<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. ขยายเวลาเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรรถเมล์ถึงสิ้นปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 2564 นางพนิดา ทองสุข รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. ได้ดำเนินการขยายการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคลทั่วไป และประเภทบัตรโดยสารนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากเดิมที่จะหมดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จะขยายออกไปอีก 3 เดือน ถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และเป็นการส่งเสริม ให้มีการชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสดอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-30 ก.ย.64 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการ เปลี่ยนวิธีการชำระค่าโดยสารจากเดิมที่ใช้เงินสด เป็นการชำระค่าโดยสารผ่านบัตรดังกล่าว เพื่อลดการสัมผัสเหรียญกษาปณ์และธนบัตร ซึ่งเป็นสื่อแพร่เชื้อโรค โดยเฉพาะในช่วงนี้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระบาดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขสมก. ยังคุมเข้มดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ อาทิ การให้พนักงานและผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะอยู่บนรถโดยสาร การฉีดพ่นแอลกอฮอล์ภายในรถโดยสาร ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน และการติดตั้งเจลแอลกอฮอล์บนรถโดยสาร สำหรับให้พนักงานและผู้ใช้บริการ ล้างทำความสะอาดมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118110</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนิดา ทองสุข, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), เก็บค่าธรรมเนียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7b6cc80884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ชงเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในรถทุกประเภทที่ก่อให้เกิดปัญหา PM 2.5 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ม.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปศึกษาแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีในการต่อใบอนุญาต รวมถึงจดทะเบียนรถใหม่ในรถทุกประเภทที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน และไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามข้อห่วงใยของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะต้องบูรณาการประสานงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งความร่วมมือจากภาคประชาชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขบ. จะต้องศึกษาการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพื่อเป็นมาตรการสำหรับกำหนดให้รถที่ใช้พลังงานสะอาดมีราคาถูกลง พร้อมทั้งพิจารณาการดำเนินการในการรองรับในทุกด้าน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถระบบไฟฟ้า (EV) รวมถึงเชื้อเพลิง NGV และเชื้อเพลิงไบโอดีเซล B20 มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นกับประชาชน ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ หากเห็นชอบคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จากการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 เมื่อ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเป็นประธานคณะกรรมการฯ นั้น ในที่ประชุมได้มีการเห็นชอบร่วมกันให้ยกระดับปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ และขอให้มีการนำมาตรการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2562 มาบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการดังกล่าวแบบ Single Command และพล.อ.ประวิตรฯ ยังได้มีข้อสั่งการให้ผู้ราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้พิจารณามาตรการที่จะเข้มขันขึ้นตามสภาพการณ์ที่เหมาะสมกับปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพื่อไม่ให้มีผลต่อสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในที่ประชุม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดหาเครื่องมือตรวจวัดควันดำ (แบบทึบแสง) เพิ่มเติมให้เพียงพอ และให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และตำรวจ เพิ่มความเข้มขันในการตั้งด่านตรวจควันดำให้ครบทั้ง 50 จุดทั่วกรุงเทพมหานครตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 ซึ่งตนได้สั่งการเพิ่มเติม คือ ให้มีการตรวจควันดำทั้งประเทศ เพื่อให้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ ให้ส่วนราชการตรวจสอบยานพาหนะของส่วนราชการเองให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีควันดำ รวมถึงให้ส่วนราชการพิจารณาการปรับการทำงานเหลื่อมเวลา และให้ราชการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ในการประชุมครั้งดังกล่าว สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้มีการรายงานผลการตรวจสอบควันดำตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 ถึง 22 ม.ค. 2563 ว่าทางกรมการขนส่งทางบกได้มีการตรวจสอบรถบรรทุก ,รถโดยสารที่มีควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปแล้วทั้งหมดจำนวน 57,971 คัน โดยตรวจพบรถที่มีควันดำเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 1,087 คัน ซึ่งได้พ่นเครื่องหมายห้ามใช้รถดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งหลังจากพ่นเครื่องหมายแล้วหากมีการนำรถกลับมาให้โดยยังไม่ผ่านการตรวจสอบจะมีโทษปรับครั้งละ 50,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่เป็นรถส่วนบุคคลจะขึ้นกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)จราจรที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)จะมีโทษปรับครั้งละ 1,000 บาท รวมถึงได้การสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯจัดทำแผนรายงานดำเนินการแก้ไขปัญหาของแต่ละหน่วยงานอย่างไรทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยได้มีการหน่วยงานที่มีการบริการสาธารณะเป็นพิเศษเช่น รถเมล์ ขสมก., รถร่วมบริการ และรถ บขส. รวมถึงการรถไฟฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ขณะที่แนวทางการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) นั้น ขร.เตรียมหารือร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการลดอัตราค่าจอดรถ 50% ในอาคารจอดแล้วจร (PARK &amp;amp; RIDE) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาจราจร และถือเป็นมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขร. กล่าวว่า เตรียมเข้าหารือร่วมกับ รฟม.ถึงแนวทางการลดอัตราค่าจอดรถ 50% ภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ เชื่อว่า หากสามารถดำเนินการได้นั้น จะสามารถจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบรถไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงเป็นส่วนช่วยในการแก้ปัญหา PM 2.5 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟม. ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีพื้นที่จอดรถ 4 แห่ง จอดรถได้รวม 4,923 คัน ประกอบด้วย 1.อาคารจอดแล้วจร สถานีคลองบางไผ่ จอดรถได้ 1,986 คัน 2.อาคารจอดแล้วจร สถานีสามแยกบางใหญ่ จอดรถได้ 1,296 คัน 3.อาคารจอดแล้วจร สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ จอดรถได้ 1,076 คัน และ 4.อาคารจอดแล้วจร สถานีแยกนนทบุรี 1 จอดรถได้ 565 คัน โดยในส่วนของอัตราค่าจอดรถผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จะอยู่ที่ 2 ชั่วโมง ราคา 10 บาท หรือจอดทั้งวัน 180 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น มีพื้นที่จอดรถ 12 แห่ง จอดรถได้รวม 4,000 คัน โดยเป็นอาคารจอดรถ 3 แห่ง และลานจอดรถ 10 แห่ง ประกอบด้วย อาคารจอดรถ 9 ชั้น สถานีลาดพร้าว จอดรถได้ 2,200 คัน, ลานจอดรถสถานีรัชดาภิเษก จอดรถได้ 75 คัน, ลานจอดรถสถานีห้วยขวาง จอดรถได้ 73 คัน, ลานจอดรถ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จอดรถได้ 30 คัน, อาคารจอดรถ 3 ชั้น สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จอดรถได้ 205 คัน, ลานจอดรถสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จอดรถได้ 106 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลานจอดรถสถานีพระราม 9 จอดรถได้ 50 คัน, ลานจอดรถสถานีเพชรบุรี จอดรถได้ 54 คัน, ลานจอดรถสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จอดรถได้ 79 คัน, ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จอดรถได้ 42 คัน, ลานจอดรถสถานีสามย่าน จอดรถได้ 31 คัน โดยในส่วนของอัตราค่าจอดรถผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จะอยู่ที่ 2 ชั่วโมง ราคา 15 บาท และอาคารจอดรถ สถานีหลักสอง จอดรถได้ 1,000 คัน มีอัตราค่าจอดรถผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จะอยู่ที่ 2 ชั่วโมง ราคา 10 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่บอกว่าจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมรถติดซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&amp;nbsp;
มองปัญหาเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่กระทบต่อสังคมวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นการนำเสนอข่าวใดๆ ที่คลาดเคลื่อน ผิดพลาด และไม่เป็นความจริง สร้างความสับสนต่อพี่น้องประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55446</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เก็บค่าธรรมเนียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c6cc3286e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
