสถานที่ราชการ และหรือไม่ขออนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืน ม.8 ม.10 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 6) การฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียนตาม ม.64 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ซึ่งผู้ที่ยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้เด็กนักเรียนดังกล่าวทำผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่สำคัญการที่ผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้ปล่อยปละละเลยให้เด็กออกมากระทำผิดกฎหมายเยี่ยงนี้ ผู้ปกครองย่อมมีโทษตามที่กฎหมายบัญญัติอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79407</URL_LINK>
                <HASHTAG>Shopee, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกี่ยวข้องกับการเมือง, แบนสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77deeccd19a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
